Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
อานิสงส์ผลบุญจากการปฏิบัติตามคำสอนของหนังสือเทวราชโองการ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

อานิสงส์ผลบุญจากการปฏิบัติตามคำสอนของหนังสือเทวราชโองการ

440 Views

จากสำนักธรรมฉิวจี่

ท่านหวงฟังโจว เป็นอาจารย์ในโรงเรียนหลวงแห่ง อำเภอต้าซิง ท่านและภรรยาท่าน ล้วนเป็นคนใจบุญสุนทาน ขณะที่ท่านรับหน้าที่เป็นอาจารย์โรงเรียนหลวงนั้น ได้บริจาค ทุนทรัพย์พิมพ์หนังสือธรรมะ พระสูตร หลายสิบรายการ ภรรยาท่านก็บริจาคเงิน พิมพ์หนังสือเทวราชโองการ 1,000 เล่ม และปล่อยนกปล่อยปลาเป็นจำนวนพันหมื่นชีวิต
ทั้งคู่มีบุตรชาย 5 คน คนโตชื่อสูหลิน สอบเข้าเป็น ขุนนาง และได้เป็นที่ 3 ของผู้สอบติดทั้งหมดในปีซินเว่ย (ค.ศ.1691) ในรัชกาลคังซี (คังซีเป็นกษัตริย์องค์ที่สองแห่ง ราชวงศ์แมนจู ค.ศ.1662-ค.ศ.1722)
บุตรคนที่สองชื่อสูจิ้ง สอบเข้าเป็นขุนนางรับราชการ ในปีจี๋โฉ่ว (ค.ศ.1709) ในรัชกาลคังซี
บุตรคนที่สามชื่อสูฉี สอบเป็นขุนนางเข้ารับราชการ ในปีอี่หยิ่ว (ค.ศ.1705) ในรัชกาลคังซี
บุตรคนที่สี่ชื่อสูอ่วน สอบเป็นขุนนางในปีจี่โฉ่ว (ค.ศ.1709 ) ในรัชกาลคังซี
บุตรคนที่ห้าชื่อสูเซวียน สอบเข้ารับราชการในปีกุ่ยซื่อ (ค.ศ.1713) จนได้เป็นขุนนางชั้นสูง
ท่านเมี่ยวกั๋วเหวย เป็นคนอำเภออู๋ในมณฑลเจียงซู ปลายราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1621-ค.ศ.1643) สอบได้เป็นราชบัณฑิต แต่ไม่มีโอกาสรับราชการเป็นขุนนางว่างงานอยู่ที่บ้าน
ท่านเมี่ยวชอบซื้อหนังสือเกี่ยวกับกฎแห่งกรรมมาอ่าน เมื่ออ่านจบก็คัดลอกหนังสือธรรมะนั้นแจกจ่ายเพื่อนๆ ถ้า เจอะเจอหนังสือฉีกขาดหรือหลุดลุ่ย ก็จะทำการปะซ่อมให้ สมบูรณ์เหมือนเดิม
ปีใดเกิดทุพภิกขภัย ก็จะนำธัญญาหารออกแจกจ่าย ชาวบ้าน ปีใดเกิดโรคระบาด ก็จะปรุงยาแจกจ่ายผู้ติดโรค
ปีติงไห้ในรัชกาล สุ้นจื้อ (ค.ศ.1647) (รัชกาลสุ้นจื้อเป็น ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์แมนจู) บุตรชายชื่อหุ้ยหย่วนสอบเข้า เป็นราชบัณฑิต
ปีติงเว่ยของรัชกาลคังซี (ค.ศ.1667) หลานชายชื่อถง สอบได้เป็นจอหงวน (จอหงวนคือผู้ที่สอบได้เป็นที่ 1 ของ การสอบราชบัณฑิตในปีนั้นๆ)
หลานชายชื่อจิ่งเซวียน ได้เข้ารับราชการเป็นผู้ถ่าย ทอดคำสั่ง (หน้าห้อง) ในปีกุ่ยโฉ่ว (ค.ศ.1673)
หลานชายชื่อจี้ย่าง สอบได้ราชบัณฑิตในปีอู้เฉิน (ค.ศ.1688)
บุตรของถง ชื่อยื่อเจ่า (เหลนของท่านเมี่ยว) สอบได้ที่ สองของราชบัณฑิตทั้งหมดในปีอี่เว่ย (ค.ศ.1715)
บุตรคนที่สามของถง ชื่อจี่ สอบได้เป็นขุนนางหั้นหลิน (ตำแหน่งคล้ายราชเลขา) ในปีกุ่ยโฉ่วรัชกาลหย่งเจิ้ง(ค.ศ.1733)
บุตรชายของยื่อเจ่าชื่อจื้อเหยิน สอบได้เป็นขุนนางหั้นหลินในปีจี่เว่ยรัชกาลเฉียนหลง (ค.ศ.1739)
บุตรชื่อตุนอี้ สอบเป็นราชบัณฑิตในปีปิ่งเฉิน (ค.ศ.1736)
บุตรหลานของท่านเมี่ยวกั่วเหวย เป็นขุนนางสูงศักดิ์ เกียรติยศรุ่งโรจน์หลายชั่วคน ล้วนเป็นอานิสงส์ของการสร้าง กุศลกรรม และเพื่อเผยแผ่ผลบุญที่รับจากการทำตามคำ สอนของหนังสือเทวราชโองการ เมี่ยวถงยังบันทึกข้อความ ข้างต้นโดยลายมือของเขาเอง ที่นำมาตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ ล้วนเป็นข้อความเดิมตามบันทึก ไม่ได้เพิ่มเติมหรือตัดทอน แม้แต่น้อย
ท่านเผิงอีอัน คนฉางโจว เป็นคนใจบุญ ปีไหนเกิด ทุพภิกขภัยก็จะบริจาคทานช่วยชาวบ้าน พบเห็นหนังสือดี หนังสือธรรมะก็จะจัดพิมพ์แจกจ่ายเผยแผ่
บุตรชายชื่อติ้งฉิว คัดลอกหนังสือเทวราชโองการ 100 เล่มออกแจกจ่าย ต่อมาติ้งฉิวสอบได้จอหงวนระดับจังหวัด และจอหงวนระดับประเทศ เหลนของท่านเผิงอีอันชื่อฉี่ฟง ก็สอบได้จอหงวนจังหวัด และจอหงวนประเทศ
ลูกหลานของท่านเผิง เป็นขุนนางสืบทอดหลายชั่วคน และเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงบัดนี้
ท่านสีจุ๊ถิง คนคุนซาน เป็นเลขานุการของท่านเสนาบดี เอ๋ยนหวุนจิ้ง ช่วงหนึ่งมณฑลเจื้อเจียงเกิดอุทกภัย เสนอให้ เปิดคลังหลวงนำอาหารแจกจ่ายชาวบ้าน ช่วยให้คนไม่อด ตายจำนวนไม่น้อย
บุตรชายท่านชื่อไคจี่ ยุคปลายรัชกาลฉงเจิง (เป็นกษัตริย์ปลายราชวงศ์หมิง) เกิดโจรกบฏ โจรกบฏจับ ชาวบ้านที่เป็นสตรีเพศหลายร้อยคน มากักขังในคฤหัสถ์ ของเขา บังคับให้ไคจี่เป็นผู้เฝ้า และปิดประตูรั้วล็อค ไม่ให้เข้าออก หลังจากโจรกบฏจากไป ไคจี่นำทรัพย์สิน เงินทองในบ้านทั้งหมด แจกจ่ายแก่สตรีที่ถูกลักพาตัวมา ให้ทุกคนหลบหนีอุ้งมือโจร พร้อมเผาคฤหัสถ์ตัวเองหอบ แม่พิมพ์หนังสือเทวราชโองการ แล้วนำพาครอบครัวหลบภัยโจรกบฏไปอยู่ที่เมืองไท่ชัง
ชั่วชีวิตไคจี่ พิมพ์หนังสือเทวราชโองการแจกชาวบ้าน จำนวนนับไม่ถ้วน บุตรชายสามคน คนโตชื่อเฉียนเสวีย รัชกาลคังซีปีเกิงซี (ค.ศ.1670) สอบได้ทั่นฮัว (ทั่นฮัวคือ ผู้สอบ ได้ที่ 3 ของการคัดเลือกราชบัณฑิตในปีนั้นๆ) เป็นขุนนาง ถึงขั้นเสนาบดี (เทียบเท่าตำแหน่งรัฐมนตรีในปัจจุบัน)
บุตรคนที่สองชื่อ ปิ่งอี้ ปีกุ่ยโฉ่ว (ค.ศ.1673) สอบได้ ทั่นฮัว เป็นขุนนางสื้อหลาง (ตำแหน่งปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า แผ่นดิน)
บุตรคนที่สามชื่อเหวียนหวุน สอบได้จอหงวน สุดท้าย เป็นถึงอัครมหาเสนาบดี
ต่อมาบุตรชายของเฉวียนเสวียทั้งห้า
สู้กู่ คังซีปีอี่โฉ่ว (ค.ศ.1685) สอบเข้ารับราชการ
จวิ่ง คังซีปีเหยินซี (ค.ศ.1682) สอบเข้ารับราชการ
สู้หมิ่น ปีกุ่ยเว่ย (ค.ศ.1703) สอบเข้ารับราชการ
สู้ผิง ปีจี่โฉ่ว (ค.ศ.1709) สอบเข้ารับราชการ
จวิ้น ปีกุ่ยซือ (ค.ศ.1713) ก็สอบเข้ารับราชการ
ท่านไช่เพ่ยหลัน ชาวหูโจว เป็นผู้กตัญญูต่อพ่อแม่ และรักพี่รักน้อง ใจเมตตาอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ตัวเอง มัธยัสถ์พบคนตกทุกข์ได้ยากมักเข้าช่วยเหลือ แจกจ่ายยา แก่ผู้เจ็บไข้ได้ป่วย ในยามทุกข์ยาก คนจนมาขอหยิบยืม เงินทองก็ไม่คิดดอกเบี้ย ระหว่างเดินทาง ถ้าพบสัตว์และ เด็กหรือคนเฒ่าคนแก่ ได้รับความยากลำบากหลงทาง หรือสัมภาระสูญหาย มักยื่นมือช่วยเหลือ เห็นหนังสือเทวราช โองการสามารถโปรดชาวโลก จึงใช้วิธีหยิบยืมเงินทองให้แก่ ผู้ยากไร้ โดยแลกเปลี่ยนให้คัดลอกหนังสือเทวราชโองการ ออกเผยแผ่ตักเตือนชาวโลกแทนดอกเบี้ย จนกระทั่งท่าน ไช่เพ่ยหลันอายุ 84 ปี ไม่มีไข้เจ็บนั่งสมาธิจนสำเร็จมรรคผล คนใกล้ชิดเห็นมีเทพกุลบุตร และเทพกุลธิดามาพาท่านไช่ เพ่ยหลันนั่งเทพรถลอยขึ้นสรวงสวรรค์
แหลนชื่อฉี่จุนคังซีปีเกิงซี (ค.ศ.1670) สอบได้จอหงวน
บุตรของฉี่จุนชื่อเซิงเหวียน ปีเหยินซี สอบได้จอหงวน
ท่านสวีหวุนจิ้ง เป็นขุนนางอำมาตย์ในนครหังโจว แต่เป็นคนรักสันโดษ ยึดถือคุณธรรม จริยธรรม ชอบศึกษา สนทนาไตรศาสนา และชีวประวัติของเมธีอริยะปราชญ์ ชอบรวบรวมเรื่องราวของผลบุญ จากการนับถือธรรม เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม จัดพิมพ์เป็นหนังสือออกเผยแผ่ชักนำ ชาวโลกมุ่งสู่กุศล มุ่งสู่ธรรม
ไท่ฟูหยิน (คุณแม่) ของท่านสวีหวุนจิ้ง ก็เป็นคนธรรมะ ธรรมโม วันๆ จะสวดพระนามพระโพธิสัตว์กวนอิม (พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์เจ้า) พันจบ ชอบสนทนาเรื่อง มรรคผล กฎแห่งกรรม สั่งแกะแม่พิมพ์หนังสือมหารัตนเทว ราชโองการขึ้นใหม่ และพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกเผยแผ่โปรด ชาวโลก ปีไหนเกิดทุพภิกขภัยก็จะสละทรัพย์ช่วยเหลือชาว บ้าน และญาติมิตร
ครอบครัวนี้มีบุตรชายชื่อเปิ่น ได้เป็นมหาบัณฑิตใน คณะรัฐมนตรี
บุตรชายอีกคนชื่อฉี่ รับราชการมีตำแหน่งเป็นผู้ตรวจ การในมณฑลกันสู้
หลานชายชื่อเสวี่ยน รับราชการเป็นขุนนางซื่อหลาง
หลานชายชื่อจิ่งซี เป็นขุนนางควบคุมการค้าเกลือหลวง
ปัจจุบันเหลนทุกคนล้วนสอบได้ราชบัณฑิต และเป็น ขุนนางทุกท่าน
ท่านจางเมิ่งก่ง มีตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาในมณฑล เหอหนาน เป็นขุนนางใจซื่อมือสะอาด ชอบจัดพิมพ์หนังสือ เทวราชโองการ หนังสือสั่งสอนละเว้นการฆ่าสัตว์ตัด ชีวิตของพระอาจารย์เหลียนฉือ (โบกขรณี) และหนังสือ เกี่ยวกับพรหมลิขิต สุดรังเกียจพวกหนังสือโป๊เปลือย หนังสือ ลามก ตำรายาปลุกกำหนัด ตำรายาป้องกันการตั้งครรภ์ ตำรายาทำแท้ง และเครื่องมือเครื่องใช้ในการพนัน ผู้ใดทำ สิ่งเหล่านี้ถูกจับได้จะต้องโทษหนัก ใครสามารถนำจับจะ ได้รับรางวัลอย่างงาม เจอะเจอภัยหนาวภัยแล้ง ไม่ว่าบ้าน เกิดหรือต่างถิ่น ก็จะหาทางเข้าช่วยเหลือแจกจ่ายข้าวของ
ภรรยาท่านเป็นคนใจบุญสุนทาน ประหยัดกินประหยัด ใช้ แต่นำเงินไปพิมพ์หนังสือเทวราชโองการออกแจกจ่าย ทั้งคู่มีบุตรชาย 5 คน
คนโตชื่อเสียง รัชกาลคังซีปีจี่โฉ่ว (ค.ศ.1709) สอบได้ ราชบัณฑิต
คนรองชื่ออิ้งเจ้า ปีจี่เว่ย สอบได้ราชบัณฑิต
คนที่สามชื่อเส้าเสียน ปีจี่โฉ่ว สอบได้ราชบัณฑิต
คนที่สี่ชื่อชี่หลิง ปีอู้จื่อ สอบได้ราชบัณฑิต
คนที่ห้าชื่อจิ่งซิน รัชกาลหยงเจิ้งปีกุ่ยเหม่า (ค.ศ.723) สอบได้ราชบัณฑิต
ทั้งหมดห้าท่านล้วนได้เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่
ท่านเจี่ยงชุนผู่ เป็นชาวเมืองฉางโสว ถึงครอบครัว จะร่ำรวย แต่ชั่วชีวิตเป็นคนขยันหมั่นเพียร ใช้ชีวิตสมถะเฉก เช่นบัณฑิตยากจน พบเห็นหนังสือ แนะนำคนสร้างความดี จะสั่งให้บุตรหลานจัดพิมพ์หรือคัดลอกแจกจ่ายชาวบ้าน ไม่ตระหนี่ค่าใช้จ่ายเหล่านี้แม้แต่น้อย นับเป็นคนจริงท่านหนึ่ง
บุตรหลานท่านก็เจริญรอยตามบุพการี มุ่งสร้าง กุศลกรรมอย่างไม่ย่อท้อ เช่น พิมพ์หนังสือเทวราชโองการ หนังสือตักเตือนมนุษย์งดเว้นการฆ่าสัตว์ออกแจกจ่ายเผยแผ่ หลายสิบปีนี้พิมพ์หนังสือแจกนับจำนวนไม่ถ้วน
มาถึงรุ่นหลานชื่อเฟิน สอบได้เป็นขุนนาง
แหลนชื่ออี คังซีปีกุ่ยโฉ่ว (ค.ศ.1673) สอบได้เป็นขุนนาง
หลานของหลานชื่อเฉินสี ปีอี่โฉ่ว (ค.ศ.1685) สอบได้ เป็นขุนนาง
ถิงสี ปีกุ่ยเว่ย สอบได้เป็นขุนนาง มีตำแหน่งถึงขั้น มหาบัณฑิต
เหลียนหุย ปีจี่โฉ่ว สอบได้เป็นขุนนาง
ผู่ รัชกาลหย่งเจิ้งปีเกิงซี (ค.ศ.1730) สอบได้เป็นขุนนาง ตำแหน่งจงถัง
หลันขึ่น ปีปิ่งอู่ สอบได้ขุนนาง
ติ่ง รัชกาลเฉียนหลงปีซินเว่ย (ค.ศ.1751) สอบได้เป็น ขุนนาง
ปฏิบัติตามคำสอนของหนังสือธรรมะ ผลบุญทำให้ บุตรหลาน หลายชั่วคนมีชีวิตขุนนางที่รุ่งโรจน์
สมัยรัชกาลเจียจิ้ง (ค.ศ.1522-ค.ศ.1566) เมืองหนาม ชางในมณฑลเจียงซี มีชายท่านหนึ่งชื่อ แสงเจ้าติ่งศึกษา แพทย์แผนโบราณตั้งแต่อายุยังน้อย
เมื่อช่วงอายุ 19 ปี ท่านเจ้าติ่งมีโอกาสอ่านหนังสือ เทวราชโองการ โดยเฉพาะอ่านมาถึงตอนยมโลกตำหนักที่ 2 มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ร้านขายยาหรือนายแพทย์เพื่อ หวังผลกำไร ใช้ยาที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ระบุแหล่งผลิต ใช้ยาที่ไม่ถูกกับโรคมารักษาคนไข้ ต้องถูกลงโทษให้รับทุกข์ใน สัญชีวมหานรก หลังจากนั้นให้ไปรับโทษในอนุนรกอีก ต่างหาก” และยังมีข้อความ “ควรมีเมตตาแจกจ่ายยาช่วย เหลือคนจน พิมพ์หนังสือเทวราชโองการออกเผยแผ่สั่ง สอนชาวโลก ควรสำนึก และแก้ไขในสิ่งผิด” เป็นต้น ทำให้เขา ตั้งปณิธานว่าจะรักษาคนไข้ โดยไม่ยึดผลประโยชน์เป็นหลัก ไม่แบ่งยากรวยมีจน ไม่เกี่ยงว่าอากาศจะหนาวหรือร้อน ใคร มีโรคภัยไข้เจ็บก็จะรีบไปรักษา ถ้าคนไข้ยากจน และอ่อนแอ มีความจำเป็นต้องใส่โสมไปช่วยรักษา ท่านหมอติ่งก็จะบดโสมเป็นผงแอบใส่ในยาให้คนไข้ทาน โดยไม่คิดมูลค่า ใช้รายได้ที่มาจากคนไข้ร่ำรวย ไปช่วยเหลือจุนเจือคนไข้ยากจนตามแต่ความเหมาะสม ถ้าปีใดเกิดภัยพิบัติไปรักษาคนไข้แม้นเป็นหนทางยาวไกลก็จะใช้การเดินเท้า และการนั่งเกี้ยว เพื่อประหยัดค่าได้จ่าย ศรีภรรยาท่านก็เป็นกุลสตรีเป็นแม่ ศรีเรือนที่ทำตามเจตนารมณ์ของสามี ถึงชีวิตความเป็นอยู่ จะเรียบง่ายอย่างใดก็ไม่เคยปริปากบ่น
จนกระทั่งแสงเจ้าติ่งอายุครบ 80 ปี อยู่มาวันหนึ่ง ตื่นเช้าขึ้นมา ปรากฏมีผ้าแพรสีแดงผืนใหญ่แขวนอยู่กลางห้อง โถง เขียนด้วยอักษรสีทองมีข้อความว่า “ราชโองการจากฟ้า แสงเจ้าติ่งได้รับการแต่งตั้งให้ไปเป็นยมบาลเมืองในมณฑลฝูเจี้ยน”

จากนั้น 3 วัน มีกลิ่นสุคนธ์อบอวลหอมหวนไปทั่ว ทั้งบ้าน แสงเจ้าติ่งอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งสมาธิจน สิ้นอายุขัยในท่านั่ง
บุตรหลานของแสงเจ้าติ่งหลายชั่วคน ต่างได้รับราชการ เป็นขุนนางเจริญรุ่งเรือง เกียรติยศโชติช่วง เป็นที่เลื่องลือของ มณฑลจนถึงบัดนี้
ตระกูลเฉิน เป็นตระกูลใหญ่ในเมืองไห่หนิง เมื่อ พลบค่ำ จะให้บ่าวไพร่ไปจุดโคมส่องทางตามถนนหนทาง และตรอกซอกซอย เพื่อความสะดวกแก่ผู้สัญจรกลางคืน ช่วงเกิดโรคระบาดก็จะบริจาคยารักษาโรค และโลงศพทั้งยัง บริจาคที่ดินของตระกูล ให้สร้างเป็น สถานที่ฝังศพสาธารณะ พิมพ์หนังสือเทวราชโองการ และหนังสือดีออกแจกจ่าย
คุณงามความดีเหล่านี้ ฟ้าตอบแทนด้วยตระกูลเฉิน บังเกิดขุนนางโดดเด่น ชื่อเสียงโด่งดังหลายสมัย เป็นที่เลื่อง ลือในมณฑลเจื้อเจียง
เศรษฐีอันดับหนึ่งในเมืองหังโจว และมณฑลเจื้อเจียง มีสี่ตระกูลคือ กวน วัง ซุน จ้าว และเป็นตระกูลดัง ในรัชสมัยนั้น
สี่ตระกูลนี้ล้วนมีเมตตาธรรม ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน และกระทำติดต่อมาเป็นระยะเวลานาน อย่างเช่น
ตระกูลกวน ท่านปู่ของกวนหวาย ช่วงรับราชการอยู่ยัง ได้เขียนบทอธิบายในบทความโอสถทิพย์
ตระกูลวังก็ปรุงยา จื่อเซี้ยตัน ออกแจกจ่ายเป็นระยะ เวลายาวนานหลายชั่วคน
ตระกูลซุนจะพิมพ์หนังสือดีออกแจกจ่ายเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะช่วงใกล้ๆ นี้ ได้พิมพ์หนังสือเทวราชโองการตัก เตือนชาวโลกออกเผยแผ่
ตระกูลจ้าว ปฏิบัติตามคำสอนของหนังสือเทวราชโองการ หมั่นบริจาคเสื้อผ้าเพื่อคลายหนาวแก่คนจน บริจาคโลง ศพแก่ศพผู้ยากไร้ เป็นต้น
ทั้งสี่ตระกูลมีจิตใจกุศลเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้สี่ตระกูล ร่ำรวยทั้งยังบังเกิดขุนนางหลายชั่วคน นี่เป็นหลักฐานของคำ ว่า “สร้างกุศลมงคลเยือน” และเพื่อเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ นับถือ จึงรวบรวมเอาเรื่องจริงเหล่านี้บันทึกลงในหนังสือ สำนักธรรมฉิวจี่
บทความทั้ง 11 ตอนนี้เขียนโดยคนแซ่หลี่ตีพิมพ์ลงใน หนังสือธรรมของสำนักธรรมฉิวจี่