Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ข้อพิสูจน์การเผยแผ่ของหนังสือเทวราชโองการ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ข้อพิสูจน์การเผยแผ่ของหนังสือเทวราชโองการ

414 Views

หนังสือเทวราชโองการ รับมอบจากนักพรตตั้นชือ โดยลูกศิษย์ท่าน “นักพรตอู้หมี เป็นผู้นำออกเผยแผ่ ปีซินซื่อ (ค.ศ.1761) ในองค์จักรพรรดิเฉียนหลง (ราชวงศ์ชิง ค.ศ.1644-1911) ข้าพเจ้า (ชื่อหมิ่น) อาศัยอยู่ในเมืองเจียงอิ้ว ได้พบหนังสือเล่มนี้ (หนังสือเทวราชโองการ) แต่เป็นฉบับเก่า พิมพ์ในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ.960-1127) ทั้งเล่มมีเพียง 32 แผ่น บรรทัดแรกเริ่มจากศักราชไท่ผิง วันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 เป็นวันฉงเหยียง ตรงกับปีเกิงอู่ อาตมาตั้นซือขึ้นเขาจาริก ในช่วงคลุมเครือเวิ้งว้าง” มาถึงหน้าที่ 24 มีข้อความ “เมื่อฤดู คิมหันต์เดือน 6 ปีอู้เซิน อาตมาได้ จาริกถึงมณฑลเสฉวน ระหว่างทางพบอาจารย์อาตมานักพรตตั้นชือ” และมีข้อ ความ “ปีที่ 5 ศักราชเส้าเซิ่ง นักพรตอู้หมีคัดลอกบทความ สั่งสอนชาวโลก” ข้อความนี้แตกต่างจากหนังสือเทวราช โองการฉบับพิมพ์ใหม่ ฉบับเก่ามีปีที่ 5 ศักราชเส้าเซิ่ง แต่ ฉบับใหม่ข้อความนี้ได้หายไป นอกจากประโยคนี้แล้ว ส่วน อื่นจะสอดคล้องกันหมด
ปัจจุบัน ชาวโลกบางคนอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ไม่ติ ว่าใช้คำศัพท์สามัญ ก็ติว่าพูดแต่เรื่องแปลกพิลึก ยิ่งพวก ที่ชอบฟื้นฝอยหาตะเข็บก็มาติว่าที่อ้างอิง วัน เดือน ปี และนักพรตตั้นชือ นักพรตอู้หมีล้วนเป็นเรื่องเหลวไหล ถ้าคนอ่านใช้ท่าทีเช่นนี้แล้ว อย่างอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ด้วย เหตุนี้ข้าพเจ้า (หมิ่น) จึงพยายามศึกษาค้นคว้าหาหลักฐานใน ที่สุดเมื่อฤดูวสันต์ปีเจี่ยอิ๋น (ค.ศ.1794) ในรัชกาลจักรพรรดิ เฉียนหลงได้พบในสารานุกรมพุทธศาสนา มีบันทึกข้อความ สมัยราชวงศ์ซ่ง นักพรตตั้นชือได้พบยมบาล ยมบาลมอบหมายให้นำเรื่องในยมโลกออกเผยแผ่ ถึงแม้ความลับของ ฟ้าต้องรักษาอย่างเข้มงวดมิให้รั่วไหล แต่เนื่องจากชาวโลกสร้างบาปอย่างไม่หยุดไม่หย่อน เป็นเรื่องที่ปฏิเสธ มิได้ เทวราชเจ้ารู้สึกสังเวชยิ่ง จึงโปรดเกล้าหนังสือผ่าน นักพรตตั้นชือมอบให้นักพรตอู้หมี นำไปเผยแผ่เพื่อสั่งสอน ตักเตือนชาวโลก” จากข้อความนี้ก็เป็นหลักฐานยืนยันได้
เรามาดู วัน เดือน ปี ที่อ้างอิงในหนังสือเทวราชโองการ จากการตรวจสอบพบว่า จักรพรรดิเหยินจง เทียนเซิ่นปีที่ 8 ในราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ.1030) เป็นปีเกิงอู่ เวลานั้นตรงกับ ศักราชไท่ผิงปีที่ 10 ของแคว้นเหลียว เชื่อว่านักพรต ตั้นชือ ต้องเป็นคนแคว้นเหลียว จึงบันทึกลงในหนังสือ เริ่มต้นด้วยประโยค “(ศักราชไท่ผิง) ลูกศิษย์เขานักพรตอู้หมี อาจพำนักอยู่ในประเทศจีน จึงมีประโยค “ปีอู้เซินจาริกไป ถึงเมืองเสฉวน” หมายเหตุ: ปีอู้เซิน ตรงกับ รัชกาลเสินจง (ค.ศ.1068-1085) ซีหนิงปีแรก (ค.ศ.1068) (จักรพรรดิเสิน จงเป็นฮ่องเต้ถัดจากจักรพรรดิเหยินจงในราชวงศ์ซ่ง) และมี ประโยคว่า “ก่อนหน้านั้นปีอู้อิ๋น ได้พิมพ์หนังสือที่สำนักพิมพ์ ตงฟู่ ปัจจุบันปีเกิงซี” เป็นต้น ปีอู้อิ๋นตรงกับเส้าเซิ่งปีที่ 5 (ตรงกับปีค.ศ.1090) ของรัชกาลซ่งจื๋อจง (ค.ศ.1085-1100) ซึ่งตรงตามหนังสือเทวราชโองการฉบับเก่าบันทึกไว้ ปีเกิงซี ก็ตรงกับเกี้ยนเอี้ยนปีที่ 4 ของรัชกาลซ่งเกาจง (ซ่งเกาจงเป็น ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ซ่งใต้) จากหลักฐานเหล่านี้ พิสูจน์ ได้ว่าหนังสือเทวราชโองการเป็นของจริง และเชื่อถือได้ ใน หนังสือเทวราชโองการฉบับเก่าหน้าที่ 23, 24 มีประโยค พญายมราชทั้ง 10 ตำหนัก เฉลิมฉลองวันประสูติของเฟิงตู มหาราชเจ้า และพญายมเฟิงตูมหาราชเจ้าตรัสว่า “เพื่อชี้ แจงการเข้าใจผิดของชาวโลก เมื่อวันเจี่ยเฉินในปลายฤดู วสันต์ปีเหยินอู่ เราได้กราบบังคมทูลเทวราชเจ้า” ย้อนตรวจดูวันเวลาดังกล่าวก็ตรงกับรัชกาลซ่งไท่จง ไท่ผิงซิงกั๋วปีที่ 7 (ค.ศ.982) ข้อความ เมื่อวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 8 พระกษิติครรภ์ โพธิสัตว์เจ้านำพญายมราชทั้ง 10 ตำหนัก พร้อมมติของเหล่า ทวยเทพขึ้นทูลเกล้าเทวราชเจ้า เป็นเวลาก่อนท่านพญายม เฟิงตูมหาราชเจ้า เชื่อว่าต้องเป็นไท่ผิงซิงกั๋วปีที่ 6
ข้าพเจ้าเห็นว่า คำสอนในหนังสือเทวราชโองการ เปรียบเสมือนคำสอนอันเข้มงวดของพุทธศาสนา ฉะนั้นจึงมิ ควรสันนิษฐานอย่างส่งเดช
ข้าผู้น้อยได้นำพระนามของจักรพรรดิ และยุคสมัยมา ลงในบทความนี้ ไม่ใช่เพื่อโอ้อวดตัวเองถูกต้องจริงแท้ไม่มีที่ติ แต่เพียงเพื่อไม่ให้ผู้อ่านวิจารณ์ส่งเดชโดยไม่ยึดหลัก ความเป็นจริง ในโลกนี้มีสุภาพบุรุษที่เปี่ยมด้วยปัญญาอยู่ ไม่น้อย บทความนี้มีข้อผิดพลาดอันใดขอให้ท่านผู้รู้โปรดช่วยชี้แนะ เพื่อให้ท่านผู้อ่าน ท่านผู้ฟังต่อๆ ไปได้มีความเชื่อ ถือยิ่งๆ ขึ้น
หลี่จงหมิ่น คนเฉียนถังเจียงหมินซัน เขียน ณ ปีเจี่ยอิ๋น (ค.ศ. 1794) รัชกาลเฉียนหลง
ศาสนาพุทธ และศาสนาเต๋าชอบปรารภเรื่องมรรคผล และกฎแห่งกรรม แต่บัณฑิตหยู (ผู้ศึกษาความคิดขงจื๊อ) มัก หลีกเลี่ยงพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ ข้าพเจ้าเข้าใจว่าถึงการ ศึกษาการนับถือศาสนาอาจแตกต่างกัน แต่ไม่ว่าศาสนาใด ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือ มุ่งชักนำคนสร้างแต่ความดี
ข้าพเจ้ากับท่านหลี่คนหมิงซัน เป็นเพื่อนร่วมเรียนตำรา ขงจื๊อมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเข้าหาพระธรรม วันหนึ่ง หลี่หมิงซันนำหนังสือเทวราชโองการมาให้ข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าอ่านแล้ว พบคำสอนในหนังสือมีจุดมุ่งหมายเกี่ยวกับตำราขงจื๊อ แตก ต่างกันเพียง แต่หนังสือเทวราชโองการจะระบุอย่างตรงๆ ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ทุกข์สุขแตกต่าง ดีชั่วแจ่มชัดหนังสือเช่นนี้ ขุนนาง ข้าราชการอ่านแล้วย่อมเข้าใจทันที เด็กและสุภาพ สตรีเมื่อได้ยินได้ฟังก็สามารถเข้าใจได้ มนุษย์เรามีความ แตกต่างระหว่างฉลาดกับโง่เขลา มีปัญญาหรือด้อยความรู้ จะปรารภให้เขาบำเพ็ญธรรม เจริญศีล จงรักภักดี กตัญญู กตเวที ไม่ใช่ว่าทุกคนจะรับฟัง ไม่เหมือนหนังสือเทวราช โองการจะชี้ชัดไปเลยว่า ทำดีได้สุข ทำชั่วได้ทุกข์ กฎแห่ง กรรมหลีกหนีไม่พ้น ทำให้คนอ่านอกสั่นขวัญแขวน ระทึกจิต เกรงกลัวบาป หนังสือเล่มนี้อ่านผิวเผินเป็นการแนะนำมนุษย์ ละเว้นกรรมชั่ว ศึกษาให้ลึกซึ้งแล้วเป็นการแนะนำแนวทาง การดำรงชีวิต ตักเตือนชาวโลก ชี้นำความสว่างแก่ประชาชน คุณูปการไม่ด้อยกว่าตำราคัมภีร์ของขงจื๊อเลย
จูหยง คนเฉียนถัง ร่วมแสดงความคิดเห็น
ได้อ่านบทความของท่านหลี่แห่งหมินซัน ด้วยเหตุนี้จึงไปค้นหาประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ซ่ง พบว่าเฉียนซิงปีแรก ของราชวงศ์ซ่ง ปีเหยินซี (ค.ศ.1022) เป็นศักราชไท่ผิงปีที่ 2 ของชี่ตัน ในปีนี้จักรพรรดิซ่งเจินจงสวรรคต (ค.ศ.1022)(ซ่งเจินจงเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 3 ของราชวงศ์ซ่งเหนือ) รัชทายาทเจินขึ้นครองราชย์ มีพระนามซ่งเหยินจง (ครอง ราชย์ปีค.ศ.1022-1063 เปาบุ้นจิ้นที่หลายท่านรู้จักก็อยู่ในรัชกาลนี้ ) ปีถัดไปปีกุ่ยไฮ่ (ค.ศ.1023 ) เปลี่ยนศักราชเป็นเทียนเซิ่ง ตรงกับชี่ตันไท่ผิงปีที่ 3 ชี่ตันก็คือแคว้นเหลียว (เมืองเหลียว อยู่ทางภาคเหนือของประเทศจีน มีอาณาจักรตั้งแต่ปักกิ่งขึ้น ไปถึงมองโกเลียในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปถึงเหลียวหนิง เฮยหลงเจียง และเกาหลีเหนือในปัจจุบัน) ฉะนั้นที่ว่าปีเกิงอู่ คือเทียนเซิ่งปีที่ 8 (ค.ศ.1030) ตรงกับแคว้นเหลียวไท่ผิงปีที่ 10 เป็นที่ถูกต้อง ปีติงเว่ย (ค.ศ.1067) จักรพรรดิ (ซ่งอิงจง) สวรรคต จักรพรรดิซ่งเสินจงขึ้นครองราชย์ปีถัดไป เปลี่ยน ศักราชเป็นซีหนิง ฉะนั้นปีอู้เซิน (ค.ศ.1068) คือซีหนิงปีแรก (ค.ศ.1068) เป็นที่ไม่ต้องสงสัย ปีอู้อิ๋นคือจักรพรรดิจื๋อจงเส้า เซิ่งปีที่ 5 ค.ศ.1090 ปีเหยินอู่ คือจักรพรรดิไท่จงไท่ผิงซิงกั๋ว ปีที่ 7 ค.ศ.982 ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงของประวัติศาสตร์ ล้วนมีหลักฐานยืนยันได้
ในหนังสือ (รวมประวัติของเทพเทวดา) มีบันทึกข้อ ความตอนหนึ่งว่า ปีศักราชเทียนเซิ่น ข้าพเจ้าซ่งเจียว และ น้องชายซ่งฉีศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยราชบัณฑิต พบภิกษุชาว หูรูปหนึ่ง (คนจีนโบราณจะเรียกชนชาติที่อยู่ทางเหนือของจีน เป็นชาวหู) ชื่อจิงอู๋ นามภิกษุชือเชี่ยวชาญดูลักษณะ หน้าตา (ดูโหงวเฮ้ง) ภิกษุจิงอู๋ดูโหงวเฮ้งเราแล้วพูดว่า “ซ่งเล็ก (คนน้อง) จะสอบได้ที่ 1 ของแผ่นดิน (จอหงวน) ซ่งใหญ่ (คนพี่) ก็ไม่สอบตก หลังจากนั้นผ่านไปสิบกว่าปี เพิ่งเสร็จ จากการสอบในฤดูวสันต์ ข้าพเจ้าได้พบภิกษุจิงอู๋อีกครั้ง ท่าน อุทานว่า “เจ้าหน้าตามีราศีกว่าเก่า เชื่อว่าคงเคยช่วยเหลือ สรรพชีวิตหลายล้านชีวิต การสอบจอหงวนปีนี้แน่นอนซ่งเล็ก (คนน้อง) ต้องได้ที่ 1 แต่เจ้าก็ไม่ด้อยกว่าเขา” ข้าพเจ้าหวน คิดถึงสิบกว่าวันก่อน เนื่องจากฝนตกหนัก ข้าพเจ้าเห็น ข้างบ้านมีรังมดใหญ่อยู่รังหนึ่ง กลัวมดถูกน้ำท่วมเลยหา ไม้ไผ่ถักเป็นแพให้มดเกาะ แต่ในใจยังมีข้อสงสัยว่า ในการ สอบปีหนึ่งจะมีที่ 1 (จอหงวน) 2 คนได้อย่างไร? พอถึงวัน ประกาศผลซ่งฉี (น้องชาย) สอบได้ที่ 1 ข้าพเจ้า (ซ่งเจียว) สอบได้ที่ 3 พอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ไทเฮา (พระราชชนนี) ซึ่งประทับ อยู่ข้างๆ ตรัสว่า น้องชายจะมาก่อนพี่ชายได้อย่างไร จึงเลื่อน ข้าพเจ้าขึ้นมาเป็นที่ 1
ภิกษุชาวหูชื่อจิงอู๋กับนักพรตตั้นชือ คือคนเดียวกัน ตอนตั้นชือมอบหนังสือเทวราชโองการ ให้ลูกศิษย์อู้หมี มีพูดประโยคหนึ่งว่า (ออกเสียงภาษาจีนกลาง : อู๋จิงหลุน หุยเซิงสื่อตี้ เหยินกุ่ยไหลชวี่กวนเอ๋อรจื้อ) สองคำแรก อู๋จง ก็คือ ชื่อจิงอู๋ของตั้นชือก็เป็นไปได้
เพื่อการศึกษา จึงคัดลอกข้อความข้างต้นนี้ให้ทุกท่านค้นคว้าตรวจสอบ
เฝิงเอี้ยวแห่งก้วนอวี้ จดบันทึกเพื่อร่วมพิสูจน์
หนังสือเรื่องพุทธะและเทวดา ของสำนักพิมพ์อาราม ทังจี้ มีบันทึกว่า นักพรตตั้นชือเป็นคนราชวงศ์ซ่งในสมัยซ่ง เจิน จงมีจิตเมตตาธรรมเป็นสมุฏฐาน มุ่งมั่นช่วยเหลือชาวโลก ผู้ทุกข์ยาก มือถือขักขระ สวมรองเท้าหญ้า จาริกไปทั่วพิภพ บังเอิญเข้าไปนรกภูมิด้วยกายมนุษย์ รับมอบหนังสือเทวราช โองการจากพระหัตถ์ของพญายมมหาราชเจ้า นำมาเผยแผ่ สู่โลกมนุษย์เพื่อสั่งสอนสาธุชน ต่อมาได้สำเร็จมรรคผลจนสามารถขี่เมฆขึ้นสู่สรวงสวรรค์ในเวลากลางวัน และได้รับ การแต่งตั้งเป็นเทพเจ้าหงจี้ ประชาชนจำนวนไม่น้อยเคยพบ เห็นเทพเจ้าหงจี้ (นักพรตตั้นชือ) ขี่ลาท่องเที่ยวตามตลาดในชนบทมณฑลเจ้อเจียง ลูกศิษย์ของท่านคือนักพรตอู้หมี ก็ได้สำเร็จพระโพธิญาณ จนสามารถควบคุมพลังวัต ไม่ทาน อาหารผ่านการหุงต้มเป็นเวลา 10 ปี สุดท้ายมรณภาพด้วย การนั่งสมาธิ