Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
หนังสือร้องทุกข์ของสัตว์เดรัจฉาน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

หนังสือร้องทุกข์ของสัตว์เดรัจฉาน

255 Views

เจ้าแม่ถือมังสวิรัติ อย่าฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเอามาเซ่นไหว้

          ประวัติเจ้าแม่เป็นชาวเมืองมี้จิว อำเภอโป้วชั้ง มณฑล ฮกเฮี้ยน ในสมัยราชวงศ์ซ้องชื่อฮุ้งมิก แซ่ลิ้ม ตั้งแต่เล็กก็กินเจสวดมนต์ไหว้พระ ฝึกฝนความเพียรจนบรรลุนิพพาน ได้รับ ราชโองการจากเง็กอ้วงฮ่องเต้ ให้เป็นเจ้าแม่แห่งสรวงสวรรค์ โดยปกติมักอวตารมาช่วยชาวประมงอยู่เป็นนิจ ด้วยเหตุฉะนี้ ชาวเมืองทางมณฑลตะวันออกเฉียงใต้ จึงนับถือยิ่งนัก เจ้าแม่ มีความเมตตากรุณา ผู้สวดอ้อนวอนมักจะได้รับการช่วย เหลือ มีปรากฏเป็นหลักฐานสืบทอดกันมานับร้อยๆ ปี จึงเป็น ที่นับถือของชาวประมงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ชาวประมงจึงเซ่นไหว้และนับถือเป็น “เจ้าแห่งท้องสมุทร” 

          ไม่กี่ปีมานี้ ด้วยการปกครองของรัฐบาลไต้หวัน ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ประชาชนมั่งมีศรีสุข ถึงแม้ วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าก็ตาม แม้แต่ชาวเมืองที่ไม่ได้เป็น ชาวประมง ก็พากันเคารพนับถือมากมายนับไม่ถ้วน เนื่อง จากคมนาคมสะดวก ศาลเจ้าทุกแห่งจะมีพวกนับถือไป กราบไหว้มากมาย โดยเฉพาะวันคล้ายวันเกิดในวันที่ 23 เดือนสามของปฏิทินจันทราคติ จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน มากมาย 

          อย่างไรก็ตาม พวกที่นับถืออย่างจริงใจ ก็ยังมีความผิดพลาดที่มหันต์อยู่อันหนึ่งนั้นก็คือ เมื่อเจ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ เจ้าแม่ถือมังสวิรัติ แต่ปัจจุบันพวกสาธุชนก็ยังคงฆ่าสัตว์ตัด ชีวิตเอาสัตว์ไปเซ่นไหว้เจ้าแม่ แม้จะได้รับการเซ่นไหว้เช่นนี้ แต่เจ้าแม่รับไม่ได้ ยังไม่พอเจ้าแม่ทุกข์โศกหลั่งน้ำตาสงสาร สัตว์เหล่านั้นที่ถูกฆ่า  อันนี้เป็นนิสัยที่สืบทอดมา  และก็ไม่มี ใครแนะนำชักจูงให้ใช้ดอกไม้สด และผลไม้มาเซ่นไหว้ก็พอ

          เนื่องจากเจ้าแม่มีมหาเมตตากรุณา ช่วยเหลือมวล มนุษย์มากมาย ให้พ้นจากเคราะห์กรรม ถ้าหากพวกเรา จะตอบแทนบุญคุณเจ้าแม่ นับถือเจ้าแม่ละก็ พยายาม ทำความดีก่อกุศล ช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยสังคม จึงจะเป็น ที่ต้องประสงค์ ประกอบความเพียรและกินเจ ถ้าจะมากราบ ไหว้ที่ศาลเจ้า ก็ควรกินเจอาบน้ำให้สะอาดจิตใจผ่องใส สำรวมมารยาทเพียงคำนับ หรือไหว้ หรือคุกเข่าไหว้ก็ตาม จิตใจเต็มไปด้วยความนับถือ เท่านี้ก็เป็นการเพียงพอแล้ว ทำไมต้องตัดชีวิตสัตว์มาเซ่นไหว้? หรือพวกที่อยากจะขอความ เมตตาให้ช่วยเหลือเพียงธูปเทียนดอกไม้ และผลไม้แล้วนั่งอธิษฐานแสดงความในใจเจ้าแม่ก็จะรับรู้ ก็เป็นการเพียงพอ แล้ว ทำไมต้องฆ่าสัตว์อีกเล่า? หากว่าระลึกถึงบุญคุณ เมื่อ เข้ามายังศาลเจ้าแล้ว กล่าวถวายสิ่งที่ปฏิบัติดีคุณธรรมที่ สร้างไว้ กราบเรียนต่อหน้าเจ้าแม่ก็จะเป็นที่ชื่นชมของเจ้าแม่มาก? ดีกว่าต้องเสียเงินเสียทองไปซื้อกระดาษเงินกระดาษ ทองมาไหว้เจ้าแม่ซึ่งท่านไม่ได้ใช้?    หากจะฉลองวันคล้าย วันเกิดของเจ้าแม่ ยิ่งไม่ควรฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นอันขาด มีประวัติกล่าวว่า   ตอนเจ้าแม่มีชีวิตอยู่ในโลก เป็นลูกที่ กตัญญูมาก วันลาโลกของแม่ จะต้องสวดมนต์สักการบูชา พระ เพื่ออุทิศกุศลให้พ่อแม่มีอายุยืนยาว แต่ทุกวันนี้ เมื่อถึง วันคล้ายวันเกิดเจ้าแม่มีการฆ่าสัตว์เป็นการใหญ่ เป็นวัน ที่สูญเสียชีวิตสัตว์ แล้วเอาสัตว์นั้นมาไว้บนโต๊ะบูชา เพื่อขอ พรให้อายุพ่อแม่ยืนยาว หรือขอพรกับเจ้าแม่ หรือเอามา แก้บนต่อเทพเจ้า ยิ่งดูน่าเศร้าสลด แม้แต่มดน้อยตัวหนึ่ง ที่ไร้ปัญญา เจ้าแม่ก็ยังเมตตาไม่ถือโทษ เจ้าแม่ผู้มีมหาเมตตา จะไม่เศร้าสลดใจได้อย่างไร? กับการกระทำข้างต้นนี้ 

          เจริญพร! สวรรค์อยากเอ่ยแต่ไม่มีวจี อยากพูดก็ไม่มีเสียงมีใครรู้บ้างไหมว่าวันคล้ายวันเกิด เจ้าแม่เพ่งมองมายังเบื้องล่างสรรพสัตว์ไม่ยอมฝึกฝนความเพียร เอาแต่เล่ห์เหลี่ยมต้มตุ๋นเงินทองไม่สะสมบุญบารมี ตรงกันข้ามก็เอา แต่ขอให้พระช่วยเหลือ หรือถามหมอดูวุ่นวายไม่หยุดหย่อน สูญเปล่าไปชั่วชีวิต ตกอยู่ในทะเลทุกข์วนเวียนไม่จบ ตอนนี้ จิตของเจ้าแม่คงทุกข์โศกยิ่งมิใช่หรือ? และยิ่งได้เห็นวัน คล้ายวันเกิดของตนเอง ผู้คนกลับสร้างบาปก่อเวรหนักยิ่งขึ้น (ฆ่าสัตว์เอามาเซ่นไหว้)  ชาวบ้านไม่เข้าใจ  “กฎแห่งกรรม” กันเลย ตรงข้ามซากสัตว์บนโต๊ะบูชา  เอามาขอบุญต่อชีวิต เจ้าแม่ก็ได้แต่เศร้าเสียใจหลั่งน้ำตามิใช่หรือ? ดังนั้นจึงใคร่วิงวอนผู้คนที่อยากกราบไหว้เจ้าแม่ จงประพฤติแต่กรรมดี อ้อมอกสวรรค์แผ่กรุณา โดยเฉพาะผู้ที่จะตอบแทนเจ้าแม่ ควรประพฤติดีต่อสังคม สร้างคุณงามความดี ตัดโลภ โกรธหลง เคารพฟ้าดิน เคารพเจ้า เทวดา เคารพพ่อแม่  เคารพบัณฑิต ต้องไม่พูดกล่าวร้าย พูดแต่ความดีอย่าพูด ปลิ้นปล้น อย่าพูดส่อเสียด จงพูดแต่หลักธรรมตักเตือน ให้ผู้อื่นประพฤติดี รักษาศีล ประกอบความเพียร ถ้าจะสร้าง บุญบารมี ก็จงบริจาค ข้าว โลงศพ สร้างสะพาน สร้างทาง ซ่อมสร้างศาลเจ้า วัดวาอาราม สร้างพระ พิมพ์หนังสือธรรมะ บริจาคทรัพย์อย่าขี้เหนียว ออกแรงก็ไม่บ่น ไม่คิดให้ผลตอบแทนไม่ต้องให้คนรู้ ทำบุญอยู่ตลอด ถ้าหากอวยพร ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็ใช้แต่มังสวิรัติ เช่น ขนมท้อ เส้นหมี่ ผลไม้ ถ้าหากใคร่ใช้สัตว์ ก็ใช้ถั่วทำรูปจำลองร่างสัตว์ ไม่ควรฆ่า สัตว์ต่างๆ เหล่านี้ แม้จะไม่ขอพรสวรรค์ก็บันดาลให้ เจ้าแม่ ก็คุ้มครองด้วย 

ถ้าหากจิตศรัทธา ก็ใช้อาหารเจและผลไม้

          ถ้าหากท่านอยากจะเลี้ยงแขกที่กินเจสักคนหนึ่ง แต่ท่าน ก็เอาอาหารเนื้อสัตว์มาเลี้ยง ท่านลองคิดดูซิว่า แขกผู้นั้น จะกล้ากินหรือ? การกระทำเช่นนี้จะมีความเกรงใจหรือไม่? 

          เหตุผลก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากเธอรู้ว่าเจ้าแม่เป็นผู้ ถือมังสวิรัติ แล้วเราเอาอาหารเนื้อไปเซ่นไหว้ เธอคิดดูว่า เจ้าแม่จะรับหรือ? แล้วเรายังนับว่าเคารพนับถือหรือ? แต่ก็มีคนพูดว่า ลูกศิษย์ลูกหาของเจ้าแม่อาจกินเนื้อ แต่ชื่อ ที่เราเซ่นไหว้ก็คงเป็นชื่อของเจ้าแม่มิใช่หรือ? ดังนั้น “ถ้าหาก เป็นเทพเทวดา ก็ต้องไม่เสพเนื้อสัตว์” เทพเทวดาที่เที่ยง ธรรม ย่อมพอใจลูกศิษย์ลูกหากราบไหว้แต่ของเจ งดเว้น การฆ่าสัตว์ เพื่อตอบแทนฟ้าดินที่รักทุกชีวิต เมื่อเจ้าแม่ ถือเจ ลูกศิษย์ลูกหาย่อมได้รับการขัดเกลา อบรมบ่มนิสัย จากเจ้าแม่มานานแล้ว ก็ย่อมไม่ชอบเสพเนื้อ มิฉะนั้นจะได้ รับเป็นลูกศิษย์เจ้าแม่หรอกหรือ ดังนั้น เมื่อเธอมีจิตศรัทธา จริงก็จงใช้อาหารเจไหว้พระ ย่อมได้รับการคุ้มครองจาก พระแน่นอน 
ถามไม่ตอบ เนื่องจากไม่ควรใช้ซากสัตว์

          ประมาณ 2 ปี ได้ยินเขาเล่าว่า ในหมู่บ้านฮกเฮง มีบ้าน แซ่อึ้ง เป็นครอบครัวที่ซื่อสัตย์ และประพฤติธรรมอันดีงาม มีแม่ผัวและลูกสะใภ้ 2 คน ใช้อาหารเจไหว้พระ เนื่องจากใน ครอบครัวมีคนกินเนื้ออยู่มาก  ปีนั้นวันคล้ายวันเกิดของเจ้าแม่ ลูกสะใภ้คนเล็กของตระกูลอึ้ง ได้เตรียมเป็ดไก่ไปไหว้เจ้าแม่ ชุดหนึ่ง ไปไหว้เจ้าแม่ที่ศาลเจ้า  พอไหว้เสร็จก็เอาไม้ปวย ขึ้นมา ทำท่าไหว้ แล้วก็ถามเจ้าแม่ไปว่า ของที่นำมาไหว้นี้ พอใจหรือไม่ ผลปรากฏว่าไม่ทรงตอบ แม้จะโยนสักกี่ ครั้งๆ ก็คงเหมือนเดิม เลยถามว่ากระดาษเงิน กระดาษ ทองน้อยไปหรือ? ก็ไม่ใช่ เพราะลืมเอาเหล้ามา ถวายใช่ หรือไม่? ก็ไม่ตอบ หรือไก่ที่นำมาไหว้เล็กไปหรือ? ก็ไม่ใช่ หรือเพราะของที่นำมาไหว้น้อยไปหรือ? ก็ไม่ใช่ ถามไป ถามมา คิดไม่ออกฉับพลันจิตใต้สำนึก ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ เลยถามไปว่า “เป็นเพราะว่าศิษย์กับแม่ย่ากินเจ แล้วนำ อาหารสัตว์มาไหว้ เจ้าแม่ไม่พอใจใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็โปรด ตอบ” พอถามเสร็จก็โยนไม้ปวย ปรากฏว่าไม้คว่ำหงายอัน แสดงว่า “ใช่” เธอรู้สึกกลัว เลยบอกว่า ถ้างั้นก็ขออภัย และ คราวต่อไปจะงดอาหาร  เธอรู้สึกกลัว   เลยบอกว่าถ้างั้นก็ ขออภัยและคราวต่อไปจะงดอาหารสัตว์มาไหว้ จะนำอาหาร เจมาไหว้ ดังนั้นสองปีที่ผ่านมานี้ ลูกสะใภ้บ้านแซ่อึ้ง ก็นำแต่ ของเจมาไหว้ 

          อาหารเนื้อสัตว์ หมูเห็ดเป็ดไก่เต็มโต๊ะ
เจ้าได้รับแต่เพียงอาหารเจชุดเดียว

          มีตระกูลแซ่จัง ในเมืองจั้งฮัว ตั้งแต่ ปู่ ย่า จนถึงลูกหลานต่างก็กินเจทั้งสามชั่วโคตร ทั้งครอบครัวมีสุข บุญบารมีล้นฟ้า มีวันหนึ่ง  เป็นวันคล้ายวันเกิดของเจ้าองค์หนึ่ง   ผู้คนนำหมู เห็ดเป็ดไก่ไปไหว้กันเต็มโต๊ะไปหมด ยังกับแข่งขันแสดงอวด กัน คุณนายจังไปทีหลัง เนื่องจากครอบครัวกินเจ ก็เลยใช้ ถั่วลิสงทำเป็นรูปสัตว์ต่างๆ กัน ชุดเล็กๆ หนึ่งชุด มาไหว้ ตอนนี้บนโต๊ะก็เต็มไปด้วยเป็ดไก่ ไม่มีที่จะวางได้ คนเฝ้าศาล เห็นดังนั้นก็เลยช่วยนำอาหารเจชุดนี้ไปวางไว้เหนือโต๊ะ พอดี ลูกสะใภ้ตระกูลจังมาถึง แลเห็นว่าอาหารของบ้านตนเป็น อาหารชุดเล็กๆ เป็นที่สนใจของผู้พบเห็นในใจรู้สึกไม่ค่อย สบายใจ แต่ว่าไม่นานนัก พอเจ้าเข้าทรงเขียนออกมาว่า ใน บรรดาของที่นำมาไหว้มากมาย เจ้าได้รับเพียงอาหารเจชุด เดียวเป็นของศิษย์ตระกูลจัง ทำให้บรรดาเทพเทวดาต่างยินดีเป็นอย่างยิ่ง

          จากจุดนี้เอง ทำให้รู้ว่าเทพเทวดาไม่ต้องการให้ผู้คน ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ดีใจที่คนเอาอาหารเจมาไหว้ ดังนั้น ที่ๆ เทพ เทวดาอยู่จะปราศจากคาวโลกีย์ ก็ย่อมพอใจ ความสะอาด ของอาหารเจ เกลียดอาหารเหม็นคาวของเนื้อสัตว์ 
อรหันต์จี้กง: บทร้องทุกข์ของสัตว์นี้แยบยล ผู้คนย่อม มีความเข้าใจภายหลัง ไหว้พระไหว้เจ้า ไม่ควรฆ่าสัตว์ วันนี้ พอเพียงแค่นี้ เตรียมตัว 

          หยางเซิง: ขอบคุณ เจ้าแม่ที่ชี้แนะ ลูกศิษย์ขออำลา! 
          เจ้าแม่: คำสั่ง ให้ขุนพล ตีฆ้องลั่นกลองส่งแขก 
          อรหันต์จี้กง: เซินเต๋อถังถึงแล้ว คุณหยางเซิงลงจาก ปทุมทิพย์ วิญญาณกลับเข้าร่าง