ไก่โต้งร้องขึ้นเพราะปากถือศีล ล่อม้าแบกของหนักเพราะกรรมชาติก่อน

175 Views

ไก่โต้งร้องขึ้นเพราะปากถือศีล 
ล่อม้าแบกของหนักเพราะกรรมชาติก่อน

อรหันต์จี้กงประทับทรงกล่าวเป็นกลอนว่า :
   มัวแต่หลงเลี้ยงดูสัตว์เป็นฝูง      เฝ้าลากจูงขยันให้อาหาร
คุณบิดามารดรก็ลืมลาน                เพราะไม่นานสัตว์มีค่าเพิ่มพูนสิน
ไก่ในเล้ากินอิ่มใกล้น้ำร้อน           ไก่ป่าร่อนเร่เที่ยวหากิน
สรรพสัตว์ล้วนกลัวตายวายชีวิน    เมตตาจิตรักษาธรรมสิ้นกรรมเวร

          อรหันต์จี้กง: ชาวโลกเลี้ยงสัตว์เป็นฝูงใหญ่ ทุ่มเท กำลังใจเฝ้าถนอม ประโยชน์แรกตนเองสามารถบริโภคได้ ประการที่สองขายได้เงินทอง ถ้ากลับบ้านท่านได้ปฏิบัติต่อ พ่อแม่ด้วยสุดหัวใจหรือไม่? อาหารสามเวลาได้ตระเตรียมไว้ดีแล้วหรือ สุขภาพไม่ดีได้หาหมอหรือเปล่า? ที่หลับที่นอนดู แลเรียบร้อยดีหรือ? ยามพ่อแม่เจ็บป่วย เกิดเป็นลูกใจร้อนรน กระวนกระวายหรือไม่? ถ้าหากเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงวัว การกินอยู่ 3 มื้อ ไม่เคยขาดตกบกพร่อง พอมีโรค ระบาดรีบให้สัตวแพทย์มาดูแล ที่อยู่อาศัยก็ล้างทำความ สะอาดกลัวติดเชื้อทุกอย่าง ดูแลทั่วถึง ถ้าหากปฏิบัติต่อ พ่อแม่ไม่กระทำเช่นนี้ เธอก็จะได้ชื่อว่าอกตัญญู รีบสำนึก กลับตัวเสีย ทุกชีวิตย่อมกลัวตาย ถูกยุงกัดทีก็ทนไม่ไหว ถ้าตีไม่ตายก็ไม่สบายใจ ถ้าได้ยินคำพูดไม่เข้าหูสักคำ เหมือน มีดแทงใจดำ   อารมณ์พุ่งดั่งฟ้าร้อง  นี้คือกฎการรักตัวเอง กตัญญูสูตร กล่าวว่า ร่างกายเรานี้ กำเนิดจากพ่อแม่ ไม่กล้า ให้เจ็บแม้แต่น้อยนิด ความกตัญญูก็เริ่มจากที่ตรงนี้แหละ ถ้าหากพลีชีพเพื่อชาติ ก็เป็นการกตัญญูต่อประชาชนประ เทศชาติ อันนี้ก็ถือว่า ซื่อสัตย์กตัญญูเป็นเลิศ อุทิศชีวิตเล็กๆ ของฉัน เพื่อความยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน เสียสละเพียงคนเดียว เพื่อชีวิตส่วนรวม การตายแบบนี้เหมือนเกิดใหม่ วิญญาณ จะไปสู่สวรรค์ มีความสุขชั่วนิรันดร์ ชื่อก้องเกรียงไกร ชีวิต สัตว์เดรัจฉาน ถ้าฆ่าเอาไปเป็นอาหาร ก็เป็นสิ่งพลีชีพ ชาวโลกก็ต้องระลึกถึงคุณของมัน อย่าสักแต่กินโดยไม่ระลึก ถึง นายหยางเซิงขึ้นปทุมทิพย์เร็ว 

          หยางเซิง: ครับผม วันนี้ไม่ทราบว่าจะไปไหน? 

          อรหันต์จี้กง: ปีนี้เป็นปีระกา เราไปเยี่ยมพ่อไก่แม่ไก่ กันเถอะ 

          หยางเซิง: ครับผม แหมนั่งบนดอกปทุมทิพย์ ตลอด ทางเย็นสบาย ในเวลาค่ำมืดอย่างนี้ไม่รู้ว่าบ้านไหนเขาเลี้ยง ไก่ไว้บ้าง 

          อรหันต์จี้กง: วันนี้เราออกไปนอกเมืองไถจง ไปที่หมู่ บ้านไถ่ผิงที่เขาเลี้ยงไก่กัน 

          หยางเซิง: ชั่วพริบตา ก็มาถึงเล้าไก่ใหญ่ พลบค่ำแล้ว ดูเหมือนพวกมันนอนกันหมดแล้ว แต่ยังมีบางตัว ยังกิน อาหารอยู่ 

          อรหันต์จี้กง: พวกมันยังกินรอบดึก เพราะความเคยชิน  เพราะฉะนั้นในตอนกลางคืน พวกไก่ก็ยังออกหากินได้ 

          หยางเซิง: ทำไมไม่เห็นรูปร่างคนละ 

          อรหันต์จี้กง: เพื่อไม่ให้ชาวโลกหลงมัวเมา ฉันจะให้มัน ใช้กายปัจจุบัน พูดจาภาษาคนกับเราละ จะได้ดูแปลกไงเล่า? 

          หยางเซิง: พวกมันพูดภาษาคนได้หรือ? 

          อรหันต์จี้กง: แน่นอน เธอไม่เคยได้ยินไก่ขันในตอนเช้า หรือ ชาวบ้านยังเข้าใจลุกจากเตียง แล้วทำไมคนจะฟังภาษา ไก่ไม่รู้เรื่องหรือ 

          หยางเซิง: อาจารย์พูดถูก 

          อรหันต์จี้กง: ให้ฉันเสกมันก่อน ให้มันได้ตื่น จะได้ใช้ ภาษาคนพูดติดต่อ “ไก่โต้ง เจ้าไก่โต้งเจ้าขันทุกวันหมาย ความว่าอย่างไร” 
ไก่โต้ง: ฉันคือ ระฆังย่ำรุ่ง ฉันรับหน้าที่นี้มา พอย่ำรุ่งฉันก็ส่งสัญญาณปลุกชาวบ้านให้ลุกขึ้น ฉันเป็นพนักงานให้ สัญญาณ เพราะฟ้าลิขิตแบบนี้ นอกจากเป็นใบ้ไป ถ้าหาก ถึงตอนเช้าลำคอจะรู้สึกติดขัด ถ้าไม่ขับร้อง ลำคอก็ไม่สบาย โล่ง

          หยางเซิง: มีเหตุผลดี ถ้าไม่เรียกก็ไม่สบายกาย เธอมี บาปมาอย่างไร บอกให้ชาวบ้านเขารู้หน่อยได้ไหม? 

          ไก่โต้ง: ท่านผู้ใจบุญ! อย่าให้ฉันเปิดเผยเลยได้ไหม? 

          หยางเซิง: เสียงเธอไพเราะมาก ทำไมต้องเหนียมอาย เล่า? 

          ไก่โต้ง: ท่านผู้ใจบุญ ถ้าต้องการจริงๆ ฉันก็จะพูด ความจริง ฉันแต่ก่อนเป็นชาวนาอารมณ์ดุร้าย ถ้าพบอะไร ไม่สบอารมณ์ จะต้องระบายอารมณ์ด่าออกมา ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ ญาติพี่น้องพูดจาหยาบคาย พ่อแม่ด่าว่า ฉันไร้ศีลธรรม  ยิ่งกว่าสัตว์อีก  แต่ฉันก็ไม่เคยสำนึกผิด ยิ่งเสียงดังด่าใหญ่ นิสัยเลวอย่างนี้แก้ไขไม่ได้เพราะปากร้ายตลอดชีวิตจึงสร้างบาปไปทั่วทุกแห่งหน พอตายลง ยมบาลจับไปอยู่ในนรกตัดลิ้น ลงโทษดัดนิสัย พอพ้นโทษ ก็ให้มาเกิดเป็นไก่โต้ง พอเกิดเป็นไก่โต้งนิสัยก็ดีขึ้น เพราะ วจีกรรมด่าพ่อแม่ผู้ใหญ่ พอขอบฟ้าสางในลำคออดไม่อยู่ต้อง ส่งเสียง ขับร้องออกมา ใช้เสียงตะเบ็งเรียกชาวโลกทั้งหลาย ตื่นเถิดอย่าเอาเยี่ยงฉันเลย   ฉันเรียกเขาอยู่ทุกวัน  เพื่อให้ พวกเขาขึ้นมาทำงาน ฉันสร้างกุศลแบบนี้เพื่อชดใช้กรรมเก่า ชาติก่อนไร้ศีลธรรม   เลยเกิดเป็นไก่ (ไอ้ตาไก่)  ตาของฉัน พอเห็นไก่ตัวเมียตาฉันก็ลายมืดมัว ไม่ดูว่าเป็นแม่ผู้ให้ กำเนิดหรือเปล่า เอาแต่ความสนุก เพราะฉะนั้นไก่จึงถูก ประณามว่าสัตว์เดรัจฉาน ไร้ศีลธรรม เพราะเหตุอกุศลกรรม นำพาทำให้ฉันไม่มีสติยั้งคิด เลยทำเยี่ยงสัตว์ป่า ขอให้ชาวโลก จงอย่าสร้างวจีกรรม จะได้ไม่ต้องมาร้องขัน คิดได้ก็สายเสีย แล้ว 

          อรหันต์จี้กง: เธออย่าเสียใจ เธอเกิดเป็นไก่ได้รับรสชาติ ของเวรกรรม แต่ว่าไก่ก็มีศีลห้าข้อ บนหัวก็มีหงอน (มงกุฎ) ประดุจดังนักปราชญ์ ขามีเดือย ประดุจนักรบ นิ้วขาหน้า ประดุจผู้กล้าหาญ เช้าขึ้นก็ร้องขันประดุจซื่อสัตย์เชื่อถือได้ เวลามีกินก็ร้องเรียกกันประดุจมีใจรับผิดชอบ ไก่ยังมีหลัก ธรรม 5 ข้อ คนจะมีไหม? ไก่แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงแต่ก็มีสิ่งที่ ควรเอาเยี่ยงอย่าง 

          หยางเซิง: ฟังไก่โต้งเจรจา ช่างมีคติเตือนใจ ไม่รู้ว่า เวลาถูกเชือดรู้สึกอย่างไรบ้าง? 

          อรหันต์จี้กง: อันนี้ไว้ถามแม่ไก่อีกตัวดีกว่า เพราะมัน เกิดเป็นไก่ 2 ครั้งแล้ว ฉันจะเสกให้ก่อน แล้วค่อยให้พูดว่า ตนถูกฆ่าเป็นอย่างไร 

          หยางเซิง: ขอถามตอนเกิดเป็นไก่ครั้งแรก แล้วถูกเชือด นั้นจิตใจเป็นอย่างไร 

          แม่ไก่: อย่าให้พูดเลย คิดแล้วกลัวไม่หาย ชาติก่อน เกิดเป็นไก่ในบ้านชาวนา เพราะสมัยนี้คนชอบกินไก่บ้าน ตอน ฉันออกจากไข่ เจ้าของก็เลี้ยงด้วยข้าวสาร พอไม่นานเกิดได้ 7 วัน แม่ก็พาเราพี่น้อง 7 ตัวไปหากินตามทุ่งนา ผ่านไปปีครึ่ง ฉันก็เติบใหญ่ มีคนฆ่าไก่มาหา เขาเอากรงมาด้วย ถามเจ้า ของว่ามีไก่ขายไหม? มีครับแต่ไก่บ้านราคาต้องสูงหน่อยคนซื้อบอกว่าแน่นอนๆ ชีวิตพวกเราถูกลิขิตแล้ว คนฆ่าไก่ ก็จะเอาตาข่ายไล่จับ ฉันกลัวมาก รีบวิ่งหลบแต่ก็ไม่พ้น ตาข่าย เจ้าของขายได้เงินรู้สึกดีใจมาก ไม่เคยอนาทรชีวิต พวกเรา เราถูกส่งไปยังตลาด คนฆ่าไก่พูดกับคนขายผักว่า ไก่บ้านแท้ๆ เนื้อหอมอร่อย ถ้าไม่ใช่ไก่บ้านแท้ๆ ไม่เอาเงิน ในที่สุดก็ถูกแยกไปทีละตัว ฉันถูกแม่บ้าน คนหนึ่งซื้อไป เธอดีใจมากที่ได้ไก่บ้านมา พอถึงบ้านก็รีบต้มน้ำร้อน เอามีด เฉือนคอ ฉันร้องจนหมดแรง เจ็บจนตาย ดิ้นอยู่ประเดี๋ยว รู้สึกว่าเลือดสดๆ ไหลออกหมด หมดแรงเอาดื้อๆ ก็พอดีตัวถูกน้ำร้อนต้มเดือดปวดแสบทรมานไปทั้งตัว แล้วก็หน้ามืด ตามัววิญญาณออกจากร่าง มีอำนาจมืดพาไปที่เมืองนรก เนื่องจากกรรมยังไม่หมด เลยต้องเกิดมาเป็นไก่อีกครั้งหนึ่ง จากครั้งนี้ก็จะได้ไปเกิดเป็นคนใหม่ 

          หยางเซิง: ฟังมันพูดแล้วน่าสงสาร ไม่ทราบว่าคนฆ่า ไก่กับคนกินเนื้อจะเป็นอย่างไร? 

          แม่ไก่: คนก็กินแต่ซากศพ ไม่สามารถกินวิญญาณ ได้หรอก คนฆ่าฉันก็เหมือนฉันถูกฆ่า กลัวจนรนราน บางครั้ง วิญญาณมันหนีไปซุกซ่อนอยู่ข้างหลังคนฆ่า ถ้าหากคนฆ่า ฆ่าสัตว์มากๆ พวกวิญญาณยังไม่ไปเกิด ก็วนอยู่รอบๆ คนฆ่า นานๆ เข้ามือฆาตกรก็มีร่างกายเปลี่ยนไป ท่าทางจะแปลกๆ ไป 

          หยางเซิง: ขอโทษที่ขัดจังหวะ ที่พูดเมื่อกี้ไม่รู้ว่าจริง 

          อรหันต์จี้กง: แม่ไก่พูดนั้นมีเหตุผล สมมุติมีคนหนึ่ง เข้าวิทยาลัยเรียนหนังสือ พอนานๆ ไปก็รู้สึกว่าเขามีคุณ วุฒิ ถ้าคนๆ นั้นอยู่กับการค้านานๆ ก็จะมีลักษณะของ นักธุรกิจ ถ้าเป็นชาวนาก็มีกลิ่นสาบควาย พวกกรรมกร ก็มีแววกรรมกร สมัยหนึ่งมีคุณแม่เม้งทำไมต้องย้ายที่อยู่ ถึงสามครั้ง เพื่อให้ลูกๆ ได้อยู่ใกล้โรงเรียนเพื่อเพาะนิสัยให้ คงแก่เรียนเอาไว้  ถ้าอยู่ใกล้นักพนันนานๆ ไป  ก็จะมีนิสัย เป็นคนพนัน ถ้าคบคนบัณฑิต บัณฑิตก็จะให้ผล สิ่งเหล่านี้คือ นิสัยถูกครอบงำ วันนี้ใจใกล้อะไรก็มักคล้อยตามอย่างนั้น ถ้าอยู่ใกล้พระพุทธเจ้านานๆ ไป ก็อาจมีใจเป็นพระ หน้าก็ เป็นพระ ทุกๆ อย่างก็เหมือนๆ กัน 

          หยางเซิง: อยู่ใกล้ไข่มุกก็จะสดใส อยู่ใกล้มืดก็จะดำ คงเป็นเหตุอันนี้กระมัง แม่ไก่เอย แล้วคนกินเนื้อไก่ละจะเป็นอย่างไร 

          แม่ไก่: ไก่มันเลี้ยงเป็นฝูงในเล้า แม้ว่าปัจจุบันจะมีวิทยา การก้าวหน้า ตั้งแต่อนามัย อาหาร การอยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกัน ในเล้า ได้รับเชื้อโรคนั้นง่ายมาก เพราะฉะนั้นตามตัวจึงมีเชื้อโรคอาศัยอยู่ ก็เพราะว่าเป็นไก่พูดไม่ได้ ก็ไม่ได้รับการรักษา เมื่อเป็นอาหารของคน โดยไม่รู้ว่าไก่ที่กินมีโรคหรือเปล่า ก็มักได้รับโรคที่มาจากเนื้อไก่ จึงขอบอกชาวโลกว่า เวลาจะ กินเนื้อปลา เนื้อไก่ พึงระวังว่าจะกินเอาไก่มีโรคไป จะห้าม ก็ไม่ได้ ดังคำพูดที่ว่าโรคมักเข้าทางปาก 

          หยางเซิง: เธอพูดจากใจจริงๆ มักพบในหนังสือเขียน ไว้ว่ากินเนื้อครึ่งขีดต้องคืนครึ่งชั่งไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน 

          แม่ไก่: ฉันไม่กล้าพูดเช่นนั้น แต่คนกินเนื้อมากมีโทษ มากกว่ามีคุณ เป็นเรื่องจริง บางครั้งมากกว่าคืนครึ่งชั่ง เสียอีก คือคืนชีวิตไปเลยแหละ ทำไมหรือ คนที่กินเนื้อมากๆ ไขมันมากเกินไป พิษภัยสะสม ทำให้เลือดไม่ปกติ ความดันสูง เกิดมะเร็ง เป็นต้น ต้องเข้าโรงพยาบาล มิใช่ต้องใช้หนี้ด้วย ชีวิตหรอกหรือ? 

          อรหันต์จี้กง: พูดถูก คนสมัยก่อน กินเนื้อน้อย ปัจจุบันเนื้ออุดมสมบูรณ์ ทั้งสามมื้อก็มีแต่เนื้อกินมากเกิน ไป อุดมเกินไป เกิดโรคขึ้น คือโรคคนรวย ยิ่งปัจจุบันยิ่งมาก หมอถึงกับยอมแพ้ 

          หยางเซิง: ขอให้อาจารย์ได้เสกลูกไก่ตัวนี้ จะได้ระลึก ถึงอดีตได้ อยากสนทนาหน่อย 

          อรหันต์จี้กง: ก็ได้ โอมเพี้ยง! เจ้าลูกเจี๊ยบเกิดมาไม่นาน บอกมาซิว่าก่อกรรมทำบาปอะไรไว้ วันนี้เลยมาอยู่ในกรงนี่ 

          ลูกไก่: ผมชาติก่อนเป็นเด็กเกเร ทั้งวันไม่ทำงาน เอาแต่ ติดยาเสพติด รวมกลุ่มมั่วสุมคอยจี้ปล้น รีดไถชาวบ้าน ห้าปีก่อน ขณะกำลังจี้ปล้นอยู่ พอดีถูกตำรวจจับได้ถูกศาล พิพากษาให้ประหารชีวิต พอตายลงถูกยมบาลขาว-ดำจับ ลงนรกถูกทรมานในนรกอย่างหนัก พอพ้นออกมาก็ถูกส่งมา เกิดเป็นไก่ห้าชาติ ชีวิตมืดๆมัวๆ ต้องรับกรรมต่อไป ผมไม่มี อะไรจะพูดอีกแล้ว 

          อรหันต์จี้กง: ชาติก่อนรีดไถชาวบ้าน ชาตินี้ต้องชดใช้กรรมให้เป็นอาหารตอบแทนเขา แม้ว่าจะเกิดมาเป็นไก่ก็ยัง ถูกจองจำไว้ในกรงเหล็กก็เหมือนรับโทษ ก้มหน้ารับกรรมไป 

          หยางเซิง: พวกมันเป็นไก่เนื้อ เจ้าของให้อาหาร ทั้ง สามมื้อ คิดแล้วดูเหมือนสบาย คนต้องคอยปรนนิบัติรับใช้ พวกก่อกรรมทำชั่วมาเกิด ถูกคนเลี้ยงจนใหญ่แล้วขายไปเป็น ไก่เนื้อทำอาหารให้ชาวบ้านกิน พูดตามเหตุผลต้องได้รับโทษตอบสนอง ทำไมจึงบอกว่าคนฆ่าสัตว์ไม่ได้ 
อรหันต์จี้กง: ฉันจะยกตัวอย่างให้ดู ถ้ามีคนหนึ่งเป็น หนี้ เธอก็ไม่สามารถฆ่าเขาเพื่อชดใช้หนี้ ควรให้เป็นหน้าที่ ของศาล เพื่อชดใช้ให้ตามแต่ศาลสั่ง จิตโพธิสัตว์ อาศัย เมตตาเห็นใจเขา ไม่อยากให้วิญญาณรับโทษ ก็เหมือนเขา ปฏิบัติต่อผู้พิการ ได้แต่บริจาคด้วยใจรักอย่างเดียว พวกที่ บำเพ็ญเพียรก็เช่นเดียวกัน ต้องฝึกจิตใจให้มีเมตตากรุณา จะได้มีวิญญาณที่ใสสะอาด พวกที่กินเนื้อของวิญญาณบาป เหล่านี้ โดยไม่ได้ตั้งใจ ก็จะเปื้อนราคีของวิญญาณบาป ซึ่ง จะมีผลกระทบต่อการบำเพ็ญเพียร ถ้าหากทานมังสวิรัติ แล้วก็ทำให้จิตใจใสสะอาด เกื้อหนุนการบำเพ็ญเพียร พวกที่ ทานเนื้อสัตว์มากๆ จิตใจจะขุ่นมัวเป็นการเพิ่มพูนกิเลส ตัณหา  ตั้งแต่โบราณมาท่านที่จะบำเพ็ญเพียร ก็มักตัดสินใจทานมังสวิรัติเพื่อตัดความอนาถทางโลกีย์ 

          หยางเซิง: ด้วยเหตุผลอันนี้เอง 

          อรหันต์จี้กง: โบร่ำโบราณมาแล้ว มีร่องรอยหลักฐาน มากมาย วันนี้ฉันเล่าเรื่องให้ฟังเรื่องหนึ่ง (ผู้ถือศีล “หลง”) ได้ยินการสนทนาของม้าล่อในตอนกลางคืน ต่างก็เล่าถึง กรรมเก่า ต่อมาภายหลังรู้สำนึกกลับมาบำเพ็ญเพียร) เพื่อ ลงในหนังสือ “วงเวียนกรรมสัตว์เดรัจฉาน” ในสมัยราชวงศ์ ถัง มีผู้ถือศีลคนหนึ่งชื่ออุ้มแซ่หลง ครอบครัวร่ำรวยมาก มีความรู้สูง ชื่อเสียงเป็นที่ล่ำลือ ตั้งแต่เล็กก็บรรลุธรรมะ ตั้งจิตอธิษฐานขอพบแต่สัจธรรม เริ่มแรกก็ไปคารวะ อาจารย์สือโตว ต่อมาก็มาคารวะอาจารย์ม้าโจว ตั้งแต่ นั้นมา ก็บรรลุจิตเดิมเข้าถึงหลักอนัตตา ปกติคุณหลงก็เป็น คนขี้สงสารชอบช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ประกอบกรรมดี บริจาคอยู่เนืองนิจ ด้วยเหตุนี้เอง วันหนึ่งมีพ่อค้า 2 คน มาหาต้องการยืมเงินทำการค้า ต้องการยืมเงินหนึ่งพัน ตำลึง ท่านหลงก็ยินดีให้ยืมทันที เมื่อพ่อค้าทั้ง 2 คนได้เงิน แล้วก็คิดจะเข้าเมืองไปทำการค้า แต่เมื่อมีสัมภาระมากขน ไปไม่ไหว ท่านหลงเลยให้เอาลาที่เลี้ยงไว้ให้ยืมไปขนของ พ่อ ค้าทั้งสองเดินทางมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง   ก็หยุดพักผ่อน ทั้งสองปรึกษากันว่า ท่านหลงใจดีให้ยืมเงิน แต่ลืมจดลงใน สมุด ถ้าหากเราเอาเงินนี้ไปโดยไม่ใช้คืน ก็ไม่มีใครรู้ พูดจบ เจ้าลาก็พูดขึ้นทันทีว่า ฉันชาติก่อนได้ยืมข้าวโอ๊ตไป สามขีด แล้วก็ไม่ได้ใช้คืน ชาตินี้เกิดมาเป็นลาต้องขนของ ให้ท่านเดินทางมาไกลถึง 30 ลี้ เพื่อเป็นการใช้หนี้เก่า ตอนนี้ฉันใช้หนี้ท่านหมดแล้ว ฉันเห็นทีจะต้องกลับไปแล้ว สองพ่อค้าได้ยินลาพูดภาษาคนได้ ตกใจมาก เลยรีบเอาเงิน ไปคืนให้ท่านหลง ท่านหลงแปลกใจมากเลยถามว่าทำไม รีบคืนเงินมาให้เล่า สองพ่อค้าเลยเล่าเรื่องที่ได้ยินจากลา พูดให้ฟัง แล้วพูดว่า พวกเรากลัวว่าจะต้องชดใช้กรรมชาติ หน้า เลยรีบนำเงินมาคืนให้  พูดแล้วก็ลาจากไป พอตกกลาง คืนท่านหลงก็เดินไปที่คอกม้า ก็บังเอิญได้ยินม้ากับลาสนทนา กันว่าชาติก่อนเป็นหนี้เขาเท่าไร ชาตินี้ก็เลยมาใช้หนี้เขา ฟังแล้วก็แหงนหน้าขึ้นพูดว่า ฉันตั้งใจจะช่วยคนโดยคิดไม่ถึง กลายเป็นเพิ่มภาระคนอื่น ปลงตกดังนี้ ต่อมาไม่นานก็รวบ รวมเงินทอง แล้วนำขึ้นเรือคิดจะออกไปกลางทะเลแล้วทิ้งลง ทะเลไป ขณะที่เรือแล่นมากึ่งกลางแม่น้ำก็มีโจรสลัดกลุ่มหนึ่ง ปีนขึ้นเรือมา  จะเข้าปล้นเรือ ท่านหลงเลยเล่าเรื่องลากับพ่อ ค้าสองคนให้ฟัง และตนเองคิดจะเอาเงินมาทิ้งทะเล  ปรากฏว่าพวกโจรสลัดได้ฟังดังนั้น  ใจเกิดสำนึกผิดพูดว่า พวกเราจะ ยอมออกบวชยอมติดตามท่านถือศีลกินเจ ในที่สุดท่านหลงก็เลยเอาเงินบริจาคเข้าวัด เพื่อเป็นค่าอาหารสำหรับโจรสลัด ทั้ง 500 คน ต่อมาพวกโจรสลัดทั้ง 500 คนก็บำเพ็ญเพียรจน สำเร็จบรรลุพระอรหันต์เลยได้ชื่อว่า “อรหันต์ 500 องค์”
ท่านหลงละทิ้งสมบัติ บุตรีก็ถือศีล ทอเสื่อยังชีพไปวันๆ หนึ่ง ลูกชายก็ทำไร่ไถนา ทั้งครอบครัว สามี ภรรยา บุตร สี่ชีวิตตั้งใจบำเพ็ญเพียร   ภายหลังที่ท่านหลงได้ช่วยโจรสลัด กลับใจได้ จิตใจสดชื่นยิ่งเพิ่มความเพียรมากขึ้น  ในที่สุดก็ บรรลุสำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งครอบครัว มีคนแต่งกลอน สรรเสริญว่า
          สำนึกผิด     คิดกลับใจ    เพราะทำชั่ว
เกิดเป็นวัว             เป็นควาย      เพื่อใช้หนี้
อกุศลจิต               ยากนัก         จะพ้นทุกข์
ไม่สัตย์ซื่อ             ทุนรอน        หาไม่ได้

          ท่านทั้งหลายเห็นแล้วใช่ไหมว่า พวก เป็ด ไก่ วัว ควาย ต่างก็เกิดมาชดใช้กรรมเก่า ซึ่งเป็นการยืนยันถึง “กฎแห่งกรรม” รีบๆ กลับใจประพฤติตนให้ถูกต้อง ตั้งใจ บำเพ็ญเพียร เพื่อไม่ต้องไปเวียนว่ายตายเกิดเป็นสัตว์เดรัจ ฉาน
วันนี้ขอแค่นี้ กลับสำนักกันเถอะ 

          หยางเซิง: ครับผม 

          อรหันต์จี้กง: ถึงสำนักแล้ว ลงจากปทุมทิพย์ได้ วิญญาณกลับเข้าร่างเดิม