เรื่องจริง “ความลับของยาหนอน”

190 Views

            มีหนอนชนิดหนึ่ง เขาเรียกว่ากระดิ่งทอง คนเราเข้า ใจว่ากระดิ่งทองนั้น เป็นตัวบำรุงในทางเซ็กซ์ คนเลี้ยงมัก เลี้ยงด้วยยาสมุนไพรจีน หนอนเหล่านั้นเมื่อกินจนอิ่ม ก็ร่วมเพศกัน เรียกได้ว่า เมื่ออิ่มท้องแล้วก็เกิดตัณหา เนื่อง จากยาบำรุงกินมากไป การร่วมเพศเลยขาดการยับยั้ง ผลิต ลูกผลิตหลานอย่างรวดเร็วแค่ไม่กี่วัน หนอนกระดิ่งทองจาก 5 – 6 ตัว เพิ่มจำนวนเป็นหลายร้อยตัว  คนเราคิดว่าหนอน กระดิ่งทองเป็นหนอนที่มีความต้องการทางเพศสูง เลยนำมา เพาะเลี้ยงมากินแบบสดๆ ได้ข่าวว่ามีรสเผ็ดนิดๆ และให้ กำลังเซ็กซ์ด้วย

            ข้าพเจ้าบางครั้งก็มาพิจารณาดู หนอนกระดิ่งทองนี้ มีความเป็นมาอย่างไร? 

            ครั้งหนึ่ง ขณะนั่งสมาธิอยู่จนจิตสงบแล้ว ข้าพเจ้าก็ใช้ ญาณมาพิจารณาดู เห็นหนอนกระดิ่งทองในขวด จากตัวเล็กๆ ขยายตัวใหญ่ขึ้นๆ จนมีขนาดเท่าตัวคน   เพ่งเล็งให้ดี  ศีรษะ ของหนอนกระดิ่งทองคลับคล้ายคลับคลาเป็นหัวคน ทุกส่วน ในร่างกายค่อยๆ เห็นมีมือมีเท้า ร่างของคนค่อยๆ ปรากฏขึ้น นั่นคนนี้ อ้อ! ชาติเดิมของเขามาจากมนุษย์

            ข้าพเจ้าติดตามต่อไป พบสาเหตุดังที่ยกตัวอย่างหนึ่ง ข้อดังนี้

            ในตัวหนอนกระดิ่งทองตัวหนึ่ง  เมื่อ 500   ชาติก่อน มีร่างเป็นคนและเป็นลูกเศรษฐีด้วย วันๆ ชอบเที่ยวเตร่ ผู้เป็น พ่อไม่หวังว่า ให้ลูกชายทำมาหากิน เพียงหวังให้ลูกชายผลิต ลูกมากๆ จึงได้สนับสนุนบุตรชายมีภรรยาหลายคน การร่วม เพศไม่มีกำหนดนั้น ร่างกายนับวันผ่ายผอม ผู้เป็นพ่อฟังคน อื่นเล่ากันว่า ถ้าใช้สมอดำฝังอยู่ในอวัยวะเพศของหญิงสาว พรหมจารีหนึ่งคืน รุ่งขึ้นเอาออกมาทาน เชื่อกันว่าได้รับความ บริสุทธิ์ของหญิงสาวพรหมจรรย์แล้ว จะเกิดพละกำลังทาง เพศเป็นการละเมิดกฎของฟ้าดิน  ในที่สุดต้องมาชดใช้กรรม โดยเกิดเป็นหนอนกระดิ่งทองทุกๆ ชาติ 

            ถาม: คนที่ชอบมั่วกาม จะต้องมาเกิดเป็นหนอนกระดิ่ง ทองในภพหน้าไหม? 
            ตอบ: คนที่วันๆ คิดแต่เรื่องกาม ไม่เลือกว่าลูกเขา เมียใคร แล้วร่วมเพศทุกวัน ผลย่อมชดใช้กรรมในชาติหน้า

            ถาม: การกินกระดิ่งทองเป็นๆ นั้น เป็นการเสริมพละ กำลังทางเพศจริงหรือไม่? 
            ตอบ: เป็นการเข้าใจผิดของมนุษย์  คิดว่าทานหนอน ประเภทนี้จะเกิดพละกำลังทางเพศ แล้วไปมั่วกามอย่างไม่ยับ ยั้งเป็นการบั่นทอนชีวิตตนมากกว่า

            ถาม: เมื่อความใคร่เกิดขึ้น จะทำอย่างไร ให้ความใคร่ ลดลง? 
            ตอบ:

            1) การมองหญิงงาม อย่าไปพิจารณาเพียงภาย นอก เราควรพิจารณาว่า นั่นเป็นกระดูกที่ใส่เสื้อสวยๆ เท่านั้น ภายนอกที่พรมด้วยน้ำหอม แท้จริงภายในล้วนแต่สิ่งเน่าเหม็น เช่น เสมหะ เสลด เหงื่อ น้ำมูก น้ำปัสสาวะ อุจจาระ ฯลฯ สิ่งเหล่านั้น ตัวเราเองก็มี ถ้าคิดได้เช่นนี้ จะเกิดอาการคลื่นไส้

            2) ร่างกายคนเหม็นที่สุด ดูจากเมื่อคนเราตายลง เมื่อโลหิตหยุดไหลเวียน น้ำเหลืองไหลเยิ้ม ใบหน้าซีดเซียว หลายวันผ่านไป ร่างกายจะบวมส่งกลิ่นเหม็น ถึงแม้ผู้ตาย จะเคยเป็นนางงามจักรวาลก็ตาม เมื่อตายแล้วร่างกายก็เน่า เหม็นเหมือนกัน ความสวย ความน่ารักก็จะกลายเป็นของน่าเวทนาไป

            3) เห็นสาวสายให้คิดเสมอว่า สตรีในโลกนี้ล้วนเป็นญาติทั้งนั้น ผู้มีอายุสูงนับว่าเป็นแม่ อายุมากหน่อยเป็นพี่ อายุอ่อนกว่าเป็นน้อง เมื่ออายุอ่อนมากๆ ถือว่าเป็นลูกสาว คนไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน จะไปคิดล่วงเกินญาติตนคงไม่มี

            4) เห็นสาวสวยแล้วมีความคิดเช่นนี้ หากเราไปทำมิดี มิร้ายกับเธอ ลูกสาวหรือภรรยาสาวของเรา หากถูกคน อื่นทำมิดีมิร้ายบ้าง แล้วเราจะทำอย่างไร คิดได้อย่างนี้ ความ คิดลามกจะไม่เกิดขึ้น

            5) เมื่อความใคร่ผุดขึ้น ยากที่จะระงับได้ ท่านลองหาย ใจลึกๆ 3 ครั้ง หากมีสาวสวยอยู่ต่อหน้าเรา หรือทำท่ายั่วยุ ท่านควรคิดว่า การล่วงเกินเป็นการผิดศีล ต้องมีสติ คิดว่า ความสุขชั่วคราวจะนำผลร้ายตามมาไม่มีวันสิ้นสุด คนเรา ควรสังวรถึงผลร้ายที่จะตามมา 
ตาสวรรค์ดั่งฟ้าแลบ เรื่องเสพเมถุนไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ ใดจะถูกบันทึกไว้หมด  และจะปรากฏให้ดูเมื่อมายืนต่อหน้า กระจกส่องกรรม ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนดี

            6) การเป็นคน สิ่งแรกต้องมีสติ ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุ เย้ายวน ก็มีโอกาสที่เป็นเทพอยู่เบื้องบน หากขาดสติลุ่มหลง กามารมณ์ ก็จะเวียนว่ายตายเกิดไม่มีวันสิ้นสุ