Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ความสำคัญของศีลพระโอวาทพระพุทธจี้กง | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ความสำคัญของศีลพระโอวาทพระพุทธจี้กง

251 Views

          “ศีล” เป็นรากฐานเบื้องต้น ที่จะพาคนให้พ้นเวียนว่าย  มิรู้จักถือศีลเจ้าจะทำผิดกันมากมาย ไม่ถือศีลเหมือนมี รายรับไม่พอกับรายจ่าย จึงต้องใช้ศีลมาเป็นกรอบบังคับ ให้ทำความผิดกันน้อยลง ไม่ว่าใครบำเพ็ญในสายใด ล้วนแต่จะต้องรอบคอบระวังรักษาศีล ให้กาย วาจา ใจบริสุทธิ์

          เราบำเพ็ญปฏิปทาพระโพธิสัตว์กัน ก็จะต้องระวังแม้ สิ่งละเอียดเล็กน้อย มิฉะนั้นทุกขณะที่เกิดความคิด จิตสำนึกของเจ้าก็จะไม่บริสุทธิ์ ธรรมปฏิบัติมีหลายแนว ทาง  ที่เหมือนกันคือการถือศีล  ไม่ว่าจะเป็นลัทธิใด “ศีล” จะเป็นธรรมปฏิบัติร่วมกันอย่างแน่นอน ฉะนั้นวันนี้อาจารย์ จึงจะพูดเรื่อง “ศีล”  ให้พวกเจ้าเข้าใจ ให้ไปรักษากันเอาไว้ ไม่ใช่ให้รักษาเพียงปณิธานสิบ รหัสคาถา แล้วก็จะพ้นเวียน ว่ายตายเกิด

          ถ้าเอาแต่ท่องทุกวัน แต่ไม่ตัดตัว “ต้นคิด” ไม่ตัดรากเหง้าของความผิดบาปทั้งหลายก็จะเข้าข่าย 

          “ดายหญ้าไม่ขุดรากเหง้า
ลมฝนพัดเจ้าก็แตกยอดดอกใบ”

          รากเหง้าของความผิดบาป จะต้องตัดขาดขุดถอนให้สิ้น โดยเด็ดขาด  อริยวิสัยในตัวของเจ้า  (จิตพุทธะ) จึงจะเจริญ วัย ปัญญาของเจ้าจึงจะเบิกบานแจ่มใส ศีล สมาธิ ปัญญา ศีลนำมาก่อน การได้พบวิถีธรรมหนทางตรง ในยุคสุดท้ายนี้  เนื่องจากรากฐานของเหล่าเวไนย ค่อนข้างหยาบ จึงไม่อาจ เห็นจิตเดิมแท้ของตนได้ทันที ไม่อาจสำรวมรักษาตนให้ บริสุทธิ์ได้  จำต้องอาศัยศีลเป็นครู

          เมื่อไม่อาจใช้จิตเดิมแท้เป็นตัวรู้ได้ จึงต้องใช้ศีล เป็นครูนำทาง ถือศีลช่วยให้ครอบครัวเป็นสุข สามีภรรยา ต่างถือศีล  ความผิดเรื่องชู้สาว  เหล้ายา อบายมุข ย่อม ไม่เกิดขึ้น ทุกคนในสังคมถือศีล บ้านเมืองไม่ต้องมีสถานี ตำรวจ โรงศาล ไม่ต้องใช้กฎหมายควบคุม อยากให้สังคม สงบสุข ทุกคนจะต้องถือศีลอาศัยศีลควบคุมตน

          ถือศีลช่วยให้เจ้าหลุดพ้น ศีลไม่ใช่เครื่องผูกมัดจำกัด เจ้า แต่ศีลเหมือนรางรถไฟ หากเจ้าแล่นออกนอกราง ก็จะอันตราย ศีลเป็นขอบเขต เมื่อเจ้าออกนอกขอบเขต สัญญาณไฟแดงจะเตือนภัย ทำผิดไปจากความเป็นคนก็คือ ละเมิดศีล 

          เสรีภาพ คือ ความเป็นตัวของตัวเอง ที่ไม่เป็นภัยต่อ อิสรภาพของผู้อื่น จึงต้องอาศัยศีลมาควบคุม 

          ถ้าทุกคนมีเมตตากรุณาประจำใจ ศีลก็ไม่มีผลอะไร สำหรับเจ้า

          ถือศีล คือ กำหราบตนเอง เสริมสร้างตนเองให้เกิด เมตตากรุณา กำหราบตัวเองไม่ให้เพ้อเจ้อ ไม่ลักขโมย ไม่โลภ อยาก ไม่เมาสุราขาดสติ ไม่มักมากในกาม

          ศีลช่วยให้เจ้าเดินเข้าสู่สัมมาสัมโพธิมรรค  อย่าเห็นศีล เป็นเครื่องผูกมัดพันธนาการ และอย่าเอาศีลมาเป็นเครื่อง วัดระดับการบำเพ็ญ หรือพิจารณาหาความผิดของคนอื่น เขาบังเกิดกุศลจิตจะรักษาศีล ให้เขาค่อยๆ ปรับสภาพไป

          ในอดีตชาติที่ผ่านมา เราต่างปลูกเมล็ดพันธุ์อันเป็นเหตุ และผลมากมายในสัญญาความจำ พอกพูนไว้นานเหลือเกิน แล้ว จึงยากที่จะกำจัดไป ทุกคนต่างมีอารมณ์มีอนุสัยที่นอน เนื่องแฝงอยู่นี่คือ จุดบกพร่อง จึงต้องอาศัยศีลค่อยๆ ปรับ สภาพ ค่อยๆ กำหราบตัวเจ้าเอง 

          อย่าได้กลัวการถือศีล สำหรับผู้บำเพ็ญ ศีลเป็นบันได ที่จะต้องก้าวขึ้นไป เพื่อมุ่งสู่วิถีโพธิสัตว์ เจ้าสร้างบุญกุศล กันโดยไม่เข้าใจ “ศีล”  เท่ากับเสื้อผ้าเปื้อนที่ยังไม่ได้ซักเอาออก  นำมาใส่ทีไรรอยเปื้อนก็ยังคงอยู่ อนุสัยในแต่ละ ชาติของชีวิตที่ได้สั่งสมไว้ มิได้ขจัดไป มันนอนเนื่องอยู่ใน สันดาน  เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยู่ในผืนนา ได้รับแสงแดดก็ จะแตกใบงอกงามขึ้นมาใหม่จึงกล่าวว่า

          “ดายหญ้าไม่ขุดรากเหง้า
ลมฝนพัดเจ้าก็แตกยอดดอกใบ”

          การจะกำจัดวัชพืชในจิตใจ ต้องอาศัยถือศีลเป็นหลัก จึงจะถึงรากถึงโค