Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
สรรพสัตว์ถือกำเนิดจากจิตเดิมแหล่งเดียวกัน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

สรรพสัตว์ถือกำเนิดจากจิตเดิมแหล่งเดียวกัน

245 Views

        สรรพสัตว์ถือกำเนิดจากจิตเดิมแหล่งเดียวกัน

        ชาติก่อนๆ ก่อกรรมทำเข็ญต่างๆ กัน จึงเกิดเป็นสัตว์ ต่างๆ กัน

        อรหันต์จี้กงเสด็จประทับทรงความว่า:

   สรรพสัตว์อาศัยกรรมถือกำเนิด        ถิ่นเดิมเกิดแดนสวรรค์งามยืนยง
ฟ้าสงสารสรรพสัตว์ช่วยโปรดปลง      แม้นซื่อตรงเสื้อทรงให้พร้อมพระธรรม
แผ่นดินนี้เกิดเป็นคนยากจงแน่วแน่    พระธรรมแท้พบยากต้องบุญนำ
ควรคล้อยตามสวรรค์บำเพ็ญธรรม      มิรับกรรมเกิดเป็นสัตว์ให้ทรมาน

 

        อรหันต์จี้กง: ฮาฮ้า! หนังสือเที่ยวเมืองนรก เมือง สวรรค์ก็ได้ทำเสร็จแล้ว ข้าและหยางเซิงได้ทำหน้าที่อันยิ่ง ใหญ่ที่ฟ้าดินได้มอบหมายให้เสร็จลง เราศิษย์อาจารย์ก็ได้ สนองคุณสวรรค์ช่วยเพิ่มพูนอาหารทิพย์แก่มวลมนุษย์ เปิด ม่านทองของสวรรค์ และเปิดประตูลึกลับของนรก บัดนี้ก็เฝ้า ดูการบำเพ็ญเพียรเชิญเลือกเดินตามใจ ข้านั้นเป็นเช่นดั่ง จิตแม่ แผ่เมตตาการุณย์จนหมดใจ หวังให้สรรพสัตว์ จง บรรลุถึงปัญญาซึ่งจะพบได้ในหนังสือทั้ง 2 เล่ม ดำรงตน เป็นคนที่มีศีลธรรมจรรยา คิดๆ แล้วฉันพูดมากเหลือเกิน ไม่ได้รับผลตอบแทนเลย นอกจากลมเย็นๆ วันนี้ข้าได้มาถึง “เซิ่นเต๋อถัง” สวรรค์มีบัญชาใหม่ ข้าก็จะนำนายหยางเซิง ออกเที่ยวสำรวจวิญญาณของสัตว์โลก เพื่อแต่งหนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” ฟังดูก็เหมือนสดใหม่ เพราะ ของสดๆ จากทะเล จากป่าเขา ของพิเศษอย่างนี้พวกเรา ก็อยากคิดจะกิน “ของสดๆ” เพราะถูกกับปากของท่านมาก ก็ไม่พ้นที่จะต้องทะเลาะต่อกรกับสัตว์เดรัจฉาน พวกท่าน รู้แต่รสหอมหวานของมัน รู้ความสดใหม่ของเนื้อ แต่ไหน แต่ไรมา ไม่เคยเงียบฟังการเรียกร้องจากใจมัน จากวิญญาณ ของมัน ดังนั้นพวกท่านรู้แต่กินเนื้อที่มีเลือดสดๆ รู้ไหมยังกิน วิญญาณสดๆ ของมันด้วย วันนี้ข้าพานายหยางเซิงไปดูวิถี ชีวิต ความเป็นอยู่ของสัตว์ต่างๆ เพื่อให้ท่านได้ล่วงรู้ วิญญาณสัตว์มีสภาพอย่างไร จะได้ทำใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น อันนี้ไม่ เพียงรู้ถึงความเร้นลับของโลกวิญญาณ หากยังเป็นความ รู้ทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ สรรพสัตว์ย่อมมีทั้งวิญญาณ และชีวิต อันนี้ไม่อาจปฏิเสธได้เลย หยางเซิง ท่านมีความคิด รู้สึกเป็นอย่างไร

        หยางซิง: ห้าปีผ่านไปนี้ ด้วยบุญบารมีท่านอาจารย์ทำ ให้ผมมีความรู้ซึ้งถึงโลกวิญญาณ สามารถทำหนังสือเที่ยว นรก-สวรรค์ 2 เล่มเสร็จสิ้น ตามบัญชาของสวรรค์ ถึงแม้จะผจญภัยถึงความยากลำบากนานาชนิด เมื่อหนังสือได้ออกสู่ ชาวโลก ผมก็ได้ลืมความลำบากไปหมดทั้งสิ้น จากวันนี้ไปก็ โปรดท่านอาจารย์แผ่เมตตาช่วยเหลือ วันนี้ในใจรู้สึกยินดีที่ ได้รับบัญชาจากสวรรค์อีก เพื่ออุทิศชีวิตจัดทำหนังสือ เพื่อโปรดสรรพสัตว์ในสถานการณ์อันแปลกใหม่นี้ ยิ่งมีเวลาเต็ม ที่พอที่จะให้สำนึกและช่วยเหลือตนเอง ขอบคุณสวรรค์ที่ กรุณา ขอบคุณท่านอาจารย์ช่วยเหลือศิษย์ ขอเพียงในชีวิตนี้ได้สร้างมหากุศล เพื่อสักวันหนึ่งจะได้บรรลุธรรมะอันยิ่ง ใหญ่ จะได้ไม่ผิดหวังแก่อาจารย์และเพื่อนร่วมบำเพ็ญเพียร

        อรหันต์จี้กง: ขุนเขาขวางหน้า ลำธารเหือดแห้ง ทางตัน แล้วเบื้องหน้าหมู่บ้านดอกหลิวบานสะพรั่ง หนทางมนุษย์ช่างขรุขระช่างเป็นหนทางของการฝึกปรือ พบอุปสรรคก็ให้ยิ้มสู้ พบทางราบรื่นก็อย่าหลงดีใจ พายเรือทวนกระแสน้ำ สามารถ ฝึกคนให้ก้าวหน้า ล่องเรือตามน้ำ พรวดเดียวก็ไกลพันลี้ ลอยคออยู่ในทุกข์หารู้ไม่ อริยมรรคเป็นแบบอย่างของทาง ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ทั้งหนักแน่นและยาวไกล น้ำย่อมไหลลงสู่ ที่ต่ำ มนุษย์ควรไต่เต้าให้สูงขึ้น อันนี้เป็นกฎที่ถูกต้องของ ธรรมชาติไม่ใช่จะมีพื้นฐานพิเศษ จะได้ปลูกบัวในกองเพลิง พายเรือทวนน้ำหรือ! แสงจรัสผลงานอันสำคัญ เชิดชู คุณธรรม แผ่เมตตาการุณย์ สิ่งเหล่านี้เป็นความต้องการเร่งด่วนของสังคม เรามาร่วมแรงร่วมใจ ทางธรรมอันจรัสแสง กำลังรออยู่เบื้องหน้าอย่าให้ประชาผิดหวัง จงเดินอยู่บนอริยมรรครักษาความศรัทธาเอาไว้เถอะ

        หยางเซิง: ขอบคุณๆ อาจารย์ที่แนะนำ ศิษย์ปฏิบัติ ตามด้วยชีวิต ไม่ทราบว่าจะเอาวิธีแบบไหนไปพบปะกับ วิญญาณสัตว์เดรัจฉาน

        อรหันต์จี้กง: เราไม่เพียงแต่พบปะสัตว์เดรัจฉาน ธรรมดาเท่านั้น สัตว์ที่กำเนิดจากรก ไข่ ที่ชื้นแฉะ และที่แปลง ได้ก็รวมอยู่ในหนังสือ วงเวียนกรรมของสัตว์โลก แม้มันจะมี ร่างกายต่างๆ กัน แต่ก็มีกระแสไฟ (วิญญาณ) เดียวกัน สามารถให้กำเนิดเครื่องใช้ต่างๆ ทำงานในพื้นพิภพนี้ แม้มี สัตว์มากมาย แต่วิญญาณเดิมมาจากสวรรค์ชั้นอรูปพรหม จากแหล่งเดียวให้กำเนิดหมื่นแสน ถ้าหากตอนนี้จะสืบ หาต้นตอ ก็ต้องให้สรรพสิ่งรวมตัวเป็นสิ่งเดียวกันเสียก่อน จึงจะติดตามไปถึงรากเดิมได้ นั่นก็คือ จากรากเดิมอันเดียว นี้เสมือน (จิตเดิมต้นกำเนิดพลังเดิม) และจากการ ผ่านขั้นตอน ต่างๆ กัน เพื่อความอยู่รอดของชีวิต เลยหนีห่างจากคุณธรรม ทุกวันก็มีแต่ความอยากได้ ความร่ำรวย สมาธิก็ลดถอยลง ชีวิตผ่านอุปสรรค จนกระทั่งถึงทางที่เกิดอันตรายขึ้น ทำให้ มนุษย์เริ่มเสาะแสวงหา ค้นคว้า หาพลังงานสิ่งทดแทน ข้า กำลังจะเตือนพวกเขา ถ้าไม่รู้สึกระงับเสียบ้าง ไม่บำเพ็ญ เพียร ถูกความโลภเข้าครอบงำ ไม่ชำระจิตใจ ถูกทำลายจนใช้ ไม่ได้ ทำให้จิตใจแปรเปลี่ยนจนไม่สมประกอบยึดติดกับความ เจริญทางวิทยาศาสตร์ ประสาทอ่อนแอลงจนทำให้เกิดโรค ประสาท ทำให้เพิ่มตัวละครมากขึ้น ด้วยเหตุฉะนี้เพื่อช่วย เหลือความอ่อนแอของประสาท และฟื้นฟูจิตวิญญาณให้ สมบูรณ์ ศาสนจักรเป็นหนทางหนึ่งที่จะฟื้นฟูจิตวิญญาณ ได้ สัตว์ต่างๆ ที่สูญเสียรูปลักษณ์ของมนุษย์ ก็ยังมีวิญญาณ ที่เหมือนมนุษย์อยู่ ก็ยังมีชีวิตอยู่เป็นเพื่อนของมนุษย์ เช่น สุนัขมีความซื่อสัตย์ แพะมีความกตัญญู วัวที่มีบุญคุณ และไก่ที่รักษาความเที่ยงตรง เป็นต้น ซึ่งล้วนมีคุณต่อ มนุษยชาติเป็นอย่างยิ่ง อันนี้เป็นการยืนยันว่าแม้มีร่างที่ต่างกันอาจจะมีร่างเล็กมาก แต่พวกมันก็มีวิญญาณเหมือนกัน มีเลือดเนื้อ พวกเขาถ้ามีมนุษยธรรมและมีชีวิตเพิ่มขึ้นทำการ วิจัยค้นคว้าอย่างจริงจัง อันนี้ไม่ถือว่า “งมงาย” เพียงแต่ถ้า ท่านยอมรับว่าสัตว์ก็มีวิญญาณดังนี้ หนังสือ “วงเวียนกรรม ของสัตว์โลก” ก็มีค่าควรแก่ศึกษา พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เทวดาทั้งหลาย ก็รู้ก่อนใครถึงโลกของวิญญาณ จะค้นคว้า โลกวิญญาณของสัตว์ มันง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ หนังสือ ชุมนุมสัตว์เป็นข้อมูลอย่างดี ในการศึกษาความเป็นอยู่ของ วิญญาณ เปรียบเหมือนนักวิทยาศาสตร์ ใช้แว่นขยาย ส่องดูจุลชีพปานนั้น รูปลักษณ์ของวิญญาณสัตว์ ต้องอาศัย สมาธิจิตหรืออภิญญาของอรหันต์จี้กงเท่านั้น จึงจะเห็นได้ หนังสือนี้อาจเรียกว่า “สังเกตการณ์ทางวิญญาณของสัตว์” อันนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ล้ำหน้า ทางศาสนาในโลกวิทยาศาสตร์ ที่เจริญรุ่งเรือง ได้มีการสืบเสาะหาชีวิตอีกโลกหนึ่ง มีการ พัฒนามาถึงมีดาวเทียม จรวด แต่ในทางศาสนา เรามีตาทิพย์ ที่จะสืบเสาะความเป็นอยู่ของวิญญาณ เพื่อพยุงจิตวิญญาณ ของมนุษยชาติ เพื่อมิให้ต้องตกลงสู่การเป็นสัตว์โลก ในทาง กลับกัน ยังเป็นการส่งเสริมให้จิตวิญญาณของมนุษย์เลื่อน ฐานะสูงขึ้นสู่เทวภูมิ และพุทธภูมิเป็นที่สุด ปฏิรูปสังคม ส่วนใหญ่ให้ทุกๆ คน ได้ห่อหุ้มดวงจิตของโพธิสัตว์ ใจเมตตา การุณย์ ทุกๆ คนต่างปฏิบัติต่อกันด้วยความสุข ไม่ล่าเนื้อที่ อ่อนแอเป็นเหยื่ออันโอชะ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็จะบรรลุถึงคำกล่าวของท่านขงจื๊อที่ว่า “โลกเนรมิตที่เหมือนกันหมด” ผู้มีเมตตาก็จะรักสัตว์ ผู้มีใจกุศลก็จะบริจาคสู่ผู้ยากไร้ มหา เมตตากอปรด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ กรุณาเอื้อเฟื้อต่อมนุษย์ ทั้งหมดนี้ เหมือนดั่ง “ทั้งสัตว์และฉันเสมอเหมือนกัน” ภาพ หนึ่งหรอกหรือ?

        หยางเซิง: ท่านอาจารย์กล่าวได้ดีมาก สูตรที่บริสุทธิ์บรรจุแต่ถ้อยคำอัศจรรย์ สรรพสัตว์ได้ฟังแล้วจะได้ประโยชน์เหลือหลายบรรจุธรรมอันยิ่งใหญ่

        อรหันต์จี้กง: ปัจจุบันการปฏิบัติตนของมนุษย์บางคนต่ำทรามยิ่งกว่าสัตว์ จึงมีคำด่าคนว่า “คนร่างสัตว์” ด้อยกว่า สุนัขอาชาไนย์ที่ซื่อสัตย์อารีย์ บัดนี้ สวรรค์เมตตาทรงโปรด สัจธรรมลงมาสู่โลกอีกครั้ง เพียรพยายามจะขนสัตว์ให้ข้ามพ้นโองฆะสงสารเปลี่ยนร่างสัตว์กลับสู่ร่างคนดังเดิม ดังนั้นจึงได้มีคำสั่งให้จัดทำหนังสือ “วงเวียนกรรมของสัตว์โลก” เพื่อ หนึ่งให้คนมีความกลัวจะได้สำนึกกลับใจได้ สองให้ วิญญาณบรรลุสัจธรรม เพื่อให้สำเร็จตามคำบัญชาในการ โปรดสัตว์ทั้งสามโลก หวังว่าท่านทั้งหลายจะเข้าใจคำพูด ของอาตมา ผู้ที่กำลังทำบาปอยู่ก็ให้ละเสีย จะได้ไม่เพาะนิสัยให้ติดเป็นสันดานจะได้ไม่ต้องไปเกิดเป็นสัตว์ซึ่งน่ากลัวยิ่งนัก

        หยางเซิง: ใจอริยชนกับสรรพสัตว์ เมื่อรวมกันเป็น หนึ่ง พุทธพจน์ กล่าวถึง เมตตากรุณา ขงจื๊อ กล่าวถึง ความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร เต๋า กล่าวถึง ความบริสุทธิ์ พระเยซู กล่าวถึง ความรัก พระอัลเลาะ กล่าวถึง ความใสสะอาด ศาสนาทั้งหลายทรงกล่าวถึง เมตตากรุณา รักและสงสาร ความสะอาดบริสุทธิ์ และการบำเพ็ญของ จิตไม่ให้แปดเปื้อน ทำให้ผู้คนนับถือ สวรรค์ประทานธรรมะ เผยแผ่ความเมตตา พวกเราได้รับผลอย่างแน่นอน

        อรหันต์จี้กง: ศิษย์ข้าพูดถูก สมัยก่อนมีพระราชา องค์หนึ่งชื่อเซียงอ๋อง มีใจโอบอ้อมอารี แต่ละปีมีทุกขภัย หลายครั้ง เขาก็ได้ออกบรรเทาทุกข์ เยี่ยมเยือนช่วยเหลือ คิดปรับปรุงพัฒนามีวันหนึ่งแดดร่มลมตก อากาศกำลังดี ฝูงนกทั้งหลายต่างร้องตกใจ บรรดาสัตว์ก็โลดเต้น เมื่อเซียงอ๋องมาถึงท้องที่ๆ หนึ่ง แลเห็นกลุ่มนายพรานกำลัง จัดแจงเครื่องดักสัตว์ มีตะข่าย เป็นต้น พวกที่กำลังจะกาง ตาข่าย ก็ร้องด้วยใจลำพองว่า “พวกที่มาจากฟ้า พวกที่มา ทางบก พวกที่มาจากทิศทั้งสี่ ขอให้เข้ามาอยู่ในตะข่ายของข้า อย่าได้เล็ดรอดได้แม้นแต่ตัวเดียว” เซียงอ๋อง เหลือไว้เพียง ด้านเดียว แล้วกล่าวอธิษฐานว่า “พวกที่คิดจากไปทางซ้ายก็ ไปทางขวา พวกที่คิดจะไปทางขวาก็ไปทางขวา พวกที่ขึ้น ข้างบน ก็ให้ขึ้นข้างบน พวกที่คิดจะลงมาก็ให้ลงมา เมื่อไม่ อยากมีชีวิตอยู่ ก็ให้เข้าไปในตะข่ายของคน” พวกนาย พรานพอได้ยินแล้ว รู้สึกประทับใจ บทกล่าวที่รื้อตะข่าย สามด้านนี้ ถูกเล่าต่อๆ กันมาถึงจนถึงทุกวันนี้ ผู้คนทุกวันนี้ มีบางคน จิตอกุศลฆ่าสัตว์ตัดชีวิตถือเป็นของปกติ ควรที่จะได้พิจารณาคำพูดของเซียงอ๋อง ซึ่งเป็นที่ประทับใจ คนก็เป็นหนึ่งในบรรดาสัตว์ เป็นสัตว์ประเสริฐอยู่ชั้นแนว หน้าของสัตว์ ควรจะมีหน้าที่ในการอนุรักษ์ และเห็นใจ สัตว์ในโลกนี้ มีคนใจบุญในประเทศต่างๆ ได้ตั้งสมาคม อนุรักษ์ชีวิตสัตว์ ซึ่งมีประโยชน์มาก จิตใจอรหันต์ของ อาตมาก็พลอยสบายใจได้หน่วยหนึ่ง คราวนี้จะพานายหยาง เซิงไปเยี่ยมเยือนสัตว์เดรัจฉาน เปิดเผยความเป็นอยู่ของ มันเพื่อให้ชาวโลก คอยบำรุงใจที่เมตตาเอาไว้เหลือแต่ ความดี ประพฤติแต่กุศลกรรม ซึ่งทางศาสนาพุทธ กล่าวถึง “กฎแห่งกรรม” เป็นการยืนยัน ว่าคำกล่าวเช่นนี้เป็นความ จริงขอให้ชาวโลกอย่าหลงงมงาย!