บันทึกพึ่งหนังสือเทวราชโองการสลายความแค้น

406 Views

โจวหุ้ยฉง สอบได้ราชบัณฑิต ในปีอี่โฉ่ว ในรัชกาล เต้ากวง มีหนังสือจดบันทึกสิ่งที่น่าเคารพนับถือ มีบันทึก ตอนหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องราวสลายความแค้นของท่านจันเจ๋อ หลิน บันทึกไว้ว่า

จันเจ๋อหลินเป็นชาวซิวหนิง ในเมืองฮุยโจว มีลุงทำงาน เป็นพนักงานขายของในร้านซูสงเม่า ในเมืองฮั่นสั้งเมื่ออายุ 21 ปี จันเจ๋อหลินได้ติดตามคุณลุงมาเมืองฮั่นสั้ง เพื่อศึกษา ทำการค้า และพักอยู่กับคุณลุง ซึ่งเช่าห้องของคนแซ่วัง อาศัยอยู่

รัชกาลเต้ากวงปีที่ 14 (ค.ศ.1834) คุณลุงของเขาก็ได้ ถึงแก่กรรมเจ๋อหลินผู้เป็นหลาน ทุกคืนต้องกลับบ้านพักดูแลงานศพของคุณลุง

มีอยู่คืนหนึ่ง จู่ๆ จันเจ๋อหลินพูดจาคล้ายคนบ้าว่า “ข้าคือนางชุ่ยหวังสื้อ ช่วงข้ายังมีชีวิตอยู่ มีสามีแซ่หวัง ชื่อหยวน เป็นคนเจียซิง ในมณฑลเจ้อเจียง จันเจ๋อหลินร่าง ที่ข้าพเจ้าสิงอยู่นี้ชาติที่แล้วแซ่อู๋ ชื่อเอี้ยวเจิน เป็นคนอำเภอ หนันชัง ในมณฑลเจียงซี

เนื่องจากอู๋เอี้ยวเจินมาทำการค้าที่เจ้อเจียง รู้จักกับ สามีข้า และคบค้าเป็นสหายสนิท เมื่ออู๋เอี้ยวเจิน จะกลับ หนานชัง สามีข้าหวังหยวนได้มอบเงิน 1,000 ตำลึงร่วมทำ การค้ากับอู๋เอี้ยวเจิน

เวลาผ่านไปหลายปี สามีข้าหวังหยวนไปหาอู๋เอี้ยว เจินเพื่อทวงเงินทุนคืน แต่ที่ไหนได้ อู๋เอี้ยวเจินกลับปฏิเสธว่าไม่เคยเอาเงินมาร่วมทำการค้า ทำให้หวังหยวนบันดาลโทสะ เกิดทะเลาะวิวาท จนเอามีดห้ำหั่นกัน แต่หวังหยวนสู้อู๋ไม่ได้ ถูกอู๋ทำร้ายจนบาดเจ็บ ต้องหนีกลับจากหนันชัง

ข้าพเจ้าหวังชุ่ยได้ไปฟ้องศาลที่เจียซิง ทางการเจียซิงมีหมายจับไปเมืองหนันชัง จับอู๋เอี้ยวเจิน และตัดสินคดีลงโทษเนรเทศไปชายแดนเรื่องที่เล่ามาเกิดในรัชกาลเฉียนหลง ปีที่ 59 ค.ศ.1794

มาถึงรัชกาลเจียชิ่งปีที่ 6 (ค.ศ.1801) อู๋เอี้ยวเจินได้รับ อภัยโทษกลับไปทำมาหากินที่หนันชังใหม่ แต่สามีข้าพเจ้า หวังชุ่ยได้รับบาดเจ็บต่อมาไม่นานก็ตายจากไป เหลือข้าตัว คนเดียวไม่มีที่พึ่งพา เมื่อได้ยินอู๋เอี้ยวเจินกลับไปทำการค้า ใหม่ ข้าพเจ้าจึงไปหนันชังเพื่อทวงเงินกับอู๋เอี้ยวเจินที่ติดค้างสามีข้าอีกครั้ง

เมื่อไปถึง อู๋เอี้ยวเจินไม่เพียงไม่ยอมคืนเงิน ยังปิดประตู มิให้ข้าพเจ้าเข้าบ้าน ข้าพเจ้าหวังชุ่ยตัวคนเดียว ที่พักก็ไม่มี ค่าเดินทางก็ไม่มี คับแค้นใจยิ่งนัก จึงตัดสินใจผูกคอตายหน้า ประตูบ้านอู๋ อู๋เอี้ยวเจินหลบหนีออกจากบ้าน ไม่ถึง 2 ปี ก็เสีย ชีวิตเช่นกัน

รัชกาลเจียชิ่งปีที่ 19 (ค.ศ.1814) อู๋เอี้ยวเจินมาเกิด ในบ้านตระกูลจัน เขาก็คือร่างที่ข้าสิงอยู่ ณ วันนี้จันเจ๋อหลิน นั่นเอง

ข้าพเจ้าหวังชุ่ย วิญญาณวนเวียนป้วนเปี้ยนเข้าออก อยู่ในเมืองผีอาฆาตเป็นเวลามา 30 กว่าปี ตายโดยใช่เหตุ ตายด้วยความแค้น และแค้นนี้ต้องชำระ ข้าพเจ้าพลิกทั่ว แผ่นดิน เพิ่งมาทราบว่าเขามาเกิดเป็นจันเจ๋อหลิน และมา อาศัยอยู่ ณ ฮั่งสั้งนี่เอง ข้าต้องเอาชีวิตจันเจ๋อหลินมาชดเชย เพื่อชำระแค้นเก่าของข้า

แต่ละคืน วิญญาณผีแม่นางหวังสื้อจะเข้าสิงร่างของ จันเจ๋อหลินหลายครั้ง แต่ละครั้งจะใช้มือสองข้างของร่าง บีบคอตัวร่างเอง ไม่ก็กัดมือกัดแขน ชกอกชกท้อง หรือใช้ เล็บขีดข่วนทั่วร่างกาย ทำให้ทั่วร่างของจันเจ๋อหลิน ทั้งหน้า ทั้งคอ เลือดไหลซิบๆ หน้าตาบูดเบี้ยว ทำให้ผู้เห็นรู้สึกตกตลึง และน่าสังเวช

เวลานั้น มีชายอายุ 70 กว่าปี ซึ่งพักอยู่บ้านเช่าเดียว กันชื่อวังหลั่งถิง เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ จึงเดินเข้าไปพูดคุยกับผีแม่นางหวังสื้อแนะแม่นางหวังสื้อว่า “ฟังท่านเล่ามา ดูเหมือนมีหลักฐาน มีเหตุผล แต่เรื่องความแค้นนั้น ควร ให้อภัย ควรอโหสิ ไม่ควรผูกพยาบาท และล้างแค้นต่อไป จะไม่มีวันสิ้นสุด แล้วที่ว่าติดหนี้คุณไม่ได้ชดใช้ ทำให้คุณ กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน เอาแบบนี้ได้ไหม? พวกเราจะเชิญ พระมาสวดอภิธรรม ทำกงเต๊กให้เจ้า อนึ่งได้ช่วยชีวิตของ จันเจ๋อหลิน อนึ่งท่านจะได้ไปผุดไปเกิดใหม่ เช่นนี้จะดีทั้งสอง ฝ่าย

วิญญาณผีแม่นางหวังสื้อ ฟังแล้วก็ตอบตกลง และพูดว่า “เวลานี้ข้ากับสามีข้าหวังหยวนมาด้วยกัน เรือ ทอดอยู่ที่ท่าน้ำตระกูลจู เมื่อพวกเจ้ารับปากจะสลายความ แค้น และส่งเราทั้งสองไปผุดเกิด ควรทำเรือกระดาษใหญ่ ลำหนึ่ง เตรียมรองเท้ากระดาษชายหญิงสองคู่ เงินสุวรรณ บัตรยมโลก 10 พัน คนแจวเรือ และของเซ่นไหว้ให้ครบ พวก เราก็จะไป” ท่านวังหลั่งถิงจัดการตามวิญญาณผีแนะนำจน ครบทุกประการ แต่เวลาผ่านไปเพียงสองวัน วิญญาณผี หวังสื้อก็เข้าสิงร่างจันเจ๋อหลินอีกแล้วพูดว่า “สามีข้าหวัง หยวนยมบาลให้ไปเกิดใหม่แล้ว แต่ข้าซิยังถูกควบคุมอยู่ใน ยมโลกรอคอยคำสั่ง ข้าไม่ยอม ข้าต้องเอาชีวิต ของจันมาชด ใช้ให้ได้”

เหตุการณ์วิญญาณเข้าสิงร่าง และทำร้ายร่างกายของ จันเจ๋อหลินเกิดขึ้นทุกคืน ยิ่งมายิ่งรุนแรง หลายวันต่อมา เรื่องนี้ทราบถึงหูของท่านเอี๋ยวเกิงซิน ซึ่งเป็นคนหั้นสั้ง จึงรีบมาปรึกษากับวังหลั่งถิงว่า “ความแค้นของทั้งสองแก้ไข ไม่ง่าย นอกเสียจากพิมพ์หนังสือเทวราชโองการอย่างเดียว วิธีอื่นยากยิ่งนัก” และท่านเอี๋ยวก็เล่าเรื่องของตัวเองว่า อาศัยพิมพ์หนังสือเทวราชโองการ 500 เล่มออกแจกจ่ายจนสามารถโปรดมารดาตัวเองไปเกิดใหม่ และมารดาเขาก็มา เข้าฝันบอกลูกชายตัวเองจะไปเกิดใหม่แล้ว

ท่านเอี๋ยวยังเล่าต่อว่า เขามีเพื่อนอีกคนหนึ่งชื่อเอี๋ยว จื่อหวุน มารดาแม่นางโจวป่วยหนัก หมอรักษาไม่หาย สุดท้ายอาศัยพิมพ์หนังสือเทวราชโองการ 500 เล่มถวาย มารดาก็หายจากป่วยไข้

ฉะนั้น ทั้งสองปรึกษาแล้วตัดสินใจทำตามคำแนะนำ ของเอี๋ยวเกิงซิน ถึงจันเจ๋อหลินขาดทุนทรัพย์ในการจัดพิมพ์ หนังสือ แต่เขาทั้งสองจะช่วยเหลือจนพิมพ์ให้สำเร็จ ว่าแล้ว ทั้งสองก็เขียนฎีกาว่าจะจัดพิมพ์หนังสือ 500 เล่ม และทำ กงเต๊กให้หนึ่งคืนแทนจันเจ๋อหลิน เพื่อสลายความแค้น และ โปรดหวังสื้อไปผุดไปเกิด

หลังจากเผาฎีกา คืนแรม 13 ค่ำ เดือน 6 วิญญาณของแม่นางหวังสื้อมาเข้าสิงร่างจันเจ๋อหลินอีก แล้วพูดว่า “เบื้อง บนอนุญาตให้ข้าพเจ้าไปเกิดใหม่ ณ ถิ่นเดิม ความแค้นของ ข้ากับจันเจ๋อหลินก็จบสิ้นเพียงแค่นี้

วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 พวกเขาได้คัดลอกหูสั้นเผย เป็นผู้ นำเชิญพระมาสวดกงเต๊ก และจัดพิมพ์หนังสือ

ถึงวันขึ้น 6 ค่ำ ทุกอย่างทำเรียบร้อย ในคืนนั้น จันเจ๋อ หลินเข้านอน ฝันเห็นตัวเองกับวิญญาณแม่นางหวังสื้อไปที่ ศาลเจ้าบูรพาบรรพตมหาราช จันถูกทำโทษโดยโบยตี 30 ไม้ แล้วสั่งแม่นางหวังสื้อจบสิ้นความแค้นนี้ ตื่นเช้าขึ้นมา จันเจ๋อ หลินแสดงหลักฐาน น่องทั้งสองของตัวเองถูกโบยตีจนบวม เปล่งให้ทุกคนดู จากนั้นวิญญาณของแม่นางหวังสื้อก็ไม่มา ปรากฏอีกเลย

ท่านเอี๋ยวเกิงซิน มุ่งสร้างกุศล ไม่เคยย่อท้อ เที่ยวนี้ ได้ร่วมมือกับท่านหู ท่านวัง ช่วยคลี่คลายความแค้นในอดีต ชาติของจันเจ๋อหลิน ยิ่งแสดงถึงความใจกว้าง และรอบรู้ของ เขา และเรื่องนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของชาวโลก มนุษย์เราควร ละเว้นการละโมบ และหลอกลวงตัวเอง

ท่านเอี๋ยวนำต้นฉบับของข้อความ มาให้ข้าพเจ้าพิสูจน์ อักษร และแก้ข้อความที่ผิด ข้าพเจ้าชื่นชมจิตอันดีงามของ ท่านเอี๋ยว ทำตามเจตนารมณ์ของท่าน เพื่อชี้ให้ชาวโลกรับ รู้ถึงความอัศจรรย์ของหนังสือเทวราชโองการ จึงบันทึก ตามความเป็นจริง โดยไม่มีการแก้ไข

โจวหุ้ยฉงน้อมคารวะ

ท่านหยางเฉิงไจ กล่าวว่า “ข้าพเจ้าอ่านบทบันทึก ของโจวหุ้ยฉง ทำให้ระลึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านข้าพเจ้าเรื่องหนึ่ง หมู่บ้านเรามีหญิงชาวบ้านคนหนึ่ง กลางวัน แสกๆ ถูกผีทำร้ายจนกระอักเลือดเกือบตาย และสารภาพว่า ชาติที่แล้วเขาได้บวชเป็นพระสงฆ์ แต่เกิดตัณหาไปชำ เราเด็กหญิงคนหนึ่ง ทำให้เด็กหญิงคนนั้นเกิดความอับ อายจนฆ่าตัวตาย วิญญาณของเด็กหญิงคนนั้น ไม่ยอม ไปเกิด เวลานี้จะมาตามทวงชีวิตคืน เชื่อว่าตัวเองคงไม่ รอดแน่ เมื่อสามีเขาได้ฟังเช่นนั้น รีบไปอธิษฐานต่อสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ ว่าจะพิมพ์หนังสือเทวราชโองการ 300 เล่ม เพื่อ โปรดวิญญาณเด็ก และทำกงเต๊กสวดพระอภิธรรมให้เด็ก อีกต่างหาก จากนั้น 3 วัน อาการของผู้หญิงคนนั้นทุเลา จนหาย เหตุการณ์นี้กับกรณีของจันเจ๋อหลินถึงจะแตก ต่างกัน แต่มีเนื้อหา และความหมายคล้ายกัน จึงบันทึก ให้ทุกคนรับทราบ