Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ชุยเมิ่งหลินบันทึกหลักฐานกรรมสนองของหนังสือเทวราชโองการ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ชุยเมิ่งหลินบันทึกหลักฐานกรรมสนองของหนังสือเทวราชโองการ

490 Views

บทบันทึกของชุยเมิ่งหลิน คนอ่วนผิง มีบันทึกตอน หนึ่งว่า
หยางไฉ่เจา เป็นคนอำเภอเจ่าเฉียง เนื่องจากเกิด ทุพภิกขภัย จึงย้ายถิ่นฐานมาทำมาหากินที่เมืองหลวง ไฉ่เจา เป็นคนตรงแต่ชอบดื่มเหล้า
วันหนึ่งของฤดูวสันต์ปีที่ 14 ของรัชกาลเจียชิ่ง (ค.ศ.1809) ไฉ่เจียวเก็บตั๋วแลกเงินใบหนึ่งได้ ณ หน้าศาล เจ้าเจินอู่ ใกล้จวนผู้บังคับการทหารประจำมณฑลที่ซอยเมาอื๋อ เป็นตั๋วแลกเงินที่ระบุจำนวนเงินแปดพันกว่าอีแปะ พอเดินมาถึงซอยงาดำ เห็นผู้ชายคนหนึ่งคว้าคอเสื้อเด็กหนุ่ม คนหนึ่งไว้ แล้วลงมือทุบตีเอาทุบตีเอา จึงเดินเข้าไปถาม หาสาเหตุ ได้ยินว่าเด็กหนุ่มคนนี้ ไปขโมยตั๋วแลกเงินของผู้ชาย ไฉ่เจา จึงถามจำนวนเงิน และวัน เดือน ปี ในใบตั๋วแลกเงิน ตรงกับจำนวนเงิน และวันเดือนปีใบตั๋วแลกเงินที่เขาเก็บได้ ไฉ่เจาจึงนำตั๋วแลกเงินที่เขาเก็บได้ คืนให้กับผู้ชายคนนั้น อย่างใจกว้าง
ข้าพเจ้าเคยได้ยินเรื่องราวที่เล่าขานเรื่องนี้ ในใจนึกชม เชยความซื่อตรง และใจนักเลงอย่างเช่นไฉ่เจา แต่ก็ไม่รู้จัก ไฉ่เจาคือใคร
เดือน 9 ของปีนี้ ไฉ่เจาไปที่บ้านข้าพเจ้าเพื่อสอบถาม และค้นหาหลักฐานยืนยัน เรื่องราวเกี่ยวกับกรรมสนองของกฎแห่งกรรม ข้าพเจ้าจึงถามเรื่องราวรายละเอียดที่เกิดขึ้น ได้ความว่า
กลางเดือน 3 ของปีนี้ ไฉ่เจาเนื่องจากเป็นไข้หวัดใหญ่ อาการหนักจนหมดสติไป ในช่วงหมดสติ เขาได้เห็นบิดาที่ เสียชีวิตไปแล้วนั้นมาพาไฉ่เจาไปที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นเป็นตำหนักวิมานที่สูงตระหง่าน บนประตูใหญ่หน้าตำหนักเขียนอักษร 3 ตัวว่า “ตำหนักบูรพาบรรพต”สองข้างประตู มีกลอนคู่บทหนึ่ง อักษรแต่ละตัวใหญ่เกือบฟุต เขียนด้วยสีทองสว่างโชติช่วงว่า
“ทุจริตเหี้ยมหาญของชาวโลก ก่อกรรมทำเข็ญ ละเมิดฟ้า ทุกสิ่งล้วนเกิดจากการกระทำของตน
ทุกข์กรรมสนองในยมโลก จากโบราณจนถึง ปัจจุบัน ถามว่ามีใครหลีกหนีได้พ้น”
เมื่อก้าวเข้าไปในตำหนัก ได้เห็นเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่ง แท้จริงคือพ่อตาเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว พ่อตาเขาในช่วงมีชีวิตอยู่ เป็นบัณฑิตหลวง ท่านเล่าให้ฟังว่าตามชะตาฟ้าลิขิตเขาต้องมีอายุขัยถึง 59 ปี แต่เนื่องจากไปรับหญิงที่มีสามีมาเป็นเมีย น้อย ถูกยมโลกทอนอายุขัย 10 ปี จากนั้นยังเสนอแนะอาหญิง คนในตระกูลเดียวกันไปแต่งงานใหม่ เลยถูกทอนอายุไปอีก 10 ปี เมื่ออายุ 39 ก็เสียชีวิต หลังจากเสียชีวิต เนื่องจากยมบาลตรวจสอบแล้วไม่มีความผิดอื่นใด ยมโลกจึงคัดเลือกเขาไปเป็นเจ้าหน้าที่บัญชีของยมโลก
พ่อตาไฉ่เจาสั่งพนักงานผีท่านหนึ่ง พาไฉ่เจาไปชมสถาน ทัณฑนิคมเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกมัดไขว้อยู่กับเสาต้นหนึ่ง ผู้ควบคุมผีกำลังผ่าอกควักหัวใจออกมา ผู้หญิงคนนั้นร้อง เสียงลั่นจนแก้วหูแทบแตก ไฉ่เจาจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเมีย ของพ่อบ้านสกุลชิ่ง คนหนึ่ง ณ ที่นี้ไม่สะดวกที่จะเอ่ยชื่อเขา
เมื่อท่องมาถึงอีกที่หนึ่ง เห็นคนผู้หนึ่งถูกมัดติดกับเสา โรง ผู้ควบคุมผีกำลังใช้ไฟเผาที่สันหลังเขา เพ่งมองให้ชัด คนคนนั้นคือยามเฝ้าบ้านตระกูลชิ่งหันเอ้อนั่นเอง เห็นอีก คนหนึ่งใช้เชือกสองเส้นมัดอยู่รอบซี่โครง ถูกจับแขวนห้อย โตงเตงอยู่กลางขื่อบ้าน เสียงร้องอันเจ็บปวดน่าสงสาร ทำให้คนไม่อยากได้ยิน ที่หัวปักธงเขียนว่า “หวังอีหลง คนหลบเลี่ยงภาษี” คนคนนี้ไฉ่เจารู้จักดี เขาคือคน ขายเหล้าเถื่อน เกลือเถื่อน ในละแวกเหอเจี้ยนนั่นเองมีชื่อ ว่าหวังหนิวจื่อ แต่ไม่รู้ว่าเขามีฉายาหวังอีหลง และเห็น อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติของไฉ่เจาแซ่หลิน ที่ลำคอมัดร้อย ด้วยแถบตะปูคู่
ท่องมาถึงอีกสถานที่หนึ่ง เห็นหอระฆังที่มีแต่ขื่อ เสาแต่ยังไม่มุงหลังคา แขวนระฆังขนาดใหญ่มากหลังหนึ่ง ไฉ่เจาอยากทราบระฆังใหญ่ขนาดไหน จึงเดินเข้าไปกาง สองแขนโอบ เห็นบนระฆัง สลักชื่อคนจำนวนมาก ในนั้นมีชื่อ ของตัวเอง หยางไฉ่เจาบริจาคเงินสร้างระฆัง 5 อีแปะ ผู้บอก บุญ (คนแนะนำให้ทำบุญ) ชุยเมิ่งหลิน
ท่องมาถึงสถานที่อีกแห่งหนึ่ง เห็นคนคนหนึ่งที่อยู่ บนหลังวัว ใช้แซ่เฆี่ยนวัว แต่พอลงแซ่ถูกตัววัว ตัวเองกลับร้อง ด้วยความเจ็บปวด และพูดเสียงดังว่า “นี่คือกรรมสนองที่ ตัวเองเมื่อมีชีวิตอยู่ชอบทานเนื้อ”
เมื่อเที่ยวชมมาถึงที่อีกแห่งหนึ่ง พบบนธวัชรัตนฉัตร วางคัมภีร์วัชรสูตร และคัมภีร์พระหฤทัยสูตร อย่างละ 1 เล่ม มีสาธุชนชายหญิงจำนวนนับไม่ถ้วนถีอประคำนั่งสวดภาวนา
เดินมาถึงด้านหลัง เห็นขุนเขาสูงตระหง่าน ปีนถึงยอด เขามองออกไป กลายเป็นทะเลน้ำทมิฬอันเวิ้งว้าง ตกใจ สุดขีด รู้สึกในอกแผดร้อนจนอดกลั้นไม่ไหว เห็นมีตุ่มน้ำ ตั้งอยู่ข้างๆ ในนั้นมีน้ำใสอยู่ครึ่งตุ่มพร้อมกระบวยตักน้ำ จึง ตักน้ำขึ้นมาดื่มหลายอึก รู้สึกเย็นสดชื่นเข้าขั้วหัวใจ พลันสะ ดุ้งตื่น เห็นตัวเองนอนอยู่บนเตียง ถามคนในบ้านบอกว่า นอนสลบมาเป็นเวลา 17 วัน 17 คืนแล้ว
ไฉ่เจาถามเรื่องเมียเจ้าบ้านตระกูลชิ่ง คำตอบคือปวด ใจจนสิ้นชีพไปแล้ว ถามถึงคนยามหันเอ้อ คำตอบคือแผ่นหลัง เกิดฝีขนาดใหญ่อาการสาหัสไม่กี่วันก็เสียชีวิต
เมื่อเดือน 7 มีโอกาสพบคนหมู่บ้านเดียวกันที่รู้จักกับหวังหนิวจื่อจึงถามหาสภาพของหวังหนิวจื่อ ได้รับคำตอบว่า “ตายไปแล้ว เป็นการตายแบบแปลกประหลาดมาก ก่อนตาย เกิดโรคประหลาด ซี่โครงกระดูกสองข้างเจ็บปวดจนร้อง ทุกข์ระงมทั้งวันทั้งคืน ทนไม่ไหวจนต้องเรียกคนในบ้านไปนำ เชือกมามัดไว้รอบซี่โครง แล้วจับแขวนห้อยโตงเตงอยู่กลาง ขื่อบ้านจึงรู้สึกค่อยสบายขึ้น และเป็นเช่นนี้หลายวันจนตาย”
ส่วนคนแซ่หลินที่ลำคอผูกร้อยตะปูคู่นั้น ทำงานราช การในแถบมณฑลหูกว่าง เดือนนี้มีจดหมายมาแจ้งให้ทราบ เป็นโรคปากเปื่อยอยู่จนเสียชีวิต
หลายเรื่องที่เห็นในยมโลก ในโลกมนุษย์มีพยานหลัก ฐานพิสูจน์ให้เห็นชัด แต่เรื่องที่เห็นชื่อตัวเองปรากฏอยู่ใน ระฆังหลังใหญ่ในยมโลกนั้นยังไม่สามารถเข้าใจ
หลังหายจากป่วยไข้ ไฉ่เจาครุ่นคิดถึงมีชื่อข้าพเจ้าสลักอยู่ในระฆัง เชื่อว่าข้าพเจ้าคงจะเข้าใจ จึงมาถามข้าพเจ้าว่านี่คือมรรคผลอันใดของกฎแห่งกรรม
เมื่อข้าพเจ้าถูกถามเช่นนี้ ช่วงแรกรู้สึกงุนงงมาก แต่มา ทบทวนนึกคิดอีกทีจึงจำได้ว่าเมื่อ 3 ปีก่อน อารามหลิงจิ้ว ประสงค์หล่อระฆังใหญ่ 1 หลัง มอบซองทำบุญร้อยซองให้ ข้าพเจ้าช่วยบอกบุญเพื่อนฝูง ข้าพเจ้าจึงไปบอกบุญกับเพื่อน พ้องพี่น้อง รวบรวมได้เงิน 20 พันอีแปะ แต่ตัวข้าพเจ้าไม่ได้บริจาคเงินแม้อีแปะเดียว ไม่นึกเลยว่าแค่บอกบุญสร้างกุศล ยมโลกยังจารึกชื่อเอาไว้ หวนคิดขึ้นมาเป็นสิ่งน่ากลัวยิ่งนัก
เวลานี้อ่านถึงกรรมสนองต่างๆ ในหนังสือเทวราช โองการ ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ด้วยเหตุนี้ จึง น้อมบริจาคเงินร่วมพิมพ์ หนังสือเทวราชโองการออกแจก จ่าย หวังว่าท่านผู้มีใจศรัทธาเช่นเราทุกท่าน มาร่วมกันหมั่น สร้างกุศลกรรมเทอญ
ชุยเมิ่งหลินบันทึก ณ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 10 รัชกาล เจียชิ่งปีที่ 20 (ค.ศ.1815)