จิตเดิมจรัสแสงแปลงร่างเป็นนกกระเรียนเดรัจฉานห้าชนิดเพียรถือศีลฝึกธรรมะ

147 Views

จิตเดิมจรัสแสงแปลงร่างเป็นนกกระเรียน

เดรัจฉานห้าชนิดเพียรถือศีลฝึกธรรมะ

 

อรหันต์จี้กงเสด็จประทับทรง วันที่ 9 ธันวาคม 2524 กลอนว่า: 

กระเรียนบินฉวัดตัดแสงใต้              ผมสูงในแผ่นดินมิอาจกั้น
สัตว์สวรรค์ปัญญาล้ำเหนือชนชั้น    ขั้นคนห่างด้วยสิทธิ
นกรู้เลือกต้นไม้อยู่อาศัย                 มาลัยถวายพระรู้สติ
รักตนสงวนขนธรรมสิริ                    ไร้ทุกข์ผินว่าอยู่สวรรค์

          อรหันต์จี้กง: เดรัจฉานร่างบุญรู้ใจคน สัตว์แสนรู้ รู้ภักดี ตรงกันข้ามมีคนจำนวนมาก ที่สูญเสียความเป็นคน เลวยิ่งกว่าสัตว์ก็มากมาย เส้นขนเป็นเกียรติยศของมนุษย์ มนุษย์จำนวนมากหวังแต่ชีวิตรอด ไม่เคยรักถนอม มัวแต่เล่น กับไฟ (กิเลส) จนไหม้เกรียม เผาผลาญจนไม่สามารถ จะมองหน้าคนติด ปกติคนเรามักใส่น้ำมันที่ผม ผัดแป้ง บนหน้า รักหน้าตา แต่การตกแต่งภายนอกเช่นนี้ไม่มีประ โยชน์ เสื้อผ้างดงาม บางคนก็เป็นสัตว์แปลงร่าง กิริยาวาจา ล้วนแล้ว แต่ขัดศีลธรรม เครื่องแต่งกาย เป็นชั้นจอมปลอม ถ้าฉันเอาของจอมปลอมเหล่านี้ออกไป ก็เห็นหน้าตาที่น่า เกลียด ทำให้ผู้คนที่พบเห็นสะพรึงกลัว ไม่เหมือนลูกหมา ลูกแมวช่างน่ารัก มนุษย์ยังอุ้มไว้ในอกอย่างใกล้ชิด หยางเซิง เตรียมตัวขึ้นปทุมทิพย์ 

          หยางเซิง: ขอรับ วันนี้อาจารย์จะไปที่ไหน? 

          อรหันต์จี้กง: ไปแดนใต้ 

          หยางเซิง: แดนใต้หนาวมากไม่ใช่หรือ? 

          อรหันต์จี้กง: ถึงแม้จะหนาว แต่ก็ต้องการความอบอุ่น จากจิตของธรรมะแผ่ไปได้ จิตคนแม้จะหนาวเหน็บ เราก็ ต้องมีศรัทธานำกุศลจิตไปอบรมเขา วันนี้เราไปที่สวรรค์ชั้น อรูปพรหมไปนมัสการท่านเทพแห่งแดนใต้ และกุมารเทพ กระเรียนขาว 

          หยางเซิง: จะได้พบท่านกุมารเทพกระเรียนขาว ต้อง นับว่ามีบุญวาสนามาก ขอเชิญอาจารย์ออกเดินทางได้ 

          อรหันต์จี้กง: มาถึงตำหนักอายุวัฒนะแดนใต้ รีบลง จากปทุมทิพย์ 

          หยางเซิง: ธรรมชาติที่นี่ช่างงดงามมาก หมู่ไม้เขียวขจี บุปผานานาพันธุ์บานสะพรั่ง มีน้ำไหลผ่านสะพานเล็กๆ หมู่นกกระเรียนยืนอยู่กลางสระ  ขนขาวดั่งหิมะ  ทำให้ผู้คน หลงใหล ข้างหน้ามีตำหนักภูมิฐานอยู่หลังหนึ่ง ข้างบนเขียนว่า ตำหนักอายุวัฒนะแห่งแดนใต้ 

          อรหันต์จี้กง: ที่นี่เป็นตำหนักของท่านเทพแดนใต้ ท่านเป็นดาวประจำอายุ ดังนั้นถึงมีชื่อเรียกว่า มหาจักรพรรดิ แห่งอายุวัฒนะ เป็นผู้อยู่เหนือเทพเทวดาทั้งหลาย มีประวัติ ยืดยาว เป็นเทวะรวมธาตุทอง หยางเซิงตามข้าเข้าไปข้างใน ไปนมัสการท่านเทวะทองคำกันเถอะ 

          หยางเซิง: ครับผม! “เดินตามอาจารย์เข้าไปในตำหนัก พอเข้าไปก็พบแสงดาวระยิบระยับ สาดส่องแสงต้องคน เป็นภาพที่พิสดาร ทันใดนั้นก็กระทบความเย็นสบายกลาง ตำหนักเห็นมีคนนั่งอยู่     (ผมขาวดังกระเรียนหน้าอ่อนวัย เหมือนเด็ก) มีหนวดขาวยาวดังไหม มือข้างหนึ่งถือไม้เท้า ลักษณะโอบอ้อมอารี ข้างๆ กายมีกุมารใส่เสื้อขาวยืนอยู่ น่ารักยิ่งนัก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม 

          อรหันต์จี้กง: วันนี้อาตมานำศิษย์หยางเซิงมานมัสการ ท่านเทพแดนใต้กับท่านกุมารกระเรียนขาว    ขอท่านเทพทั้ง สองช่วยชี้แนะให้ด้วย 

          เทพอาวุโส: เจริญพร! ตามที่อรหันต์จี้กงได้รับบัญชา จากสวรรค์ให้โปรดสัตว์ทั้ง 3 โลก นำพาคุณหยางเซิงเที่ยว ทั่วทั้งสามแดนเพื่อทำหนังสือเมืองนรก สวรรค์ สองเล่ม ช่วยเปิดประตูสวรรค์ ปิดประตูนรก จบแล้วยังรับคำสั่งจาก พระแม่แดนสุขาวดีพุทธเกษตร พาหยางเซิงสัมภาษณ์พวก สัตว์เดรัจฉานให้เล่าอดีตกรรมที่ก่อไว้ เป็นการช่วยเหลือ วิญญาณสัตว์ เตือนสติมนุษย์  คุณงามความดีอันยิ่งใหญ่นี้ พูดได้ว่าไม่เคยมีมาก่อน และหลังจากวันนี้ไปก็จะไม่มีอีก วันนี้ทั้งสองท่านมาถึงเมืองเทวดา  เทวดาชราภาพอย่างข้าก็ได้ เตรียมชาเล็กน้อยไว้ดื่มระหว่างสนทนา จะได้บรรยายเสียง ของจิตออกมา      มีคำสั่ง!  ให้กุมารตระเตรียมชาทิพย์และผลไม้ มาต้อนรับท่านอรหันต์จี้กงและคุณหยางเซิง 

          กุมารเทพ: รับสั่ง! ตระเตรียมพร้อมแล้วทั้งชาทิพย์ และผลไม้ 

          เทพอาวุโส: ท่านอรหันต์จี้กงและคุณหยางเซิง ขอเชิญ นั่ง ตลอดระยะเวลา 6 ปีผ่านมานี้ ท่านได้ระเห็จระหนไปทั่ว ทั้งสามแดนคงลำบากมากนะ!   ขอปลอมขวัญท่านด้วยของ เล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจ 

          อรหันต์จี้กง: ขอขอบคุณ ท่านเทพที่ต้อนรับด้วยของ มากมาย ศิษย์รักเราเข้าไปนั่งกันเถอะ! 

          หยางเซิง: โต๊ะหินเก้าอี้หินส่องแสงวาววับ นั่งแล้วรู้สึก เย็นสบายๆ 

          เทพอาวุโส: กุมาร! พวกเราก็นั่งกันเถอะ 

          อรหันต์จี้กง: วันนี้ได้มาที่นี่ ก็เพื่อให้ท่านกล่าววาจา ล้ำเลิศเพื่อนำลงในหนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” 

          เทพอาวุโส: ท่านทั้งสองไม่ต้องเกรงใจ เชิญดื่มน้ำชา ทานผลไม้ 

          หยางเซิง: ขอบพระคุณ ท่านเทพเมตตาประทานชา ทิพย์ผลไม้ทิพย์ กลิ่นหอมเชิญชวน ชานั้นชุ่มฉ่ำคอ มีรสชาติ แปลกต่างกัน 

          เทพอาวุโส: ผู้คนเขายกย่องว่า เทวดาชราอย่างข้าเป็น ดาวประจำอายุวัฒนะ ผลไม้และน้ำชาร้อนเป็นของต่ออายุ ทั้งนั้น เป็นเพราะเจ้าติดตามท่านอรหันต์ไปทั่วสามแดน เพื่อ แต่งตำราพิสดารนี้ปลอบเตือนชาวโลก สั่งสอนมวลมนุษย์ บุญบารมีมากล้น เสียพลังงานและจิตใจไปมาก ดังนั้นวันนี้ จึงให้คนวิเศษแดนใต้ ช่วยบำรุงขวัญและจิตใจ! 

          หยางเซิง: ขอบพระคุณเป็นล้นพ้น 

          อรหันต์จี้กง: ที่มาในวันนี้ สาระสำคัญ อยากเชิญท่าน “กุมารเทพกระเรียนขาว” แนะนำประวัติตนเองเป็นคติ เตือนใจ เนื่องจากกระเรียนขาวเป็นสัตว์เทวดา มาจากการ หมุนเวียน 6 ช่องทางซึ่งอยู่ในพวกสัตว์ ทำอย่างไรจึงสามารถ มาอยู่แดนใต้อย่างเกษมสำราญ อยู่ใกล้กายท่านเทพอาวุโส ด้วย? 

          กุมารเทพ: ต้องการสอบประวัติของข้าหรือ? ก็ให้ พิจารณาขนของข้าก่อนเป็นไร กระเรียนขาว มีขนขาวบริสุทธิ์ ไม่มีสีอื่นเจือปน จิตใจของมนุษย์ ถ้าตลอดชีวิตสามารถรักษา ความสะอาด ให้ขาวดุจกระดาษขาวได้ โดยไม่มีแต้มสกปรก ก็ดุจมีคุณค่าสูงดังกระเรียน กระเรียนมีขนสีขาวและขาก็ยาว ขาก็ยืนอยู่บนความสกปรกของโคลนเลน   เนื่องจากมีลำขา ยาวธรรมชาติช่วยไม่ให้โคลนตมมาแปดเปื้อนกายได้ คนเรา ก็เช่นกันไม่ว่าจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมใดๆ ก็ตาม แม้ขาจะเหยียบ อยู่ในสังคมที่แสนสกปรก คาวโลกีย์ หรืออยู่ในหมู่คนชั่วมาก มายก็ตาม แต่กายใจสามารถคงความสะอาดบริสุทธิ์ได้ มันก็เหมือนนกกระเรียนที่รักขน ยิ่งอยู่ในความมืดเท่าไรยิ่ง เปล่งรัศมีความขาวสะอาดบริสุทธิ์เท่านั้น ฉันเองเดิมอยู่ บนเขาคุนหลุน (อยู่ในประเทศจีนตอนใต้) เป็นเณรฝึกฝน ธรรมะกับอาจารย์กว่าสิบปี เนื่องจากอยู่ในวัยเด็กชอบโลด โผน มีอยู่วันหนึ่งไม่ระมัดระวัง พลัดตกลงไปในเหว ขณะ ที่ร่วงหล่นนั้น เทพแห่งแดนใต้ขี่เมฆผ่านมาพอดี ก็ใช้ไม้ เท้ารับผมขึ้นมา นำมาที่แดนใต้นี้ ท่านรับไว้เป็นศิษย์ และ ฝึกฝนธรรมะตลอดวันตลอดคืน เพราะฉะนั้นเทพแห่งแดนใต้จึงเป็นทั้งอาจารย์และผู้ช่วยชีวิต อาจารย์เป็นเทพที่อาวุโสที่ สุดดังนั้นเมื่อผู้คนจะทำวันเกิด ก็มักจะอัญเชิญท่านมาอำนวย พรซึ่งได้อีกชื่อหนึ่งว่า         “มหาจักรพรรดิแห่งอายุวัฒนะ” อาจารย์เป็นตัวแทนแสดงถึงธรรมะสูงส่ง แต่สติหาเลอะเลือน แก่ลงไม่ มีผมขาวดังกระเรียนแต่หน้าตาเยาว์วัย แล้วก็แปลงร่างข้าให้เป็นกุมารกระเรียนขาว เนื่องจากข้าเป็นเด็ก จำเป็นต้องมีผมขาวดั่งกระเรียนมาประกอบ  จึงจะได้เป็นแบบเด็ก สะอาดและมีใบหน้าที่ขาวดูให้แก่ขึ้นมา 

          หยางเซิง: ท่านเทพแดนใต้ แปลงท่านให้เป็นกระเรียนขาวอย่างไรบ้าง? 

          กุมารเทพ: อาจารย์ท่านแปลงข้าให้เป็นกระเรียน ก็ เนื่องมีสาเหตุอันหนึ่งคือ อาจารย์กล่าวว่า “เมื่อก่อนเจ้าตก ลงเหวข้าได้ช่วยชีวิตไว้   แล้วยังฝึกฝนธรรมะให้ไว้ไม่ใช่น้อย ตอนนี้ข้าก็จะให้เจ้าตกเหวอีกครั้ง เจ้าต้องหาทางเอาตัวรอด เอง ถ้าหากไม่สามารถเอาตัวรอดได้ ข้าก็จะให้เจ้าลงไปเกิด เป็นมนุษย์     วนเวียนอยู่ในทะเลทุกข์ไม่มีวันได้มาอีก”    ข้าถูกอา จารย์พร่ำบ่นถึงชีวิตจะอาสัญ จิตใจได้แต่กลัวผวา พลางคิด ว่า ถ้าหากตัวเองไม่สามารถเอาชีวิตรอด ก็ต้องกลับไปอย่าง ไม่มีวันกลับมา พอสามวันให้หลัง อาจารย์ก็ได้บอกว่าเวลา ถึงแล้ว อาจารย์จะให้เครื่องแต่งกายสีขาวชุดหนึ่งรีบๆ ใส่เสีย ถ้าหากพลั้งเผลอเสื้อขาวก็จะแปดเปื้อนโคลน เสื้อผ้าจะขาด เป็นรู น่ากลัวจะไม่สามารถรักษาชีวิตให้รอดกลับมาได้ พอข้า เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจิตใจว่างเปล่า จิตระลึกแต่อย่างเดียวถึง ความเป็นความตาย พลางคิดว่าอาจารย์มีพระคุณช่วยชีวิต และพร่ำสอนมานานหลายปี    ทุกวันเฝ้าฝึกฝนหล่อหลอม บัดนี้ควรรับการเสียสละครั้งนี้ ไม่ว่าจะกลับมาได้หรือไม่ จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังเป็นอันขาด และแล้วอาจารย์ก็พาข้าเหาะไปยังเขาคุนหลุน แล้วก็เอาตัวข้าผลักลงข้างล่าง ขณะนั้นลำตัวข้าก็ตีลังกาเป็นรอบๆ จิตใจของข้าไม่สับสนแน่นิ่งเป็นจิตเดียวเนื่องจากจิตเป็นเอกัคตา (คือมีอารมณ์เดียว) ลิ่วลอยอยู่ในนภากาศ กลับกลายร่างเป็นกระเรียนขาว จึงไม่ต้องตกสู่วัฏสงสาร    เนื่องจากจิตคิดถึงแต่ทางรอด ฉับพลันนั้น     ร่างกายข้าเบาหวิวลอยขึ้นอยู่ท่ามกลางเมฆ เสื้อขาวก็กลายเป็นขนรูปร่างกลายเป็นนกกระเรียน บินร่อน อยู่ในนภากาศ ไม่ตกลงไปอีก ในขณะข้าตกใจด้วยความ ประหลาดที่เกิดขึ้น หูก็ได้ยินอาจารย์ร้องเรียกว่า “กุมารเทพ กระเรียนขาวกลับมาเถิด เจ้านับว่าเก่งพอที่จะอยู่ในสวรรค์ จิตยึดมั่นท่ามกลางเมฆหมอก ดังนั้นจึงไม่ตกลงสู่โลกมนุษย์” จากนั้นมาข้าก็เลยกลายเป็น “กุมารเทพกระเรียนขาว” 

          เทพแดนใต้: ข้าแม้จะเก่าโบราณ แต่เบื้องบาท (ข้างกาย) ยังมีกุมารเทพ แสดงถึงคนแก่ใจหนุ่มแน่น เปรียบ ประดุจสวรรค์ที่ไม่แก่ เทพชราอย่างข้าก็คือ “มหาจักรพรรดิ แห่งอายุวัฒนะ” ผู้คนหากต้องการต่ออายุละก็ ต้องเป็นดั่ง เทพชราที่มีจิตเยาว์วัย 

          กุมารเทพ: ข้าถึงแม้นเป็นกระเรียนขาว เนื่องจากได้รับ การฝึกฝนมานานปี  จึงสามารถแปลงร่างเป็นกุมารได้ ฝึกฝน เต๋าสำเร็จแปลงร่างเป็นเรื่องง่ายๆ อันนี้คือเรื่องราวของข้าละ! 
เทพแดนใต้: กุมารเทพก็ได้กล่าวเรื่องราวที่เปลี่ยน แปลงมาในอดีต     ซึ่งอยากจะบอกกล่าวชาวโลกไว้ว่า ไม่ ควรอาทรร้อนใจต่อความยากลำบากทั้งปวง ควรมีจิตเดียว ที่ยึดมั่น ตั้งมั่นบริสุทธิ์เที่ยงแท้ ไม่แปดเปื้อนปลอมแปลงใน ช่วงระยะเวลาที่จะละจากโลกนั้น ให้ตั้งจิตยึดมั่นและภาวนา ว่า “ที่ที่จะไปนั้นคือไปสู่สวรรค์ไปที่สุคติ” หากใจยึดมั่นอยู่ อย่างนี้แล้ว มันก็จะเกิดพลังธรรมอย่างหาที่สุดมิได้ มนุษย์ ก็สามารถที่จะมีปีกบินแปลงร่างเป็นกระเรียนขาว บินสู่ แดนสุขาวดีพุทธเกษตรได้ ที่พูดมานี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ กระเรียนขาว ถ้ามันยังรักความขาวสะอาดของขน ไม่แปด เปื้อนโคลนตม ยึดถือความบริสุทธิ์ถึงแม้จะเป็นเสือ สิงห์ ก็สามารถเป็นเทพได้ ดังจะเห็นได้จากโลกนี้ว่าตามที่ต่างๆ เช่น ศาลเจ้าพ่อเสือ ซึ่งเสือนั้นใครๆ ก็กลัว ก็ยังได้ตั้งสถิตอยู่ใน ศาลเจ้าได้      ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันยึดมั่นในความบริสุทธิ์แน่แท้ แก้ความโหดร้ายให้กลายเป็นความเมตตาปราณี ก็สามารถ บรรลุเต๋าได้ ชาวโลกทั้งหลาย! พวกท่านไม่ควรทำแต่ความ ชั่วร้าย การบรรลุเต๋านั้นก็ง่ายมากมิใช่หรือ? หรือต้องรอจน กว่าจะได้เป็นเจ้าพ่อเสือ นำไปตั้งโต๊ะบูชาก่อนหรือ? ข้าเห็นว่า ควรจะเป็นคนเหนือคน เทวดาเหนือเทวดา ถึงแม้จะไม่ได้ตั้ง เรียงไว้บนสวรรค์ ก็ยังได้ตั้งเรียงไว้บนโต๊ะบูชา  ซึ่งค่อนข้าง จะมีคุณค่าเป็นที่เชิดชูกว่ามิใช่หรือ? 
หยางเซิง: ท่านเทพแดนใต้เป็น “จักรพรรดิแห่งอายุ วัฒนะ” ชาวโลกก็วิงวอนอยากให้อายุยืน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ ค่อยรู้จักวิธีการบำรุงเลี้ยง เคยเห็นแต่ฆ่าสัตว์เอามาบำรุง ร่างกาย ที่จริงแล้วเป็นการสูญเสีย “เมตตาธรรม” และเพื่อ เป็นการหลีกเลี่ยงจากการไปเกิดเป็นสัตว์ ซึ่งเกิดจากกรรม ของการฆ่าสัตว์ ขอท่านเทพผู้อาวุโสโปรดแนะนำวิธีทำให้ ชีวิตยืนยาวด้วยจะได้ไหม? 

          เทพอาวุโส: วิถีเทวดา     เป็นวิถีที่ทำให้ชีวิตยืนยาว ปัจจุบันต้องการสุขสบาย ถึงแม้จะกินเนื้อกินปลาจนอิ่ม ร่างกายก็ยังอ่อนแอและมีหลายโรค ฆ่าสัตว์บำรุงกาย ไม่มี ประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่เหมือนเรือนกายบริหารอย่างสัตว์ ตนเองฝึกฝนเองเป็นวิถีทางที่จะดำรงตนไว้ เนื่องจากจะทำ หนังสือ   “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก”  ข้าจะแนะนำวิธีกาย บริหารแบบสัตว์ห้าชนิดให้ผู้คนได้ฝึกฝน   ตอนนี้จะให้กุมาร กระเรียนขาวแสดงท่ากายบริหารให้ดู 

กายกรรมสัตว์ห้าชนิด

          กายกรรมสัตว์ 5 ชนิด ท่านแพทย์อั้วท้อ (เป็นแพทย์ ผู้ปราชญ์เปรื่องในสมัยสามก๊ก) ได้คิดค้นขึ้นเป็นการรักษา สุขภาพ รักษาโรค และทำให้อายุยืน หรือเรียกว่า “วิธีกาย บริหารของเทวดา” การบริหารนี้มีหนังสือนำการถ่ายออก รับเข้า เอนหมี นกยืด แต่ละท่าก็เหมาะสมกับอวัยวะภายใน ร่างกายต่างๆ กัน ให้เลือดจมโคจรหมุนเวียนไป จึงได้ป้องกัน โรคและเป็นการต่ออายุ สัตว์ทั้งห้า คือ เสือ กวาง หมี ชะนี และนก

          แบบที่หนึ่ง เสือ (สูดลมเข้าปอดให้เต็มที่ เป็นการเพิ่ม พลังกาย) (ดูรูป) 

รูป (1) วิ่งไปข้างหน้า 3 ครั้ง                             รูป (2) วิ่งไปข้างหน้า 3 ครั้ง
วิ่งถอยหลัง 2 ครั้ง                                             วิ่งถอยหลัง 2 ครั้ง

          อธิบาย: นิสัยเสือดุร้ายร่างกายแข็งแรง ชำนาญในการ ใช้เขี้ยวเล็บกระโดดตะปบ  ดังนั้นเวลาฝึกกายบริหาร ต้องเรียน ลักษณะแข็งแรงเกรี้ยวกราดเหมือนเสือ สองตาต้องมีพลัง เพ่งมองลงล่างจึงเรียกว่า  เสือเพ่งมองขมึงตรึง  นิ้วมือต้องงอโค้งให้เหมือนเล็บเสือ กายยืดออกหรือหดเข้าต้องมีกำลัง ร่างกายบิดไปบิดมาต้องแข็งแกร่ง ท่าทางทุกบทต้องออก จากตะโพก
          วิธีทำ
          (1) ทำท่าคลานสี่เท้า แล้ววิ่งไปข้างหน้า 3 ครั้ง ถอยหลัง 2 ครั้ง
          (2) หงายตัวขึ้นเดินสี่เท้า แล้ววิ่งขึ้นหน้าไป 3 ครั้ง ถอยหลัง 2 ครั้ง
          (3) ทั้งสองแบบต้องทำสลับกันไปให้ได้ 3 ครั้ง 

          แบบที่สอง กวาง (สามารถเพิ่มกำลังกระเพาะ ตับ ไต ให้แข็งแรง) 

          อธิบาย: กวางมีร่างกายร้อนแรง ท่าทางคล่องแคล่ว ว่องไวและชำนาญต่อการใช้เขา วิ่งกระโจน ผู้ฝึกกายบริหาร แบบกวาง ต้องทำให้ไขข้อคล่องแคล่ว โดยเฉพาะข้อต่อจาก ต้นแขน ต้นขา มือทั้งสองใช้แทนขาได้ การเคลื่อนไหวของ แขนขาต้องสัมพันธ์กัน

          วิธีทำ 
          (1) ทำท่าคลานสี่เท้า หมุนศีรษะไปทางซ้าย 3 ครั้ง หมุนไปทางขวา 2 ครั้ง
          (2) ต่อมาขาซ้ายยืดไปข้างหลัง 3 ครั้ง ขาขวายืดไป 2 ครั้ง 


รูป (1) หมุนศีรษะ ซ้าย 3 ครั้ง                รูป (2) ยืดเท้า  เท้าซ้าย 3 ครั้ง
                       ขวา 2 ครั้ง                        เท้าขวา 2 ครั้ง

          แบบที่สาม หมี (สามารถลดความร้อนในตับลงได้ ทำให้ร่างกายแข็งแรง สามารถนอนหลับได้ดี) 

          อธิบาย:  นิสัยหมีกล้าหาญ    แข็งแรงมีกำลัง  มีความ ชำนาญใช้เท้าหน้าดันของและป่ายปีน ดังนั้นผู้ฝึกกายบริหาร แบบหมี ต้องเรียนแบบกล้าหาญ ท่าทางเดินเหิน ดูสงบ เสงี่ยม 
          วิธีทำ 
          (1) สองมือนั่งกอดเข่า ศีรษะแหงนขึ้นแล้วหมุนซ้ายหมุน ขวาให้สุดกำลัง
          (2) ต่อมายืนขึ้นแล้วก้มตัวลงแล้วใช้มือซ้ายและขวายันพื้น พลัดกันรับน้ำหนักตัว 


รูป(1) ศีรษะแหงนหมุนซ้ายหมุนขวาสุดกำลัง    รูป(2) ก้มตัวยืนสามขา

 

          แบบที่สี่ ชะนี (กระตุ้นพลังสมอง จิตใจร่าเริง ทำให้ โลหิตหมุนเวียน) 

          อธิบาย: ชะนีมีลักษณะว่องไว คล่องแคล่ว เพราะฉะนั้น เวลาฝึกกายบริหาร ต้องเลียนแบบชะนีแผ่วเบาและคล่อง แคล่วนิ้วมือให้งองุ้ม มีจุดสำคัญอยู่กับการหายใจและวิธี การนวด
          วิธีทำ
          (1) แสดงท่าไต่ราว (บาร์เดี่ยว) 

          (2) มือจับบาร์เดี่ยวให้แน่น แล้วยกตัวขึ้นลง 3 ครั้ง
          (3)จากนั้นขาซ้ายหรือขาขวา ใช้ข้อพับเข่าเหนี่ยวตัวไว้ ห้อยหัวลงมาสลับกัน 7 ครั้ง
          (4) เอาสองมือแทนขา ยืนเอาหัวทิ่มลง 7 ครั้ง 

          แบบที่ห้า นก (เส้นเอ็นคลายยึด ระบาดเลือดลม ข้อต่อคล่องแคล่ว) 

          อธิบาย: ในบรรดานกทั้งหลาย นกกระเรียนมีอายุยืนยาวกว่าเพื่อน จึงเอาอย่างนกกระเรียน นกกระเรียนมีตัวเบา ชำนาญการโบยบิน และมีระดับกำลังสูง เพราะฉะนั้นเวลา ฝึกฝนต้องหัดท่าบินของกระเรียน ต้องมีท่ายืดออกของร่าง กายให้มีระดับกำลังเสมอกัน ซึ่งเสริมสร้างกำลังหายใจ ขณะเดียวกัน ศีรษะ ลำตัว แขน และขา เวลาเดินเหินต้อง พร้อมเพรียงกัน และเวลานกยืน ขาต้องมั่นคงเอวต้องยืด ไปข้างหลังเต็มที่ เวลายกเท้า ส้นเท้าและส่วนหลังของศีรษะ ต้องตรงกัน เวลานกบินแขนต้องเหนียวแน่น และแข็งแรง จะช้าหรือไวต้องสัมพันธ์กัน
          วิธีทำ 
          (1) สองมือยืดตรงออกไป ยกขาข้างหนึ่งยืดตรงไป ข้างหลัง
          (2) ต่อมา 2 มือยืดไปข้างหน้า ตาจ้องเขม็งไปข้างหน้า เหมือนตาเหยี่ยวมองดูอยู่นิ่งๆ
          (3) สำรวมจิตยืนขาเดียวสลับกัน 7 ครั้ง
          (4) ต่อมานั่งลง 2 เท้ายืดไปข้างหน้า ใช้มือจับส้นเท้า ข้างหลัง 7 ครั้ง ต่อจากนั้น 2 มือยก หักศอกเข้ามาและยืดออก 7 ครั้ง

รูป 1 ทำวิธี 1,2 และ 3
ยืนขาเดียว จับส้นเท้า     รูป 2 และรูป 3 ทำวิธี 4 หักศอก


          กายกรรมทั้ง 5 แบบข้างบนนี้ ระหว่างเวลาฝึกฝนจะมีการปวดเมื่อย เหน็บชา เหงื่อออก หรือมีอาการคันขึ้นมา ไม่ต้องตกใจกลัว ไม่จำเป็นต้องฝึกตามลำดับ ฝึกฝนแต่เพียง อย่างเดียวก็พอ ข้อสำคัญต้องฝึกฝนไปตลอดทุกวันจนถึงแก่ หูก็ไวตาก็สว่างฟันฟางก็แข็งแรง ร่างกายก็แข็งแรงยังมิทันที่จะเป็นเทวดาบนฟ้า ก็เป็นเทวดาบนดินเสียก่อน ยิ่งประกอบกับสร้างบุญบารมีด้วยแล้ว  เพียงแต่ร่างกายจะแข็งแรง ยัง สามารถอบรมบ่มจนสามารถบรรลุสัจธรรมได้ 

          หยางเซิง: ได้ยินท่านเทพผู้อาวุโสแนะแนวฝึกฝนกาย กรรมสัตว์ห้าชนิด และเห็นการแสดงของกุมารกระเรียนขาว ได้ความรู้มหาศาล   ซึ่งสิ่งมีค่าเหล่านี้  ช่วยเพิ่มคุณค่าของ หนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” เป็นอย่างมาก 

          อรหันต์จี้กง: สัตว์แต่ละชนิดย่อมมีการฝึกฝนไปแต่ละอย่าง ผู้คนถ้าหากสามารถฝึกฝนกิริยาเช่นนั้น ย่อมได้รับผลที่คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน ทำให้เส้นเอ็นกระดูกเมื่อยล้า เนื้อ หนังถูกทรมานสูดอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไป ถ่ายเทอากาศที่สก ปรกออกมา เป็นสิ่งที่นักฝึกฝนธรรมะควรจะได้ฝึกหัดทำ วันนี้เสร็จการสัมภาษณ์เพียงเท่านี้ หยางเซิงเตรียมตัวกลับสำนัก 

          หยางเซิง: ขอขอบพระคุณท่านเทพแดนใต้ ท่านกุมารเทพกระเรียนขาวที่แสดงให้ชมและต้อนรับ เนื่องจากถึงเวลาที่จะต้องกลับขอกราบลาไปก่อน 

          อรหันต์จี้กง: สำนักเซินเต๋อถังถึงแล้ว คุณหยางเซิง ลงจากปทุมทิพย์ วิญญาณกลับเข้าร่างเดิม