Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
บนแผงเนื้อ (สุนัข) หอมหมาเคืองแค้น สุนัขขาวสนองบ้านตระกูลตั้ง | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

บนแผงเนื้อ (สุนัข) หอมหมาเคืองแค้น สุนัขขาวสนองบ้านตระกูลตั้ง

338 Views

บนแผงเนื้อ (สุนัข) หอมหมาเคืองแค้น

สุนัขขาวสนองบ้านตระกูลตั้ง

อรหันต์จี้กงเสด็จประทับทรง วันที่ 25 ตุลาคม 2524 กลอนว่า: 

 เซินเต๋อถังแต่งหนังสือยามค่ำคืน    พากเพียรยืนโปรดสัตว์ทั่วภารา
ประจวบเหมาะสวรรค์ทรงเมตตา       จะช่วยพาหลุดพ้นสำเร็จเทพ
ชอบกล่าวหาจี้กงว่าเนื้อหมาหอม      ทุกบ้านย่อมสร้างยานผ่านอาเพศ
มหาธรรมผดุงจิตสุดวิเศษ                  ลดกิเลสไม่เข่นฆ่าเพื่อปากท้อง

          อรหันต์จี้กง: สัตว์ปีก สัตว์บก ก็เป็นหนึ่งในสรรพสัตว์ มันอาศัยอยู่ร่วมโลก สวรรค์ให้ความเสมอภาคในการมีชีวิต อยู่ ผู้คนเวลาหิวรู้จักกินอาหาร เวลาหนาวรู้จักใส่เสื้อ เมื่อ เจ็บก็รู้สึกได้ เพราะมีเส้นประสาท มีความนึกคิด ทั้งยังเป็น พลังของชีวิต ถ้าคนไม่มีชีวิต ก็มีแต่โครงกระดูก หรือสิ่งของที่ธรรมชาติได้ประทานสิ่งล้ำค่าแก่มวลมนุษย์ก็คือ  ความมี น้ำใจ ซึ่งสามารถทำให้อาศัยอยู่รวมกันได้  สัตว์เดรัจฉานแม้ จะมีร่างกายต่างไป แต่ก็ยังประโยชน์ต่างๆ นานาแก่มวล มนุษย์ ดังนั้นก็เป็นเพื่อนกับมนุษย์ด้วย มีกลุ่มคนบางกลุ่มเท่า นั้นที่มองผ่านความจริงข้อนี้ไป ซึ่งก่อให้เกิดการฆ่าอย่างนองเลือด วันนี้จะพานายหยางเซิง ไปเยี่ยมเยือนสัตว์เดรัจฉาน เพื่อรวบรวมข้อมูล มาตีแผ่ให้เห็นความจริง หยางเซิงขึ้นปทุม ทิพย์เตรียมตัวออกเดินทางได้ 

          หยางเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญอาจารย์ออกเดิน ทางได้ 

          อรหันต์จี้กง: ถึงแล้ว ลงจากปทุมทิพย์ได้ 

          หยางเซิง: เพิ่งจะนั่งเรียบร้อย ทำไมรีบลงเร็วนัก! 

          อรหันต์จี้กง: ญาติแดนไกลสู้เพื่อนอยู่ใกล้ไม่ได้ วันนี้ไม่ ต้องไปไกล อยู่ในตลาดเมืองไถจงนี่เอง รีบหาวัตถุดิบได้ 

          หยางเซิง: วัตถุดิบอะไรครับ! 

          อรหันต์จี้กง: เนื้อปิ้งไงล่ะ! เธอเห็นข้างถนนด้านหนึ่งมีแผงอยู่แผงหนึ่ง มีโคมไฟแขวนไว้ เขียนว่า “เนื้อหอม” 

          หยางเซิง: เห็นแล้วครับ นี่เป็นถนนเถียงคัง มีแผงขาย เนื้อหมา เมื่อตอนกลางวันเดินผ่าน แต่ยังไม่เปิดร้านขาย 

          อรหันต์จี้กง: เนื้อหอมจะเปิดขายในฤดูหนาว ตอน กลางคืนถึงจะมีลูกค้า 

          หยางเซิง: ข้างๆ แผงเห็นมีสุนัขหลายตัว เห่ากรรโชกอยู่ ท่าทางจะกินคน บางตัวก็นอนอยู่ เห็นมีบางคนนั่งอยู่บนม้า นั่ง ดูเหมือนไม่ใช่ลูกค้า นัยน์ตาลุกแดง มือเคาะที่โต๊ะทำท่า ทวงหนี้อย่างนั้น 

          อรหันต์จี้กง: ข้างๆ แผงเห็นมีสุนัขหลายตัวเห่ากรรโชก อยู่ ท่าทางจะกินคน บางตัวก็นอนอยู่ เห็นมีบางคนนั่งอยู่ บนม้านั่งดูเหมือนไม่ใช่ลูกค้า นัยน์ตาลุกแดง มือเคาะที่โต๊ะ ทำท่าทวงหนี้ อย่างนั้นพวกสุนัขเหล่านี้คือ วิญญาณเดิม ของเนื้อหมา เมื่อสุนัขถูกฆ่าลง บางตัวไม่ยินยอม ก็ติดตาม เลือดเนื้อของมันคุมอยู่ข้างๆ แผง   ลูกค้ากำลังดื่มเหล้ากิน เนื้อหมาด้วยความพอใจ แต่หารู้ไม่ว่าข้างหลังเขา พวกสุนัข ร้ายกำลังเห่ากรรโชกไม่หยุด พวกคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในมือ ทุบโต๊ะก็เป็นวิญญาณเดิมของสุนัข แต่วิญญาณพวกนี้มี พลังมาก จึงกลายร่างเป็นคนได้ พวกมันกำลังโกรธแค้นกำลัง ทวงหนี้ชีวิตกับคนฆ่า พวกมันเป็นผีตายโหงที่เคียดแค้น 

          หยางเซิง: คนเขามักพูดว่า ตอนอาจารย์ยังเป็นมนุษย์ อยู่ อาจารย์ก็ชอบทานเนื้อสุนัข วันนี้ได้โอกาสน่าจะหลบมา กินให้อิ่มสักมื้อ 

          อรหันต์จี้กง: ศิษย์รักชอบพูดตลก เนื้อหมาที่ข้ากินนั้น ไม่ใช่หมาประเภทนี้ ฉันกินแต่เนื้อหมาบนสวรรค์ พวกนั้นซิ จึงจะเป็นเนื้อหอมจริงๆ พวกหมาพวกนี้น่าจะเรียกว่า “เนื้อเหม็น” 

          หยางเซิง: อะไรเรียกว่าเนื้อหมาสวรรค์ล่ะ! กระผมก็ เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกนี้แหละ 

          อรหันต์จี้กง: มีคำกล่าวๆ ว่า “คนขี้เหล่อยากได้นางฟ้า” ข้าก็ว่า “คนหยาบคายชอบกินเนื้อหมาสวรรค์” หมาสวรรค์ คืออะไร? ก็คือ โจรผู้ร้าย ชาวบ้านกลัวขโมยจะเข้าบ้าน มักจะเขียนไว้บนประตูว่า “ข้างในหมาดุ คนนอกห้ามเข้า” มีคนล่ำลือว่า อรหันต์จี้กงชอบกินเนื้อหมา แต่ไม่ตรองดู อาตมาออกบวชแล้ว  เป็นไปได้อย่างไร  จะประพฤติผิดศีล ได้อย่างไร  นิทานชอบเปรียบเปรยพวกขี้เมา   ก็ยกย่องเหล้า เป็นน้ำอมฤต เนื่องจากข้าเป็นอรหันต์ได้แปลงกายมา อภิญญา ติดกายมา และจำพรรษาอยู่ที่วัดเล้งอุ้ง   ลักษณะผิดกับคน อื่นมีธรรมจักรหมุนเวียนอยู่ในร่างเสมอ ทิพย์รสหลั่งไหล สัมผัสทำให้สลึมสลือ หมุนเวียนไปตามวัฏจักรของฟ้าดิน เลยกล่าวหาว่าข้าชอบเหล้า เหล้าธรรมดาดื่มแล้วไร้สติ แต่เหล้าอมฤตทำให้สติมั่นคง ข้าก็ไม่เคยมีคำพูดไร้สาระ แต่คำพูดข้าแฝงธรรมะไว้ด้วย เห็นมีผิดพลาดบ้างไหม? ซื้อเหล้าก็ต้องเสียเงิน มืออาตมาวางว่างเปล่า เมื่ออยาก เหล้า โพธิสัตว์ยื่นออกไปก็มีมา ไม่ต้องจ่ายบัญชี นี่คือน้ำ มนต์ คอยซักฟอกจิตใจให้ตื่นครองสติ ไม่เหมือนคนธรรมดา ดื่มเหล้าไม่กี่แก้ว  ก็เลอะเทอะไม่เอาไหน  เซซ้ายล้มขวาไป เป็นยาพิษมอมเมาเฉื่อยชาจิต ข้าเป็นพระอรหันต์ เขาเป็น อ้ายขี้เมา จะเปรียบเทียบกันได้อย่างไร? อีกเรื่องหนึ่งกิน เนื้อหมา ในร่างคนนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า “สัตว์หมา” หมานี่ ดุร้ายมาก โลภกาม โอหัง ชอบกัดเจ้าของ เมื่อเลี้ยงหมา เช่นนี้ไว้ ไม่ฆ่ามาแกล้มเหล้าจะรอไปเมื่อไร? ผู้คนไม่รู้สาเหตุ อันนี้ ประตูใจถ้าผูกหมาร้ายนี้ไว้ เมื่อพบผู้ร้ายมาก็ผงก หัวชูหางแสดงการต้อนรับ พอเห็นเจ้าของก็อ้าปากร้อง คำราม หมาพวกนี้อาตมาชอบกินนักแล! 

          หยางเซิง: อาจารย์กล่าวมา เอาความชั่วร้ายของมัน เปรียบเปรยความชั่วร้ายนี้ เกิดจากวิญญาณเดิมเปลี่ยน แปลงมา จึงเรียกว่าหมาสวรรค์ การกินเนื้อหมาสวรรค์ ก็คือการฆ่าอวิชชา ละความใคร่ตัดความคิดถึง ไม่ทราบว่า ถูกหรือเปล่า 

          อรหันต์จี้กง: ใช่แล้ว พวกเราเดินเหินนั่งนอน ธรรมจักร หมุนเวียนอยู่ในกาย   น้ำอมฤตมากเหลือล้น   ไอธาตุพุ่งขึ้น เบื้องบนเหมือนไอระเหยเหล้าที่อุ่นให้เดือด ทำให้สลึมสลือ จิตใจผ่องใสยิ่งนัก เมื่อเห็นเหล่าพระภิกษุและนางชี ที่ใจว่าวุ่น ไม่มีที่ปลูกต้นโพธิสัตว์ พื้นจิตไม่เบิกบาน มึนงงจนไม่โผล่ เฝ้าแต่จำศีลคนเดียวไร้ประโยชน์  ข้ามีพัดใบโพธิ์อยู่อันหนึ่ง เพียงพัดโบกทีหนึ่งก็จะมีลมเย็นพัดโกรก มีรองเท้าหญ้าฟางคู่หนึ่งแม้จะอยู่สุดขอบฟ้าเพียงก้าวลงก็ถึง มีหมวกอยู่ใบหนึ่ง  โพกสวมใส่ศีรษะ ก็ได้อยู่แดนสุขาวดีพุทธเกษตร เที่ยวไล่ตี หมาบ้าเตือนชาวโลก สลับมือถือแก้วเปี่ยมบุญ ปลุกจิตให้ตื่น จากภวังค์มีหรือจะเป็นไปไม่ได้ ผู้คนถ้าหากมีพลังธรรมะ ไม่ทำให้จิตใจมัวเมา ไม่ก้าวเดินผิดทางเลียนแบบอย่างกัน ย่อมสำเร็จพุทธะดังสมประสงค์

          หยางเซิง: อาจารย์เจียระไนความเร้นลับของการบำ เพ็ญเพียร ถ้าหากคนที่มีจิตมั่นคง  ย่อมมีสิทธิ์ได้ลิ้มรสพระ ธรรมแท้แน่นอน! พอดีหน้าหนาวกำลังหนาวจัด คนที่ชอบ เนื้อหอมมีมากเป็นพิเศษ ได้ยินว่าสรรพคุณทำให้ร่างกาย อบอุ่นแล้ว ยังบำรุงเพศ พวกที่ร่างกายอ่อนแอก็มักอยาก ลองดู อาจารย์กินเนื้อหอมมาไม่น้อย ไม่ทราบว่าในนั้น มีพิสดารอะไรไม่ทราบ? 

          อรหันต์จี้กง: เนื้อหอม! เนื้อหอม! ดึงดูดใจคนแท้ๆ! กินเข้าไปแล้วร้อนไปทั้งตัว หารู้ไม่ว่าวิญญาณหมาเห่าหอน อยู่ในนั้น กระโดดโลดเต้น กระตุ้นกำเริบอาละวาด ทำให้ เส้นเลือดพองโตขึ้น   ทำให้รู้สึกว่าได้บำรุงเข้าไปแล้ว ไม่คิดว่า สันดานของธาตุหมากำลังให้พิษแก่ร่างกาย  ผู้ที่อยากบำรุง กิน แล้วก็รั่วไหลออกไป ไม่เป็นการสูญเปล่าหรอกหรือ โบราณ ว่า “รู้จักระงับกามดีกว่าบำรุงกาม” ถ้าผู้คนไม่มีเนื้อหมากิน คนก็ต้องอ่อนแอหมดอย่างนั้นหรือ? 

          หยางเซิง: เนื้อหมาไม่เห็นหอม ทำไมคนจึงแขวนป้าย ว่าเนื้อหอมเล่า? 

          อรหันต์จี้กง: อันนี้เป็นทีเด็ดของพ่อค้า พวกหมาป่า ไม่เคยอาบน้ำกินซากศพ อุจจาระ จนเติบใหญ่ จับมาดมดูสัก ตัวซิ ต้องบอกว่าเหม็นแน่นอน ถ้าพ่อค้าเขียนว่า “เนื้อเหม็น” ใครล่ะจะกล้ากิน ก็อาจจะพูดว่า “เนื้อหอม” ได้ ไม่ว่าจะ เป็นหมาป่า หมาบ้าน ล้วนนอนอยู่ที่พื้นทั้งนั้น กินอาหาร ไม่มีอนามัย ส่วนใหญ่จะมีเชื้อโรคเจือปนอยู่ ขอเตือนว่า อย่ากินจะดีกว่า ถ้าขืนจะกิน และไม่หัดเอาอย่างอรหันต์จี้กง เนื้อหอมที่จี้กงกินนั้น เป็นเนื้อหมาสวรรค์ที่ตนเองเลี้ยงจน เติบโต ทุกๆ วันเฝ้าขัดสีฉวีวรรณ ล้างหน้าแปรงฟันใส่น้ำหอม ใส่ยาฆ่าเชื้อโรค ทุกวันเลี้ยงอาหารอย่างดี ยังพาไปวิ่งเดิน ทุกวัน ตกกลางคืนก็นอนด้วยกัน หมาที่ปราศจากดินตัวนี้ กินแล้วค่อยมีกำลัง แต่ว่ามันอยู่ชิดติดกับเราตลอดเวลา เกิด มิตรภาพอันลึกซึ้ง บางครั้งยังช่วยดูแลบ้าน ถ้าหากฆ่าเพื่อน ที่ซื่อสัตว์ตัวนี้แล้ว นำมาบำรุงร่างกายจะดูไม่เป็นการโหด ร้ายไปหรือ? ถึงแม้จะบำรุงร่างกายของข้า แต่ไม่สามารถจะ ชดเชยหรือบำรุงจิตใจของข้าได้ ข้าคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต กระมัง! 

          หยางเซิง: ผมได้เคยฟังสานุศิษย์ชาวพุทธ เคยใส่ความ ท่านอาจารย์ว่า เพราะก่อนนั้นอาจารย์ชอบกินเนื้อดื่ม เหล้ามาก แต่มาบัดนี้ท่านเกิดชักชวนให้กินเจเป็นการใหญ่ และปกป้องวิญญาณสัตว์อีกด้วย หรือเป็นเพราะว่าอาจารย์ ก่อนนี้ดื่มเหล้ามากไป เลยสำนึกผิด ตอนนี้ก็เร่งสร้างบุญ สร้างกุศลเพื่อชดเชยเมื่อก่อน 

          อรหันต์จี้กง: ฮาฮ้า! “พระบ้าบอ” ตอนนี้ก็เริ่มสวดมนต์ ขึ้นมา ทำให้สานุศิษย์ชาวพุทธเกิดสงสัยขึ้นมาอีก ปางก่อนข้าใช้ร่างพระภิกษุแปลงกาย เป็นสภาพต่างๆ มา เพื่อหยอกล้อพวกหัวดื้อพวกมันไม่ได้เบิกตาทิพย์ ใช้แต่ตาปุถุชนดูโลก แน่นอนย่อมตกลงในโคลนเลน ถ้าหากผู้คนพอได้ฟังข้าพูด เรื่องจริงตอนนี้ พูดแล้วไม่ใช่ไม่ดีหรอกหรือ? ทำไมยังใส่ ความกันอีกเล่า? 

          หยางเซิง: วันนี้แผงขายเนื้อหอมคึกคักมาก แขกเข้ามา กินกันมาก 

          อรหันต์จี้กง: พวกเขาร่างกายอ่อนแอมาก ร่างมนุษย์ ไม่อาจสนองความต้องการได้ ต้องอาศัยเจ้าหมาน้อยคอย ช่วยเหลือ 

          หยางเซิง: เนื้อหมาบำรุงร่างกายจริงๆ หรือ? 

          อรหันต์จี้กง: การฆ่าหมายังต้องถูกตำรวจจับ  เนื่อง จากขัดศีลธรรม และไม่ถูกหลักอนามัย ถึงแม้จะบำรุงแต่เป็นการบำรุงร้ายมิใช่เป็นการบำรุงดี 

          หยางเซิง: อันนี้มีเหตุผลอะไร? 

          อรหันต์จี้กง: หมามีความภักดีต่อมนุษย์ ตามประ เพณีเขาไม่ฆ่าหมากินกัน มีแต่สัตว์เลี้ยง เช่น ไก่ เป็ด ซึ่งเลี้ยงเพื่อฆ่ากินโดยเฉพาะ การเลี้ยงหมาเพื่อฆ่ากินไม่ เห็นมี ดังนั้นพวกฆ่าหมามักไม่เลือกวิธีการฆ่า บ้างก็ใช้ยา เบื่อๆ หมา ทำให้หมาตายแล้ว จึงแอบฆ่าหมา เมื่อหมาถูกเบื่อ ยาเบื่อย่อมแทรกเข้าไปในเนื้อ พวกที่นิยมบริโภคเนื้อหมา มักจะเกิดโรคฝีร้าย หรือริดสีดวง พวกหมากลางถนนมัก จะกินอุจจาระ  มีเชื้อจุลชีพปะปนอยู่ ผู้บริโภคเนื้อหมา บางคนมักเป็นแผลพุพอง ทำให้เกิดโรคผิวหนังร้ายแรง ซึ่ง รักษาไม่หายขาด ดังนั้นจึงอยากจะให้ชาวบ้าน อย่าได้บริโภค เนื้อหมาเลย 

          หยางเซิง: พวกวิญญาณสุนัขเหล่านี้ เอาแต่เห่ากรร โชก เราจะไปสอบถามพวกมันได้ไหม? 

          อรหันต์จี้กง: ต้องการจะสอบถามพวกมันจริงหรือ? จะให้มันแปลงร่างเป็นคนเสียก่อน 

          หยางเซิง: ขอเชิญอาจารย์ช่วยปลุกเสก มันจะได้กลาย ร่างเป็นคนเพื่อง่ายต่อการพูดคุย 

          อรหันต์จี้กง: หมาน้อย! หมาน้อย! เจ้ามีดวงจิตเดิมอยู่ แม้ตัวจะเหม็น แต่คนก็อุตส่าห์เรียกว่าหอม แปลกจริงๆ เจ้าหมาหอมเงยหน้าขึ้นมา อย่าเอาแต่ดูซากศพของตน แล้วเอาแต่โกรธแค้นเดือดดาล พวกเขาไม่รังเกียจว่าเนื้อ เจ้าเหม็น ยังเรียกว่าหอม เจ้าก็ควรจะพอใจแล้ว ลองมอง ดูผู้คนที่ตายแล้ว ใครก็ว่าเหม็นไม่กล้าเข้าใกล้ ระหว่างประ ชุมเพลิงไม่มีใครว่ากลิ่นนั้นหอมสักนิด การได้เป็นหมาน้อย ก็นับว่าโชคดีแล้ว สละซากนี้ไปเถอะ เพื่อบรรลุจิตเดิมแท้ อย่าเอาแต่เห่าไม่หยุด เธอไม่สามารถกัดพวกเขาได้หรอก พวกเขาไม่กลัวเจ้าหรอก ยอมก้มหน้ารับชะตากรรม สละเนื้อ หอมเพื่อพ้นบ่วงกรรม จะได้ชื่อที่สวยงามดีกว่า 

          หยางเซิง: เมื่อผ่านคำพูดของอาจารย์ พวกมันก็เริ่ม รู้สึกและหยุดเห่ากรรโชก วิ่งมาหาเราและคุกเข่าลงพลางน้ำตาไหลร่างก็ค่อยๆ แปลงเป็นคน มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง สวมใส่เสื้อผ้ามีทั้งสีขาว สีดำ และสีกาแฟ น้ำตาไหลนองหน้า ดูน่าสงสาร 

          อรหันต์จี้กง: ฉันคืออรหันต์จี้กง ได้รับคำสั่งพร้อม คนทรงหยางเซิงมาสัมภาษณ์พวกเรา เมื่อครู่ได้เป่าเสกพวก เราต้องการให้พวกเราช่วยเล่าเวรกรรมที่ได้ก่อไว้ จะได้เอา ลงในหนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” แต่ละคนจะได้ สร้างกุศลเพื่อชดเชยที่แล้วมา และร้องทุกข์แทนชีวิตทั้งหลาย จะได้กุศลมากมาย 

          หมาดำ: ขอขอบคุณท่านอรหันต์จี้กง ที่ช่วยปลุกเสก พวกเรา พวกเราโชคร้ายเกิดเป็นหมา สามมื้อกินแต่เศษอา หารที่เหลือเดน พอถึงหน้าหนาวก็ไม่มีผ้าห่มจะห่ม  ยังต้อง ถูกชาวบ้านคิดแต่จะฆ่า คนที่ฆ่าเรา ขายเรา  และกินเรา พอ ได้ยินอาจารย์ตักเตือนจิตใจสงบขึ้นเล็กน้อย ขอวิงวอนท่าน อรหันต์จี้กงช่วยร้องทุกข์แทนพวกเราด้วย 

          หยางเซิง: “ความแค้นควรแก้ไม่ควรก่อ” ตอนนี้เจ้า ยังดีๆ อยู่ไม่ใช่หรือ ที่เห็นนั่นเป็นเพียงเปลือกที่จอมปลอม ที่ให้ชาวบ้านเก็บ ถือเสียว่าถอดเสื้อขนทิ้งเสียตัวหนึ่ง ให้ชาว บ้านได้อบอุ่น ปลงตกแล้วรู้สึกปลอดโปร่งมิใช่หรือ? 

          หมาดำ: พูดนั้นง่าย ทำยาก ตอนถูกฆ่านั้นเจ็บปวด ทรมานขนาดไหน ขนลุกขนพองไปหมด ฉันเดิมเกิดที่ตำบล ไถ่ผิงหรือไถจง   วันหนึ่งออกวิ่งอยู่กลางถนน  ถูกชาวบ้าน คนหนึ่งเอาค้อนเหล็กตีหัวทางด้านหลัง   ได้แต่ร้องเจ็บปวด เลือดที่หัวก็ไหลจนตายอยู่ที่นั่น แล้วเขาก็จับผมขึ้นใส่ถังข้าง หลังรถ ข้างในก็มีพวกหมาก็ร้องครวญครางอยู่ด้วย พวกเรา ก็ตามมือสังหารไปบ้านมัน พอถึงบ้านเขาเตรียมน้ำร้อนกระทะ ใหญ่ไว้ แต่ละตัวถูกโยนลงในน้ำเดือด พร้อมร้องอย่างสุดเสียง เสียงเริ่มสงบลง วิญญาณก็หลุดลอยจากร่าง แต่ความเจ็บปวดยังฝังลึกลงในดวงจิตวิญญาณที่อยู่ในน้ำเดือด เจ็บปวด แสนทรมาน ใจเหมือนจะฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ ตอนหลังก็ถูก ถลกหนังออก ต่อมาก็ถูกมีดอันคมกริบเชือดเฉือนแบ่งร่าง มีดแต่ละคมเชือดได้เจ็บปวดยิ่ง  ทำให้ขวัญหนีดีฝ่อ หลังจาก นั้นก็ส่งให้พ่อค้าเอเย่นต์ตามที่ต่างๆ ที่ขายเนื้อหอมอีกที ลงทุนนิดเดียว ฆ่าชีวิตหมาตัวหนึ่งก็ได้กำไรมากมาย พวกเรา ต้องร้องทุกข์ต่อท่านยมบาล 

          อรหันต์จี้กง: ถอนความตั้งใจร้องทุกข์นั้นเถิด? เหตุใดไม่พิจารณาการกระทำของตนเองในชาติก่อนเล่า? 

          หมาดำ: เมื่อได้ฟังคำตักเตือนของท่านอรหันต์ จิตใจ ก็เยือกเย็นลง คิดถึงเมื่อครั้งตนรับราชการ ทุจริตฉ้อราษฎร์ บังหลวงได้เงินทองมาไม่ใช่น้อย เมื่อเห็นลูกเมียของผู้ใต้ บังคับบัญชาสวยก็คิดอยากจะได้ หาอุบายทุกวิถีทาง หาก ไม่ได้ก็หาหนทางใส่ร้าย ลูกน้องเมียของผู้ใต้บังคับบัญชา คนหนึ่งสวยมาก คิดอยากจะได้ก็วางแผนใส่ความให้ลูกน้อง ต้องติดตะราง  จากนั้นก็ใช้อำนาจบังคับเมียเขาว่า  ถ้าหาก ยอมเสียตัวให้ตน ก็สามารถร้องทุกข์ประกันสามีของนางให้ ออกมาได้  ภรรยาต้องการช่วยสามี ก็ยอมตนตกเป็นเครื่อง เล่นของผม แต่ผมกลับคิดว่าถ้าสามีของนางพ้นโทษออกมา ผมก็จะเสียโอกาส   เมื่อคิดดังนั้นแล้ว ก็หาหนทางใส่ร้ายป้าย สีเพิ่มโทษให้หนักกว่าเก่า  ทำให้ต้องติดตารางนานขึ้น   แล้วก็ หลอกภรรยาว่าได้ช่วยสุดความสามารถ   แต่ก็ไม่อาจจะช่วย ได้ ต่อมาภรรยาจับได้ว่าเป็นแผนของผม โกรธแค้นมากเลยดื่ม ยาพิษฆ่าตัวตาย ผมได้ก่อกรรมไว้เช่นนี้จึงต้องเกิดเป็นหมา 

          อรหันต์จี้กง: เพราะเหตุฉะนี้ เธออุทิศเนื้อให้ชาวบ้าน กินยังจะคิดเอาอะไรอีก ผู้ที่กินเจ้าคนนี้ เจ้าก็ไม่รู้จักเขาเลย เขาก็เวียนเกิดมาจากผู้หญิง ที่เจ้าข่มขืนจนเขาต้องฆ่าตัวตาย นั่นแหละ กฎแห่งกรรมได้สนองเจ้าแล้ว เขากินเจ้าไปหลายคำ เพื่อที่จะลดความโกรธแค้นที่เขามีต่อเจ้า เธอดูเขาซิเขากิน ด้วยความเอร็ดอร่อย มีความสุขเหมือนตอนที่เจ้าข่มขืนเขา ไว้ไม่มีผิด นี้แหละเวรสนองเวรคนกินคน   ไวล่ะ! อยู่ที่แผง ขายเนื้อนี่นานแล้ว เราเปลี่ยนไปที่อื่นกันเถอะเพื่อเปลี่ยนรสชาติ 

          หยางเซิง: จะไปที่ไหนกันครับ? 

          อรหันต์จี้กง: ไปที่หมู่บ้านตงเฮง ตำบลต้าลี่ เมืองไถจง ไปสัมภาษณ์หมาตัวหนึ่ง ซึ่งมีความผูกพันกับเจ้าของมาก ตามข้าขึ้นบนปทุมทิพย์ 

          หยางเซิง: ขอรับ! 

          อรหันต์จี้กง: ถึงแล้ว นี่คือบ้านตระกูลตั้ง เธอเห็นหมา ที่มีสีขาวปนแดงนั่นไหม? ทุกๆ วันหมาตัวนี้จะอยู่กับเจ้าของ ของมัน กลางคืนนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน เหมือนเงาตามตัว วันก่อนมีคนแซ่จึง ได้นำมันไปที่สำนักเซินเต๋อถัง หมาตัวนี้ แปลกกว่าตัวอื่น หวังว่าเราคงจะไปสัมภาษณ์มันได้ ให้เล่า เรื่องราวที่ผ่านมา เธอคงลืมไปแล้วกระมัง? 

          หยางเซิง: ใช่แล้ว! จำได้แล้ว วันก่อนคุณจึงกับคุณตั้ง ได้นำหมาตัวนี้ไปไหว้พระที่สำนัก ผมก็อยากจะสัมภาษณ์ หมาตัวนี้น่ารักมาก มันไม่ดุร้ายเลย! 

          อรหันต์จี้กง: ฉันจะเสกให้ ให้เป็นร่างคน จะได้พูดคุย กันสะดวก “เสี่ยวหยวน! เสี่ยวหยวน! เจ้าของเรียกอย่าง สนิทสนม เช้าเย็นอยู่ด้วยกัน คงมีเหตุจากปางก่อนเป็นหมาที่ต่างจากหมาอื่น เล่าเรื่องอดีตมาให้ฟังหน่อยซิ!” 

          หยางเซิง: อาจารย์เสกให้ พร้อมท่องคาถา หมาตัวนี้ ค่อยๆ แปลงเป็นเด็กหญิงที่ใส่เสื้อแดง รูปร่างเติบโตน่ารัก มาก! 
อรหันต์จี้กง: ศิษย์รัก เธอสอบถามได้แล้ว 

          หยางเซิง: ผมคือคนทรงสำนักเซินเต๋อถัง วันนี้ตาม อาจารย์มาสัมภาษณ์เธอเป็นพิเศษ กรุณาเล่าเรื่องในอดีตมาให้ฟังหน่อย! 

          เสี่ยวหยวน: ที่แท้ก็คือท่านอรหันต์จี้กง ช่วยปลุกเสก เมื่อครู่เหมือนนอนฝันใหญ่ตื่นขึ้น เมื่อมองเห็นแสงสว่างจาก ที่มืด....ทำให้ระลึกถึงเรื่องราวในอดีต ก็คือเป็นสาวใช้ของ เจ้านายตระกูลตั้ง ตอนนี้เนื่องจากตอนเด็กๆ ยากจนมาก  จึงมาเป็นเด็กรับใช้บ้านนี้ ฉันทำงานขยันขันแข็ง จนเจ้านาย รักใคร่เอ็นดู ฉันเองก็พอใจเพราะเจ้านายปฏิบัติต่อฉันด้วยดี ช่วยเหลือเงินทอง  และรักษาพยาบาลพ่อแม่ของข้าจนหาย จากป่วยหนัก ฉันมีจิตใจผูกพันกับเจ้านายมาก ค่อยๆ เปลี่ยน แปลงเป็นความรักหลงรักเจ้านาย      แต่เนื่องจากแต่ก่อน ประเพณีเคร่งครัดมาก ฉันเองก็ได้แต่กัดฟันทนเอา จนกระทั่ง ล้มป่วยเพราะรักข้างเดียว ร่างกายอ่อนแอมากและมีโรคมาก วันหนึ่งตัวร้อนจัดมาก ร้องละเมอเรียกชื่อเจ้านาย ภรรยาเจ้า นายได้ยินเข้าทำให้สงสัยก็เฝ้าดูกิริยาของฉัน ก็เลยรู้ความ ในใจของฉัน ก็เลยพูดเรื่องนี้ให้สามีนางฟัง เจ้านายก็ได้แต่ ปลอบประโลมไม่ให้คิดมาก จิตใจควรปล่อยสบายๆ ทุกคน ก็ดีต่อเจ้ามาก ควรถนอมใจรักษาไข้ให้หาย แต่เนื่องจาก จิตใจกลัดกลุ้มมานานจนเกิดโรคปอดขึ้น ในที่สุดก็ตาย จากโลกนี้ไป วิญญาณไปถึงยมโลก แต่เยื่อใยตัดยาก ยมบาลรู้จิตของฉันดี และต้องการแก้สาเหตุอันนี้ แต่ระยะ เวลายังไม่อำนวย ต้องรออยู่ในยมโลกก่อน จนกระทั่งเจ้านาย ตายลงไปเกิดเป็นคนอีกครั้ง    จนกระทั่งตั้งตัวได้  ฉันจึงเกิด เป็นหมาเพื่อที่จะสนองกรรมอันนี้ 

          หยางเซิง: มีเรื่องรักแบบนี้ด้วยหรือ! ทำไมยมบาลไม่ให้ เธอเกิดเป็นหญิงจะได้แต่งงานกับเจ้านาย 

          เสี่ยวหยวน: เนื่องจากเจ้านายมีบุพเพสันนิวาสกับผู้ อื่น กับฉันก็มีความผูกพันลึกซึ้งกันทั้งสามชาติ เนื่องจากเจ้านายมีบุญคุณช่วยรักษาโรคให้พ่อแม่ฉัน เมื่อฉันมีเยื่อใยเช่นนี้ ก็ได้แต่เกิดเป็นสุนัขตอบแทน และก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะ เกิดเป็นคนเป็นภรรยาเจ้านายได้ 

          หยางเซิง: ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง 

          เสี่ยวหยวน: ฉันอยู่ร้านขายหมา ถูกเจ้านายตระกูลตั้งซื้อมาตนเองรู้สึกดีใจ  เจ้านายรู้สึกดีต่อข้ามาก ที่ได้ซื้อข้ามา  พอฉันมาอยู่บ้านเจ้านาย ก็เติบโตขึ้นทุกวัน ฉันก็ทำหน้าที่ อย่างภักดีดูแลบ้านช่อง พวกเขาก็ดีต่อฉันมาก อาบน้ำให้ทุกๆ วัน เนื่องจากชาติก่อนมีบุญกรรมร่วมกันมา ดังนั้นจึงสนิทสนมกับเจ้านายมากเหมือนเงาตามตัว พอออกไปธุระนอก บ้าน ฉันก็เฝ้าอยู่ในรถออกนอกบ้านพร้อมกัน ตอนอยู่ในบ้าน ก็นั่งอยู่บนเก้าอี้ พอตกกลางคืนก็ขึ้นเตียงนอนกับเจ้านาย ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเยี่ยงสามีภรรยา  แต่ก็เป็นสุขอย่างมาก ทั้งหมดนี้เป็นอดีตชาติของฉัน 

          หยางเซิง: อันนี้เป็นเรื่องราวประหลาด ที่เคยได้ยินมา คนและสัตว์ยังมีโรแมนติกกัน  ตอนนี้เธอกับเจ้านายก็พูดกัน ไม่รู้เรื่องไม่ทราบว่าเธอมีเรื่องราวอะไรจะบอกเขา 

          เสี่ยวหยวน: เจ้านายและภรรยาดีต่อข้ามาก จิตใจ รู้สึกขอบคุณมาก อยากจะให้เจ้านายอย่าตรากตรำกับ ค้าขายมากนัก ควรจะหาเวลามาดูธรรมะบ้าง จะได้อยู่ใกล้ ธรรมะ ถือศีลภาวนาละทิ้งสิ่งไม่ดีของนิสัย ชาติหน้าจะได้อยู่ สรวงสวรรค์ หรือไม่ก็มีครอบครัวที่ดีงามกว่านี้ ถ้าหากไม่ถือ ศีลภาวนา ตกอยู่เบื้องต่ำจิตใจฉันคงทุกข์ไม่น้อย ชีวิตชาติ หน้าของเขาจะตกต่ำกว่านี้! 

          หยางเซิง: ความรักเช่นนี้น่านับถือ อยากให้เจ้าของ บ้านนี้ประคองตนอยู่ในธรรมะ จะได้ไม่ทำให้คนรักชาติก่อนต้องผิดหวัง 

          อรหันต์จี้กง: ความรักเสี่ยวหยวน ทำให้อาตมาซาบซึ้ง ได้เล่าเรื่องความเป็นมา เพื่อเตือนสติชาวบ้าน ชาติหน้าให้ เธอเกิดเป็นคนในบ้านคนร่ำรวย วันนี้เวลาดึกมากแล้ว เตรียม ตัวกลับสำนัก 

          หยางเซิง: ขอรับกระผม 

          อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักเซินเต๋อถังแล้ว หยางเซิงลง จากปทุมทิพย์ วิญญาณกลับเข้าร่าง