Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ตำราเสริมสร้างอายุวัฒนะฉบับชาวบ้าน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ตำราเสริมสร้างอายุวัฒนะฉบับชาวบ้าน

478 Views

ทารกที่อยู่ในครรภ์ ดำรงชีวิตอยู่ด้วยลมปราณและเลือดของมารดาค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อครบสิบเดือน ก็หลุดจากครรภ์มารดาเป็นกายเอกเทศที่ซื่อบริสุทธิ์ ไร้การกระทำ ปราศจากการแต่งเติมและเสแสร้ง สภาพการณ์เป็นปถวี
ทารกอายุหนึ่งขวบถึงสามขวบ กำลังแรกเริ่ม บังเกิด สามปีเพิ่มหนึ่งเท่าตัว จนอายุครบสิบหกปี พลังแรกเริ่มบังเกิดความถ้วนบริบูรณ์ จึงเรียกว่าหยังบริสุทธิ์ (พลังร้อนบริสุทธิ์) สภาพการณ์คือ ฟ้า บำรุง สมองเสริมสร้างพลัง จนกระทั่งสามธาตุแรกเริ่มครบถ้วน รูปร่างลักษณะสมบูรณ์
มนุษย์เรามีจำนวนไม่น้อย อายุก่อนครบสิบหกปี เนื่องจากพ่อแม่ขาดการสั่งสอนอบรม เกิดการเสียความเป็นหนุ่มและความเป็นสาว ทำให้พละกำลังแรกเริ่มถูกบ่อนทำลาย ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอ จนทำให้ชีวิตไม่ยืนยาว คนโบราณเมื่ออายุครบสามสิบปีจึงแต่งงาน ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สติปัญญาเต็มเปี่ยม กลมกลืนเป็นธาตุเดียวกัน การรักษาเนื้อรักษาตัวเช่นนี้ ย่อมได้รับวาสนาพูนสุขอายุยืนยาว ร่างกายไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ตำรากล่าวว่า “หญิงควรออกเรือนหลังจากอายุครบ 20 ปี ชายควรแต่งงานหลังจากครบอายุ 30 ถึง ช่วงนั้น ธาตุอิน(หญิง) ธาตุหยัง (ชาย) ร่วม สรรพสิ่งก่อเกิด
การร่วมประเวณีของชายหญิง ร่วมครั้งหนึ่งแล้วควรเว้น 7 วันเพราะการหมุนเวียนของโลหิต 7 วันจึงก่อเกิดอสุจิ 1 บาท เมื่ออายุครบ 24 ปี สภาพการณ์ชีวิตเดินมาถึงขั้นกว่า อายุ 27 ปีก็เช่นกัน 7 วันจึงสามารถก่อเกิดอสุจิ 1 บาท เมื่ออายุเพิ่มขึ้น สภาพการณ์ชีวิตก็เพิ่มไปตามยันตร์แปดเหลี่ยม จนอายุครบ 60 ปี การเกิดของอสุจิก็ลดน้อยลงสองเดือนจึงก่อเกิดอสุจิ 1 บาท ยันตร์แปดเหลี่ยมก็เดินครบถ้วน ฉะนั้นคนเราเมื่ออายุครบ 64 ปี พละกำลังในการสร้างเลือดและอสุจิมีน้อยมากด้วยเหตุผลนี้จึงควรงดเว้นการร่วมประเวณี คนโบราณปฏิบัติหลักดังกล่าว ฉะนั้นจึงปรากฏมีคนโบราณบางคนอายุยืนถึงพันปีก็มี หลายร้อยปีก็มี เนื่องจากเขาเหล่านั้นสามารถรักษาพลังหยังนี้อย่างพร่ำเพรื่อ ถนอมร่างกายอายุมักจะยืนยาว
คนปัจจุบัน ก่อนอายุ 16 ปี พลังแรกเริ่มยังไม่บริสุทธิ์ ก็ปล่อยตัวปล่อยใจ ไม่สามารถถนอมร่างกายและกำลังแรกเริ่มให้พลังวังชาแข็งแกร่งจนถึงอายุ 30 ปีเฉกเช่นคนโบราณ แต่งงานแต่เยาว์วัย สามีภรรยาอายุยังน้อย ใครหนอที่จะยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ ทำให้พลังแรกเริ่มของทั้งผู้ถูกบ่อนทำลาย หลังแต่งงาน วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า มีแต่สึกหรอ ไม่มีเพิ่มเติม เหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้คนอายุสั้น ถึงจะมีชีวิตอยู่ก็เต็มไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ บุตรที่กำเนดออกมาย่อมอ่อนแอ และถ้าบุตรยังดำเนินชีวิตเหมือนพ่อแม่ แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย ประหัตประหารกำลังตนไม่หยุดหย่อน ร่างกายย่อมทรุดโทรม ฉะนั้น คนปัจจุบัน พละกำลังย่อมสู้คนสมัยก่อนไม่ได้ พลังยังสู่ไม่ได้แล้วจะพูดถึงเรื่องเสพสุขยาวนานได้อย่างไร เหตุผลง่ายๆ ข้อนี้มนุษย์เราไม่ควรละเลยและไม่ให้ความสำคัญไม่ได้
มนุษย์เราควรถามตัวเองว่า เมื่อเราคลอดออกมา ร่างกายเราแข็งแรงสมบูรณ์หรือไม่? เมื่อช่วงเป็นวัยรุ่นได้บ่อนทำลายตัวเองหรือไม่? เมื่อแต่งงานแล้วเราถนอมร่างกายตัวเองหรือไม่? นอกจากภรรยาหลวงแล้วเรามีไปยุ่งเกี่ยวกับสาวใช้หรือไม่? นอกจากสาวใช้แล้วเราเคยไปเที่ยวโสเภณีหรือไม่? เคยมีความประพฤติที่ผิดปกติทางเพศหรือไม่? การประพฤติผิดทางเริงโลกีย์และอบายมุข ล้วนแต่เป็นการบ่อนทำลายพลังแรกเริ่มของตัวเอง ซ้ำๆซากๆ วันแล้ววันเล่า ร่างกายคนมิใช่หินเหล็กหรือทองคำ จะต้านทานไหวหรือ? เรื่องวุ่นวายบั่นทอนจิต ตรากตรำงานบั่นทอนกาย เมื่อมีการเคลื่อนไหว น้ำกามย่อมเคลื่อนที่ บวกกับปัญหาวุ่นวายของลาภยศชื่อเสียง การรบกวนของผลประโยชน์และแสงสี เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่สมปรารถนา ก็เกิดการกังวลใจระทมจิต เหตุเช่นนี้จะเสวยสุขจนอายุยืนยาว บุตรหลานเฟื่องฟู รุ่งเรือง คงจะหาได้ยาก ยิ่งคนสมัยนี้ จำนวนไม่น้อยหลงใหลแต่ลาภยศชื่อเสียง หลงใหลแต่แสงสีเสียง เสพยาเสพติด วันๆ มีแต่บั่นทอนกำลังกายและกำลังใจอนาคตในหลายร้อยปีข้างหน้า ผู้ที่มีอายุยืนถึง 50 ปีก็นับได้ว่าเป็นผู้ที่อายุขั้นสูงแล้ว ช่างเป็นเรื่องน่าสังเวทยิ่ง ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า เราควรใคร่ครวญ ชั่งใจตัวเอง การเศร้าโศก วิตกกังวลจะทำลายหัวใจ โทสะทำลายตับ เหน็ดเหนื่อยตรากตรำการงานทำลายม้าม เหล้ายาปลาปิ้งทำลายกระเพาะ เริงราคะทำลายไต สิ่งเหล่านี้มีสูตรยาหรือวิธีการใดที่จะมาเยี่ยวยารักษาได้? คนที่ขาดพลังวังชา ก็คล้ายตะเกียงที่ขาดน้ำมัน จะมีชีวิตอยู่ได้นานอีกสักเท่าไหร่? ผู้ชาญฉลาดเมื่อรู้แล้วคงอดวิตกไม่ได้
หวนคิดถึงฟ้าดิน เมื่อประทานชีวิตแต่พวกเรา เราสมควรที่จะจงรักภักดี กตัญญูกตเวที เมตตาต่อสรรพสัตว์ ช่วยเหลือสรรพชีวิต ชื่อเสียงเกียรติยศจะได้จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เป็นประโยชน์แก่มวลชลประชาจึงไม่ผิดต่อฟ้าดินและพ่อแม่ที่ประทานชีวิตและเลือดเนื้อแก่ตัวเรา จึงไม่เณรคุณพ่อแม่ที่อุ้มชูและเลี้ยงดูตัวเรามาจนเติบใหญ่ แต่ถ้าเรามัวแต่หลงระเริงตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ไม่รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี เมื่อถึงเวลาที่ดวงชะตาเดินมาถึงยามรุ่ง จะตั้งสติต่อสู้ฟันฝ่ากับการงาน แต่พลังกายถูกบั่นทอน อ่อนเปลี้ยเมื่อยล้า ช่วยชีวิตตัวเองยังไม่ไหว แล้วจะเอาพละกำลังที่ไหนไปทำงานใหญ่ จบสิ้นชีวิตตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ทอดทิ้งพ่อแม่ที่แก่เฒ่าไม่มีใครเหลียวแล เรื่องที่จะจรรโลงเกียรติยศชื่อเสียงให้เลื่องลือเรื่องที่จะตอบแทนบุญคุณของประเทศชาติ บุญคุณของพระมหากษัตริย์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เรื่องที่สามีภรรยามีชีวิตคู่อยู่จนแก่เฒ่า เลี้ยงลูกสอนหลาน ร่วมกันเสวยสุขในครอบครัวแห่งมนุษย์ชาติก็เป็นไม่ได้ ความผิดที่ไม่สามารถกตัญญู ไม่สามารถจงรักภักดี ไม่สามารถมีเมตตากรุณาและมีศีลมีสัตย์ เกิดมาจากที่เราไม่ถนอมร่างกาย ไม่รักษาพลังแรกเริ่ม ไม่รักษาเนื้อรักษาตัว
สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คนในสมัยนี้ จิตใจคนยากที่จะหยั่งรู้ ศีลธรรมตกต่ำ อายุยังอยู่ในวัยเด็กชายเด็กหญิง หรือเพิ่งพ้นวัยเด็กชายเด็กหญิงก็ถูกกระแสสังคมชักจูง ถูกคนใกล้ชิดหลอกลวง จนเสียเนื้อเสียตัว เสียความเป็นหนุ่มสาว หลงเดินทางผิด ทำลายพลังแรกเริ่ม เมื่อถึงวัยแต่งงาน พลังสูญสิ้น โรคภัยติดตัว บุตรที่คลอดออกมา ไม่นานก็เสียชีวิต ทุกวันนี้ตัวเองที่มีชีวิตอยู่ได้ ล้วนอาศัยบุญบารมีของบรรพบุรุษค้ำจุน
เมื่อข้าพเจ้าอายุใกล้ถึง 30 จึงเกิดสำนึกได้ว่า ปีๆ หนึ่งเมื่อถึงฤดูหนาวสรรพชีวิตมักจำศีล เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิของปีถัดไป จึงค่อยงอกเงยเจริญอีกครั้ง กฎเกณฑ์นี้แม้แต่พวกมดปลวกแมลง มังกรงูนาคก็ยังดำรงไว้ ถ้าไม่มีการเก็บเกี่ยวเมื่อฤดูใบไม้ร่วง จำศีลเมื่อถึงฤดูหนาว สรรพชีวิตคงสูญหายไปจากโลกนี้นานแล้ว แล้วร่างกายที่อ่อนแอขี้โรคเช่นเราไฉนไม่เจริญรอยตาม ตำราเคยกล่าวไว้ว่า “เหมันต์ไม่ถนอมน้ำกามวสันต์มักเกิดโรคภัย” และในตำรายังกล่าวอีกว่า “ราตรีคือส่วนเหลือของทิวา ถ้าราตรีไหนไม่หลับนอน เมื่อวันรุ่งขึ้น ถึงคนร่างกายแข็งแรงก็รู้สึกเมื่อยล้า คนร่างกายอ่อนแอยิ่งจะรู้สึกไม่สบายทั้งวัน” ด้วยเหตุผลเช่นเดียวกัน เมื่อฤดูเข้าสู่ปลายสรทะ ใบไม้หญ้าแห้งเหี่ยวร่วงโรยโบราณเรียกว่าเดือนกลวงหรือเดือนโรย นี่คือเดือนเก็บเกี่ยวของฤดูสรทะ ฉะนั้น แต่ละปีมาถึงเดือน 9 ข้าพเจ้าจะงดกาเม เป็นเวลา 100 ถึง 200 วัน ถึงช่วงนั้น ข้าพเจ้าจะนอนคนเดียว และนั่งสมาธิอยู่ในห้องสงบ หรือนั่งพักผ่อนเดินลมปราณในห้องเงียบ ข้าพเจ้าปฏิบัติเช่นนี้จนถึงอายุ 40 ภรรยาก็กำเนิดบุตรชายให้คนหนึ่ง และร่างกายข้าพเจ้ายิ่งมายิ่งแข็งแรง เมื่อข้าพเจ้าอายุครบ 60 มีบุตรชาย 6 คน บุตรตรี 2 คน อายุ 66 ร่างกายข้าพเจ้ายังแข็งแรง สายตาดี กล่าวคือไม่ต้องใส่แว่นตายังอ่านหนังสือได้ ฟันยังมีครบถ้วน โสดประสาทได้ยินชัด ยังมีพละกำลังตรากตรำงาน นี่คือตัวอย่างที่ยืนยันได้ว่า การถนอมร่างกายในฤดูเหมันต์ได้ผล แต่น่าเสียดายที่ข้าพเจ้ายังไม่สามารถที่งดกาเมอย่างสิ้นเชิง จึงทำให้ผมและหนวดเคราของข้าพเจ้าขาวโพลน
การฝึกวิชาเพื่อให้อายุยืนยาว นอกจากอาศัยความพยายามของตนเองแล้ว ยังต้องมีจิตฝักใฝ่กุศล และฝึกตัวเองให้ควบคุมอารมณ์ ยับยั้งใจตัวเองให้ได้ ทำสิ่งใดยึดหลักจงรักภักดี กตัญญูรู้คน สันติอหิงสา เมตตาผ่อนปรน รักสรรพสัตว์ และบำเพ็ญศีลบำเพ็ญธรรม ปฏิบัติเช่นนี้ไปติดต่อกัน นานวันเข้าก็จะสัมฤทธิ์ผล
พ่อแม่ที่มีจิตรักลูกอย่างแท้จริง เมื่อบุตรอยู่ในวัยเด็กหรือวัยแตกเนื้อหนุ่มสาว ควรดูแลใกล้ชิดเฉกเช่นดูแลสาวพรหมจาริณี คอยระมัดระวังอย่าให้หลงเดินทางผิด อย่าหลงตามกระแสอันเลวทราม บุตรชายถึงไม่สามารถรักษาตัวให้ถึงอายุ 30 ค่อยแต่งงาน แต่อย่างต่ำต้องรักษาตัวให้ถึงอายุ 17 ให้พลังแรกเริ่มเติบโตสมบูรณ์ จึงอนุญาตให้แต่งงาน หลังจากนั้น สั่งสอนวิธีประหยัดพละกำลัง ลดกาเม มีแต่วิธีนี้จึงสามารถลดโรคภัยไข้เจ็บ ยืดอายุให้ยืนยาว ลูกหลานเฟื่องฟูรุ่งเรือง
คนเราเมื่อร่างกายแข็งแรง พลังวังชา สติปัญญาเต็มร้อย จะเป็นพื้นฐานดีแก่ธุรกิจการงาน การเรียนดี การงานคล่อง รับราชการก็มีโอกาสก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ชาติ บทความนี้ไม่กล้าถือเป็นการเตือนสติสังคม แต่ก็อยู่ในเหตุและผลที่พึงกระทำ
คนแซ่หันแห่งเฮี้ยนซัน
เขียน ณ วันเช็งเม้ง ปลายฤดูวสันต์ ปีกี่อิ่ว (ค.ศ. 1849) รัชสมัยเต้ากวง (ค.ศ.1821-1850)

 

เชิญชวน ให้ถนอมรักษ์ข้าวเปลือก และกระดาษอักษรฉบับชาวบ้าน

เทพเจ้าหวุนชังตรัสว่า “อย่าทิ้งขว้างกระดาษอักษร” เทพเจ้ากวนอูตรัสว่า “ควรถนอมบุญรักษ์ข้าว อย่าทำให้กระดาษอักษรเปรอะเปื้อน” ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ผู้สะสมกุศลมักรับสุข ผู้ถนอมรักษ์อักษรย่อมอายุยืน นี่เป็นพยานหลักฐานที่เด่นชัด ไม่ต้องสาธยายให้มากความแต่น่าเสียดาย คนในสมัยนี้ มีท่าทีที่ดูแคลน เหยียบย่ำข้าวและกระดาษอักษร ทำให้ข้าพเจ้าทนดูต่อไปไม่ได้ จึงต้องออกมาเชิญชวนและตักเตือนประชาชนทุกท่าน ณ ที่นี้ ถ้าหากประโยค “สะสมกุศลมักได้สุข ถนอมรักษ์อักษรมักอายุยืน” ท่านจะไม่เชื่อ เราก็ลองมาวิเคราะห์เหตุผลข้อหนึ่งว่า ถ้าหากชาติเราไม่มีอริยปราชญ์ “ชังเจี๋ย” ผู้ประดิษฐ์อักษรจีนในโบราณในสมัยหวงตี้ ห่างจากปัจจุบันประมาณ 4,000 ปี ถึง 5,000 ปี) ประดิษฐ์อักษร เวลานี้โลกของเรามิตกอยู่ในยุคมืดมนป่าเถื่อนหรือ? ไม่มีอักษร ศาสตร์ต่างๆ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ข่าวสารต่างๆ จะสื่อสารหรือสืบทอดได้อย่างไร ฉะนั้นเราควรใช้ท่าทีรักษ์ข้าวและกระดาษอักษร อย่างช่างรักษ์อัญมณีและทรัพย์สินเงินทอง
อนึ่ง เราดูชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของเราทุกวันนี้ เราจะขาดข้าวสารและอักษรได้ไหม? ขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้แน่นอน ฉะนั้นเราจะใช้ท่าทีที่ดูแคลน ทิ้งๆขว้างๆ ถือเป็นของต้อยต่ำได้อย่างไร? ถ้าหากสินทรัพย์ของเราตกหล่น ผู้รักษ์ทรัพย์ย่อมต้องเก็บขึ้นและเสาะหากลับมา ไฉนข้าและกระดาษอักษร ซึ่งมีคุณูประการอันใหญ่หลวงแก่มนุษย์ชาติ ซึ่งเป็นรัตน์มณีของชีวิตมวลประชา แล้วเราจะกินทิ้งกินขว้างปล่อยปละละเลย หรือจงใจทำลาย ทำให้เลอะเทอะเสียหายได้อย่างไร โทษฐานอันนี้ สวรรค์จะอภัยให้หรือ? ข้าพเจ้าจึงตักเตือนให้สาธุชนทั้งหลาย ไม่ว่าไปแห่งหนใด หรืออยู่ในสถานะใด ควรถนอมข้าวรักษ์อักษร และแนะนำผู้ใกล้ชิด ผู้รู้จักให้ถนอมข้าวรักษ์อักษรเช่นกัน ถ้าได้รับก็จะไร้ขอบเขตเช่นกัน
เนื่องจากคนปัจจุบัน ดูแคลนและย่ำยีข้าวและอักษรยิ่งนัก จึงอดที่จะพูดแล้วพูดอีก ย้ำแล้วย้ำอีกมิได้ ขอให้ชาวโลกพึงสังวร”

 

น้อมแนะควรเคารพบูชา เทพเจ้าผีสางเทวดา

 

ขงจื๊อกล่าวว่า “บุญญาธิการของเทพเจ้าผีสางรุ่งเรืองยิ่งนัก” และกล่าวอีกว่า “เรื่องเทพเจ้าผีสาง ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่” คำพูดของพระอริยเจ้าแจ่มชัดยิ่ง แต่เรื่องของเทพเจ้าผีสาง แท้จริงแล้วเป็นเรื่องเวิ้งว้างลี้ลับ ฉะนั้น เส้นทางของการเซ่นไหว้ บวงสรวง แท้จริงแล้วคือการนับถือบูชา เจริญรอยตามความรู้สึกในทรรศนะ
การสถาปนาประเทศของกษัตริย์แต่ละสมัย ล้วนผ่านการต่อสู้นาๆ ประการอย่างยากลำบากทั้งสิ้น แบบอย่างอันหาญกล้านี้ ย่อมมีอิทธิพลต่อชนรุ่นหลัง ปฏิบัติตามแบบอย่าง กราบไหว้บวงสรวง ฉะนั้นจึงไม่มีรัชสมัยใดที่ออก กฏบัติห้ามการเซ่นไหว้
อีกอย่าง วิญญาณของบรรพบุรุษเรา แท้จริงแล้วก็คือ ผี เรามีศาลบรรพบุรุษ และป้ายวิญญาณที่สลักชื่อของผู้ล่วงลับ ให้เราเคารพกราบไหว้ เพื่อแสดงถึงจิตใจที่กตัญญูของพวกเรา แล้วพระอริยเจ้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้า เทพยดา พระสงฆ์องค์เจ้า ซึ่งเป็นผู้มีคุณูประการอันใหญ่หลวง ล้วนได้รับการเชิดชูให้เป็นเทพ สร้างตำหนักพิมานเพื่อให้เกิดทรรศนะเคารพบูชา จารึกชีวประวัติเพื่อให้ชนรุ่นหลังศรัทธานับถือและเจริญรอยตามแบบอย่างที่ดีงาม มิใช่เพื่อให้เซ่นไหว้บูชา จุดธูปจุดเทียนแล้วขอบุญขอพรแต่อย่างเดียว และมิใช่หมายความว่า ไม่ได้เซ่นไหว้ไม่จุดธูปเทียนก็จะมีโทษ การเซ่นไหว้บูชา แท้จริงเกิดจากการศรัทธา และนับถือของประชาชน กาลเวลาผ่านไป นานวันเข้า บุญญาธิการและคุณธรรมของเทพยดาก็ซึมลึกและรุ่งเรืองในหมู่ประชาชน
ประเทศในซีกโลกตะวันตก ก็มีการเชิดชูเทพและกราบไหว้พระอริยเจ้า อย่างเช่นพระเยซูคริสต์ มุฮัมมัดเป็นต้น ล้วนเป็นเทพเจ้า ล้วนได้รับการกราบไหว้บูชา เพียงแต่ประเทศเขากราบไหว้แต่เทพเจ้าองค์เดียว ไม่เหมือนประเทศจีนกราบไหว้หลากหลายเทพเจ้า ในประเทศตะวันตกจะเชิดชูวีรบุรุษผู้หาญหล้าโดยปั้นเป็นรูปปั้น ตั้งตามสถานที่สำคัญของเมือง เฉกเช่นประเทศจีนที่สร้างอารามศาลเจ้า เพื่อเชิดชูเกียรติยศของเทพเจ้า
พูดถึงวันประสูติของพระอริยเจ้า ประเทศจีนก็มีจัดงานฉลองเฉกเช่นประเทศโลกตะวันตก ฉะนั้น การเคารพบูชาอริยเทพ ไม่ว่าประเทศจีนหรือประเทศซีกโลกตะวันตกก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน จึงขอตักเตือนชาวโลก ควรแสดงความเคารพนับถืออริยเทพจากใจจริง ไม่ควรกล่าวคำโอหังลบหลู่
การมีพิธีการกราบไหว้บูชา แท้จริงแล้วคือการตอบแทนบุญคุณและสืบทอดแบบอย่างที่ดีงามของเหล่าอริยเทพ แบบอย่างเหล่านี้ควรได้รับการเผยแพร่ เพื่อเป็นตัวอย่างของชนรุ่นหลัง ฉะนั้น ถ้าเข้าใจถึงเป้าหมายอันแท้จริงของการกราบไหว้บูชา ก็ไม่ควรติเตือนพิธีการเซ่นไหว้บูชาเหล่านี้เป็นสิ่งไร้สาระ และควรคำนึงถึงแท้จริงแล้ว เทพเจ้าหรือผีสาง วนเวียนอยู่ใกล้ตัวเราตลอดเวลา
การเชิญชวนจากใจจริงของข้าพเจ้านี้ ท่านจะเข้าใจก็ดี หรือวิพากษ์วิจารณ์ก็ดี ข้าพเจ้ายินดีน้อมรับ
เจ้าของหนังสือพิมพ์เม่าซิน (เขียน ณ วันเหมันต์ปีปิ่งอู๋ ค.ศ. 1906 ) รัชสมัยกวงสี (ค.ศ. 1875-1908)

อย่าอวดมนุษย์คือเซียนสุรา
เวลาเมาเหล้าตีลังกา
ก่อกรรมสร้างเวรไร้สัจจะ
หายเมาสำนึกเป็นเรื่องช้า

 

นารีโฉมฉายร่างชดช้อย
เฉกเช่นกระบี่จ่อคอหอย
แม้หัวใจขาดวิญญาณหลุด
ร่างกายเหลือแต่โครงกระดูก
ไม่ยอมทำบุญสร้างกุศล
หลงใหลทรัพย์สินกระเสือกกระสน
มณีสินทรัพย์ในใต้หล้า
ครอบครองไม่เกินสิบทศพรรษ
สองเสือต่อสู้ต่างบาดเจ็บ
สันติแก้ไขเป็นเรื่องเด็ด
รู้จักขอโทษคือยอดนักสู้
รู้ให้อภัยชนะศัตรู
เที่ยวซ่องเที่ยวสาวได้สิ่งใด
หญิงงามเกี่ยวรัดวิญญาณชาย
เงินทองใช้หมดแถมโรคเอดส์
ซื้อสุขแถมทุกข์ทุกข์ไม่คลาย

ล้างผลาญรวดเร็วการพนัน
เงินทองหมื่นแสนโยนโครมคราม
อาศัยใจกล้าชั่วประเดี๋ยว
เงินหมดลูกเมียซัดซมซาน
อาหารสามมื้อประทังกาย
หาเลี้ยงครอบครัวเรื่องไม่ง่าย
ข้าวปลาอาหารควรถนอม
กินทิ้งกินขว้างบาปเหลือหลาย
อย่าหลงแฟชั่นตามกระแส
สง่าเรียบง่ายนั้นซิแน่
อายุยังน้อยทำงานใหญ่
สร้างชื่อลือชารุ่งโรจน์แท้