Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
คติพจน์อนุตรเทพไท่สั้งเหล่าจวิน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

คติพจน์อนุตรเทพไท่สั้งเหล่าจวิน

690 Views

คติพจน์อนุตรเทพไท่สั้งเหล่าจวิน

หมวดที่ 1 หมวดสาธยายความหมาย
หมวดนี้ เป็นหัวข้อสำคัญของคติพจน์ทั้งบท
อธิบายความหมายของคำว่า ทุกข์ สุข กรรมดี กรรมชั่ว เคราะห์กรรมกับบุญวาสนามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ท่านอนุตรเทพไท่สั้งเหล่าจวินตรัสว่า
ทุกข์ สุข เคราะห์กรรม บุญวาสนาล้วนไร้ประตู
บุญวาสนาที่เราได้รับมา หรือเคราะห์กรรมที่ตัวเราเองประสพล้วนแต่เกิดจากตัวเราไปแสวงหาทั้งนั้น
บุญสนองหรือกรรมสนอง กรรมดีหรือกรรมชั่ว ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเอง และผลบุญหรือเคราะห์กรรมนี้จะติดตามตัวเรา “ดั่งเงาตามตัว”

หมวดที่ 2 หมวดตักเตือน
หมวดนี้บรรยายถึงเมื่อทำความชั่วแล้ว จะมีกรรมสนองอย่างไร
ฉะนั้นฟ้าดินได้แต่งตั้งเทพเจ้า ที่มีหน้าที่บันทึกความประพฤติชั่วหรือพฤติกรรมอันมิชอบของมนุษย์
แล้วตรวจดูความผิดของมนุษย์ มีมากน้อยแค่ไหน
ก่อกรรมทำชั่วมาก ตัดทอนอายุขัย
ประพฤติผิดน้อย บันดาลให้เกิดความยากจนถอดถอย
มักประสพเภทภัยวิบัติ ลำบากยากเข็ญ
ผู้คนรังเกียจ ไม่อยากคบค้า
คดีความตามติด ภัยพิบัติถามหา
มงคลชัยหลบหนี จากเคยโชคดีกลายเป็นอับโชคสิริมงคลเปลี่ยนเป็นภัยวิบัติ วาสนามลายสูญ
เภทภัย ทุกข์ยากมาเยือน เคราะห์กรรมตามติด จนถึง
อายุขัยถูกตัดทอนจนหมดสิ้น สิ้นชีพอย่างน่าเวทนา

หมวดที่ 3 หมวดควบคุมตรวจตรา
หมวดนี้กล่าวถึงเทพสารวัตรที่อยู่เหนือศีรษะเรา
จะทำการตรวจตรา สอดส่องความประพฤติของคนเราอยู่ตลอดเวลา
มีเทพซันไถ (ซันไถคือเทพที่สิงสถิตอยู่ในกลุ่มดาวกฤติกา)
เทพเจ้าดาวกฤติกา (คือเทพเจ้าที่ควบคุมชะตาชีวิตของมนุษย์)
ถึงพระองค์ท่านอยู่ห่างไกลจากเรา แต่มีบุญญานุภาพเหมือน สถิตอยู่เหนือศีรษะเรา
มีเจ้าหน้าที่คอยบันทึกความประพฤติที่ชั่วร้ายของมนุษย์
ประพฤติผิดมาก ตัดทอนอายุขัยหนึ่งรอบ 12 ปี ประพฤติผิดน้อย ตัดทอนอายุขัย 1 คณนา (1 คณนาคือเวลา 100 วัน)
ทั้งมีเทพซานซือ (เทพซานซือคือ เทพที่เกิดจากสติ แก่นสาร และพลังของคนเรา คล้ายเทพสารวัตรในกายเรา มีหน้าที่คอยรายงานความประพฤติต่างๆ ทั้งชอบและมิชอบต่อสวรรค์เบื้องบน) เทพซานซือสิงสถิตอยู่ในตัวคน
เมื่อถึงวันเกิงซิง (วันเกิงซิงคือวันที่เทพเบื้องบนวิเคราะห์ความดีชั่วของมนุษย์) เทพซานซือจะขึ้นทูลเกล่าพระผู้เป็นเจ้าของสรวงสวรรค์ รายงานความดีความชั่วของมนุษย์คนนั้น และวันแรม 14-15 ค่ำก็เช่นกัน
เพทเจ้าเตาก็ทำหน้าที่เฉกเช่นซานซือ เมื่อถึงวันสุดท้ายของเดือน ก็จะรายงานความผิดถูกของเจ้าบ้านต่อสวรรค์เบื้องบน ไม่ว่าใครประพฤติมิชอบ หรือก่อกรรมทำชั่ว
ความผิดใหญ่ตัดทอนอายุขัย 1 รอบ (12 ปี)
ความผิดน้อยตัดทอนอายุขัย 1 คณนา (100 วัน)
ความผิดใหญ่น้อยเหล่านี้ รวบรวมแล้วมีหลายร้อยรายการ (ซึ่งจะบรรยายในหมวดที่ 6)
ผู้ที่อยากมีอายุวัฒนา ควรหลีกเลี่ยงการประพฤติมิชอบ สิ่งที่เคยประพฤติผิดที่แล้วมา ควรละทิ้งและขจัดมันออกไป มีแต่แก้ไขในสิ่งผิด จึงสามารถสร้างสิ่งดีงามขึ้นมา ความชั่วไม่หยุด ความดีไม่เกิด ผิดไม่ขจัด ชอบไฉนจะมา

หมวดที่ 4 หมวดสร้างกุศล
หมวดนี้กล่าวถึงความประพฤติอันดีงามมีอะไรและควรกระทำอย่างไร
พบธรรมมรรคควรเข้าหา ธรรมมรรคคือธรรมที่คล้อยตามฟ้า สอดคล้องกับจิตใจคน เป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่
พบอธรรมมิจฉาบถควรถอยห่าง เส้นทางนี้เป็นหนทางที่น่ารังเกียจ ฝืนฟ้าขัดหลักธรรม ฉะนั้น...
คนดีมิควรย่ำกรายเข้าหาอบายมุข มิควรมีมิจฉาบถ
ถึงอยู่ที่ลับ ไร้คนรู้เห็น ก็ควรมีหิริโอตตัปปะ ไม่ควรประพฤติผิดในศีลธรรมและคุณธรรม
ความหมั่นสั่งสมกุศล คิดดีทำดี จิตไม่คิดดี กุศลไม่เกิด กุศลไม่ทำ ผลบุญไม่เกิด กุศลมีแต่หมั่นสร้างหมั่นสะสม อานิสงส์จึงจะตามมา
ควรมีเมตตาจิตต่อสรรพสิ่ง สรรพชีวิต
ควรซื่อสัตย์ภักดีต่อประเทศชาติ และพระมหากษัตริย์ควรกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่บุพการี พี่ควรรักน้องและเอาใจใส่น้อง น้องควรรักพี่ และเคารพนับถือพี่
จะอบรมสั่งสอนคนอื่น ตัวเองควรประพฤติดี ประพฤติชอบเป็นเยี่ยงอย่างของผู้อื่น จากนั้นจึงสามารถสั่งสอนอบรมคนอื่น (โดยเฉพาะผู้นำครอบครัว ครูบาอาจารย์ ผู้นำองค์กรและผู้นำประเทศ)
ควรสงสารลูกกำพร้า เวทนาหญิงม่าย
ควรเคารพผู้เฒ่าวัยชรา ควรเอาใจใส่เด็กเล็กเด็กน้อยต่อคนสี่จำพวกนี้ สมควรให้ความช่วยเหลือเท่าที่ความสามารถของตัวเองจะทำได้
แมลง สัตว์เล็ก ต้นไม้ ผักหญ้า ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิต
ไม่ควรทำลายล้างผลาญ ไม่ควรฆ่าสัตว์ตัดชีวิตโดยไม่จำเป็น
ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก ต่อคนประสพเคราะห์กรรม ควรสมเพชเวทนา อย่าไปเยาะเย้ยถากถางหรือไปซ้ำเติมเขา
ต่อผู้ได้ดี ประสพความสำเร็จ เราควรแสดงความยินดีต่อคนที่สั่งสมความดี หรือดำริดี เราควรให้การส่งเสริม ให้กำลังใจสุภาพชนควรช่วยให้ผู้อื่นสมหวัง
ช่วยเหลือคนที่ได้รับความลำบากอย่างแสนสาหัส
ช่วยผู้ประสพภยันตรายอย่างทันท่วงที
เห็นผู้อื่นได้ดี มิควรอิจฉาริษยา
ควรดีใจแทนเขาอย่างเช่นดีใจกับเรา
เห็นผู้อื่นประสพความล้มเหลว ประสพความพ่ายแพ้
ควรเห็นอกเห็นใจเขา ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา
ไม่ประจานจุดอ่อน จุดด้อยของผู้อื่น เพราะสุภาพชนย่อมไม่ทำลายชื่อเสียงของคนอื่น
ไม่ควรโอ้อวดความสามารถ และผลสำเร็จของตนเองสุภาพบุรุษย่อมต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน
ควรยับยั้ง ควรขจัดความชั่วร้าย ควรส่งเสริม ควรเผยแพร่ความดีงามให้คนหมู่มากได้รับรู้
ปฏิเสธมาก รับแต่เพียงพอ สิ่งที่ไม่ใช่เป็นของเราโดยเฉพาะเงินทอง เราไม่ควรรับเกินคุณค่า ไม่ควรรับเงินโดยใช่เหตุ
ถูกดูถูก ถูกสบประมาท ไม่ย่อท้อ ไม่เคียดแค้น ไม่อาฆาต เมื่อได้รับรักใคร่โปรดปราน อย่าหยิ่งผยองลำพองใจ ทำสิ่งใดควรระมัดระวัง เจียมเนื้อเจียมตัว
ทำคุณอย่าหวังผลตอบแทน ทำคุณควรเกิดจากใจจริง ถ้าทำคุณเพื่อชื่อเสียง คำสรรเสริญ ทำยกยอหรือทำเพื่อผลบุญผลบุญก็ไม่ปรากฏ
ให้ทานแล้วอย่านึกเสียดาย การช่วยเหลือคนเป็นเรื่องคุณธรรมเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ฉะนั้นเมื่อให้ของเขาแล้วอย่าเสียใจอย่าไปทวงกลับ

หมวดที่ 5 หมวดบุญสนอง
หมวดนี้พูดถึงผลบุญสนอง ทำดีได้ดี เพื่อให้ผู้อ่านฝักใฝ่ธรรมะ ฝักใฝ่สิ่งที่ดี และผลของการทำดีจะเป็นเช่นใด
คำว่าสาธุชน ทุกคนล้วนเคารพนับถือ แม้น..
ฟ้ายังคุ้มครองปกป้อง สวรรค์เบื้องบนมิมีสองใจ ไม่ยึดถือญาติมิตร จะยึดถือแต่คุณงามความดี ฟ้าจะปกป้องแต่คนดี เมื่อฟ้าปกป้อง บุญวาสนา ลาภยศชื่อเสียงก็จะตามติดมา
สิ่งชั่วร้าย มถุจฉา พวกอธรรมจะหนีห่าง
เหล่าทวยเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะอภิบาลรักษา
คิดสิ่งใดย่อมสมใจปรารถนา ประกอบกิจการใด ย่อมได้รับความสำเร็จ (ต้องเป็นสัมมาทิฐิ และสัมมากับมันตะ) แม้..
อยากมีชีวิตอมตะ คิดเป็นเทวดาก็สามารถบรรลุผล เนื่องจากผู้สั่งสมความดี หมั่นสร้างกุศล คล้อยตามฟ้า ถูกใจคน เมื่อบุญบารมีสั่งสมถึงระดับหนึ่งแล้ว ฟ้าย่อมประทานพรให้บรรลุมรรคผล
ผู้หวังเป็นเทพบนสรวงสรรค์
ควรสร้างกุศลได้ถึง 1,300 กุศล
ผู้หวังอยากเป็นเทพเดินดิน (ผู้มีอายุวัฒนะ ร่างกายแข็งแรง อยู่ดีมีสุข ไร้ทุกข์ไร้โศก เฉกเช่นเทพก็คือเทพเดินดิน)
อย่างต่ำต้องประกอบ 300 กุศลขึ้นไปจึงสามารถบรรลุได้

หมวดที่ 6 หมวดอกุศลกรรม
หมวดนี้ ยกตัวอย่างอกุศลกรรมร้อยกว่ารายการมาแนะนำชาวโลกว่า สิ่งเหล่านี้คือมิจฉาบถ คนดีไม่พึงปฏิบัติ
ถ้าหากประพฤติในสิ่งที่ไร้สัตย์ไร้ศีล ฝืนฟ้าขัดหลักธรรม อย่างเช่น..
ถือผิดเป็นชอบ ทำความชั่วกลับอวดอ้างเป็นการทำดีบางคนถือการเข่นฆ่าประหัตประหาร ทำลายทรัพย์สินเงินทองปล้นสะดมแย่งชิง ลักเล็กขโมยน้อย ใช้เล่ห์เหลี่ยมลอกลวงชาวบ้านเป็นความสามารถของตัวเอง ไม่เพียงไม่สำนึกผิด กลับนำไปโอ้อวดในหมู่พวกเดียวกัน
บางคนอิจฉาริษยาคนดี จะทำร้ายซึ่งๆ หน้าก็ไม่กล้า เลยแกล้งสร้างเหตุการณ์ สร้างหลักฐานเพื่อใส่ร้ายป้ายสีคนดี
บางคนต่อหน้าเบื้องสูง ผู้ใหญ่ เจ้านาย พ่อแม่ทำดีเอาอกเอาใจ แต่ลับหลังกลับติฉินนินทา ใส่ร้ายใส่ความ ดูถูกดูแคลนต่อบุพการี ต่อครูบาอาจารย์ใช้ท่าทีที่ไม่เหมาะสมมิเพียงใช้กิริยามารยาทไม่เคารพน้อมนอบ บางทียังใช้วาจาถากถางเหน็บแนมต่อผู้บังคับบัญชา ต่อเจ้านาย ต่อนายจ้าง ต่อสามีไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของตัวเองที่พึงจะมี หรือบ่ายเบี่ยงหลบหลีกหน้าที่ของตัวเอง
หลอกลวงผู้ด้อยความรู้ ผู้ด้อยปัญญา ให้เขาหลงเชื่อหลงทำตามในสิ่งผิด
ทำลายชื่อเสียง ใส่ร้ายป้ายสีต่อเพื่อนฝูง เพื่อนนักเรียนที่เรามิชมชอบ
พูดพล่อยๆ สร้างหลักฐานเท็จ หรือพูดจาแบบมีเงื่อนงำเพื่อให้คนเข้าใจผิด หรือ..
แฉโพยความลับ โจมดีจุดอ่อนของญาติมิตร คนใกล้ชิด สมัครพรรคพวกเพื่อหวังทำลายชื่อเสียง ให้คนเกลียดชัง การกระทำเช่นนี้เป็นการสูญสิ้นมโนธรรม สูญสิ้นความเป็นคน เป็นที่น่ารังเกียจที่สุด
กิริยาแข็งกร้าว ใจคอโหดเหี้ยม ขาดความปราณี ขาดความเมตตา
ทำตามแต่อำเภอใจตัวเอง
ผิดถูกไม่แยก ชั่วดีไม่แบ่ง กลับดีเป็นชั่ว กลับขาวเป็นดำ
สิ่งดีงามที่พึงกระทำกลับไม่ทำ สิ่งชั่วร้ายที่ควรหลีกเลี่ยงกลับสรรหา เห็นคนดีกลับหนีห่าง เห็นคนพาลรี่เข้าหา
ทารุณโขกสับลูกน้อง เอาเปรียบผู้ใต้บังคับบัญชา เอาดีใส่ตัว ความผิดโยนให้ผู้อื่น
ประจบประแจงเจ้านาย สอพลอผู้ใหญ่ เพื่อหวังโปรดปราน รับคุณไม่สำนึก ไม่ทดแทน
รับโทษคิดอาฆาตมาดร้าย
เป็นขุนนางดูแคลนประชาราษฎร์ เป็นเจ้านายดูแคลนประชาชี
ทำลายการปกครอง ทำให้การเมือง ประเทศชาติระส่ำระสาย
ต่อคนเลวให้รางวัล ต่อคนถ่อยให้เลื่อนขั้น
เห็นคนดีเป็นคนร้าย ใช้อาญามุ่งทำลาย
เพื่อทรัพย์สินคิดฆ่าคน เพื่อเงินทอง ปองชีวิ
ทำลายเขา เพื่อตัวเอง เบียดเบียนคน เพื่อลาภยศ
บางที่ใช้วิธีเข่นฆ่าประหัตประหาร ปราบปรามทำร้ายเพื่อให้คนศิโรราบ
กล่าวโทษ ผลักไสผู้ซื่อสัตย์ภักดี กีดกัน ขจัดผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม และความสามารถ
ข่มเหงรังแกเด็กกำพร้า บังคับ ขู่เข็ญหญิงม่าย โลกมนุษย์ผู้ที่น่าสงสารที่สุดคือเด็กที่ไร้พ่อแม่เลี้ยงดู และหญิงม่ายที่ไร้สามีปกป้อง (ในสมัยโบราณ) ผู้ใดไม่ให้การช่วยเหลือ กลับไปข่มเหงรังแกเขา คือการสร้างบาป
รับสินบน เพื่อทรัพย์สินเงินทอง ละทิ้งหลักธรรมไม่ยึดหลักกฎหมาย
เวลาพิจารณาคดี วินิจฉัยปัญหา สิ่งที่ถูกกลับวินิจฉัยเป็นผิด สิ่งผิดกลับวินิจฉัยเป็นถูก กลับขาวเป็นดำ กลับดำเป็นขาว
โทษหนักตัดสินให้เป็นโทษเบา โทษเบาติดสินเป็นโทษหนัก
การตัดสินโทษเช่นนี้ ถึงลานประหาร ผู้ต้องโทษไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัว กลับเกิดความอาฆาตเคียดแค้น พยาบาทไม่มีวันสิ้นสุด
ทำผิดไม่สำนึก รู้ผิดไม่แก้ไข ถึงความผิดที่ตัวเองทำอาจเกิดจากการไม่ตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ถ้ารู้ว่าผิดแล้วยังทำต่อไปอีก ก็คือเท่ากับตั้งใจและจงใจจะทำ
เห็นดีไม่ปฏิบัติ เห็นชอบไม่ยอมทำ กุศลไม่ยอมสร้าง
ตนเองสร้างบาปยังไม่พอ ชักชวนผู้อื่นร่วมแก๊งร่วมทีม ก่อกรรมทำเข็ญ
ซ่อนเร้น ทำลายหรือขัดขวางไม่ให้เผยแพร่ตำราการแพทย์ สูตรยาวิเศษ ศาสตร์แห่งการทำนายเป็นต้น ทำให้ศาสตร์ศิลป์ที่มีค่าสูญหาย
ติเตียนป้ายร้ายพระอริยเจ้า ลับหลังนินทาปราชญ์และมหาบัณฑิต
บั่นทอน ทำลายศีลธรรมและคุณธรรม
ยิงนกล่าสัตว์ เข่นฆ่าชีวิต ไล่ต้อนนกกา ขุดปลวกจับแมลง ทำลายรังแก อุดรูสัตว์เล็ก ทำให้สัตว์เล็กสัตว์น้อยอยู่ไม่เป็นสุข
ทำลายไข่ ทำลายครรภ์ ซึ่งเป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเช่นกัน
จิตใจอิจฉาริษยา อยากให้ผู้อื่นประสพความพ่ายแพ้เกิดผลเสีย
กลัวผู้อื่นประสพผลสำเร็จแล้วเกินหน้าเกินตาตัวเอง เลยพยายามหาทางทำลาย ทำให้เกิดความล้มเหลว
เบียดเบียนผู้อื่น ทำให้คนอื่นตกที่นั่งลำบาก แต่ตัวเองปลอดภัย อยู่อย่างสบาย
เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ทำลายผู้อื่น
เอาความดีไว้กับตัว ความผิดโยนให้คนอื่น หรือเอาของด้อยของตัวเอง ไปแอบแลกเปลี่ยนกับของดีของผู้อื่น
เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ยอมทำลาย ละทิ้งประโยชน์ส่วนรวม
แอบอ้างความสามารถ ความสำเร็จของผู้อื่นมาเป็นความสามารถ ความสำเร็จของตนเอง
ปกปิดความดี ปกปิดความสามารถ ปกปิดผลงานของผู้อื่น แต่โพนทะนาความเลว จุดอ่อน จุดด้อยของเขา
เปิดโปงความลับ เอาเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นออกแฉโพย
ถลุงทรัพย์สิน ล้างผลาญสมบัติของคนอื่น
ยุแยงคนรักให้เกลียดชังกัน พรากลูกพรากเมียเขามิให้อยู่ใกล้ชิดกัน
แย่งชิงของรักของหวงของผู้อื่น
ยุยงส่งเสริมคนทำในสิ่งที่ผิด
สำแดงความโอหัง อวดศักดาบารมี
เย้ยหยัน ถากถางผู้อื่น เพื่อให้ตัวเองได้รับชัย
ทำลายต้นกล้า พืชไร่ชาวบ้าน
ทำลายการสมรส มุ่งร้ายงานวิวาห์ ทำให้คู่รักพลัดพรากจากกัน
หากได้ร่ำรวย จองหองพองขน
หากได้แคล้วคลาด ไม่รู้สำนึก
แอบอ้างความดี หวงบุญทวงคุณ ความชั่วผลักใส โยนให้ผู้อื่น
ตัวเองทำชั่ว ป้ายสีผู้อื่น โยนบาปขายบาป ไม่อายใจตน
หลอกลวงเสแสร้ง เพื่อเอาชื่อเสียง ผักชีโรยหน้าสร้างภาพลวงคน
ใจคอเคี้ยวคด เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
ทำลายคนดี ให้เขาหายเด่น
เพื่อหวังปกป้อง ความชั่วของตน
อาศัยอำนาจ ข่มเหงคนอื่น อาศัยตำแหน่ง ย่ำยีใจคน
เข่นฆ่าทำร้ายผู้ขัดขวางผลประโยชน์ตน ปราบปรามทำลายแม้ประชาชน
ตัดเย็บเสื้อผ้าโดยใช่เหตุ (สมัยก่อน เนื่องจากกำลังผลิตยังล้าหลัง มนุษย์จะตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เช่นขึ้นปีใหม่ หรือเข้าร่วมพิธีมงคล หรือได้รับการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง หรือเสื้อผ้าชุดเก่าชำรุดเสียหาย จะไม่มีเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าอย่างพร่ำเพรื่อ อย่างตามใจฉันเหมือนสมัยปัจจุบัน)
ถ้าไม่ใช่พิธีเส้นไหว้บวงสรวง ไม่ควรฆ่าหมู แพะ แกะ เป็ดไก่มาปรุงเป็นอาหารโดยไม่จำเป็น และไม่ควรทิ้งขว้างธัญเบญจก เพราะธัญชาติทั้ง 5 แต่ละเมล็ดล้วนได้มาด้วยความยากลำบาก ผู้กินผู้ใช้ควรทะนุถนอม ไม่ควรกินทิ้งกินขว้าง
เป็นผู้ปกครองไม่ควรให้ประชาชนราษฎรต้องทำงานเหนื่อยยาก ตรากตรำลำบากเพื่อความสุข เพื่อประโยชน์ชองตัวผู้ปกครอง หรือขูดรีดภาษีประชาชนจนประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก
ทำลายความสุขของครอบครัวผู้อื่น
ลิดรอน แย่งชิงทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้านประชาชี
พังเขื่อน วางเพลิง
ทำให้ประชาราษฎร์ต้องได้รับความทุกข์ยากลำบาก
เพื่อประโยชน์ของตนเอง อาศัยอำนาจที่มีอยู่เปลี่ยนแปลงกฎบัตรอันดีงาม ทำให้ระเบียบยุ่งเหยิง กฎหมายเลวทราม เพื่อทำร้ายหรือทำลายผลงานคู่ต่อสู้ ทำให้เขาได้รับความเสียหาย
ทำลายข้าวของเครื่องมือ เครื่องใช้ของผู้อื่นหรือคู่แข่ง
ทำให้เขาไม่มีเครื่องมือ เครื่องใช้ที่จะใช้แข่งขันกับตัวเอง
เห็นเขาเลื่อนยศหรือได้รับยศลาภสรรเสริญ ก็อยากให้เขาถูกลดขั้นหรือถูกเนรเทศ
เห็นเขาร่ำรวย มีสุข ก็อยากให้เขาอับจนข้นแค้น หรือครอบครัวแตกแยกพลัดพรากจากกัน
เห็นภรรยาผู้อื่นโฉมงาม ก็
เกิดจิตละโมบ อยากช่วงชิงมาเป็นของตน
คิดค้างหนี้สิน ไม่คิดจะคืน อยากให้เจ้าหนี้ตายเร็วๆ
ขอร้องผู้อื่นให้ช่วยเหลือ ไม่ว่าเรื่องการเงิน เลื่อนตำแหน่งยศศักดิ์ไม่สำเร็จ ก็เกิดความอาฆาต ด่าทอสาปแช่ง
เห็นเขาเพลี่ยงพล้ำ ก็ฉวยโอกาส
นินทาลับหลัง ขุดคุ้ยความผิดหรือจุดอ่อนเอามาประจาน
เห็นคนไม่สมประกอบหรือหน้าตาอัปลักษณ์ก็นำมาล้อเล่น พูดจาถากถางให้เขาอับอาย
เห็นเขามีความสามารถแทนที่จะยกย่องส่งเสริม กลับใช้วิธีต่างๆ นาๆ กดให้ตกต่ำเพื่อไม่ให้เขาเด่นกว่าตนเอง
เสกมนต์ดำ ทำคุณไสยเพื่อให้คนที่ตนรังเกียจ วายวอดฉิบหาย
ใช้ยาหรือสารเคมีลาดต้นไม้ เพื่อให้ต้นไม้ตายพราย
โกรธเคืองครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์เป็นผู้ประสิทธิประสาทวิชาความรู้แก่เรา และสั่งสอนให้เราเป็นคนดี เราควรให้ความเคารพน้อมนอบ ถึงบางเวลาเพื่อบรรลุเป้าหมายในการสอน มีการตำหนิติเตียน เคี่ยวเขนทำโทษ เราก็ไม่ควรถือโทษโกรธเคือง อาฆาตเคียดแค้น
ขัดขืน ฝ่าฝืนคำสั่งของคุณพ่อและพี่ชาย ใช้วาจาที่ไม่สุภาพ ก้าวร้าว ทำให้คุณพ่อผู้บังเกิดเกล้าและพี่ชายที่เคยดูแลเราเสียใจ
หยิบฉวยสิ่งที่ไม่ใช่เป็นเของเรา เรียกร้องสิ่งที่ไม่สมควรจะได้
ชอบแสดงอำนาจบาดใหญ่ เที่ยวรุกรานแย่งชิง และ
ปล้นสะดมจนทำให้ตัวเองร่ำรวย
ไม่พอใจตำแหน่งหน้าที่การงาน ใช้เล่ห์เหลี่ยม กลลวงแม้กระทั่งวิ่งเต้นติดสินบน เพื่อให้ตัวเองได้รับการโยกย้าย เลื่อนขั้น
ปูนบำเหน็จ ให้รางวัลหรือลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไม่ยุติธรรม
เสวยสุข เริงโลกีย์จนเกินความพอเพียง การเสวยสุขเกินความพอเพียง จะทำให้คนเสียสติสัมปชัญญะและเป็นผลร้ายต่อร่างกายและครอบครัว
ทารุณโขกสับต่อผู้ใต้บังคับบัญชา บ่าวไพร่บริวาร
ชอบข่มขู่ผู้อื่น ทำให้เขาเกิดการระทึก อกสั่นขวัญเสีย
เมื่อทำสิ่งใดไม่สมปรารถนาหรือเกิดความเสียหาย ไม่สำรวจตัวเอง กลับโทษแต่ผู้อื่น แม้กระทั่งเพทยดาฟ้าดิน
เกิดพายุก็โกรธลม เห็นฝนตกก็ด่าฝน
ชอบการทะเลาะวิวาท ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือชอบยุแยงตะแคงรั่ว
ไม่แบ่งแยกดีชั่ว เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง สบโอกาสก็ป้ายสีคนดีว่าเป็นสมัครพรรคพวกหรือเป็นกลุ่มก๊วนคนร้าย
ฟังแต่คำพูดของภรรยา ไม่ว่าเมียหลวงหรือเมียน้อย จนขัดใจพ่อแม่ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของผู้บังเกิดเกล้า
ได้ใหม่ลืมเก่า คนได้ใหม่ลืมเก่า ไม่ว่าภรรยา เพื่อนฝูงหรือผู้ร่วมงาน ล้วนแสดงถึงเป็นคนใจจืดใจดำ ไร้ศีลไร้สัตย์ไร้น้ำใจ
ปากอย่างใจอย่าง ปากดีใจร้าย ปากปราศรัยใจเชือดคอ
เพื่อผลประโยชน์ทรัพย์สินเงินทอง ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลลวง
ปกปิดมดเท็จ หลอกลวงเบื้องสูง หลอกลวงผู้บังคับบัญชา
สร้างหลักฐานเท็จ ใช้วาจา เขียนบทความ สร้างมติเพื่อ
ใส่ร้ายคนดี หรือทำลายผู้ไม่มีความผิด
ใส่ร้ายผู้อื่นแล้วยังถือการใส่ร้ายใส่ความนี้ว่าเป็นสิ่งถูกต้อง
ด่าทอเทพดา เย้ยฟ้าท้าดิน และยังถือการกระทำนี้เป็นสิ่งถูกต้อง
ละทิ้งคุณธรรม สวามิภักดิ์อธรรม
ต่อพ่อแม่ไม่กตัญญู ต่อพี่น้องไม่รักใคร่ ต่อผู้อื่นกลับอวดดี อวดร่ำอวดรวย ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
เพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง ชอบดึงฟ้าดึงเทพเป็นพยาน หรือสาบทสาบานเพื่ออำพรางความชั่วของตัวเอง
ดึงพระดึงเจ้า มายืนยันการกระทำ (ที่ผิดหรือต่ำช้า) การกระทำเช่นนี้เป็นความผิดมหันต์ ทำให้ฟ้าดินเทพยดาต้องเปรอะเปื้อน
ทำบุญทำทานแล้วกลับนึกเสียดาย เมื่อสร้างกุศลแล้วมานึกเสียใจ กลายเป็นตระหนี่ถี่เหนี่ยว
ติดหนี้ติดสิน หรือหยิบยืมข้าวของแล้วไม่ยอมใช้คืน
เรียกร้อง คิดหาวิธี หวังในสิ่งที่มิใช่ตัวเองสมควรจะได้
บ้านช่อง เครื่องเรือน ของกินของใช้ แม้แต่ยานพาหนะ พยายามตบแต่งให้หรูเลิศจนเกินควรจำเป็น เพื่ออวดร่ำอวดรวย
หลงราคะตัณหา เมามัวโลกีย์จนผิดคุณธรรมศีลธรรม
รูปลักษณ์เมตตา ใจคอโหดเหี้ยม
นำของต่ำ ของสกปรกให้คนอื่นกิน
ใข้วิชาอาคม ไสยเวทโอ้อวดชาวบ้าน ทำให้ขาวบ้านหลงเชื่อ
ค้าขายไม่ซื่อตรง เช่นขายผ้าโกงความยาว โกงความกว้าง
ชั่งสินค้า โกงตาชั่ง ตวงของขาย ลดปริมาณ
ใช้ของปลอมแทนของจริง เอาสินค้าคุณภาพต่ำปนสินค้าคุณภาพสูง เพื่อ
หวังผลกำไรสูงๆ โดยผิดจรรยาบรรณการค้า
กดขี่ รังแกกุลสตรี ใช้อำนาจบีบบังคับให้กุลสตรีไปเป็นบ่าวไพร่หรือเป็นโสเภณี
หลอกลวงผู้ด้อยการศึกษา หลอกใช้คนเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์ใส่ตัว
ละโมบ มักมากจนไม่รู้จักเพียงพอ คนเช่นนี้ถึงสามารถกอบโกยจนร่ำรวยเป็นเศรษฐี แต่ก็จะเสวยสุขได้ไม่นาน
เมื่อตัวทำในสิ่งผิด แต่กลับสาปแช่งคนอื่น เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ตนกระทำเป็นเรื่องถูกต้อง
ขี้เหล้าเมายา จนเสียการควบคุมสติ ทำให้ตัวเองตกเป็นทาสของสุรา
ก่อศึกสายเลือด การแย่งชิงระหว่างพ่อลูก พี่น้องเครือญาติเป็นการแย่งชิงที่ผิดหลักธรรมแห่งฟ้าที่สุด ไม่สมควรปรากฏ
เกิดเป็นชายไม่ซื่อสัตย์ภักดีต่อประเทศชาติ และพระมหากษัตริย์
เกิดเป็นหญิงไม่อ่อนโยนคล้อยตามสามี
เกิดเป็นชายไม่ซื่อสัตย์ต่อภรรยา ทำให้ครอบครัวไม่เป็นสุขหรือแม้กระทั่งทำให้ครอบครัวแตกสลาย
เกิดเป็นหญิงไม่น้อมนอบเคารพสามี ทำให้ครอบครัวอยู่ไม่เป็นสุข
เกิดเป็นชาย ชอบถือว่าเป็นขาย วางอำนาจบาตรใหญ่ ข่มเหงรังแกภรรยา
เกิดเป็นหญิงใจคอคับแคบ อิจฉาตาร้อน
เกิดเป็นชาย ผิดต่อภรรยาและไม่อบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี การปฏิบัติดีต่อภรรยา และอบรมสั่งสอนลูกเป็นหน้าที่ที่พึงมีของผู้ชายทุกคน ถ้าทำในสองสิ่งนี้ไม่ได้ ก็เท่ากับไม่ได้ทำหน้าที่ที่ดีของผู้เป็นพ่อและสามี
เกิดเป็นหญิง เมื่อแต่งงานแล้ว ต้องเคารพ น้อมนอบและดูแลพ่อแม่สามี ถ้าไม่ปฏิบัติเช่นนี้ ก็เป็นการไม่ทำหน้าที่สะใภ้ที่ดี
เสียมารยาท หรือไม่เคารพสักการะบรรพชน บรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้ว ถึงแม้จะเหลือแต่รูปภาพหรือป้ายวิญญาณ เราก็ควรให้ความเคารพ ถึงวันตรุษสารทหรือวันคล้ายวันเสียชีวิต เราควรมีพิธีเซ่นไหว้สักการะ มิเช่นนั้นก็ไม่ใช่เป็นลูกหลานที่กตัญญู
ฝ่าฝืนคำสั่งหรือคำสั่งสอนของเบื้องสูง ผู้บังคับบัญชา ครูบาอาจารย์ พ่อแม่
กระทำในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เช่นกินเหล้าเมายา หลงในลำแสงสีเสียง หลงใหลอบายมุข เพราะสิ่งเหล้านี้จะทำให้เราเสียความเป็นคน มีโทษต่อร่างกาย ต่อการศึกษา ต่อการงานและอนาคต บางครั้งกระทบถึงครอบครัว
เอาใจออกห่าง เกิดเป็นคนควรซื่อสัตย์ภักดี ไม่ว่าชายหรือหญิงควรมีใจเดียว เป็นขุนนางถ้ามีใจออกห่าง ถือไม่ซื่อตรงต่อเหนือหัว เป็นข้าทาสบริวาร เอาใจออกห่างคือไม่ซื่อตรงต่อเจ้านาย ลูกมีใจออกห่างคือเนรคุณต่อพ่อแม่ ภรรยามีใจออกห่างก็ผิดต่อสามี พี่น้องและเพื่อนถ้ามีใจออกห่างก็ไม่เป็นเพื่อนและพี่น้อง
แช่งเขาแช่งเรา คนบางคนเพื่อจะยืนยันว่าตัวทำถูกต้อง เอะอะก็ใช้วาจาสาปแช่ง สาปแช่งตัวเองเพื่ออวดอ้างว่าคนพูดจริงสาปแช่งผู้อื่นเพื่อระบายความแค้น
ลำเอียงรักเกลียด บางคนเมื่อรักก็รักอย่างหัวปรักหัวปรำ เมื่อเกลียดก็เกลียดจนเข้าไส้เข้ากระดูก ท่าทีสองอย่างนี้ล้วนเกิดจากอคติ ลำเอียงหลงใหล จนไม่คำนึงถึงเหตุถึงผลใดๆ ทั้งสิ้น
กระโดดข้ามบ่อน้ำ ก้าวข้ามเตาไฟ บ่อน้ำและเตาไฟล้วนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิต จึงควรให้ความเคารพ ไม่ควรก้าวข้ามหรือกระโดดข้าม
กระโดดข้ามอาหารของกิน ก้าวข้ามร่างคน อาหารเป็นสิ่งบริโภคหล่อเลี้ยงร่างกาย ร่างคนก็คือเผ่าพันธุ์เดียวกัน ทั้งสองนี้ควรให้เกียรติ การก้าวข้ามหรือกระโดดข้าม คือการเหยียบหยามไม่ให้เกียรติ
ทำแท้งรีดลูก เข่นฆ่าทารก
มุบมิบแอบแฝง อำพรางซ่อนเร้น เกิดเป็นคนไม่ว่าทำสิ่งใด ควรสง่าผ่าเผย ไม่ควรต่อหน้าอย่าง ลับหลังทำอีกอย่าง พยายามอำพราง ซ่อนเร้นความชั่วของตัวเอง นึกว่าไม่มีใครรู้ใครเห็น อย่าลืมว่าเลยหัวสามฟุตก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ ความชั่วที่ก่อในที่ลับ สุดท้ายต้องถูกเปิดเผย ถูกคิดบัญชี
ร้องรำทำเพลงในวันสิ้นเดือนและสิ้นปี สองวันนี้เป็นวันที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์บันทึกและสรุปความดีชั่วของมนุษย์ เราควรให้ความยำเกรง ควรนั่งสมาธิปฏิบัติธรรม ไม่ควรหลงระเริงในแสงสีเสียง
เอะอะมักทึ่ง เสียงดังโวยวายในวันขึ้น 1 ค่ำ และถามฟ้าสาง ฟ้าสางเป็นการเริ่มต้นของวันใหม่ วันขึ้น 1 ค่ำเป็นวันเริ่มต้นของเดือนใหม่ ถ้าเรามีกิริยามักทึ่ง วาจาโวยวาย การเริ่มงานของวันๆ นั้น หรือการเริ่มงานของเดือนๆ นั้นก็จะไม่ดี ไม่ราบรื่น
ปัสสาวะหรือถ่มน้ำลายไปทางทิศเหนือ ทิศเหนือเป็นทิศสถิตของเทพไป่โส่ว ซึ่งเป็นเทพควบคุมชะตาชีวิตของมนุษย์ เราควรให้ความเคารพนับถือ ไม่ควรแสดงกิริยาหยาบคายเช่นนั้น
ร้องเพลงหรือร้องไห้ต่อหน้าเตาไฟ เตาไฟมีเทพเจ้าเตาสิงสถิตอยู่ ฉะนั้น เราไม่ควรแสดงกิริยาวาจาที่ไม่ให้ความเคารพ
ใช้ไฟในเตาจุดธูป การจุดธูปไหว้เจ้าต้องทำด้วยจิตที่เคารพน้อมนอบ ต้องใช้ไฟในตะเกียงหรือเปลวเทียนจุด ไม่ใช่สักแต่ไฟอะไรก็ได้ ขอให้จุดติดก็แล้วกัน การกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่เคารพเทพเจ้า
ใช้ไม้สกปรก เปรอะเปื้อนมาเป็นฟืนหุงหาอาหาร ใช้ไม้ฟืนสกปรกหุงอาหาร ควันไอที่โสโครกลอยขึ้นสูงไปกระทบ ปะทะกับเทพเจ้า ซึ่งเป็นการรังควาน มิให้เกียรติแก่เทพเจ้า
นอนเปลือยกายในยามค่ำคืน บางคนถือเวลาค่ำคืนไม่มีผู้คนเห็นเรา เลยนิยมเปลือยกายเดินเหินหรือเปลือยกายเข้านอน หารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการละเมิดต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์มักจะออกสำรวจความประพฤติของมนุษย์ในยามค่ำคืน
ลงทัณฑ์หรือทำการประหารในวันตรุษสาทร วันตรุษสาทรเป็นวันสำคัญของฟ้าดิน ฉะนั้นจึงควรละเว้นในกิจกรรมเหล่านี้
ถ่มน้ำลายดาวตก นิ้วชี้สายรุ้ง
มักชี้เทวรูปหรือรูปภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนสักการบูชา
เพ่งจ้องสุรียันจันทรา (การกระทำทั้งสี่นี้ ล้วนเป็นกิริยาที่ไม่เคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์)
ล่าสัตว์เผาป่าในฤดูวสันต์ ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูขยายพันธุ์ เผยแพร่พันธุ์ของสรรพชีวิต ถ้าเราไล่ล่า เผาป่า จะทำให้สรรพชีวิตสูญพันธุ์เร็วขึ้น
ชี้ด่าทอไปทางทิศเหนือ ซึ่งข้างต้นได้กล่าวมาแล้วว่าทิศเหนือเป็นทิศสถิตของเทพไป่โส่ว เราควรให้ความเคารพ ไม่ควรแสดงกริยาหยาบคาย
ฆ่างูฆ่าเต๋าโดยใช่เหตุ งูและเต๋าเป็นสัตว์จำศีลเป็นสัตว์ที่สัญชาตญาณเป็นคนอยู่ในตัว จึงควรสงวน ไม่ควรฆ่าโดยใช่เหตุ

หมวดที่ 7 หมวดกรรมสนองอกุศลกรรม
หลักธรรมของการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เราได้กล่าวอย่างละเอียด ณ ข้างต้นแล้ว หมวดที่ 7 นี้จะย้ำถึงผลของกรรมชั่วว่าจะสาหัสสากรรจ์เช่นใด ให้ทุกท่านอ่านแล้วพึงควรระลึก ว่าผลของ โลภ โกรธ หลงจะเป็นเช่นใด
โทษที่กล่าวไว้ในหมวดที่ 6 นั้น เทพชะตาจะบันทึกโทษฐานของมนุษย์ทั้งปวง วิเคราะห์ตามความผิดใหญ่ เล็ก มาก น้อย แค่ไหน แล้วบั่นทอนโชคลาภ ตัดทอนอายุขัย เมื่ออายุขัยหมด ก็ต้องจบชีวิตเมื่อนั้น เมื่อจบชีวิตแล้ว ความผิดที่ก่อไว้ยังไม่หมดสิ้น เวรกรรมนั้นๆ ก็จะตกทอดถึงลูกหลาน
อย่างเช่นผู้ที่หลอกลวง แย่งชิง ใช้อำนาจบีบบังคับ หรือปล้นสะดมทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่เพียงแต่ครอบครัวของตัวเองต้องรับโทษแล้ว โทษทัณฑ์นั้น
ยังจะลามถึงครอบครัวของภรรายาให้ต้องรับกรรมด้วย
ทำให้คนในครอบครัวภรรยา ค่อยๆ เกิดการเจ็บป่วยจนถึงเสียชีวิต มิเช่นนั้น
ก็เกิดอัคคีภัย อุทกภัยหรือโจรขโมยเข้าบ้านหรือ
ทรัพย์สินข้าวของสูญหาย หรือ
เกิดโรคภัยไข้เจ็บ เกิดการทะเลาะวิวาท หรือ เกิดคดีความเพื่อขอใช้ความผิดที่ไปเอาทรัพย์สินคนอื่นมาโดยมิชอบ
ผู้ที่เข่นฆ่าคนโดยไร้ความผิด จะพบกับดาบนั้นคืนสนอง นอกจากต้องตกนรกหมกไหม้แล้ว ตัวเองก็ต้องพบกับชะตากรรมที่ถูกฆ่า การฆ่าคนที่ไร้ความผิด นอกจากวิญญาณผู้ตายจะกลายเป็นผีอาฆาต ไม่ยอมไปผุดเกิด จะคอยมารังควานฆาตกรตลอดเวลาแล้ว ยังมีญาติมิตรพี่น้องของผู้ถูกฆ่าจะผูกใจเจ็บ คอยหาช่องทางแก้แค้น และยังหนีไม่พ้นช่องทางกฎหมาย ต้องถูกจับลงทัณฑ์ บางครั้งถึงขั้นประหารชีวิต
ผู้ที่ได้ทรัพย์ด้วยวิธีการมิชอบนั้น
เฉกเช่นนำเนื้อที่มีสารพิษเจือปนมากินเพื่อประทังชีวิต
ดื่มเหล้าพิษเพื่อแก้กระหายน้ำ
กินเข้าไปท้องไม่ทันอิ่ม ความกระหายยังไม่ทันลด
ตัวเองก็ต้องมาจบชีวิตเสียก่อน

หมวดที่ 8 หมวดชี้แนะ ว่าทำการใดต้องคอยระมัดระวังแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
หมวดนี้ชี้ให้เห็นว่า เพียงแต่ใจเรานึกคิด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็รับรู้ทันที ไม่ว่าเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก ต้องพึงสังวร การกระทำการปฏิบัติ กับกรรมสนอง เสมือนดั่งเงาตามตัว ตัวไปถึงไหน เงาก็ตามไปถึงที่นั่น ร้อยชาติก็หลีกหนีไม่พ้น
โอ้ มนุษย์เรา เมื่อใจบังเกิดกุศล
การกุศลนั้นยังไม่ทันปฏิบัติ
แค่เทพมงคลก็คอยอภิบาลติดตามตัวเรา
หรือใจเกิดความนึกคิดชั่วร้าย
ความชั่วถึงยังไม่ลงมือกระทำ
เทพอัปมงคลก็ติดตามอยู่ข้างกายเราแล้ว

หมวดที่ 9 หมวดสำนึก
หมวดนี้เขียนถึง มนุษย์เราถ้าทำผิดแล้วรู้สำนึกและแก้ไขในสิ่งผิด กลับมาสร้างความดี ก็สามารถโน้มน้าวใจฟ้า ให้ลดหย่อนผ่อนโทษ จากหนักกลายเป็นเบา จากร้ายกลายเป็นดี
มนุษย์ที่เคยทำความผิด
ต่อมารู้สำนึก และแก้ไขในสิ่งที่ผิด
และละเว้นการก่อกรรมทำชั่วใดๆ ทั้งสิ้น
ปฏิบัติแต่สิ่งถูกต้อง เดินแต่กุศลมรรค
เวลาผ่านไปนานวันเข้า ก็จะได้รับมงคลชัย
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “จากร้ายกลายเป็นดี จากวิบัติกลายเป็นวาสนา”

หมวดที่ 10 หมวดทำความดี สร้างกุศล ต้องยืนหยัด
หมั่นเพียร แน่วแน่
หมวดนี้กล่าวถึงเมื่อรู้ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแล้วต้องยืนหยัดแน่วแน่สร้างความดี จึงจะได้ดี ถ้าทำความดีไม่กี่วัน ก็ไปก่อกรรมทำชั่วอีก วิบัติก็จะวกกลับมาอีก
ฉะนั้น สาธุชนที่มีกุศลจิตต้องมี “สัมมาวาจา สัมมาเวทนา สัมมากัมมันตะ” พูดจาแต่ในสิ่งที่ดี รับรู้แต่ในสิ่งที่ดี และกระทำแต่ในสิ่งที่ดี
วันหนึ่งสามารถสร้างกุศล
ดำเนินเช่นนี้ติดต่อไปเป็นเวลา 3 ปี ฟ้าย่อมประทานวาสนาสุขให้แก่เรา
คนชั่วที่พูดจามีแต่ความชั่ว รับรู้แต่เรื่องชั่วๆ ก่อกรรมทำเข็ญไม่หยุดหย่อน
หนึ่งวันทำชั่วสามประการ คนเช่นนี้
เวลาผ่านไปสามปี เคราะห์กรรม สิ่งเลวร้ายต้องมาเยือนอย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงขอให้ทุกท่านพึงระวัง และจดจำนำไปปฏิบัติ