Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
สัตว์เดรัจฉานมีจิตวิญญาณดุจเดียวกับมนุษย์ขนแกะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นควรนึกถึงบุญคุณมัน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

สัตว์เดรัจฉานมีจิตวิญญาณดุจเดียวกับมนุษย์ขนแกะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นควรนึกถึงบุญคุณมัน

261 Views

          

สัตว์เดรัจฉานมีจิตวิญญาณดุจเดียวกับมนุษย์
ขนแกะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นควรนึกถึงบุญคุณมัน

อรหันต์จี้กงเสด็จประทับทรง วันที่ 9 ตุลาคม 2524 กลอนว่า: 

  สั่งสมบุญบารมีให้มากหลาย      สามโลกหมายสงบสุขเหนือชั้น
ทุกคนชื่นสราญสมานฉันท์           พิภพสันติสุขชื่นชีวัน
เดรัจฉานเวียนเกิดทุกเหลือทน    สุดแต่คนจะตีน้ำตาริน
เกิดเป็นคนดีกว่าสุขชีวิน              ได้สวดมนต์อย่างอิสรเสรี

          อรหันต์จี้กง: เปรียบเทียบชีวิตคนกับชีวิตสัตว์ พูดได้ ว่าเหมือนฟ้ากับดิน ถึงแม้ว่าวิทยาการก้าวหน้า ความเป็นอยู่ ของประชาชนยกระดับขึ้น สัตว์ได้รับการเอาใจใส่จากมนุษย์ มากขึ้น เช่น  สุนัขพันธุ์ต่างๆ  ได้รับการเลี้ยงดูจากผู้มีเงิน ชีวิต ความเป็นอยู่     เมื่อเทียบกับคนบางคนแล้วดีกว่าหลายเท่า แต่ถ้าดูส่วนใหญ่สัตว์ก็ยังอยู่ต่ำกว่าคน  ต้องถูกคนควบคุม การตายของคนยังมีมนุษยธรรม แต่การตายของสัตว์ส่วน มากถูกนำไปฆ่าเพื่อเอาเนื้อมาบริโภค อันนี้คือจุดเหนือ กว่าของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์ ดังนั้นจึงหวังว่าชาวโลกจะรักษา ความเป็นมนุษย์เอาไว้ อย่าได้เดินสู่ความตกต่ำเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งได้รับโทษกรรม บางครั้งก็ต้องทำงานหนัก ถูกเฆี่ยนตีฆ่าฟันถึงแก่ชีวิต ผู้ที่ได้รับโทษกรรม เนื่องจากไป ประพฤติตนเยี่ยงดุจสัตว์เดรัจฉาน ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสได้ เกิดเป็นมนุษย์ ตั้งแต่แต่งหนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” มานี้ ผู้ที่ได้อ่านก็ได้ลดการกระทำผิดลง คนบาปอ่านแล้วก็ ตกใจกลัว ส่วนคนดีก็เพิ่มความระมัดระวังไม่ให้ก้าวลงไป ทางชั่ว หนังสือนี้เตือนสติปลุกให้ตื่นจากภวังค์  ชาวโลกอย่า ได้เห็นหนังสือนี้ กล่าวอย่างไร้สาระ 

          หยางเซิง: มีคนที่สงสัยเรื่องวงเวียนกรรมของสัตว์ เดรัจฉาน มิใช่เป็นคนแน่   จะพูดจาวิสาสะกับคนได้อย่างไร เขาคิดแต่เพียงว่าสัตว์เดรัจฉาน เป็นเพียงเนื้อที่เดินได้เท่านั้น จะมีวิญญาณได้อย่างไร อย่างเช่นพวกเราที่เที่ยวสัมภาษณ์ สัตว์แต่งหนังสือนี้ก็คิดว่าเป็นเรื่องพูดเล่น 

          อรหันต์จี้กง: ชาวโลกรู้น้อยไปแล้ว ในสมัยโบราณมี กรง-เจี้ยบ ที่สามารถรู้ภาษานกได้ สามารถพูดคุยกับนกได้ นายจงจื่อฉี ฟังเสียงพิณของนายเป๋อหยา ก็เข้าใจความในใจ ของเขาได้ ถูกยกย่องว่าเป็นผู้หยั่งรู้เสียได้ ยังมีอีกนกกระยาง ของเทวดาทางทิศใต้ สามารถเข้าใจภาษาเทวดาได้ เจ้าแม่ กวนอิมที่ทรงมังกร  ท่านเทวดาเทียนสือทรงเสือ  ท่านเง็ก เซียนฮ่องเต้ใต้เท้ามีเต่าและงูเป็นขุนพล ล้วนแล้วแต่เป็นสัตว์ที่อยู่ด้วยกันกับเทพเจ้า สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานยืนยัน ได้ดี ถ้าหากสัตว์ไม่มีวิญญาณ พวกมันจะขึ้นสวรรค์อยู่กับ เทวดาได้หรือ ดำรงชีพอยู่ด้วยกันได้ มีสัตว์หลายอย่าง ที่ได้รับการฝึกฝน ไม่เพียงแต่เข้าใจภาษาคนเท่านั้น ยังทำงาน ให้คนได้ สุนัขเฝ้าบ้าน ลิงแสดงละคร ลิงเก็บมะพร้าว สามารถพูดภาษาคนได้ หลักฐานตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ถึงแม้รู้ว่าสัตว์ไม่มีร่างของคน แต่ก็มีวิญญาณเช่นกับคน แต่พูดกันไม่รู้เรื่อง พวกมันต่างก็มีภาษาของมันเอง เพียงแต่ คนธรรมดาสามัญฟังไม่เข้าใจมันเท่านั้นเอง มดผงกหัว พูดจา  นกนั้นร้องเรียกเมื่อพบภัย พวกมันต่างก็เข้าใจกัน ทั้งคนและสัตว์โง่ไปคนละอย่าง มนุษย์ไม่เข้าใจภาษาสัตว์ สัตว์ฟังคนพูดกันไม่เข้าใจ มันก็คงจะงงเหมือนกัน คิดว่า คนก็ดูเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นผู้คนไม่ควรไปดูถูกพวก มัน เรื่องที่ฉันพานายหยางเซิง ไปคุยกับพวกมันได้นั้น ก็เพราะฉันใช้คาถาพุทธมนต์ ทำให้พวกมันกับกลายเป็น วิญญาณเดิม จะได้พูดจากันรู้เรื่อง จะยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่ง คนส่วนใหญ่ก็รู้ว่าคนอเมริกันพูดภาษาอังกฤษ จะไปพูด คุยกันได้อย่างไร? อันที่จริงแล้วสัตว์ที่มีวิญญาณ ถ้าได้ รับการฝึกฝน ก็สามารถที่จะพูดภาษาต่างๆ กันได้ เมื่อฉัน ใช้บารมีพุทธะ เป่าเสกวิญญาณของสัตว์เดรัจฉาน ก็พูดภาษาคนได้ ก็ดุจเดียวกับคนที่มีความเฉลียวฉลาด ก็สามารถพูดภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมันและ ภาษาอื่นๆ ได้ อีกอย่างเช่น คณะละครสัตว์ แต่ละประเทศ ก็มีครูฝึกสัตว์ แต่ละประเทศ ก็พูดภาษาของตนเอง พูดฝึก สัตว์ต่างๆ พวกสัตว์มันก็สามารถเรียนรู้เข้าใจ ซึ่งก็เป็นหลัก ฐานแสดงว่าสัตว์ย่อมมีวิญญาณ เพียงแต่ต้องเพิ่มความพยายามฝึกอบรมจนกว่าจะใช้งานได้ อย่างเช่น วิทยาการ ปัจจุบัน สามารถมีเครื่องมือตรวจสอบพายุ ซึ่งไม่คาดคิดมา ก่อนใช่ไหม คนและสัตว์ก็มีมันสมองที่เหมือนกัน และต่างกัน การแผ่กระจายของคลื่นสมอง ถ้าได้รับการชักจูง คนและสัตว์ ก็จะมีสิ่งที่เหมือนกัน  คลื่นสมองก็เหมือนคลื่นไฟฟ้า บาง ครั้งความฉับไวของสัตว์ ยังเหนือกว่าของมนุษย์นับพันเท่า เนื่องจากพุทธศาสนากล่าวว่า ชีวิตก็เป็นช่องทางที่เวียน ตายเวียนเกิดช่องทางหนึ่ง   ในบรรดาทั้งหลายหกช่องทาง หกช่องทางนี้ก็เกิดจากหนึ่งกลายเป็นหก หรือจะพูดว่าหนึ่ง ร่างหกหน้าก็ได้ ถ้าหากจะพูดว่าสัตว์ไม่สามารถจะติดต่อ กันได้ละก็  การเวียนว่ายหกช่องทางนั้นก็เป็นไปไม่ได้ แล้ว พวกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่บนสวรรค์  ณ แดนสุขาวดี พุทธเกษตรก็เป็นสิ่งหลอกลวงด้วย คำกล่าวของผู้บรรลุ อรหันต์กล่าวว่า “สรรพสัตว์กับฉันนั้นไม่ต่างกัน” เป็นคำกล่าวที่ชัดเจนถึงสรรพสัตว์แห่งฟ้าดิน ถ้าหากไม่มี วิญญาณย่อมไม่มีสัตว์ ดังนั้นเมื่อมีวิญญาณก็ควรกระทำ ต่อด้วยความดี พวกสัตว์ก็ควรใช้ในทางที่ดีด้วย จานข้าว ใบหนึ่งก็ใส่ข้าวได้จานหนึ่ง แว่นตาคู่หนึ่งก็สามารถส่องเห็น ความชัดเจนได้  ล้วนเป็นการแสดงออกคุณสมบัติของมัน สิ่งของเหล่านี้ควรใช้สอยอย่างถนอม อย่าดูแคลนทิ้งขว้าง สิ่งของ เป็นเช่นนี้วิญญาณต้องเป็นสิ่งต้องยอมรับ ปราชญ์ จะมองสัตว์เหมือนมองคน จะเมตตากรุณาและรักใคร่ ในภาคใต้ของมณฑลนี้ มีคนจำนวนมากชอบจับนกสุขสวัสดิ์มาฆ่า นักอนุรักษ์สัตว์กับรัฐบาลพยายามขอร้องไม่ให้ฆ่าสัตว์ เพราะเพียงแต่กินเนื้อคำเดียวก็ต้องฆ่าหนึ่งชีวิต     ราคาตัว หนึ่งก็แค่ 10 เหรียญ (56 บาท) ต่างอดเพียงเล็กน้อยนกก็มี สิทธิ์ในการดำรงชีวิตอยู่ เอาแต่ใจตัวเพียงจับฆ่าเล่น ไม่ เพียงขาดความรัก ยังเป็นการทำลายธรรมชาติให้เสียไป เป็นการทำลายจิตใจมนุษย์ รัฐบาลที่ดี และประชาชนที่เอื้อ อารีย์ต่อสัตว์ ย่อมเป็นที่กล่าวขวัญถึงสวรรค์เดิม ที่ให้กำเนิด ที่ดี       ถ้าหากมนุษย์ทั้งมวลยังมีจิตสวรรค์อยู่     แสดงถึงความ เมตตากรุณาที่มีกล่าวในหนังสือนี้  ยิ่งเพิ่มพูนการขจรกระจาย ทางคุณงามความดี และมีมหาเมตตา และความรักอันยิ่งใหญ่ ของหนังสือเล่มนี้ หากชาวบ้านมีไก่เล็กๆ ตัวหนึ่งได้หายไป ก็ได้แต่ติดตามเที่ยวหา แต่ทว่าไก่ของผู้อื่นหลงมาจับได้ ละก็ รีบฆ่าแกงด้วยความเจ็บแค้น เวลาเธอฆ่าคนตีคน เธอไม่รู้สึกเสียใจ แต่พอถูกยุ่งกัดทีหนึ่ง ใจเธอก็รู้สึกไม่ยอม เอาใจเขาเปรียบใจเรา ใจเรานั้นดีสักกี่เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ นั้นทำลายน้ำใจคนไปไม่มีเมตตา สัตว์ก็ย่อมมีวิญญาณที่ไม่แตกต่างไปจากเรา และก็เป็นเพื่อนของมวลมนุษย์ พวกมันสู้อุทิศชีวิตของมัน มาเลี้ยงดูชาวโลก ชาวโลกไม่บัง ควรหลงลืมบุญคุณอันนี้ หนังสือวงเวียนกรรมของสัตว์ โลกเล่มนี้ แสดงถึงวิญญาณที่ไม่มีการดับสูญ มีการหมุน เวียนกลับมาเกิดใหม่ในโลกอีก ขอเตือนสติท่านๆ อย่าได้ เหิมเกริมสร้างบาป ควรปฏิบัติตนเป็นคนที่มีความสง่า สมเป็นมนุษย์ จะได้ไม่ต้องเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ที่ต้อง ยอมถูกฆ่าแกงใช้งาน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ความมุ่งหมาย ของหนังสือนี้ เป็นการประกาศเตือนชาวโลกให้ประกอบแต่ คุณงามความดี อย่ากระทำตนเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานกันเถอะ 

          หยางเซิง: อาจารย์สู้ทนพร่ำบ่น แสดงถึงหลักฐาน ความจริงเหล่านี้ ก็เพื่อให้ชาวโลกได้เชื่อถือกฎของเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นความจริง สัตว์เดรัจฉานก็มีฟ้าดินของมันเช่นกัน หนังสือนี้ได้เปิดเผยความรู้เกี่ยวกับวงเวียนกรรมของสัตว์ หลักฐานที่แสดงนี้ย่อมสมเหตุผลยิ่งนัก 

          อรหันต์จี้กง: หยางเซิงขึ้นปทุมทิพย์ได้แล้ว เตรียมออก เดินทางต่อ 

          หยางเซิง: วันนี้จะไปที่ไหนดีล่ะ 

          อรหันต์จี้กง: เที่ยวต่างประเทศ 

          หยางเซิง: ไปประเทศไหนกันครับ? 

          อรหันต์จี้กง: เราไปประเทศนิวซีแลนด์ไปเยี่ยมชมแกะ 

          หยางเซิง: ถือโอกาสทองนี้ ไปเที่ยวก็ดีไม่น้อย อากาศ วันนี้ก็หนาวเย็นมาก  ขนแกะนิวซีแลนด์มีชื่อเสียง  จะนำเอา ขนแกะมาทำเสื้อขนสัตว์ได้ไหมนี่? 

          อรหันต์จี้กง: เธอนี่ฉลาดดี ออกเดินทางเถอะ... ถึง แล้ว หยางเซิงลงจากปทุมทิพย์ 

          หยางเซิง: ที่นี่แกะเต็มไปหมด แต่ละตัวขนปุกปุย ขนก็ยาวมาก ผิดกับแกะที่บ้านไม่ทราบว่าทำไมมันจึงมีขน มากมายและยาวเช่นนี้ 

          อรหันต์จี้กง: ขนแกะงอกอยู่บนตัวแกะ ที่นี่ก็มีหญ้า มากมายเหมาะสำหรับยังชีพแกะเหล่านี้ ขนแกะต้อง ปกป้องร่างกายให้อบอุ่น  ดังนั้นขนแกะถึงต้องดูแลร่างกาย สิ่งนี้ก็เป็นงานสร้างสรรค์ที่น่าอัศจรรย์ด้วย 

          หยางเซิง: ฤดูหนาวใกล้มาแล้ว ผู้คนต้องพบกับความ หนาวต้องสวมใส่เสื้อขนแกะให้อบอุ่น พวกมันรับใช้มนุษย์ ชาติไม่น้อยทีเดียว ให้เสื้อแก่มวลมนุษย์  จะสามารถถามถึง ความรู้สึกของมันเกี่ยวกับขนแกะได้ไหม? 

          อรหันต์จี้กง: วันนี้มาถึงที่นี่ ก็เพราะจะมาสัมภาษณ์ พวกมัน จะได้เข้าใจความเป็นมาของพวกมัน “เจ้าแกะ เจ้าแกะ” ขนปุกปุยทั้งตัว ดังใส่เสื้อขนสัตว์ รีบบอกความ เป็นมา ฉันจะเสกคาถาให้จำความดังเดิม จะได้เล่าความเป็นมาของกรรมชาติก่อน เพื่อเตือนสติชาวโลก 

          หยางเซิง: ฝูงแกะเหล่านี้ ถูกอาจารย์เจิมเสก ถ้าได้สติ ผมจะสอบถามสักตัว ขอถามพี่แกะว่าพี่กลับชาติเกิดเป็นแกะมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง?   (ฝูงแกะถูกอาจารย์เสกเป่า รู้สติ ทันใดสามารถเอ่ยปากพูดจาได้แล้ว) 

          แกะ ก: ชาติก่อนเมื่อผมเกิดเป็นคน ทุจริตต่อหน้าที่ เกิดพลาดพลั้งฆ่าคนตายขึ้น เลยกลับชาติเกิดเป็นแกะ 

          หยางเซิง: ทุจริตอย่างไร? 

          แกะ ก: ผมรับราชการ บังเอิญมีการก่อสร้างสะพาน อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ เพื่อยักยอกเงินทองร่วมมือ กับผู้รับเหมา กินแรง กินปูน กินเหล็ก กินหินดินทราย กินงบประมาณไปถึงเศษหนึ่งส่วนสาม ตรวจรับงานเซ็นชื่อ รับแล้ว ได้กำไรเป็นแสน มีอยู่ครั้งหนึ่งเกิดอุทกภัยบังเอิญมีรถหลายคัน  และคนเดินอยู่บนสะพาน เสาสะพานถูก น้ำชัดแรงจนพังลงไปผู้คนล้มตาย เลยได้รับโทษที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ดังนั้นชาตินี้จึงเกิดเป็นแกะขนเต็มตัวไปหมด พอขนยาวขึ้นก็ถูกตัดไปขาย นำส่งออกนอกทำเป็นผ้าขนสัตว์ เสื้อขนสัตว์ ตลอดชีวิตได้แต่งอกขนเพื่อชาวโลก เป็นการชด ใช้เวรชาติก่อน 

          หยางเซิง: ทุจริตขนหนึ่งเส้นก็ต้องชดใช้หนึ่งเส้น เธอ ทุจริตเป็นแสนไม่รู้ต้องชดใช้กี่ปีจึงหมด? 

          แกะ ก: ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ชีวิตยืนยาวอยู่ได้เพราะขนยังงอกอยู่ เพื่อชดใช้หนี้กรรมจะไปโทษใครเขาล่ะ? 

          หยางเซิง: มีใจรู้สำนึกผิดชดใช้กรรม เชื่อแน่ว่าหนี้สินที่มีอยู่คงสามารถชดใช้หมด 

          อรหันต์จี้กง: ชาติก่อนทำให้เขาต้องหนาวหลายคน ทำให้คนต้องกลายเป็นผีในน้ำ ชาตินี้ก็ให้ขนแก่ชาวโลก เพื่อ กันความหนาวให้ร่างกายอบอุ่น ก็เกี่ยวกับกรรมที่ก่อไว้ 

          หยางเซิง: ขอถามแกะอีกตัวหนึ่ง ทำไมถึงมาเกิดเป็น แกะ? 

          แกะ ข: ขอขอบคุณ  ท่านอรหันต์และท่านผู้ใจบุญที่ ช่วยเหลือทำให้ฉันสว่างขึ้นเป็นกอง ชาติก่อนผมเป็นพ่อค้า ขี้โกงมีอาชีพขายผ้าปลอม เอาผ้าธรรมดาหลอกชาวบ้าน ว่าเป็นผ้ามาจากต่างประเทศ หลอกลวงผู้คนบางคนหลง เชื่อว่าเป็นของดีมีราคาแพง เสียเงินซื้อของแพง ถูกหลอกลวง โดยไม่รู้แถมดีใจว่าได้ของดี ตลอดชีวิตหลอกขายแต่ผ้าเลวๆ กำไรเงินทองไม่น้อยแถมยังมีภรรยา 2 คน เสพสุขเหลือ หลาย ตอนมีชีวิตอยู่ไม่เคยเชื่อ “กฎแห่งกรรม” แต่พอตายลง บนกระจกส่องบาป (อยู่ในขุมนรกสำหรับผู้ที่ตายไปแล้ว ไม่ยอมรับสารภาพความผิด  ก็จะถูกนำไปที่จอกระจกส่อง บาป ผู้ตายเห็นภาพกระทำบาปของตนเอง ไม่อาจโกหก ต่อไปอีก (หาอ่านได้ในหนังสือเที่ยวเมืองนรก))     ฉายภาพ หลอกต้มออกมาตกตะลึงทันใจเกรงกลัวยิ่งนัก ได้รับเคราะห์ กรรมหลายร้อยกระทง พอพ้นโทษ ก็เกิดเป็นแกะเมืองนอก ขนบนตัวของฉันก็คือเสื้อผ้าของฉัน กินหญ้าเลี้ยงบำรุง ขนงอกเต็มตัว พอขนยาวก็ดูเหมือนเสื้อผ้าตัวหนึ่ง ก็ถูก เขาถอดออกไป (ตัดขน) ทำเป็นผ้าขนสัตว์ เพื่อให้ชาวโลก สวมใส่ มันเหมือนมีแต่ลากไถ แต่ไม่ได้เก็บเกี่ยว เสื้อบน ร่างกายใส่เพื่อช่วงสั้นๆ ก็ถูกเขาถอดเอาไป รู้สึกไม่พอใจ 

          อรหันต์จี้กง: ใจอย่าได้คิดแค้นเคือง เสื้อขนสัตว์ของ เธอใส่ได้ไม่นาน เพราะว่ามีบุญน้อย ใครสอนให้เจ้าหลอก ขายผ้าเก๊เล่า ชีวิตนี้เลยต้องขายแต่ผ้าแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ขน บริสุทธิ์คืนให้ชาวโลกสวมใส่ อย่างนี้เป็นการชดใช้กรรมเวร 

          แกะ ข: ได้ฟังคำของท่านอรหันต์จี้กงแล้ว รู้สึกสำนึกผิด ชาติก่อนแม้ร่ำรวยมหาศาลแต่เสวยสุขเพียงไม่กี่ปี ชาตินี้ร่อนเร่พเนจรอยู่ในท้องทุ่ง อุทิศการขายเสื้อขนสัตว์ให้เขา ไม่ได้ รับเงินสักสตางค์เดียว ต้องโทษตัวเองดีกว่า? 

          หยางเซิง: ขอถามแกะอีกตัว เธอทำไมเกิดเป็นแกะล่ะ? 

          แกะ ค: ผมชาติก่อนตั้งตัวเป็นนายทุนเถื่อน ออกเงิน ให้กู้ดอกเบี้ยสูง สำหรับคนร้อนเงินมีทุกข์มาหา ต้องการ ยืมเงินก็คิดดอกเบี้ยแพงๆ อาจพูดว่า “ดอกเลือด” ได้อาหาร ข้ามื้อเดียว ก็ต้องถูกข้าทำลายหลอกเลือดให้ข้าสูบเลือดกิน เพราะคนทุกข์ร้อนมีความต้องการรีบด่วน ข้อสัญญาผูกมัด อะไรก็ยอมทำ ฉันก็เลยใช้โอกาสนี้ กดขี่บังคับข่มขืนลูกเมีย เขา ลูกหนี้ถูกข่มเหง ก็สู้จำทนเพื่อป้องกันภัย เงินทองถูกใช้ไป ทางระเริงกาม ทำผิดทำนองคลองธรรม พอตายได้รับโทษ หนักในเมืองนรก ภายหลังมาเกิดเป็นแกะ จึงตกมาอยู่ใน สภาพเช่นนี้ ลำบากเหลือหลาย ชาติก่อนร่ำรวยเดินเหินมีรถ นั่งมีนารีงาม ตอนนี้อะไรๆ ก็ไม่มี เป็นสัตว์เดรัจฉานสวมเขาห่มขนน่าอนาถเหลือหลาย 

          หยางเซิง: พวกให้กู้เงินคิดดอกเบี้ย มีบาปอย่างนี้ หมดหรือ? 

          อรหันต์จี้กง: ไม่เหมือนกันหมดหรอก ธนาคารกู้เงินคิด ดอกจะมีโทษอะไร? ให้เงินเขายืมช่วยพ้นทุกข์ไม่คิดดอกได้ กุศล  ถ้าคิดดอกน้อยก็ไม่บาป   เพราะช่วยคนเขาพ้นทุกข์ มีชีวิตต่อไปได้ แต่ได้บุญเพียงครึ่งเดียว ถ้ามีอาชีพออกเงินกู้ คิดดอกสูง แถมยังก่อกรรมนับว่าไม่มีเมตตา อาศัยความ ทุกข์ร้อนของผู้อื่น ทำบัดสีกับลูกเมียลูกหนี้ ผิดทำนองคลอง ธรรม ก็เหมือนที่พูดไปเมื่อครู่มีคำกล่าว  กล่าวว่า “ขนแกะ ก็งอกอยู่บนร่างแกะ” ข่มเหงเขาก็เหมือนข่มเหงตน เรื่องราว ทั้งหมดนี้สามารถเตือนสติชาวโลกได้ เป็นคนที่ดีย่อมได้รับ ผลดีตอบแทนแน่นอน ถ้าอยู่ในโลกข่มเหง หลอกลวง ทุจริต ไม่เพียงแต่กฎหมายจะเล่นงานเท่านั้น สวรรค์ก็ลงโทษด้วย ถ้าไม่ประพฤติเป็นคนดี   ชาติหน้าสวรรค์ก็สามารถหาที่ๆ เหมาะสมที่เจ้าชอบ ทำให้เจ้าทดลองรสชาติขมขื่นดู พวกเจ้าทั้งหมดได้สร้างความดี เป็นคติเตือนชาวโลกจะได้ ถูกปลดปล่อย ชาติหน้าจะได้เกิดเป็นคนอีก แต่อย่าลืมต้อง ประพฤติเยี่ยงคน จะได้ไม่ต้องออกนอกลู่สู่วิถีสัตว์อีก หยางเซิงขึ้นปทุมทิพย์กลับสำนัก 

          หยางเซิง: ผมนั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญอาจารย์กลับ สำนักเถิด 

          อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักแล้ว ลงจากปทุมทิพย์ วิญญาณ กลับเข้าร่าง