บาปและสำนึกบาป

239 Views

         ผมยอมรับว่า ผมเป็นปีศาจ เป็นผีผู้หญิง เป็นคนชั่วช้า เลวทรามเพราะผมทำลายผู้หญิงดีมาเป็นจำนวนมาก ผมเองเวลานี้ไม่รู้จะต้องประพฤติตนอย่างไร จึงจะชดใช้บาปกรรมที่ผมเคยสร้างไว้

         วันนี้กรรมได้สนองตัวผมแล้ว หวังว่าชาวโลกดูผมเป็น ตัวอย่าง อย่าก้าวผิดเหมือนกับผม เมื่อสำนึกผิดก็สายเกิน แก้แล้ว

         เมื่อผมยังหนุ่มอยู่ ผมมีบุคลิกสง่างาม วาทศิลป์ดี ถ้า ผมพบหญิงสาวที่ถูกใจ ผมจะเข้าไปตีสนิท และให้พวกเธอกินหมากฝรั่งที่ทำขึ้นพิเศษ เมื่อพวกเธอรับประทานเข้าไป จะมีอาการสะลึมสะลือ แล้วก็มาเสียความบริสุทธิ์แก่ผม เด็กผู้หญิงบางคนเห็นว่าไหนๆ ก็เสียท่าให้ผมแล้ว ยินดีจะ แต่งงานกับผม ผมก็แกล้งดีใจจะได้ตักตวงความสุขจาก ร่างของเธอบ่อยๆ เมื่อพวกเธอมีครรภ์ ผมก็หาเรื่องตีจาก แล้วพวกเธอก็หาทางออก โดยยอมแต่งงานกับทหารที่ปลด ราชการแล้ว เมื่อคลอดลูกออกมา เพื่อความอยู่รอด จึงมา มีอาชีพเป็นโสเภณี ผู้หญิงบางคนไม่ยอมให้ผมทอดทิ้งไป เธอจึงตามตื๊ออยู่ตลอดเวลา

         เพื่อตัดปัญหายุ่งยาก ผมหันไปเที่ยวซ่องนางโลม ผมต้องหาวิธีเอาเงินมาใช้ คุณแม่ได้ตายไปนานแล้ว ส่วนคุณ พ่อเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างงานการยุ่งมาก เมื่อผมหาข้อ อ้างขอเงิน คุณพ่อก็ไม่เคยสอบถามรายละเอียดให้เงินตามขอทุกที มีคนเคยคุยเรื่องกฎแห่งกรรมให้ฟัง แต่ผมไม่เชื่อ ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องงมงาย เพราะทางวิทยาศาสตร์ไม่ สามารถพิสูจน์ได้ ยังมีบางคนพูดถึงผีสางเทวดา ผมกลับ ถามว่า “คุณเคยพบเห็นแล้วหรือถ้าไม่เคยพบเที่ยวพูด ทำไม?” บางคนพูดถึงคุณธรรม ผมจะถามเขาว่า “คุณธรรม ชั่งขายได้เท่าไร?” ผมไม่เชื่อกฎแห่งกรรม ผมยังใช้ชีวิตบัดซบ ต่อไป

         ผมเป็นคนหัวดื้อ ไม่รับคำชี้แนะของผู้อื่น เมื่อเหตุร้าย เกิดขึ้นผมจึงตำหนิ เพื่อนๆ ทำไมไม่แนะนำให้ผมอ่านหนังสือ ธรรมะ หนังสือธรรมะเท่านั้นที่จะให้แสงสว่างผมได้ อาจเป็น เพราะว่าผมไม่ได้สร้างบุญมาตั้งแต่ชาติปางก่อน จึงพลาด โอกาสที่จะได้ศึกษาธรรมะ บัดนี้ผมหวังว่าความสำนึกผิด ของผมจะทำให้ชาวโลกสังวร อาจลดหย่อนบาปกรรมที่ผม ได้ก่อขึ้นก็ได้ 

         จำได้ว่าตอนบาปกรรมเริ่มตามสนอง ไม่มีลาง เตือนภัยเลย เช้าวันหนึ่ง เมื่อผมตื่นนอน ปรากฏว่าต้นขาช่วงบนมีเม็ดแข็งเกิดขึ้นเพื่อนพูดเสมอว่า ผู้ชายที่ชอบสำส่อนมักจะติดโรคฝีมะม่วงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก ไปหาซื้อยาตามร้านมา ทาน อาการดีขึ้นบ้าง เลวลงบ้าง เป็นอยู่เช่นนี้ 10 กว่าวัน อาการโรคไม่เพียงไม่หาย กลับลามไปทั่วร่าง เริ่มมีผื่นแดงขึ้น ตามตัวทั้งคันทั้งเจ็บ เพียงไปเกาหน่อยเท่านั้น น้ำเหลืองก็ ไหลออกมา บางครั้งก็เจ็บปวดมาก รีบไปหาแพทย์ แพทย์ลง ความเห็นว่า นั่นไม่ใช่กามโรคธรรมดา หากแต่เป็นโรคซิฟิลิส ชนิดเลวร้าย แพทย์ฉีดยาและให้ยามาทาน ทั้งยังได้เตือน ด้วยความหวังดีว่า “คนหนุ่มควรรักษาตัวนะ เป็นโรคชนิดนี้ แล้วควรเลิกสำส่อนแล้วนะ ถ้าประมาทอาจถึงแก่ชีวิตได้” 

         รักษามาสิบกว่าวัน ดูภายนอกก็ว่าหายเป็นปกติ เลยไม่ต้องไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาลฉีดยากินยาอีก จิตใจเริ่ม ชุ่มชื่นขึ้น ได้บทเรียนนี้ทำให้ผมเลิกเที่ยวสำส่อน ระยะหนึ่ง แล้วความหวั่นกลัวก็เริ่มจางหายลง ผมเริ่มออกไปเที่ยว ตามผับไนต์คลับ แล้วก็หิ้วพาร์ตเนอร์ไปหลับนอน หาความ สำราญเช่นนี้ประมาณเดือนเศษ กามโรคที่เข้าใจว่าหาย ดีแล้วกลับวกกลับมาอีก ออกดอกสะพรั่งทั้งสรรพางค์กาย เริ่มเวียนศีรษะ ความรู้สึกเฉื่อยชาร่างกาย เริ่มเย็นชาอาการ หนักกว่าคราวที่แล้วมาก  จึงรู้ว่าเหตุการณ์เลวร้ายมาก ญาติๆ รีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาล

         หลังตรวจเช็คเสร็จ แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นโรค ซิฟิลิสขั้นที่สองแล้ว คราวก่อนยังไม่หายขาด ไปเที่ยวต่อ เลยไปติดเชื้อโรคมาอีก บัดนี้เชื้อโรคได้แทรกซึมเข้าในเส้น เลือดแล้ว ระบบประสาทถูกกระทบกระเทือนถึงขั้นเป็นตาย เท่ากัน หวังให้หายขาดคงเป็นไปไม่ได้ เพียงขอให้รักษาชีวิต อยู่ได้ก็นับว่าบุญโขแล้ว

         อาการเริ่มเลวร้ายทุกวัน ผื่นแดงเริ่มแตกกลายเป็น แผลเป็น ผมบนศีรษะเริ่มหลุด ใบหน้าจมูก เริ่มเน่าเปื่อย แพทย์พยายามให้การรักษา โอ้...พระเจ้า คนที่มีผิวพรรณ ละเอียด ขาวสะอาด ใบหน้าสง่างาม ร่างกายล่ำสัน ณ บัดนี้ ได้กลายเป็นซากศพที่เดินได้ มองดูรูปถ่ายสมัยเด็ก ขาวๆ อ้วนๆ ช่างน่ารัก ไร้เดียงสา แต่ผมในวันนี้ไม่ผิดกับปีศาจ ใครเห็นใครกลัว ชีวิตได้กลับหน้ามือเป็นหลังมือ ถึงแม้ว่าวัน นี้ผมยังมีชีวิตอยู่ แต่ด้านจิตใจทนทุกข์ทรมานมาก เสมือน ตกอยู่ในนรกอเวจียังไงยังงั้น

         วันนี้ ผมเขียนคำสารภาพจากจิตส่วนลึกของหัวใจด้วยมือสั่นยึกยัก ผมหวังว่าบทความนี้สามารถช่วยผมไถ่บาปได้บ้าง และก็หวังว่าคนที่กำลังเดินอยู่บนถนนบาปสามารถตื่น จากความฝัน ตัดสินใจเลิกละความชั่วที่เคยทำ หันมาใช้ชีวิตใหม่เพื่อความสุขในอนาคตเถิด
(คัดจากนิตยสารเซิ่งเทียน และข้าพเจ้า)