Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
อารัมภกถาเทวราชโองการ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

อารัมภกถาเทวราชโองการ

506 Views

วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบรมยมศาสดาพระ กษิติครรภ์โพธิสัตว์เจ้า พญายมราชทั้งสิบตำหนักพนมมือ ถวายพระพร พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เจ้าทรงพระมหากรุณาตรัสว่า “เราต้องการโปรดสรรพสัตว์ เมื่อถึงวันนั้นเราจะถ่าย ทอดคำสั่งให้ลดหย่อนผ่อนโทษหรืออภัยโทษแก่นักโทษผีทั้งหลาย เพื่อไปเกิดตาม 6 วิถี ( คือวิถีที่ 1 เกิดเป็นเจ้าเป็นนาย วิถีที่ 2 เกิดเป็นสามัญชน วิถีที่ 3 เกิดเป็นสัตว์ครรภ์ วิถีที่ 4 เกิดเป็นสัตว์ไข่ วิถีที่ 5 เกิดเป็นสัตว์น้ำ วิถีที่ 6 เกิดเป็นแมลง) แต่น่าเสียดาย เนื่องจากผีนรกทำความดีมีน้อย ทำบาป เสียส่วนมาก เราพิเคราะห์การลงทัณฑ์ในยมโลกเหี้ยมโหด ทารุณ น่าเวทนายิ่งนัก จึงสั่งให้พิจารณาตรวจสอบอย่างละ เอียดถี่ถ้วนว่า นักโทษตนไหนรู้สำนึกผิดช่วงที่มีชีวิตอยู่ ในโลกมนุษย์ เคยแนะนำผู้อื่นทำความดี 1-2 รายการ ก็ พิจารณาลดโทษให้เป็นกรณีพิเศษ

เพลานั้น พญายมราชทั้ง 10 ตำหนักได้เปิดประชุม และมีมติว่าบรรดามนุษย์ในช่วงมีชีวิต ผู้ใดมีกุศลจิตและทำ ความดีตั้งแต่เด็ก เมื่อสิ้นอายุขัยแล้วให้นำพาขึ้นสู่วิถีเทพ มนุษย์ที่ดีชั่วก้ำกึ่ง หลังสิ้นชีพไม่ต้องไปรับทุกข์ทรมานในตรี บาปวิถี (คือ 1 วิถีสัตว์เดรัจฉาน 2 วิถีผีเปรต 3 วิถีนรก) ก็ให้ ไปเกิดในวิถีมนุษย์ จะได้จบสิ้นบาปบุญคุณโทษของวาสนา ปางก่อน มนุษย์ที่ทำบาปมากสร้างกุศลน้อย ตายแล้วให้ล่ามวิญญาณเข้าสู่นรกขุมต่างๆ รับทุกข์ทรมานจนครบโทษทัณฑ์ จึงให้ไปเกิดในวิถีมนุษย์เหมือนเดิม แต่แตกต่างด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละเพื่อทดสอบจิตใจ ผู้ใดเพียรสร้างกุศล สิ้นอายุขัยแล้วให้ไปเกิดในแดนบุญ แต่ถ้าใครมัวแต่สร้างวิบากกรรม ก็จะบัญชาเจ้าหน้าที่ผีดุร้าย ไปจับวิญญาณคนนั้นไปรับทุกข์ทรมานในนรกขุมต่างๆ หลังจากนั้นจึงส่งไปเกิดในครอบครัวที่แสนยากจน แสนต่ำต้อย ลำบากทุกข์เข็ญ รับทุกข์ทรมาน เพื่อให้รับรู้ถึงวิบากกรรม ยามมีชีวิตก็รับแต่ภัยพิบัติ ยามตายแล้วต้องจมดิ่งในขุมนรก ฉะนั้น ผู้ที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อ แผ่นดิน ไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ไม่กตัญญูต่อ พ่อแม่ ผู้ไม่รักชีวิตตนโดยกระทำอัตวินิบาตกรรม ผู้ที่เอา แต่ใจตัวเอง ชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เข่นฆ่าผู้อื่น ผู้ที่ไม่เชื่อ มรรคผล ไม่เชื่อกฎแห่งกรรม ชอบพูดเหลวไหลว่าคนตาย คือ พลังและจิตแตกสลาย เหลือแต่ซากศพ ไม่มีชีวิตแล้ว จะทุกข์ได้อย่างไร มีแต่ผู้มีชีวิตอยู่เท่านั้นจึงจะรับทุกข์ เคย เห็นผีที่ไหนใส่โซ่ตรวนตายก็คือตายไป ต่อจากนั้นอะไรก็ไม่ รู้แล้ว แท้จริงแล้วมนุษย์หารู้ไม่ว่า “ตัวตายกายสิ้น แต่ วิญญาณยังอยู่ ช่วงมีชีวิตอยู่สร้างวิบากกรรมใด ตายแล้ว ต้องได้รับกรรมนั้นตามสนอง ยิ่งพวกที่มิเพียงแต่ตัวเอง ทำชั่ว ซ้ำยังยุยงส่งเสริมให้ชนรุ่นหลังทำตาม หรือความชั่วที่เขา ก่อขึ้นนำพาอนุชนสืบทอดทำบาปไม่หยุดหย่อน คนพวกนั้น ต้องตกนรกอเวจีรับทุกข์ตลอดกาล โดยเฉพาะชาวโลกที่กล่าวหาคำสอนของไตรศาสนา ในแต่ละยุคสมัยนั้นว่าเป็น คำเท็จ เรื่องไร้สาระ ปฏิเสธพระคุณของบุรพาจารย์ พระ อริยเจ้าทั้งหลาย คนพวกนี้ช่วงมีชีวิตอยู่ก็ดื้อรั้นทำแต่บาป ตักเตือนสั่งสอนเท่าไรก็ไม่แก้ไขปรับปรุง ต่อผีร้ายเหล่านี้ยิ่งต้องเข้มงวดกวดขันเพิ่มโทษให้หนัก

บัดนี้ พระโพธิสัตว์เจ้าได้เบิกพระเนตรอันชาญฉลาด รับสั่งให้ทำตามมติอันสมเหตุสมผลนี้ และให้พิจารณาเพิ่ม เติมอีกว่า ชาวโลกเมื่อช่วงที่มีชีวิตอยู่ ไม่ว่าบุรุษเพศหรือ สตรีเพศ วัยฉกรรจ์หรือวัยแก่เฒ่าถึงเคยทำบาปมาก่อนแต่รู้จักสำนึกผิด ยอมสาบานต่อหน้าปฏิมากรพระโพธิ สัตว์เจ้า หรือเมื่อถึงวันประสูติของพระโพธิสัตว์เจ้า กินเจ ชำระร่างกายให้สะอาด แล้วสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าตั้งแต่นี้ไป จะกลับตัวเป็นคนดี ไม่ก่อกรรมสร้างบาปอีกต่อไป และเพียรพยายามสร้างกุศลหนึ่งรายการ สิ้นลมแล้วดวง วิญญาณถูกนำไปยมโลก อนุญาตให้ลดโทษหนึ่งขั้น ยกเว้น คนที่เป็นขุนนางแต่ไม่จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เป็นข้า ราชการแต่ไม่ซื่อตรงต่อแผ่นดิน เป็นลูกไม่กตัญญูต่อพ่อแม่ คนที่ทำอัตวินิบาตกรรม และพวกที่วางแผนใส่ร้ายป้ายสี ปองร้ายคนดี คนพวกนี้ต้องถูกฟ้าผ่าตาย หรือตายโดย อุทกภัย อัคคีภัยหรือตายโดยสัตว์ร้าย สารพัดพิษ แล้วเพิ่ม โทษทัณฑ์ตามแต่กรณี คุมวิญญาณส่งไปตามลำดับขุมนรกพิจารณาตรวจความดีชั่ว บาปบุญมากน้อยแค่ไหน ให้เปรียบเทียบแล้วทำการลงโทษ หรือลดหย่อนผ่อนโทษ เพื่อสนองกุศลที่เคยสร้างมา รวบรวมรายการความชั่วของ โลกมนุษย์ ยามมีชีวิตก่อกรรมฉันใด ตายแล้วลงสู่ยมโลก ต้องรับโทษทัณฑ์ฉันนั้น ให้จดหมายเหตุ และอธิบายด้วย คำศัพท์เรียบง่าย เพื่อให้บุรุษเพศ สตรีเพศทั้งหลายอ่านแล้ว ง่ายต่อการเข้าใจ เสร็จแล้วถวายให้ตรวจสอบ รอคอยผู้มี บุญบารมีคืนชีพ นำไปเผยแผ่ทั่วโลกมนุษย์ พระโพธิสัตว์เจ้า ตรวจรับสั่ง “สาธุ”

จากนั้นเมื่อถึงวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 8 พระกษิติครรภ์ โพธิสัตว์เจ้า ได้นำคณะพญายมราชทั้ง 10 ตำหนักขึ้นทูลเกล้า ต่อเง็กเซียนฮ่องเต้พระเทวราชเจ้า ณ สรวงสวรรค์ พระเทวราชเจ้าทรงตรัสว่า “ประเสริฐแล้ว ประเสริฐแล้ว” จากนั้น เหล่าเทพยดาร่วมกันตรวจตราพิจารณาเพิ่มเติมว่า ถ้าชาวโลกท่านใด ยามมีชีวิตอยู่ทำผิดแล้วรู้สำนึกผิด สาบานต่อไปว่าจะทำแต่ความดี ปรับปรุงแก้ไขหนึ่งเรื่อง ก็สา มารถลดโทษสองข้อหา สามารถแก้ไขห้ารายการจะอภัยโทษ ที่เหลือทั้งหมด บุรุษเพศให้ไปเกิดแดนบุญ สตรีเพศให้เปลี่ยน ไปเกิดเป็นบุรุษเพศ ถ้าสามารถสร้างกุศลกรรมห้ารายการ ขึ้นไป อนุญาตให้ทำทักษิณานุประทาน (การทำบุญอุทิศส่วน กุศลเพิ่มให้แก่ผู้ตาย) เพื่อโปรดวิญญาณพ่อแม่เครือญาติให้พ้นจากห้วงทุกข์

เง็กเซียนฮ่องเต้พระเทวราชเจ้าบัญชา รีบนำบท บัญญัติต่างๆ บันทึกลงในพระเทวราชโองการ ประกาศให้ เทพเจ้าเตา และยมบาลเมืองทุกหัวเมืองในโลกมนุษย์รับ ทราบ น้อมนำไปปฏิบัติตามพระราชโองการนี้อย่างเคร่งครัด