กามตัณหาเป็นความเลวอันดับแรกผลแห่งกรรมในปัจจุบัน

197 Views

              ผมเริ่มสำเร็จความใคร่    ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นประถม เนื่องด้วยช่วงใต้ร่มผ้ามักไม่สะอาด จึงเป็นเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ตอนอยู่มัธยมปีที่ 2  ผมเริ่มคบเพื่อนหญิง ทั้งวันลุ่มหลงอยู่ กับตัณหาจนร่างกายอ่อนแอ นอนไม่หลับ ฝันเปียก หลัง จบการศึกษาออกมาทำงาน ร่างกายแย่มากต้องอาศัยยา บำรุงตลอดเวลา ร่างกายก็ไม่สามารถกลับคืนมาเหมือนเดิม ความสมบูรณ์ของร่างกายเหลือเพียงเศษหนึ่งส่วนสามของ คนหนุ่มทั่วๆ ไป  ไม่ทานยาบำรุงก็ไม่ได้ เมื่ออายุ 18 ปีได้คบ เพื่อนหญิงอีกคน ผมยังคงจมปลักอยู่กับกามารมณ์

              เพื่อนหญิงสองคน ทำให้ร่างกายของผมซูบผอมโรค ต่างๆ ตามมา วันๆ รู้สึกอ่อนเพลีย อยากนอนตลอดเวลา แต่นอนก็นอนไม่หลับ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือหาหมอ ดูก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น ความฝันที่เคยคาดหวังไว้ได้ร่วงโรยไป ทานยาเสมือนทานข้าว  ทั้งยังต้องทำงานทั้งวัน  ความทุกข์ ทรมานยากที่จะบรรยาย ความคิดที่จะฆ่าตัวตายมีอยู่ใน สมองบ่อยๆ แต่ผมรักพ่อแม่ ไม่อยากไปจากท่าน และตัวเอง ก็กลัวตายเหมือนกัน จึงยอมทนทุกข์ไปเรื่อยๆ

              พออายุ 20 ผมมีโอกาสอ่านหนังสือธรรมะ รู้เรื่อง กฎแห่งกรรม เข้าใจถึงว่าคนเราต้องดิ้นรนอยู่ในทะเลทุกข์ ความคิดของผมเริ่มผันแปร มันเป็นการหักเหของชีวิตของผม  ทำให้ผมรู้ว่า ถึงแม้ว่าความดีอันน้อยนิดก็ไม่ควรปล่อยปละ แต่สุขภาพตัวเองมีปัญหา ง่วงนอนตลอดเวลา ความคิดที่จะ เป็นคนดียังแค่ความฝันเท่านั้น

              พออายุ 21 ผมเจออาจารย์คนหนึ่งที่สามารถมองเห็น ด้วยญาณเขาบอกว่า  สุขภาพของผมยังแย่กว่าผู้สูงอายุอีก หากไม่รับประทานยาชีวิตผมจะจบสิ้นลงทันที เขาเป็นหมอที่เก่งมากแต่ก็ไม่สามารถรักษาโรคของผมได้

              ประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา (อายุ 26) ผมเริ่มศึกษาพระ ธรรมอย่างจริงจัง เรื่องอดีตถือว่าได้ตายจากไปแล้ว เรื่องอนาคตถือว่าได้เกิดใหม่แล้ว ชีวิตของผมถึงแม้ลำบากมาก แต่ผมมีความเชื่อมั่นว่า ถ้าผมประกอบกรรมดีสม่ำเสมอ บุญกุศลที่ทำอยู่ทุกวี่ทุกวัน บวกกับไปหาหมอทานยา และรักษาตัวให้ดี เชื่อว่าสุขภาพคงค่อยๆ ดีขึ้น อย่างน้อย ความเจ็บปวดก็ลดน้อยลง ตอนนี้ผมเริ่มฝึกนั่งสมาธิ และทาน อาหารเจ

              ความทรมานที่มีมาสิบกว่าปี ทำให้ผมเข้าใจซึ้งถึงโทษ ของลุ่มหลงในกามารมณ์ การอยากจะให้พ้นจากทะเลทุกข์ มีอยู่ทางเดียวคือ ประพฤติตนอยู่ในศีลในธรรม หมั่นสั่งสม บุญบารมีเท่านั้น

              ผมหวังว่า เรื่องของผมจะเป็นอุทาหรณ์แก่ชาวโลกให้ ละกามเพื่อรักษาสุขภาพ   ชีวิตคนเรามีเวลาจำกัด ควรทำ ประโยชน์แก่ส่วนรวมให้ทำอยู่เรื่อยๆ โอกาสที่จะมีสุขภาพ แข็งแรงคงไม่ไกลเกินเอื้อม ขอให้ทุกคนจงสังวร
(คัดมาจากนิตยสารเซิ่งเทียน ฉบับที่ 4)