Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
เคราะห์กรรมของภิกษุนักพรตที่ริษยาคิดทำลายหนังสือเทวราชโองการ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

เคราะห์กรรมของภิกษุนักพรตที่ริษยาคิดทำลายหนังสือเทวราชโองการ

417 Views

พระภิกษุต๋าหย่วน จำศีลอยู่ ณ วัดถูกู่ ทางทิศตะวันตก ของหมู่บ้าน สนิทชิดชอบกับนักพรตก้วนเซียนของอาราม ฉุนหยาง เนื่องจากอ่านหนังสือเทวราชโองการ มาถึงตอน ตำหนักที่ 1 มีประโยคว่า “พระภิกษุหรือนักพรตที่รับจ้าง สวดพระอภิธรรมแทนผู้อื่น เกิดคำสวดตกหล่นหรือสวด ผิดหน้าผิดเล่ม มรณภาพแล้วมาตำหนักนี้ จะจัดส่งไปยังสถาน สวดพระอภิธรรมชดเชย ไม่สามารถสวดรวดเดียวให้จบ” และในตอนตำหนักที่ 10 พบประโยคที่ว่า “พระสงฆ์ นักพรต ที่ชำนาญการสวดพระสูตร ท่องคาถา เมื่อวิญญาณถูกจับ มายังยมโลก ก็จะสวดคัมภีร์พระสูตรต่อต้าน ทำให้ขุมนรก ต่างๆ ไม่สามารถลงทัณฑ์ได้” จึงนำหนังสือเทวราชโองการ ไปให้นักพรตก้วนเซียนอ่าน แล้วพูดกับนักพรตว่า “นักพรต และอาตมาล้วนชำนาญในการสวดพระสูตรท่องคาถา ชาติ หน้าจะเกิดเป็นอะไรย่อมปรึกษาได้ แต่ชาตินี้นักพรต และ อาตมาล้วนอาศัยการสวดพระอภิธรรม และทำกงเต๊กขมา กรรมจึงมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าหนังสือเล่มนี้เกิดเผยแผ่ออกไป และมีผู้คนเชื่อถือ อาชีพของเรามิถูกกระเทือนหรือ? ถึง อาตมาจะนำหนังสือเทวราชโองการ ไปเผาทำลายหลายเล่ม แต่จะทำลายหมดได้อย่างไร?
นักพรตก้วนเซียน เมื่อฟังเช่นนั้นก็ตอบพระภิกษุ ต๋าหย่วนว่า “ไม่ต้องร้อนใจ ข้าพเจ้ามีกรรมวิธีทำการทรงเจ้า ท่านไปช่วยบอกสมัครพรรคพวกว่า ข้าจะเชิญเทพยดามา ประทับทรง ข้าพเจ้าก็มีวิธีทำให้ชาวบ้านไม่เชื่อหนังสือเล่มนี้แน่นอนถึงตอนนั้น การค้าของเราจะเจริญกว่าเก่า”
ดังนั้น ภิกษุต๋าหย่วนก็ไปเที่ยวโฆษณาตามที่ต่างๆ ว่า “นักพรตก้วนเซียนในอารามฉุนหยาง เป็นผู้มีวิชาอาคมแกร่ง กล้า สามารถอัญเชิญเทพยดามาประทับทรง ชาวบ้านทุกคนสามารถไปถามหาทุกข์สุข เรื่องอนาคต ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 4 เทพอาจารย์หลีฉุนหยาง จะประทับทรงให้ทุกคนเตรียมธูป เทียนเงินทอง (ค่าตรวจดวงชะตา) ไปถามดวงชะตาอนาคตได้
เช้าวันขึ้น 14 ค่ำ นักพรตก้วนเซียนจัดตบแต่งแท่นบูชา พร้อมจุดธูปเทียน เตรียมทำพิธีทรงเจ้าแต่เช้า พอตกเย็นภิกษุ สามเณร และชาวบ้านเข้าคิวกันเข้ามาในอาราม และคุกเข่า เตรียมรับเทพเสร็จอยู่นอกธรณีประตูตำหนัก
นักพรตก้วนเซียนประทับบนแท่นพิธี สวดคาถา และ เผากระดาษยันต์ สักครู่กิ่งหงส์ขยับแล้ว (กิ่งหงส์คือกิ่งต้น หลิว ร่างทรงเวลาทรงเจ้า จะใช้กิ่งต้นหลิวตัดเป็นลักษณะง่าม แล้วนั่งประคองกิ่งหลิว ซึ่งมีความหมายแทนเทพเจ้า เขียนตัวอักษรบอกเรื่องราว หรือคำทำนายลงบนถาดทราย ให้สานุศิษย์ทราบ) นักพรตก้วนเซียนเรียกสานุศิษย์จับถาด ทรายที่วางอยู่บนโต๊ะพิธีให้แน่น แล้วนำกิ่งหงส์ขีดเขียนบน ถาดทราย จากนั้นเรียกผู้รู้จักหนังสือขึ้นมาที่แท่นพิธี ให้แยก ตัวอักษรแล้วลอกไว้บนสมุด ปรากฏมีอักษรจีน 7 ตัวเขียนว่า
“ข้าพเจ้าเทพฉุนหยางมาถึงแล้ว” และอีก 8 ตัวอักษร เล็กเขียนว่า “ใครมีธุระจะถามให้เข้ามาถามได้”
ผู้คนที่นั่งอยู่นอกธรณีตำหนัก ต่างคอยพนักงาน แยกอักษรแยกเสร็จ แล้วประกาศคำพูดของเทพเจ้า หลาย คนอยากถามหาทุกข์สุข หลายคนอยากถามเรื่องราวใน อนาคต แต่พรรคพวกของภิกษุต๋าหย่วน ไฉนจะปล่อยให้เข้า ใกล้แท่นพิธี มีแต่ปล่อยให้ภิกษุต๋าหย่วนคนเดียวเข้ามาข้าง ใน เพื่อแสดงละครทรงเจ้าต่อไป
ภิกษุต๋าหย่วนถามว่า “ในโลกนี้ อะไรคือเรื่องที่ดีที่สุด? และทั้งหมดมีกี่เรื่อง?
นักพรตก้วนเซียน เมื่อฟังเช่นนั้นก็พูดขึ้นว่า “กิ่งหงส์ ขยับอีกแล้วทุกคนอยู่ในความสงบ” คอยเขียนอักษร ผู้แยก อักษรออกไปล้างมือก่อนจุดธูปเทียนเพิ่ม
จากนั้น ทุกคนเห็นนักพรต และสานุศิษย์ขยับกิ่งหงส์ ขีดๆ เขียนๆ อยู่บนถาดทราย เจ้าหน้าที่แยกอักษรกลับขึ้นแท่น พิธีอีกครั้ง เห็นในถาดทรายเขียนอักษรบรรจงขนาดเล็กนับ ไม่ถ้วน มีข้อความว่า
“ข้อที่ 1 คือต้องบูชานักพรตเต๋า
ข้อที่ 2 ต้องเคารพพระภิกษุและภิกษุณี
เนื่องจากนักพรต สามารถถวายฎีกาแด่สวรรค์ สามารถทำให้ชีวิตเป็นอมตะ พระภิกษุสามารถโปรดวิญญาณ ให้ไปผุดไปเกิด ให้ไปสู่แดนสุขาวดี
ในโลกนี้สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ คนตระหนี่หวงทรัพย์ไม่ ยอมจุดธูปเทียนไหว้พระไหว้เจ้า ไม่ยอมแจกทาน ไม่ยอม เช่าบูชาเครื่องรางของขลัง ทำให้ต้องประสบเคราะห์ภัย ในโลกนี้มีหนังสือที่นั่งเทียนแต่งขึ้นเล่มหนึ่ง ชื่อว่าหนังสือ เทวราชโองการ มีที่ไหนหนังสือเขียนว่าขอให้รู้สำนึกผิด และ ขมาบาป ปรับปรุงแก้ไข ก็สามารถลดหย่อนผ่อนโทษในยม โลก มีอะไรที่ง่ายดายเพียงนี้
ยิ่งช่วงใกล้ๆ นี้มีคนพิมพ์แจก ทำให้คนโง่เขลาหลงผิด เสียโอกาสเสียเวลา ควรรีบนำหนังสือเล่มนี้ไปเผาทิ้ง จึงเป็น อานิสงส์ที่ใหญ่หลวง”
พนักงานแยกอักษรลอกข้อความมาถึงตอนนี้ เห็น ประกายรัตนประภามรกตพวยพุ่งมายังนักพรต ก้วนเซียน เกิดอาการเย็นยะเยือก ตกจากแท่นพิธี หน้าถอดสี ปากเบี้ยว ตาแข แล้วคลานมาคุกเข่าอยู่ข้างภิกษุต๋าหย่วน
พนักงานแยกอักษรเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ตกตลึงจน อ้าปากหวอ ยืนอยู่ข้างกระถางธูป เปล่งเสียงพูดว่า “ข้าคือ เทพเจ้าหลิว รับคำสั่งจากเทพอาจารย์ให้มาถ่ายทอดให้ทุก คนทราบว่า ยุคนี้คนไม่ยอมบำเพ็ญธรรมมักก่อกรรมทำเข็ญ โชคดีที่เง็กเซียนฮ่องเต้เทวราชเจ้า โปรดเกล้าตามคำทูลของพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เจ้า และเหล่าทวยเทพ โปรดเกล้าเทว ราชโองการให้ชาวโลกรับทราบ และปฏิบัติตาม เพื่อให้ชาว โลกมีโอกาสแก้ไขในสิ่งผิด ท่านทรงเมตตาลดโทษหรืออภัย โทษแก่ผู้สำนึกผิด
แต่เวลานี้ เจ้าหัวโล้นต๋าหย่วนกับเจ้าหน้าหนูก้วนเซียน กลับอิจฉาวางแผนทำลายหนังสือเทวราชโองการ จะอาศัย กิ่งหลิวทรงเจ้าของข้ามาหลอกลวงชาวบ้าน คนเช่นนี้ต้อง ตกนรกหมกไหม้ ให้ตรวจสอบความผิดรับโทษตามขุมนรก ต่างๆ แล้ว สุดท้ายต้องตกนรกอเวจี ไม่ต้องผุดเกิดตลอดไป และต่อไปนี้ ถ้ามีภิกษุหรือนักพรตคนไหน ปฏิบัติตามแบบ อย่างต๋าหย่วน และก้วนเซียน ก็ให้รับกรรมเช่นสองคนนี้”

พนักงานแยกอักษรพูดจบ ก็ถอยลงมาคุกเข่ากราบไหว้ อยู่หน้าแท่นพิธี ชาวบ้านทั้งหลายเห็นเหตุการณ์เช่นนี้รีบกรู กันเข้ามาคุกเข่าอยู่หน้าแท่นพิธี ก้มหัวคำนับ และต่างร้องขอ ยาวิเศษ และสูตรยาอายุวัฒนะ
เพลานั้น เห็นกิ่งหงส์ (กิ่งหลิว) ไม่มีคนจับแต่ขยับเขยื้อน อยู่บนถาดทราย เมื่อกิ่งหลิวหยุดนิ่ง พนักงานแยกหนังสือ ลุกขึ้นไปดูถาดทรายบนแท่นพิธี ปรากฏอักษรจีน 33 ตัว เขียนว่า “โรคภัยที่เกิดจากจิต ควรรักษาด้วยจิต เนื้อสัตว์ ของคาวทานให้น้อย หนังสือพระสูตรย่อมมีปรมัตถ์ สามารถ นำเราหลุดพ้นจากบาปโทษทั้งปวง ข้าพเจ้าเทพเจ้าหลิวขอ ลากลับ”
พนักงานแยกอักษรกลับลงมาข้างล่าง กราบไหว้ อีกครั้ง แล้วเล่าสิ่งที่เขาเห็นให้ทุกคนฟังว่า “เมื่อข้าพเจ้าแยกอักษรคัดลอกมาถึงคำว่าอานิสงส์ใหญ่หลวง จู่ๆ เห็นเงาเขียว ลูกใหญ่เท่าภูเขาพุ่งเข้ามาข้างซ้ายมือ ร่างทรงเทพอาจารย์ (นักพรตก้วนเซียน) เป็นเทพองศ์หนึ่งมีพระพักตร์ สีน้ำเงิน ปากสีแดง คิ้วขาว ดวงเนตรสีทอง ผมแดง เคราเหลือง สวมชุดพัสตราภรณ์สีเขียวสด มือซ้ายถือรัตนะกุณโฑ มือขวาถือแซ่ปัดฝุ่นสีเงิน เท้าเหยียบปทุมมา ให้ข้าพเจ้า ถ่ายทอดคำสั่งของเทพอาจารย์ จากนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่รู้เรื่อง อะไรอีกเลย ต่อมาข้าพเจ้ามารู้สึกตัวอีกที ท่านเทพกำลัง จะจากไป ข้าพเจ้าจึงรีบลงจากแท่นพิธีมากราบไหว้ท่าน เทพ พวกท่านมาขอสูตรยาอายุวัฒนะ ท่านเทพได้จากพวก เราไปแล้ว
คืนนั้น ชาวบ้านจำนวนมากนั่งสนทนาเรื่องราวที่ เกิดขึ้นจนดึกจนดื่น หญิงชายหลายคนไม่ได้กลับบ้าน พักใน อารามจนถึงสว่าง เมื่อฟ้าสาง คนในอารามจึงรู้ว่า พวกภิกษุ เห็นเหตุการณ์ไม่ดี ได้นำภิกษุต๋าหย่วน และนักพรตก้วนเซียน หนีออกจากอารามไปที่วัดถูกู่แล้ว
ตั้งแต่วันนั้นมา นักพรตก้วนเซียน และภิกษุต๋าหย่วน ทานอะไรไม่ได้เห่าหอนสามวัน ตัวพองขึ้นอืดจนสิ้นใจตาย
จากนั้นมา หญิงชายทั่วทั้งหมู่บ้าน ไม่มีใครไม่เคารพ ศรัทธาหนังสือเทวราชโองการ จึงเขียนเรื่องราวทั้งหมดตีพิมพ์ลงท้ายเล่มให้สาธุชนทุกท่านทราบว่า เคราะห์กรรม คนเราล้วนเกิดจากการสร้าง อานิสงส์ผลบุญนั้น คุณจะใช้ วิธีปล้นชิงมาก็ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่สอนให้ทุกท่าน ทราบว่า อย่าคิดทำลายหนังสือเทวราชโองการเป็นอันขาด
คัดลอกจากท้ายเล่มหนังสือเทวราชโองการตงฟู่