Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์ของหนังสือเทวราชโองการ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์ของหนังสือเทวราชโองการ

455 Views

บทบันทึกของหลี่ฉวนไท่ ซึ่งพักอยู่ที่ฐานทัพหลี่หวี ณ อำเภอเจียงเซี่ย มีบันทึกตอนหนึ่งว่า ในอดีตข้าพเจ้าเคย เป็นโรคกระอักเลือด ฤดูหนาวปีที่แล้ว โรคเก่ากำเริบ และอาการหนักกว่าเก่า ถึงขั้นอันตราย พี่ชายภรรยาท่าน เจียงหวยชิง ก็ได้มาตรวจอาการไข้ของข้าพเจ้า และเล่าเรื่อง อิทธิปาฏิหาริย์ของหนังสือเทวราชโองการให้ข้าพเจ้าฟัง ทั้ง ยังเล่าเรื่องคดีความอดีตชาติของจันเจ๋อหลินให้ฟังด้วย ทำให้ ข้าพเจ้าฟังแล้วเกิดความประหลาดใจยิ่ง จึงไปนำหนังสือ เทวราชโองการที่ก่อนหน้านี้เพื่อนกำนัลให้ แต่ถูกข้าพเจ้าตั้ง เก็บไว้อย่างไม่สนใจออกมาอ่าน

เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทำให้ข้าพเจ้าตั้งปณิธานใน ใจว่าจะพิมพ์หนังสีอออกเผยแผ่

เพียงจิตสำนึก ใจครุ่นคิด ไม่นานก็รู้สึกชุ่มคอและอา การกระอักเลือดก็ยุติ นึกไม่ถึงแค่จิตมีสำนึก ผลบุญก็ปรากฏ จึงปรารถนาจะพิมพ์หนังสือเทวราชโองการ 50 เล่ม

ข้าพเจ้าเขียนคำฎีกา อธิษฐานต่อหน้าเทพเจ้าเตา หลังจากเผาฎีกาถวายต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาการไข้ก็ทุเลาทันที

ใจข้าพเจ้าตรึกตรองเรื่องที่เกิดขึ้น พูดได้ว่า จิตมนุษย์ กับเทพเจ้า แท้จริงแล้วพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน หรือพูดได้ว่า จิตคือเทพ เทพคือจิต ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานในใจต่อว่า ถ้า ข้าพเจ้าสามารถหายจากอาการเจ็บป่วยโดยเร็ว ข้าพเจ้า จะพิมพ์หนังสือเพิ่มจาก 50 เล่มเป็น 100 เล่ม

และแล้วในคืนนั้น ข้าพเจ้าได้ฝันเห็นมีหมอเวทท่าน หนึ่งมาชี้แนะข้าพเจ้า ให้ใช้ยา 4 ชนิดต้มน้ำดื่มกินเป็นเวลา 4 วัน โรคก็จะหาย

ตื่นเช้า เปรียบเทียบยา 4 ชนิดในความฝัน เหมือนกับ สูตรยาที่พี่เมียท่านเจียงเขียนไว้ ข้าพเจ้าจึงจัดการทำตามที่ ฝันกินยาไม่ถึง 10 วัน หน้าที่แดงกร่ำ และอาการหืดหอบก็หาย ทุกอย่างคืนสู่ปกติ ข้าวปลาอาหารก็ทานได้ตามปกติเช่นเดิม ข้าพเจ้าจึงเขียนบทความนี้ เพื่อยืนยันผลบุญสนองรวดเร็ว ยิ่งนัก

บทบันทึกของหลิวจู่ไท่ แห่งอำเภอฮั่นหยาง เขียนไว้ว่า เมื่อข้าพเจ้าอายุยังไม่ถึง 20 เกิดอาการกระอักเลือด วันหนึ่ง จะกำเริบ 3-4 ครั้ง และเป็นเช่นนี้ติดต่อมาเป็นเวลา 3 ปี สูตรยาอะไรก็รักษาไม่ได้ผล

ต่อมา ข้าพเจ้ามีโอกาสอ่านหนังสือธรรมะ ซึ่งในหนังสือแนะนำให้งดเว้นทานเนื้อวัว และเนื้อสุนัข จะช่วย ขจัดโรคภัยไข้เจ็บได้ ข้าพเจ้าจึงทำตามหนังสือแนะนำ ไม่ถึง 10 วัน โรคกระอักเลือดก็หาย

ข้าพเจ้าแต่งงานมาหลายปี อายุมาถึง 28 ปียังไม่มี บุตรสักคน จึงตั้งมั่นจะจริงใจถนอมรักษากระดาษอักษร เวลาผ่านไป 2 ปี มาถึงปีกิงจื่อ ภรรยาได้กำเนิดบุตรชาย

ช่วงลูกชายอายุยังไม่ครบขวบ เกิดไม่สบายหนัก เชิญหมอมารักษาตั้งหลายคนก็ไม่หาย ทั่วทั้งบ้านหวาดหวั่นพรั่น พรึงยิ่งนัก ข้าพเจ้าจึงไปจุดธูปอธิษฐานต่อหน้าเทพเจ้าเตา วันขึ้น 1 ค่ำ เดือนเหมันต์ว่าจะถวายหนังสือเทวราชโองการ 10 เล่ม รุ่งเช้าอาการไข้ของบุตรชายก็ดีขึ้น

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนเหมันต์เนื่องจากข้าพเจ้าไม่ ว่างทุนทรัพย์ไม่พร้อม จึงไม่ได้เข้าเมืองไปซื้อหนังสือ ตกบ่าย อาการไข้ของลูกชายก็กำเริบอีก ข้าพเจ้าตกใจมากรีบไป จุดธูปบอกเทพเจ้าเตาว่า วันขึ้น 4 ค่ำจะไปซื้อหนังสือแจก จ่ายแน่นอน รุ่งเช้าอาการไข้ของบุตรก็หาย

วันขึ้น 4 ค่ำ ข้าพเจ้าตื่นแต่เช้าจะเข้าเมืองซื้อหนังสือ แต่วันนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม ข้าพเจ้าไปถึงริมน้ำ คนแจวเรือ ว่าวันนี้น่าจะมีพายุฝนเดินทางไม่ปลอดภัย แต่ข้าพเจ้าตั้งใจ ไว้อย่างแน่วแน่ว่าวันนี้ต้องเข้าเมืองซื้อหนังสือให้ได้ จึงคะยั้นคะยอให้คนเรือออกเดินทาง เรือมาถึงกลางแม่น้ำ จู่ๆ ก็เกิดพายุฝนอย่างแรง กระหน่ำจนเสาใบเรือหัก ข้าพเจ้านั่งสวดอธิษฐานอยู่ในเรือ ขอให้เทพคุ้มครองให้พ้นภัย โชคดีเรือไม่จมเวลาผ่านไปสักครู่ ฝนหยุดตก ท้องฟ้าแจ่มใส ตกบ่ายก็มาถึงตัวเมือง ข้าพเจ้ารีบไปซื้อหนังสือเทวราชโอง การ และแจกจ่ายให้คนรู้จัก กลับถึงบ้าน เห็นลูกชายนั่งยิ้ม เริงร่าอยู่หน้าบ้าน

เรื่องราวที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าหนังสือเทวราชโอง การสามารถช่วยเราในยามคับขัน ปัดเป่าเหตุร้ายให้กลายเป็น ดี จึงบันทึกข้อความนี้เพื่อยืนยันต่อสาธุชน

บทบันทึกของหลิวกั๋วโต้ง บันทึกไว้ว่า ข้าพเจ้ากับหลิว จู่ไท่เป็นคนอำเภอเดียวกัน ได้ยินบุตรชายเขาเป็นไข้ฝีดาษ รักษาไม่หาย จึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะพิมพ์หนังสือเทว ราชโองการถวาย สุดท้ายโรคฝีดาษก็หาย

เดือน 3 ของปีเกิงซี หลานชายข้าพเจ้าก็ติดเชื้อฝีดาษ เยียวยาเท่าไรแผลไม่ยอมสมาน ทั้งยังเกิดอาการหอบจนไม่ ยอมกินนม น้ำก็ดื่มไม่ได้ ทำให้คนทั้งบ้านกระวนกระวายจน ทำอะไรไม่ถูก

เวลานั้นมีคนรู้จักชื่อหวังซินถิง มาที่บ้านแนะนำให้ พิมพ์หนังสือธรรมะจะช่วยโรคของหลานได้ จึงทำให้ข้าพเจ้า ฉุกคิดถึงเรื่องลูกชายของหลิวจู่ไท่ ทำให้ข้าตื่นจากฝัน รีบไป อธิษฐานต่อเทพเจ้าว่าจะถวายหนังสือเทวราชโองการ 20 เล่ม และหนังสือจดอธิบายกฎแห่งกรรม 30 เล่ม

ไม่นานอาการหอบ และอาการสำลักน้ำของหลานชาย ก็ดีขึ้น สามารถดื่มนมได้ และตามตัวของหลานชายปะทุ ฝีเม็ดเล็กๆ ขึ้นมา ปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นสภาพมงคล ตามตำราแพทย์เรียกว่า “ลูกช่วยแม่” ไม่นานไข้ฝีดาษของ หลานชายก็หายเป็นปกติ

คุณซินถิงเห็นเช่นนี้ จึงเสนอให้เปลี่ยนชื่อหลานชาย เป็นชื่อไจ้เซิง (แปลว่าเกิดใหม่) และทุกวันนี้ยังเรียกหลานชาย คนนี้ว่าหลานไจ้เซิง

คำพูดที่ว่า “ฟ้าย่อมช่วยคนดี” เป็นคำสมจริง และ ตอบสนองเร็วอย่างเราคาดคิดไม่ถึง

บทบันทึกของหวังถิงกวง คนอำเภอฮั่นหยาง บันทึก ไว้ว่า ข้าพเจ้าเขียนตำราโจวอี้มาตั้งแต่เต็ก (โจวอี้เป็นตำรา จีนโบราณอายุไม่น้อยกว่า 3000 ปี เป็นศาสตร์ที่กล่าวถึง ความสัมพันธ์ของจักรวาล ฟ้า ดิน อิน หยาง และสรรพสิ่ง ทั้งยังเป็นตำราเสี่ยงทายของจีนโบราณมาจนถึงปัจจุบัน) จึง เข้าใจถึงเหตุผลความสัมพันธ์ของ ฟ้า ดิน เทพ ผี สวรรค์ และนรก เข้าใจถึงลางสังหรณ์ และการสนองเหตุเกิดของ ลางดีและลางร้าย ยิ่งได้มาอ่านหนังสือเทวราชโองการ ซึ่ง เป็นหนังสือที่พูดถึงกฎแห่งกรรม กงกรรมกงเกวียน ยิ่งทำให้ ข้าพเจ้าเข้าใจถึงเรื่องบางเรื่อง มีความเกี่ยวพันกับสิ่งลี้ลับ พิสูจน์ได้ยากแต่กลับมีเหตุผลที่แจ่มชัด มีการตอบสนอง ที่แน่นอน คือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มิมีผิดเพี้ยน มีขอก็มีให้ มีบนบานก็มีสนอง ไม่ต้องรอคอย การอ่านหนังสือเล่มนี้เท่า กับได้ศึกษาธรรมมรรคอี้จิง และยังช่วยให้เราเข้าใจปัญหาได้มากยิ่งขึ้น

ข้าพเจ้ามีหลานชื่ออิ้นฝัน เป็นโรคไขข้อเท้ามานมนาน รักษาไม่หาย แต่เมื่อเขียนคำฎีกาถวายต่อเทพเจ้าเตาว่า จะ พิมพ์หนังสือเทวราชโองการออกเผยแผ่ 500 เล่ม แต่จะ พิมพ์ล่วงหน้าก่อน 100 เล่ม และที่เหลือจะพิมพ์ต่อทีหลัง ไม่นานโรคข้อเท้าก็ทุเลา สุดท้ายก็หายขาด

บันทึกของหลิวโห้วจี้ เขียนไว้ว่า “ที่อำเภอฮั่นหยาง ของข้าพเจ้า โรคฝีดาษของเด็กๆ จะเกิดช่วงฤดูวสันต์ แต่ลูก ชายจื่อเหยินของข้าพเจ้าเป็นโรคฝีดาษในวันแรม 7 ค่ำ ของ เดือน 12 ในปีเหยินซี (ค.ศ.1862) ของรัชกาลโถงจื้อ จน กระทั่งถึงวันขึ้น 2 ค่ำ เดือนอ้ายของปีกุ่ยไฮ่ (ปีถัดมา) ฝีดาษ ยังไม่แห้ง การณ์เช่นนี้ทำให้คนทั้งบ้านตื่นตระหนกมาก จึงรีบ ไปบนบานต่อเจ้าว่าจะถวายหนังสือเทวราชโองการ 20 เล่ม ขอให้ฝีดาษของลูกหายเร็วๆ

แต่มาถึงเที่ยงของวันขึ้น 5 ค่ำ อาการไข้ของเด็กกลับ ทรุดหนัก น้ำฝีกลายเป็นสีขาว เห็นท่าเด็กคงจะไม่รอด

ท่านถงเซียงผู่ คนในหมู่บ้านมาแนะนำว่า ให้ไปอธิษฐาน ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใหม่ว่า จะถวายหนังสือจาก 20 เล่ม เพิ่มเป็น 40 เล่ม ขอให้เด็กหายป่วยโดยเร็ว พอตกบ่าย น้ำฝีก็กลาย เป็นสีเหลือง จากนั้นอีกไม่กี่วันก็หาย และไม่มีแผลเป็น

ข้าพเจ้าจึงบันทึกข้อความนี้ เพื่อแสดงถึงอิทธิ ปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ปีที่ 8 ของรัชกาลถงจื้อ (ค.ศ.1869) ผู้พิพากษาเจี่ยน จงเจี๋ยป่วยหนัก กินยาหม้อจนเหงื่อไหลพรากแล้วสิ้นใจตาย

เจี่ยนเห็นยมทูต 2 ท่านนำหมายเรียกมา จึงจัดการกับเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วนั่งรถตามยมทูตไป ได้ยินเสียงผู้หญิงด่าทออยู่ข้างหลังรถไม่ขาดสาย

มาถึงศาลว่าการแห่งหนึ่ง เห็นขุนนางพิพากษานั่งอยู่ บนบัลลังก์ หน้าบัลลังก์มีผีพนักงานยืนเรียงรายสองข้าง อย่างสง่าน่าเกรงขาม สองยมทูตคุกเข่า และรายงานต่อเจ้า นายตุลาการพิพากษา ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ขานชื่อแล้วสอบ ถามถึงประวัติของเจี่ยนจงเจี๋ย

เจี่ยนจงเจี๋ยยืนคำนับ และรายงานว่า เขาเป็นคนคุงหมิง ในมณฑลหวินหนาน สอบได้ราชบัณฑิต รับราชการเป็น ผู้พิพากษาคดีอาญา

ขุนนางพิพากษาที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ได้ยินเช่นนั้นก็ตอบ ว่า “จับคนผิดแล้ว คนที่ต้องการคือผู้พิพากษาอาญาคนหู หนานต่างหาก” จึงสั่งยมทูตให้ส่งผู้พิพากษาเจี่ยนคืนชีพ

เจี่ยนจงเจี๋ยฟังเช่นนั้น จึงถามว่าท่านจะให้ข้าพเจ้า คืนชีพ มีหลักฐานอันใดที่สามารถยืนยันถึงเรื่องนี้?” ได้รับ คำตอบว่า “ช่วงท่านป่วยหนัก หมอสั่งยาใส่สมุนไพรหมา หวง แต่ข้าพเจ้าได้สั่งพนักงานผีไปที่ร้านขายยา บันดาล คนขายยาเจียดยาลงไป 3 สลึง (เป็นสิบเท่าของ 3 หุน) นี่คือ หลักฐาน

ออกจากศาลเจ้า เจี่ยนถามยมทูตว่าผู้พิพากษาที่อยู่ในศาลคือใครได้คำตอบว่า ท่านคืออดีตผู้พิพากษาอาญาแซ่เฉา เนื่องจากเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม สิ้นชีพแล้วเทวราช เจ้าให้มาดำรงตำแหน่งนี้

ไม่นานยมทูตก็ส่งเจี่ยนจงเจี๋ยถึงบ้าน เห็นในบ้านมีญาติ มิตรหลายคนเตรียมจัดงานศพ สักครู่ร่างกายของเจี่ยน เปลี่ยนเป็นอุ่นขึ้นสามารถพูดได้ ทุกคนในบ้านต่างตกตลึง ร้องคืนชีพแล้ว คืนชีพแล้ว คนในบ้านรีบไปนำน้ำอุ่นให้เจี่ยนดื่ม ในที่สุดก็หายป่วย

เจี่ยนจงเจี๋ยเรียกภรรยา ไปนำกากยาที่ต้มแล้วมาตรวจ นำสมุนไพรหมาหวงไปชั่งเป็น 3 สลึงจริง แต่ในใบเจียดยา หมอสั่งแค่ 3 หุน ภรรยาท่านเห็น แล้วตกใจมาก ตำหนิตัว เองไม่ได้ตรวจให้รอบคอบ ทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นจนได้ ท่านเจี่ยนจงเจี๋ยบอกไม่ใช่ความผิดของภรรยา และเล่าความ เป็นจริงให้ภรรยาฟัง

หลังจากนั้นไม่กี่วันผู้พิพากษาที่เป็นชาวหูหนาน ซึ่งอยู่ ซอยถัดไปก็เสียชีวิตลง และตรวจสอบอดีตพิพากษา มีคนแซ่เฉาเป็นชาวกวางตุ้งจริงตามที่ยมทูตพูด

เจี่ยนจงเจี๋ยจึงจัดพิมพ์หนังสือ และเขียนบทความนี้ แนะนำชาวโลกให้มุ่งทำแต่ความดี อย่าได้ย่อท้อ

ต่อมาท่านเจี่ยนมีตำแหน่งถึงหลังจง ลูกชายหวิ่นจง สอบได้ราชบัณฑิต