Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
เหวียนเต๋อชูพึ่งหนังสือเทวราชโองการช่วยแม่ที่ล่วงลับและช่วยชีวิตของภรรยา | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

เหวียนเต๋อชูพึ่งหนังสือเทวราชโองการช่วยแม่ที่ล่วงลับและช่วยชีวิตของภรรยา

466 Views

เหวียนเต๋อชู เกิดในครอบครัวมั่งคั่ง เป็นลูกกำพร้า ของเหวียนจิ่นอัน ชาวเมืองซีหยางโจวในมณฑลเสฉวน
เหวียนเต๋อชูเป็นเด็กซูบผอมขี้โรค อายุ 7 ขวบกำพร้าพ่อ มารดานางเส้าสื้อ กังวลสุขภาพของลูกชายมาก ได้ยินคน แนะนำเอาไก่สาวอ้วนพีไปทำน้ำซุปให้เด็กกิน จะเพิ่มภูมิต้าน ทาน และบำรุงร่างกาย เนื่องจากทำซุปไก่แต่ละครั้งต้องใช้ไก่ อ่อน 1-2 ตัว ดังนั้นนางเส้าสื้อ จึงเพาะเลี้ยงลูกไก่ไว้จำนวนมาก วันๆ บ่าวไพร่ไปขุดหาตัวหนอนแมลง มด ปลวก มาเลี้ยงลูกไก่ ขุนให้โตเป็นไก่หนุ่มสาว จะได้เป็นอาหารบำรุงชั้นเลิศของ ลูกชาย
จนกระทั่งเหวียนเต๋อชูอายุ 15 ปี นางเส้าสื้อก็เกิดโรค ผิวหนัง สภาพคล้ายหนอนเจาะ ทั่วทั้งกายคล้ายมีหนอนแมลง มาชอนไช และมีไก่มาจิกตามผิวหนัง ทุกข์ทรมานจนต้องนอน ซมอยู่บนเตียงไม่สามารถลุกขึ้น แต่ก็ยังสั่งบ่าวไพร่ฆ่าไก่ ทำอาหารเสริมอย่างปกติ
เต๋อชูเห็นเช่นนี้ ทราบว่าเป็นกรรมตามสนองของการ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จึงสั่งยุติการฆ่าไก่ และนำคุณแม่ไปดูสถาน ที่ฆ่าไก่ ปรากฏว่ามีขนไก่ และกระดูกกองเป็นเนินดั่งเช่นภูเขา
ถึงจะหยุดฆ่าไก่ แต่โรคของคุณแม่ก็รักษาไม่หาย ยิ่งนานวันยิ่งสาหัส ทุกข์ทรมานร้องระงมถึง 7 ปี ก่อนสิ้นใจ นางเส้าสือมีเสียงร้องเช่นไก่ขัน ใช้มือสองข้างเกาทั่วร่างจน ผิวหนังเลือดไหล และสิ้นใจอย่างน่าเวทนา
เต๋อชูเห็นการตายของคุณแม่ รู้สึกเศร้าเสียใจมาก เพราะตัวเขาคนเดียวแท้ๆ ทำให้คุณแม่ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต สุดท้ายต้องรับทุกข์แสนสาหัสเช่นนี้ จึงปฏิญาณตนว่าต่อไป จะงดเว้นการฆ่าสัตว์
เวลาผ่านไปปีกว่า ญาติผู้พี่ที่แต่งไปตระกูลเฉียน ชื่อ หนิงกู ช่วงคลอดบุตรเกิดตกเลือดจนสิ้นชีพ และวิญญาณ ถูกจับไปถึงยมโลกตำหนักที่ 1 พญายมได้ตรวจทะเบียนราย ชื่อผี พบระบุว่านางมีความผิดต้องสิ้นชีพ ด้วยการตกเลือด จึงสั่งยมทูตนำไปส่งตำหนักที่ 2 เพื่อพิจารณาโทษต่อไป
แต่เวลานั้น มีตุลาการท่านหนึ่งตรวจสมุดประวัติของ นางหนิงกู จึงรีบกราบทูลว่า “นางเฉียนเหวียนสื้อผู้นี้ เคย แนะนำแม่สามีอย่าเผากิ่งไม้ทำลายรังมดสามครั้ง เคยแนะนำ สามีพิมพ์บทงดเว้นการฆ่าสัตว์ในพระสัทธรรมปุณฑริก สูตร 5,000 ฉบับ ออกทุนพิมพ์พระสูตรปล่อยสัตว์ของพระ อวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ 3,000 ฉบับ เทพเจ้าเตาได้รายงาน ให้สวรรค์รับทราบ และสวรรค์เบื้องบนได้อนุญาตเพิ่มอายุ ขัยแก่นางเฉวียนเหวียนสื้ออีก 35 ปี” เมื่อพญายมได้ยินเช่นนี้ ก็พนมมืออนุโมทนา แล้วสั่งพนักงานเสื้อเขียวถือฉัตรพานางกลับสู่โลกมนุษย์
ช่วงเดินออกจากตำหนักใกล้ประตูสีแดง ได้ยินเสียง เรียก “หนิงกูช่วยข้า” หนิงกูหันไปเห็นผีที่ผมเผ้ารุงรัง ทั่วตัว เลือดไหลเกรอะกรังนางหนึ่ง คืออาสะใภ้เส้าสื้อ ที่ล่วงลับ ไปนั่นเอง ผีนางพูดไปร้องไปว่า “ข้าอยู่ในยมโลกรับทุกข์ แสนสาหัส เมื่อเจ้าฟื้นคืนชีพแล้วช่วยสั่งลูกชายข้า ให้สร้าง กุศลกรรมสัตย์จริง ช่วยไถ่บาปให้ข้า และข้าจะไปให้เข้าฝัน เป็นการยืนยันความเป็นจริง
พูดจบ เห็นภูตผมแดงหน้าตาดุดัน มือถือง่ามเหล็กแทง คอของนางเส้าสื้อแล้วลากนางจากไป หลิงกูตกใจมาก พลันวิญญาณกลับคืนสู่ร่าง ฟื้นคืนชีพมา
จากนั้นหลินกู นำเรื่องที่พบวิญญาณผีในยมโลกมา เล่าให้ผู้เป็นน้องเต๋อชูฟัง เต๋อชูรับฟังเช่นนั้น รีบจ้างคนมา สวดพระอภิธรรม ทำทักษิณานุประทานแก่แม่ผู้ล่วงลับ และตั้ง ใจไหว้พระไหว้เจ้าทุกวันขึ้น 1 ค่ำ และวันขึ้น 15 ค่ำของเดือน แต่เวลาผ่านไป 19 ปี ก็ยังไม่เคยฝันถึงคุฌแม่เส้าสื้อสักครั้ง เลย
ภรรยาของเต๋อชูเป็นคนสกุลซือ เป็นตระกูลใจบุญ ตั้ง แต่ปู่ย่าตาทวดมาล้วนละเว้นการฆ่าสัตว์ ชอบพิมพ์พระสูตร แจกจ่าย เต๋อชูไปธุระบ้านภรรยา ได้พบหนังสือเทวราชโอง การโบราณเล่มหนึ่ง รู้สึกยินดี เลยนำกลับบ้านอ่าน และคัด ลอกแจกเพื่อน เวลาปีกว่า คัดลอกหนังสือได้หนึ่งร้อยยี่สิบ กว่าเล่ม และแจกจ่ายออกไปถึง 108 เล่ม
รัชกาลเฉียนหลงปีเกิงอู่ (ค.ศ.1750) วันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย เต๋อชูกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ ฝันเห็นคุณแม่ เส้าสื้อมาลูบหลังเขา แล้วกล่าวว่า “ลูกข้ากตัญญูยิ่งเวลา นี้ข้าได้พ้นโทษแล้ว ทั้งหมดล้วนอาศัยคุณงามความดีของ ลูกที่คัดลอกหนังสือเทวราชโองการ ออกแจกจ่ายชายหญิง ที่อ่านหนังสือที่ลูกแจกแล้วรู้สำนึกมี 49 คน เวลานี้ท่านพญา ยมอนุญาตให้ข้ามาเข้าฝันลูก เพื่อยืนยันสิ่งที่ลูกทำได้เกิด ประโยชน์ และท่านพญายมอนุญาตให้กลับคืนสู่ ณ ที่ฝังศพ สั่งให้ไปเกิดในแดนบุญ ณ วันแรม 3 ค่ำยามชวด และลูกข้าก็ได้รับการเพิ่มอายุขัยจากสวรรค์ด้วย
เต๋อชูฝันเห็นแม่ รีบถามถึงผู้เป็นบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยอาการเศร้าโศก ท่านแม่ตอบว่า “พ่อเจ้าไปเกิดใหม่เป็น บัณฑิตยากจนคนหนึ่งนานแล้ว แต่เนื่องจากพ่อเจ้าหมั่น สร้างกุศล เขียนหนังสือเกี่ยวกับกฎแห่งกรรมมาตั้งแต่ เยาว์วัย เวลานี้เป็นคนที่ชื่อเสียงรุ่งโรจน์ มียศมีศักดิ์แล้ว” เต๋อชูถามต่อว่าคุณพ่อไปเกิด ณ แห่งหนตำบลใด แม่เส้าสื้อ ไม่ตอบ ผลักเต๋อชูจนตกใจตื่น
เวลานั้นภรรยาเต๋อชูอยู่ข้างกายพอดี เลยเล่ารายละ เอียดในฝันให้ภรรยาฟัง แต่ภรรยาไม่เชื่อ กลับกล่าวว่า “ทั้งหมดล้วนเกิดจากเจ้าคัดลอกหนังสือเทวราชโองการเป็นเหตุ ใจมารเข้าสิง จึงได้ฝันเช่นนี้”
ฟ้าสว่าง เต๋อชูไปยังสถานฝังศพของมารดาแต่เช้า จุดธูปต่อหน้าหลุมฝังศพ แล้วกล่าวอธิษฐานว่า “เมื่อคืนลูก ได้ฝันถึงคุณแม่ มิทราบเป็นเรื่องจริงหรือไม่? ถ้าหากเป็น เรื่องจริงขอให้คุณแม่เข้าฝันลูกอีกครั้งจะได้หายความสงสัย”
กลับถึงบ้าน คืนนั้น (วันขึ้น 1 ค่ำเดือนอ้าย) เต๋อชูก็ได้ฝันถึงคุณแม่มาบ้านอีกครั้ง และชี้หน้าลูกสะใภ้ แม่นางซือด่าว่า “เจ้าไม่พอใจสามีคัดลอกหนังสือเทวราชโองการ ขโมยเอา หนังสือไปฉีกทิ้ง 5 เล่ม กุศลกรรมเกือบจะถูกเจ้าทำลาย อีก ไม่นานเคราะห์กรรมกำลังจะมาหาเจ้าแล้ว ยังกล้ามายุยงให้สามีเจ้าเกิดความสงสัย เจ้าคือ หญิงอัปมงคล”
เต๋อชูตกใจตื่น รีบปลุกภรรยาตื่นมาถามหาความจริง เกี่ยวกับเรื่องฉีกหนังสือ แม่นางซือตอบว่า “เจ้าน่าจะถูกผี เข้าสิง ฉันมีเหตุผล 3 ประการชี้แจงสิ่งที่เจ้าพูดไม่น่าเชื่อถือ
ข้อ 1. บ้านดิฉันเป็นครอบครัวงดเว้นการฆ่าสัตว์ ไม่เคย ซื้อสิ่งมีชีวิตเข้าครัว การกระทำเช่นนี้ก็เฉกเช่นพระสงฆ์หรือภิกษุณี
ข้อ 2. บ้านเราวันนี้ไหว้พระ พรุ่งนี้ก็ไหว้พระ ทั้งยังเชิญ ภิกษุนักพรตมาสวดพระอภิธรรมขมากรรม สิ้นเปลืองเงิน ทอง ไฉนคนตายไปสิบกว่าปี แล้วยังรับทุกข์อยู่ในยมโลก แต่อานิสงส์จากที่เจ้าคัดลอกหนังสือไม่กี่เล่ม กลับช่วยท่าน แม่พ้นทุกข์ได้ เป็นเรื่องเหลวไหล เช่นนี้เจ้าก็คือพระมหา เมตตาโพธิสัตว์นะสิ
ข้อ 3. เจ้าหาว่าฉันฉีกทำลายหนังสือ หนังสือทุกเล่ม ก็คัดด้วยมือของเจ้า แจกด้วยมือของเจ้า ที่เหลือก็เก็บด้วย มือของเจ้า ล็อคกุญแจด้วยมือของเจ้าแท้ๆ ฉันแม้แต่หนังสือ ยังไม่อยากมอง จะมาหาว่าข้าทำลายได้อย่างใด
เจ้าเชื่อว่าท่านแม่มาเข้าฝันเจ้า ฉันว่าทั้งหมดเกิดจาก เจ้าคัดลอกหนังสือเทวราชโองการจนมารเข้าสิงต่างหาก ไม่ ใช่เป็นการฝันจริงฉันว่าอีกไม่นาน ช้าเร็วคงต้องบ้าแน่ๆ
เต๋อชูได้ฟังเช่นนั้นก็เกิดความลังเลใจ ไม่ทราบจะเชื่อ ใครดี
คืนวันแรม 2 ค่ำ ผีนางเส้าสื้อก็เข้าฝันแม่นางหนิงกู และเข้าฝันซือฟู่ ที่บ้านลูกสะใภ้ บอกเขาทั้งสองว่า ที่ลูกชายเกิดความลังเลไม่เชื่อมั่น ล้วนเกิดจากคำพูดของลูกสะใภ้
และแล้วคืนนั้น ผีนางเส้าสื้อยังกลับบ้านเข้าฝันลูกชาย และพาลูกสะใภ้มาด่าต่อหน้าลูกชายว่า “สะใภ้เลว นี่นางลืมไปหรือว่าวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 7 ของปีที่แล้ว เจ้าพา นางโจวฟ่งกู คนข้างบ้านมาร่วมปักผ้า และนั่งโต๊ะเดียวกัน อยู่ที่บ้าน เจ้ายังนำหนังสือเทวราชโองการเล่มหนึ่งสอดอยู่ใต้ลายปักรองเท้า พอถึงคืนวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 เจ้าโกรธสามีที่ไม่ อนุญาตพานางฟ่งกูคนข้างบ้านเข้ามาในบ้าน เลยนำหนังสือ 5 เล่มไปฉีกทิ้ง รุ่งเช้า วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 7 น้องชายเจ้าซือฟู่ มาเยือนที่บ้าน เห็นหนังสือถูกฉีกขาด เลยแอบเอากระดาษ ห่อหนังสือเหล่านั้น แล้วบอกสามีเจ้าว่าจะเอาหนังสือไป แจก ซือฟู่กลับถึงบ้านใช้ความพยายามซ่อมปะหนังสือขึ้น ใหม่ เขียนแต่งเรียบร้อยโดยไม่ตกหล่น แล้วนำหนังสือไปแจก นี่คือ กุศลธรรมของซือฟู่ และยมโลกได้บันทึกคุณงาม ความดีซือฟู่ไว้แล้ว ต่อมาเนื่องจากลูกชายข้าเก็บหนังสือ และใส่กุญแจอย่างมิดชิด เจ้าจึงไม่สามารถนำไปทำลาย เวลา นี้เจ้ายังมาพูดเท็จบ่ายเบี่ยงอีก ยังกล้ามาพูด 3 ข้อที่ไม่น่า เชื่อถือ ยิ่งทำให้มีบาปมากขึ้นรู้หรือเปล่า เทพเจ้าเตาบ้านเรา อนุญาตให้ผีร้ายเข้ามาก่อกวนในบ้าน เภทภัยกำลังมาเยือน ข้าทนดูไม่ได้” พูดจบ นางผลักของหัวเตียงให้ตกหล่นแล้ว เดินออกไป
ผัวเมียทั้งคู่ตกใจตื่น เต๋อชูรีบจุดตะเกียงถามหาความ จริงจากภรรยานางตอบว่า “จะเชื่อก็มี ไม่เชื่อก็ไม่มี”
เวลานั้นพลันเห็นเงาทมิฬพุ่งเข้าในเตียง นางรู้สึกหนาว สะท้านเลยรีบบอกสามีว่า “ต่อไป พี่ท่านก็ตั้งใจคัดหนังสือ อีกหลายร้อยเล่มออกเผยแผ่่ เชื่อว่ามี ดีกว่าไม่เชื่อ”
เมื่อเต๋อชูได้ยินภรรยาพูดเช่นนี้ เข้าใจทันทีว่าภรรยา ทำลายหนังสือเทวราชโองการนั้นเป็นจริง และแอบดีใจที่มารดาผู้บังเกิดเกล้าได้หลุดพ้นจากห้วงทุกข์ ได้ไปผุดเกิด เป็นมนุษย์อีกครั้ง ยิ่งทำให้เขาเชื่อถือความศักดิ์สิทธิ์ของหนังสือเทวราชโองการมากขึ้น แต่เวลานี้ภรรยาเขากำลังตั้งครรภ์ และเภทภัยกรรมตามสนองก็กำลังจะมาถึง ทำให้เขาทั้งดีใจ ทั้งกลัดกลุ้มอย่างบอกไม่ถูก
ในคืนนั้นเอง แม่นางซือเกิดอาการจับไข้ตัวร้อนและปวดหลังอย่างแสนสาหัส เต๋อชูรีบไปเชิญหมอสูติมารักษา หมอมาตรวจอาการคนไข้ แล้วว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับ ร่างกายภายใน ปฏิเสธการรักษาเต๋อชูไปเชิญหมออื่นมา ตรวจใหม่ ต่างบอกว่าตำแหน่งที่ปวดบวมเปล่งคนไข้หน้าซีดปากคล้ำ ยิ่งช่วงใกล้คลอด เป็นช่วงอันตรายยากแก่การรักษา ต่างปฏิเสธให้ยา

เต๋อชูอยู่ในช่วงกระวนกระวาย ยากที่ตัดสินใจนั้น น้องเมียชื่อซือฟู่ และญาติผู้พี่หนิงกูมาเยือนที่บ้าน เห็นคนไข้อยู่ในสภาพอันตรายเช่นนี้ ต่างหวาดหวั่นพรั่นพรึง ต่างเล่าความฝันเมื่อคืน ปรากฏว่าสอดคล้องกันหมด และซือ ฟู่บอกกับเต๋อชูว่าที่ทำลายหนังสือเทวราชโองการ 5 เล่มนั้น เป็นเรื่องจริง บาปกรรมนี้ใหญ่หลวงนัก มีแต่อธิษฐานวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้อภัย
เต๋อชูได้ฟังเช่นนั้น รีบรี่เข้าไปในครัว จุดธูปอธิษฐาน ต่อเทพเจ้าเตาว่า จะคัดลอกหนังสือเทวราชโองการ 100 เล่มแทนภรรยา เพื่อชดเชยและขมาบาปที่เคยก่อ เมื่อ อธิษฐานเสร็จ แม่นางซือก็ตื่นจากการหมดสติ รีบเข้าไป ในครัว คุกเข่าต่อหน้าเทพเจ้าเตาแล้วกล่าวว่า ต่อจากนี้ไป จะเชื่อถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะเชื่อถือหนังสือเทวราชโองการ จะนำเงินสะสมที่ได้จากงานปัก และนำของกำนัลที่มีค่าไป ขาย เพื่อเป็นทุนจ้างคนคัดลอกหนังสือเทวราชโองการ เพื่อชดเชย และขมาบาปที่ตัวเองก่อ เมื่อกล่าวคำอธิษฐานจบ ทันใดนั้น เห็นคนแต่งชุดโบราณใส่หมวกขุนนางเดินเข้ามาในบ้าน ใช้ชายเสื้อโบกไปที่เตียงนอน เงาทมิฬก็สลายไป
ตกบ่าย อาการตัวร้อนของแม่นางซือก็ลดลง ก้อนเนื้อแข็งบวมแปร่งที่แผ่นหลังแม่นางก็จางหาย และไม่ปวดอีกเลย

วันรุ่งขึ้น แม่นางซือได้คลอดบุตรเป็นชาย แม่ลูกอาการ ปกติ และแข็งแรงทั้งคู่
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เต๋อชูไม่กล้าเก็บเป็นเรื่องลับ หนัง สือเทวราชโองการที่เต๋อชูได้คัดหลังจากเรื่องเกิดขึ้น หรือ หนังสือเทวราชโองการที่เต๋อชูจ้างผู้อื่นคัดลอก ล้วนได้บันทึก เรื่องจริงนี้อยู่ท้ายเล่ม
เรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะประกาศให้ชาวโลกรู้ว่า แม่นางซือ จากเป็นคนบาปของหนังสือเทวราชโองการ กลายเป็นผู้ สร้างคุณูปการแก่หนังสือเทวราชโองการ และจะย้ำให้ทุก ท่านทราบว่า ทุกท่านควรสำนึก ทุกท่านควรเชื่อถือคำสอน ของหนังสีอเทวราชโองการ
(บทความนี้บันทึกในท้ายหนังสือเทวราชโองการของ อำเภอจุนอี้ )
ท่านจี้เลี่ยงกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าผ่านอำเภอ จุนอี้ อ่านท้ายเล่มของหนังสือเทวราชโองการไม่ปรากฏมี บทความตอนนี้ แต่ต่อมาผ่านมณฑลเจ้อเจียง เห็นหนังสือ เทวราชโองการฉบับใหม่ ท้ายเล่มมีบทความตอนนี้พิมพ์เพิ่ม เติม ข้อความเหมือนกัน รายละเอียดอาจแตกต่างเล็กน้อย จึงเขียนบันทึก ณ ที่นี้ เพื่อยืนยันเรื่องที่เล่ามาเป็นเรื่องจริง