เจ้าแม่กวนอิมสร้างดอกบัวหินช่วยปลดทุกข์ประชามีเมตตางดฆ่าสัตว์ปล่อยชีวิต

244 Views

เจ้าแม่กวนอิมสร้างดอกบัวหินช่วยปลดทุกข์
ประชามีเมตตางดฆ่าสัตว์ปล่อยชีวิต

อรหันต์จี้กงเสด็จประทับทรง วันที่ 2 มกราคม 2525 กลอนว่า: 

โปรดสรรพสัตว์ไม่ท้อทางกันดาร    ยกจิตใส่พานแลไกลอยู่เนืองนิจ
หนังสือดีทุกอักษรดั่งน้ำทิพย์          ธรรมพินิจชะล้างทุกข์ขุนเขา
ขนสรรพสัตว์พ้นทุกข์สู่สวรรค์          ทุกวันพระแม่เฝ้าคอยเจ้า
หนังสือนี้ดั่งคัมภีร์สอนทุกเช้า          พระเจ้าสืบชั่วฟ้ากาลนาน

        อรหันต์จี้กง: มนุษย์มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เดินอยู่บนเส้น ทางของมนุษยธรรม แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อย กระทำ สิ่งไร้มนุษยธรรม สูญเสีย “มนุษยธรรม” ไปก็เหมือนกับกระทำผิดต่อธรรมะสวรรค์ ธรรมะสวรรค์ ก็คือ กุศลจิต มนุษยธรรมก็คือธรรมะสวรรค์ ดังนั้นผู้ที่จะฝึกธรรมะสวรรค์ ต้องเริ่มฝึกจากมนุษยธรรมไป การโปรดสัตว์ทั้งสามแดนให้ ทั่วถึงนั้น จุดสำคัญเริ่มจากธรรมห้าข้อใหญ่ สืบเนื่องจากใจ คนไม่โบราณ มนุษยธรรมจึงเสื่อมเสีย ฟ้าดินจึงเสียธาตุแห่ง ความสมดุลไป สวรรค์ต้องการกอบกู้สภาพดวงจิตเดิม จึงประทานมหาธรรมมาให้ ดังนั้นผู้ที่จะฝึกฝนมหาธรรม ก็ต้องเริ่มจากมนุษยธรรม หลักธรรมของ “ขงจื๊อ” ก็ไม่ผิดไป จากธรรมะสวรรค์ ซึ่งเน้นให้คนปฏิบัติตามวินัย 3 ข้อ กับ หลักปฏิบัติ 5 ข้อ หลักปกป้อง 4 ข้อ และคุณธรรม 8 ข้อ ปัจจุบันผู้ฝึกฝนส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน จำเป็นต้องปฏิบัติ ตามมนุษยธรรม อยู่บ้านก็กตัญญูต่อพ่อแม่ สามีภรรยาก็รัก ใคร่กันดี พี่น้องก็รักใคร่กันดี เพื่อนฝูงต้องเชื่อถือ พูดก็พูด แต่ดีๆ ประพฤติก็ประพฤติแต่ความดี เมื่อประพฤติกุศลจน เต็มปรี่แล้ว ก็จะสร้างสวรรค์ตนเอง ได้เหมือนกับรูปแกะ สลักของเทพเทวดา ดีขึ้นไปเรื่อยๆ อีกจนเปรียบประดุจ พระพุทธรูป ดังนั้นก็จะเป็น “บุคคลตัวอย่าง” ที่อยู่ในมนุษย์โลกตำแหน่งบนสวรรค์ก็ได้ “จองที่” เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หลังจากละกายเนื้ออันจอมปลอมนี้ไปแล้ว ก็จะมีกายทิพย์อยู่ในสรวงสวรรค์ต่อไป อันนี้เป็นธรรมชาติของหนทางทิพย์ หยางเซิงเตรียมตัวออกเดินทางได้ วันนี้จะเดินทางไปยัง พระพุทธเจ้าโบราณที่ทะเลใต้ 

        หยางเซิง: จะไปยัง “จี้เต็กลิ้ม” อีกครั้ง ใจผมนี้ยินดีเป็น อย่างยิ่ง 

        อรหันต์จี้กง: ...มาถึง “จี้เต็กลิ้ม” แล้วพระมหาโพธิ สัตว์กวนอิม (อวโลกิเตศวร) ประทับอยู่ในบัวทอง พอเห็นเรา 2  คนก็ทรงพระสรวล! 

        หยางเซิง: ครั้งก่อน ผมกับอาจารย์ ทำหนังสือ “เที่ยว เมืองสวรรค์” ก็ได้มา ณ ที่นี้ครั้งหนึ่ง วันนี้วาสนาดีได้มีโอ กาสมานมัสการพระโพธิสัตว์ ที่จี้เต็กลิ้ม แดนสุขาวดีอีกครั้ง จิตใจเบิกบานยิ่งนัก “จี้เต็กลิ้ม” นี้เขียวชอุ่มขึ้น น้ำไหลแรง ขึ้นมีความรู้สึกชุ่มฉ่ำ     ข้างๆ  องค์พระโพธิสัตว์กวนอิมมีกอ ไผ่สีม่วงอยู่กอหนึ่งมีนกสีเขียวตัวหนึ่ง ยืนเกาะกิ่งไผ่ไว้ ในปาก ก็คาบสร้อยประคำ เห็นแล้วน่าพิศวง 

        อรหันต์จี้กง: พวกเรา รีบคารวะพระโพธิสัตว์ก่อน 

        หยางเซิง: ขอรับกระผม ลูกศิษย์ขอคารวะ พระมหา โพธิสัตว์ทะเลใต้ 

        พระโพธิสัตว์: มิต้องเกรงใจ ท่านทั้งสองลำบากมาก นะครั้งก่อนแต่งหนังสือ “เที่ยวสวรรค์-นรก” 2 เล่ม ครั้งนี้ ก็ได้รับเทวโองการให้แต่ง “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” แผ่บุญกุศลให้พวกสัตว์เดรัจฉาน มีกรรมเวรเกี่ยวพันกันมา ตั้งแต่ปางก่อน สวรรค์มีคำสั่งตกมาถึงตัวท่าน วันนี้ท่าน มาที่นี่  ข้าพเจ้ายินดีมาก  มีคำสั่งถึงเซียนไช้และเล้งนึ้ง   ให้นำน้ำชารับแขกทั้งสองท่าน 

        เซียงไช้-เล้งนี้ง: ขอรับ!... น้ำชาทิพย์เรียบร้อยแล้ว ขอเชิญได้ 

        หยางเซิง: อาจารย์นั่งอยู่บนดอกบัวหินที่อยู่ข้างสระ ดูเหมือนแปลกใหม่ อันนี้ทำด้วยอะไรกัน? 

        อรหันต์จี้กง: พระโพธิสัตว์ประทับอยู่บนดอกบัว อันนี้ เป็น “บัวน้ำ” แต่ที่เรานั่งอยู่นั้นเป็นบัวที่ขึ้นอยู่บนบก เรียกว่า “บัวบก” 

        หยางเซิง: ดอกบัวที่ขึ้นในน้ำนั้นเคยได้ยินมาแล้ว ดอก บัวที่ขึ้นบนบกพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก! ทำไมเมื่อครั้งก่อนจึงยังไม่ได้เห็น 

        อรหันต์จี้กง: วันก่อนเป็น “ยานเมตตา” ที่แล่นใน ทะเล วันนี้เป็น “ยานทิพย์”ที่แล่นบนบก ต้องมีวิชาผิดไปจาก ธรรมดา 

        หยางเซิง: อันนี้อธิบายได้อย่างไร? 

        พระโพธิสัตว์: เจริญพร! เห็นท่านทั้งสองสนทนาธรรม กันอยู่ ข้าพเจ้าก็ขอถือโอกาสนี้อธิบายให้ฟังก็แล้วกัน ดอก บัวขึ้นในน้ำแต่ก็มีดินโคลนให้รากเกาะอาศัย ถ้าหากไม่มี ดินโคลน ดอกบัวสีก็จะขาวจัด ก็เหมือนกับคนเรา ถ้าหากถือ ศีลจำพรรษาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะดวกสบาย การกินการอยู่ไม่ต้องอนาทรร้อนใจอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่ไม่มี “พิษร้าย” ก็จะไม่สามารถเกิดดอกที่มีสีสรรสวยสดได้ เช่นเดียวกับ คนเราตลอดชีวิต ถ้าหากไม่มีเคราะห์กรรม ลำบากความ สำเร็จของเขาก็เป็นไปอย่างธรรมดา คนเราเปรียบเสมือนลูก บอล   ภายนอกเป็นเนื้อหนัง   ภายในก็มีลมถ้าหากลูกบอลนี้ วางไว้ที่พื้นไม่เคลื่อนไหวก็เป็น  “บอลตาย”   หรือ “คนตาย” ถ้าหากกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นก็เป็น “บอลธรรมดา” ถ้าหากเอา ขึ้นมาบนมือแล้วตบลงบนพื้น ลูกบอลไม่เพียงแต่ไม่ตายเท่า นั้น มันยังกระดอนกลับขึ้นไปสูงกว่าท่านอีก ดังนั้นเมื่อจะกระทำต่อผู้ที่เราไม่พึงใจ ก็ควรเหลือเยื่อใยไว้สักสามส่วน (แบ่งเป็น 10 ส่วน) เปิดช่องทางไว้ทางหนึ่ง มิฉะนั้นการทำลายผู้อื่นจะกลายเป็นการทำลายตัวเอง ผู้ที่ประสบความ สำเร็จในโลกนี้ ส่วนใหญ่ผ่านความลำบาก และบ่มเรียนมา แล้วทั้งนั้น จึงสามารถกระโดดได้สูง ถ้าหากบัวไร้โคลนตม ก็ไม่สามารถผลิตดอกที่ขาวๆ ให้เห็นได้ บัวน้ำแม้จะอยู่ในน้ำ แต่ใต้น้ำก็เป็นดินโคลน ถ้าหากน้ำแห้งลง “บัวน้ำ” ก็มิใช่เป็น “บัวบก” หรอกหรือ เวลามีน้ำก็เรียก “ดินโคลน” เวลาไม่มี น้ำก็เรียกว่า “ดิน” เพราะฉะนั้นที่ท่านนั่งอยู่ตอนนี้ก็เป็นดอกบัวที่เกิดบนดิน คุณสมบัติมันแข็งกระด้างจึงเรียกว่า “บัวดิน” อันนี้มีไว้เพื่อความสะดวกของผู้ที่ฝึกฝนธรรมะได้ใช้นั่ง 

        หยางเซิง: ทำไมไม่ให้เขานั่งบน “บัวน้ำ” กลับให้เขา นั่งอยู่บน “บัวหิน” เล่า? 

        พระโพธิสัตว์: อันนี้เนื่องจากอยู่ในวาระสุดท้ายที่ กำลังโปรดสรรพสัตว์ พวกเราส่วนใหญ่ฝึกธรรมะอยู่ที่บ้าน ครึ่งเทพครึ่งปุถุชน น้อยนักจะมี “พูท้วง” ไว้นั่ง แต่ละวันก็นั่ง อยู่บนเก้าอี้ไม้ เพื่อความสะดวกของผู้ฝึกฝนธรรมะที่อยู่บ้าน ก็สามารถที่จะสำเร็จเป็นพระได้  ดังนั้นที่แดนสุขาวดี  จึงมี “บัวหิน” อยู่ทั่วไปหมด 

        หยางเซิง: ท่านโพธิสัตว์มีมหาเมตตา     เพื่อโปรด สรรพสัตว์ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ที่ถือศีล ที่สละจิตใจ ประทาน “ดอกบัวหิน” แก่คนทุกผู้ทุกวัย ศิษย์ขอขอบคุณ แทนผู้คนในโลกด้วย 

        อรหันต์จี้กง: อาฮ้า! อ้อมอกสวรรค์เต็มไปด้วยเมตตา เพียงขอให้ผู้คนอยู่ในโลก นั่งได้ตรงบนเก้าอี้ไม้ จิตใจตั้งตรง ดินกิเลสก็จะกลายเป็น ดินสะอาด เก้าอี้ธรรมดาก็จะเป็น ดอกบัว ทุกๆ คน มีส่วนในแดนสุขาวดี 

        หยางเซิง: ถ้าเช่นนี้ทุกๆ คนในโลกนี้ก็กลายเป็นพระ หมดนะซิ? 

        พระโพธิสัตว์: ใช่แล้ว! อยากให้ทุกๆ คนในโลกนี้เป็น พระไปหมด แต่ก็มีสักกี่คนในโลกนี้นั่งได้ตรง จิตใจสะอาดที่จริงมีโอกาสดีอย่างนี้ ไม่ต้องให้ผู้คนต้องขึ้นเขาลุยน้ำ เดิน ทางเป็นหมื่นลี้ เที่ยวเสาะหาอาจารย์เทพเทวดาแปลงร่างมา สู่ครอบครัว เธอช่วยชี้แนะ เพียงแต่หมั่นฝึกฝนธรรมะ เพียง แต่ประพฤติได้ตรงภายในบ้าน (จิต)  ภายนอกบ้าน  (กาย) กวาดล้างให้สะอาด แม้บนดินก็นั่งได้บนหญ้าก็นอนได้ ทำให้ โลกนี้กลับกลายเป็นสวรรค์ มิดีหรอกหรือ? 

        หยางเซิง: พวก “ดอกบัวหิน” เหล่านี้ ทำไมมีประกาย รัศมีออกมา   แล้วยังมีชื่อจารึกอยู่ด้วย    ในบรรดาดอกบัว ทั้งหลายมีชื่อของเพื่อนร่วมสำนักเดียวกันอยู่ด้วย 

        พระโพธิสัตว์: เจริญพร! สำนักเซินเต๋อถัง มีผู้ทำความ เพียรได้สูงอยู่หลายคน ศึกษาหลักธรรม ฝึกฝนมหาธรรม สร้างบุญบารมีมิใช่น้อย จนสามารถประสานนอกและในเข้าด้วยกันได้ มีความอดทน ดังนั้นที่แดนสุขาวดี จึงปรากฏดอกบัวอันเป็นตำแหน่งที่ตามแต่บุญบารมีที่สั่งสม ดอกบัวเหล่านี้จะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับพื้นจิตของแต่ละคน   บุญกุศลแปร เปลี่ยนหากอยากได้ตำแหน่งบนสวรรค์ พึงสร้างบุญกุศลเสียในโลกนี้ดังคำที่ว่า “งานขึ้นอยู่กับคน” 

        หยางเซิง: ข้างๆ พระโพธิสัตว์ มีนกตัวหนึ่งเกาะอยู่บน กิ่งไผ่ปากคาบสร้อยประคำ ขับร้องอยู่ที่นั่น และก็สามารถ นับลูกประคำไปได้รอบๆ เหมือนกับผู้คนกำลังสวดมนต์อยู่ น่าสนใจจริง ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วขับร้องอะไรกัน? 

        พระโพธิสัตว์: เจริญพร! นกสีเขียวตัวนี้ เป็นนกเทพ ที่อยู่ข้างกายเจ้า ถูกยกย่องเป็น “แชล้วง” ปากคาบสร้อย ประคำกำลังสวดมนต์ วันนี้จะอธิบายเกี่ยวกับสัตว์ปีก พิเศษเหนือธรรมดาอย่างหนึ่ง กลับมามองที่ปากของคน ไม่มีปัญญาพูดจาแต่คำที่ดี สามารถพูดจาส่อเสียด พูด หลอกลวง โกหก ตลบตะแลงวาจาเหี้ยมโหด คิดแล้วสู่สัตว์ ปีกไม่ได้ เพราะมันยังสามารถร้องเพลงที่ไพเราะเพราะ พริ้งได้ เมื่อคนได้ยินแล้ว ก็คลายกลุ้มไปได้  นกน้อยใน “จี้เต็กลิ้ม”เฝ้าสวดมนต์เพื่อบรรลุธรรม ชาวโลกยังไม่รีบรักษาวาจาศีล กลับเนื้อกลับใจอีกหรือ “จี้เต็กลิ้ม” เป็นธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ของแดนสวรรค์ไผ่สีม่วงสูงเสียดฟ้า หญ้าเขียวขจีนุ่มนวล น้ำไหลกระเซ็นซ่าน ถ้าสามารถมาอยู่ที่นี่หนึ่งวัน ก็เหมือน อยู่ในโลกหนึ่งปี ดอกบัวหิน พื้นหญ้าเขียวนั่งแล้วสบายจริงๆ ที่นี่ได้ตระเตรียมที่นั่งสำหรับชาวโลกไว้แล้วมากมาย “ที่นั่ง ชั้นหนึ่งทั้งนั้น” ขอให้ชาวโลกได้โปรดขึ้นยานทิพย์พร้อมๆ กันเถอะ! 

        หยางเซิง: นกน้อยช่างมีบุญบารมีสูง ขอเรียนถาม พระโพธิสัตว์กวนอิม หนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” ใกล้ จะอวสานความตั้งใจของพระโพธิสัตว์นั้นใหญ่หลวง “จะโปรดสัตว์ให้หมดโลกจึงเข้าสู่นิพพาน” แต่ว่า “โปรดสัตว์เดรัจฉาน นั้นง่ายโปรดคนนั้นยาก” ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา มนุษย์สะสม แต่เวรกรรมกระดูกกองดั่งภูเขา มีบ้างที่คิดจะฝึกฝนให้บรรลุ ธรรม แต่เนื่องจากร่างกายมักมีโรค ครอบครัวก็ไม่สงบสุข ลูกหลานไม่กตัญญู กระทำการสิ่งไร้คุณธรรมต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ผู้ที่คิดจะฝึกฝนทำความเพียร แม้ใจจะตั้งมั่น แต่ก็ไม่มี พละกำลัง พระมหาโพธิสัตว์มีความต้องการจะโปรดสัตว์ให้หมดโลก จะช่วยกรุณาแนะนำหนทาง เพื่อให้ผู้ที่จะทำความ เพียรได้มีจิตใจและร่างกายแข็งแรง ไร้ซึ่งทุกข์โศก จะได้ฝึก ฝนได้ง่ายขึ้น วิญญาณจะได้มีโอกาสสำเร็จเป็นพระได้ 

        พระโพธิสัตว์: ถึงแม้นข้าจะมีความตั้งใจโปรดสัตว์ก็ตาม แต่ผู้คนหลงระเริง ไม่ยอมตัดความอยากมาฝึกฝนตัว ดังนั้นยิ่งจมยิ่งลึก ทะเลทุกข์ไหลไปเรื่อยๆ หลงอยู่ในทาง สามแพร่ง   ไม่อาจสำเร็จเป็นพระได้  มีคำกล่าวว่า  “พระไม่ สามารถโปรดคนได้คนต่างหากที่จะโปรดตนเอง” เพื่อหนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” จึงจะแนะทาง “โปรดตนเอง ให้เป็นพระ” แต่ไหนแต่ไรมา ผู้คนในโลกนี้ชอบกินเนื้ออ่อน  แอกว่า ผู้คนแก่งแย่งกัน คนและสัตว์เดรัจฉานก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากคนไม่ยอมปล่อยสัตว์เดรัจฉาน    กินเลือดกินเนื้อ เพื่อดำรงชีวิต ดังนั้นนิสัยคนและสัตว์จึงผสมกันเลือดลม ของคนและสัตว์ ไม่อาจเข้ากันได้ ทำให้เป็นบ่อเกิดของโรค ดังนั้น คนที่กินเนื้อสัตว์ สัญชาติของคนและสัตว์จึงปะปนกัน จึงทำลายจิตใจของคนเข้า เลยทำให้คนเราจิตใจไม่เก่า จึงพบหน้าคนใจสัตว์เต็มไปหมด จะเห็นได้จากคนที่เจริญ แล้วในสังคม แต่กระทำสิ่งที่ป่าเถื่อน บาปกรรมสร้าง สมกันมา คนก็เริ่มเบียดเบียนถิ่นที่อยู่ของสัตว์ ทำอันตราย ต่อชีวิต ดังนั้นคนจึงลดฐานะลงจนจิตใจอยู่ระดับเดียว กับพวกสัตว์ ยังความห่างไกลจากหนทางสู่ความสำเร็จของ พระไป   ดังนั้น    ถ้ายังต้องการกลับไปสู่หนทางของความ สำเร็จเป็นพระล่ะก็  ต้องถือมังสวิรัติปลดปล่อยสัตว์   เพื่อ ชำระจิตให้ใสสะอาด และยังต้องช่วยเหลือให้สัตว์เหล่านั้น ให้สำเร็จธรรมะด้วย กระทำเช่นว่านี้ได้ แน่นอนทีเดียว เราก็ ใกล้สำเร็จความเป็นพระได้ 

        หยางเซิง: ขอเรียนถามพระโพธิสัตว์ว่า การงดเว้นการ ฆ่า งดเว้นการกิน ปลดปล่อยชีวิต มีหลักการอย่างไร วิธีการ ช่วยเหลือสัตว์ให้สำเร็จธรรมะได้อย่างไร กรุณาเล่าเพื่อให้ผู้คนได้เจริญรอยตามจะได้ไหมครับ? 

        พระโพธิสัตว์: ได้ซิ เป็นการดีทีเดียว ข้าจะเจียระไนให้ ฟัง 

        ข้อหนึ่ง: งดการฆ่า.....สัตว์วิญญาณ มีเลือดเนื้อ น้ำตา มีเจ็บปวดทรมานและมีจิตใจ โดยใช้เมตตาธรรมและความ กรุณาจึงทนดูการฆ่าไม่ได้ เม่งจื้อกล่าวว่า “สุภาพบุรุษต้อง อยู่ห่างห้องครัว” นั่นก็คือ ไม่อยากให้มีการฆ่า ไม่อยากเห็น การฆ่า มนุษย์ที่มีจิตรักสัตว์ ระหว่างคนด้วยกันก็จะไม่มีการต่อสู่ ฆ่าฟันกัน ฉะนั้น การงดเว้นการฆ่าสัตว์จึงเป็นพื้นฐาน หล่อเลี้ยงจิตใจคน ให้เกิดความเมตตากรุณา

        ข้อสอง: งดการกิน....   เมื่อไม่ฆ่าแล้ว  ก็ต้องไม่กิน เนื่องจากไม่กินก็เป็นผลให้คนฆ่าน้อยลงหรือไม่ฆ่า พวกพืช ผักมีคุณค่าเพียงพอสำหรับมนุษย์ และไม่มีอันตราย เนื่องจาก พวกสัตว์ต่างๆ ไม่มีการอาบน้ำชำระร่างกาย พวกจุลชีพ จึงเข้าอาศัยอยู่ได้ง่าย คนที่กินเนื้อก็จะได้รับเชื้อโรค ทำให้ เกิดโรคฝีร้าย มะเร็งต่างๆ ได้ นายแพทย์ก็ไร้ปัญญา ในที่สุด ก็ต้องทิ้งสังขารนี้ไป ยิ่งกว่านี้คนที่กินเนื้อ ก็มักจะได้รับการ  ก่อกวนจากวิญญาณสัตว์  ทำให้จิตของคนทุกวันนี้ไม่ปกติสุข ซึ่งทำให้โรคภัยไข้เจ็บทวีขึ้น   จึงอยากให้ชาวโลกเลิกรับประ ทานเนื้อ หันมาถือมังสวิรัติแม้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่สะดวก การกินที่อัตคัด เมื่อถือมังสวิรัติแล้ว จิตใจก็ไม่ทุจริตหลอก ลวงและปล้นจี้เกิดขึ้น

        ข้อสาม: ปลดปล่อยสัตว์.... เมื่อสามารถงดเว้นการฆ่า สัตว์ งดการกินเนื้อสัตว์แล้ว ก็ยังไม่พอเพียง เพราะยังมีสัตว์ พวกนก พวกปลา และเต่าที่ยังถูกฆ่าอีกจำนวนมากมาย เพื่อให้จิตเกิดความเมตตา ก็ซื้อหาสัตว์มาปล่อย ให้มันมีชีวิต อย่างอิสระ! เป็นการช่วยเหลือให้พ้นจากคุมขังรอดจาก การสังหาร  สัตว์เหล่านี้จะรำลึกถึงบุญคุณ  โดยไม่อาจจะ กล่าวเป็นคำพูดได้ถูกต้อง การที่พวกมันต้องไปเกิดเป็น สัตว์นั้น ก็ล้วนมีสาเหตุเกิดจากทำบาปหนัก ตั้งแต่ชาติก่อน  โดยเฉพาะละเมิดศีลข้อหนึ่ง คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ ควรได้ รับโทษประหาร แต่ผู้ที่มีเมตตาจิต ควรอโหสิกรรมให้พวก มันเสีย นับประสาอะไรที่มันก็ไม่ได้ทำอันตรายเรา และไม่มี ความสามารถด้วย! มนุษย์สามารถปล่อยสัตว์ต่อเมื่อ ทรวงอกเต็มไปด้วยเมตตาจิต  และมีนิสัยมานะอดทนด้วย

        งดการฆ่าสัตว์ งดการกินเนื้อสัตว์ ปลดปล่อยสัตว์ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นแบบฝึกหัดสำหรับคนที่ทำความ เพียร เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจ ทำวิญญาณให้ใสสะอาดขึ้น วิธีช่วยให้สัตว์เดรัจฉานได้ฝึกฝนธรรมะนั้น ก็คือ ช่วยกันเผย แผ่รายละเอียดของหนังสือ    “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” ทำให้คนมีความเห็นอกเห็นใจรักใคร่สัตว์  ยังสามารถถ่าย ทอดความรู้สึกในจิตของสัตว์อีกด้วย ให้พวกมันได้มีโอกาส สร้างคุณงามความดี เพื่อลบล้างความผิด ถ้าหากผู้คน ต้องการลบล้างบาปเวรที่ก่อไว้ เพื่อบรรลุพระอรหันต์ ก็ควร ช่วยกันพิมพ์หนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” ไปเผยแผ่ เพื่อให้ชาวโลกเข้าใจว่า ที่แท้สัตว์ก็เกิดจากคนเวียนมา เกิดนั้นเอง ควรมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตดำรงอยู่ในโลก  ด้วยเหตุ ฉะนี้ จึงจะสามารถระงับอารมณ์ความโหดร้ายทารุณลง เพื่อ ให้โลกมนุษย์นี้       กลับกลายเป็นสุขาวดีแดนพุทธเกษตร มนุษย์และสัตว์อยู่กันอย่างสันติสุข เพื่อเพื่อนมนุษย์ เพื่อ ผู้อื่น เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะเกิดความร่มเย็นกันทั่วหน้า เป็นแดน บริสุทธิ์ในโลกมนุษย์ ก็เท่ากับสมความตั้งใจของข้าที่จะโปรดสัตว์ให้หมดโลก ก่อนเข้าสู่พระนิพพาน 

        อรหันต์จี้กง: สิ่งต่างๆ ทั้งหมดที่พระโพธิสัตว์กล่าวมาก็คือความเมตตาของสุขาวดีแดนพุทธเกษตร 

        พระโพธิสัตว์: โชคดีที่พุทธศาสนิกชนของพวกเราที่ส่งเสริมให้งดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และเชิญชวนให้ปลดปล่อยสัตว์ ดังเช่นเอกสารงดการฆ่าสัตว์ ของพระอาจารย์สระบัว และ สานุศิษย์ “ลี่อี้เจ๋ง” ที่พรรณนา “ความเจ็บปวดของสัตว์” เป็นเครื่องเตือนสติคน ซึ่งเหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่ หยางเซิงจะเอาไปเสริมในหนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์ โลก” ก็ได้