ตำหนักที่ 10 จ่วนหลุนหวัง

433 Views

         ตำหนักที่ 10 จ่วนหลุนหวัง ตำหนักนี้ตั้งอยู่ ณ นอก โคกถ่านหินในแดนสนธยา ด้านทิศตะวันออกจะตรงกับเบญจ โสโครกของโลก ได้สร้างสะพานวัฏสงสารทอง เงิน หยก หิน ไม้ ไม้ไผ่ รวม 6 สายตำหนักนี้มีหน้าที่ปกครอง จัดการวินิจฉัย จำแนกเหล่าวิญญาณผีที่ส่งมาจากตำหนักต่างๆ ว่า ควรเกิด ณ แห่งหนใดใน 4 ทวีป ควรเกิดเป็นบุรุษเพศหรือสตรีเพศ มีอายุยืนหรืออายุสั้น ควรเกิดในครอบครัวร่ำรวยมีจน วิญญาณทุกตนจะถูกระบุชื่อ และรายละเอียดอย่างแจ่มชัด รวบรวมรายการต่างๆ และแจ้งไปยังตำหนักที่ 1 เดือนละครั้ง เพื่อบันทึกลงทะเบียนสูติมรณะ แล้วทูลส่งไปยังเฟิงตู

         ตามกฎยมโลก บรรดาวิญญาณที่ต้องไปเกิดเป็น สัตว์ครรภ์ สัตว์ไข่ สัตว์น้ำ สัตว์ไร้ขา สัตว์สองขา สัตว์สี่ขา หรือแมลงหลายขา ตายแล้วต้องไปเป็นเปรต ผ่านการหมุนเวียนของกงล้อวัฏจักรผัน บ้างมีอายุเป็นปี เป็นฤดู บ้างเกิดเช้าตายเย็น ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน บางพวกไม่ระบุต้องฆ่า บางพวกถูกระบุต้องฆ่า วิญญาณ นักโทษเหล่านี้ทั้งหมด มาจากการพิจารณาวินิจฉัยจาก สถานกัปผัน แล้วจัดส่งไปรับกรรมตามสถานที่ต่างๆ พอสิ้นปี รายชื่อข้อมูลทั้งหมดต้องส่งไปรายงานยังเฟิงตู

         บรรดาบัณฑิตหยูที่เคยศึกษาวิชาโจวอี้ พระสงฆ์ นักพรตที่ชำนาญการสวดพระสูตรท่องกถา เมื่อวิญญาณ ถูกจับมายังยมโลก ก็จะสวดคัมภีร์พระสูตรต่อต้าน ทำให้ ขุมนรกต่างๆ ไม่สามารถลงทัณฑ์ได้ กรณีเช่นนี้วิญญาณนัก โทษเหล่านั้นจะถูกส่งมายังตำหนักนี้ บันทึกชื่อวาดลักษณะ หน้าตาลงสมุดที่ชื่อว่าสมุดสูติตกต่ำ จากนั้นควบคุมตัวไป ที่หอลืมชาติของเทพเมิ่งผอ ดื่มน้ำล้างความทรงจำ ส่งไป เกิดในครรภ์มนุษย์ ให้วิญญาณเหล่านี้ไปเกิด และตาย ในครรภ์ หรือให้เกิด 1 ถึง 2 วัน หรือเกิด 10 ถึง 100 วัน หรือ 1 ถึง 2 ปี แล้วให้จบชีวิตลง เพื่อให้ลืมคำสอนคัมภีร์ พระสูตรของไตรศาสนา จากนั้นบัญชาเจ้าหน้าที่ภูตผีดุ จับวิญญาณผีพวกนี้มาตำหนักที่ 1 ตรวจสอบความชั่วบาป กรรมชาติก่อน ส่งไปลงโทษรับทุกข์ทรมานตามขุมนรก ต่างๆ

         บรรดาวิญญาณผีที่บาปบุญก้ำกึ่ง หรือวิญญาณผีที่ บาปมากบุญน้อยแต่ได้รับทุกข์จนครบกำหนด จะถูกพิจารณา วินิจฉัยให้ไปเกิดเป็นชายหรือหญิง สวยหรืออัปลักษณ์ มีชีวิตสุขสบายหรือยากเข็ญ ต้องไปเกิด ณ แห่งหนใด ครอบครัวที่ร่ำรวยหรือยากจน จะถูกระบุเรียบร้อยแล้วจัดส่งไปยังหอลืมชาติทันที

         ในระหว่างที่ตำหนักข้าพเจ้าขานชื่อ จัดส่งวิญญาณ ไปเกิดในวิถีมนุษย์นั้น มักจะมีวิญญาณสตรีเพศร้องเรียน ว่ามีความแค้นอันใหญ่หลวง ที่ยังไม่ได้ชำระสะสาง ยอมเป็น ผีเปรต ไม่ยอมไปเกิดเป็นมนุษย์ เมื่อตรวจสอบซักไซ้ ได้ความ ว่าสตรีเพศเหล่านั้นมักเป็นหญิงพรหมจาริณี หรือหญิงที่ซื่อ สัตย์ต่อความรัก เหตุเพราะถูกพวกนักศึกษาหรือคุณชายโฉดชั่ว หรือผู้ชายที่หลงใหลในความงามของหญิง หรือผู้ ชายหวังในทรัพย์สินเงินทอง ใช้ความรูปหล่อ ปากหวานหรือ สารพัดที่เอาอกเอาใจหลอกลวงจนได้ร่วมประเวณี หรือโก หกว่าตัวเองยังไม่มีครอบครัว จะให้แม่สื่อมาสู่ขอ หรือใช้ คำหวานหลอกล่อสาวใช้ว่า จะรับเป็นเมียน้อย หรือล่อลวง หญิงม่ายว่าจะเลี้ยงดูบุตรธิดา ซึ่งเกิดจากสามีคนก่อน จน ทำให้หญิงเหล่านั้นหลงรักตามใจ เสียเนื้อเสียตัว มอบพรหม จารย์ให้แล้วก็ถูกทอดทิ้ง เวลาผ่านไปนานวัน ชายชั่วเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่ยอมรับหญิงเป็นภรรยา กลับนำเรื่องเสียสาว เรื่องน่าอับอายออกมาประจาน จนทำให้พ่อแม่พี่น้อง เพื่อน บ้านเครือญาติรู้เรื่อง ถูกดูถูกดูแคลน ถูกเยาะเย้ยเสียดสีว่าต่ำช้าเลวทราม ความแค้นไม่มีที่ชำระ ความทุกข์ไม่มีที่ระบาย บ้างทนต่อความอับอายขายหน้าไม่ไหว จนฆ่าตัวตาย บ้าง เก็บกดเศร้าหมองจนตรอมใจตาย เมื่อวิญญาณผีเหล่านี้รู้ ข่าวว่าชายชั่วทรยศเหล่านี้ ปีนี้จะสอบได้เป็นขุนนาง ความ โกรธแค้นที่มีอยู่ไม่สามารถละทิ้ง ร่ำไห้ร้องขอยมบาลอนุญาต ให้ไปล้างแค้นทวงชีวิต กรณีเช่นนี้ตำหนักข้าพเจ้าตรวจสอบ รายละเอียดความเป็นมาทั้งหมด ข้าพบว่านักศึกษาผู้นั้นยัง ไม่สิ้นอายุขัย และอานิสงส์ของบุพการียังครอบคลุมอยู่ ตำหนักนี้ก็จะอนุญาตให้เพียงแต่ วิญญาณผีตนนั้นเข้าสนาม สอบขัดขวาง หรือแปลงผลสอบของชายชั่วคนนั้นให้สอบตก รอจนกระทั่งชายชั่วคนนั้นสิ้นอายุขัย จึงไปจับวิญญาณชาย ชั่วตนนั้นมาลงโทษ ส่งไปตำหนักที่ 1 พิจารณาตัดสินโทษ ชดใช้กรรม

         แรม 2 ค่ำ เดือน 4 ชาวโลกท่านใด ตั้งจิตปฏิญาณว่า จะน้อมปฏิบัติตามคำสอนของเทวราชโองการ ดำเนินงาน อย่างพึงสังวร หมั่นนำคำสอนในเทวราชโองการแนะนำบอก ต่อคนอื่นๆ ชาติหน้าได้เกิดเป็นมนุษย์ จะไม่ถูกผู้อื่นดูหมิ่น เหยียดหยาม มิต้องคดีความ มิต้องรับอันตรายจากน้ำ ไฟลวกกาย