ปฐมบทนำสังวรเผยแผ่เทวราชโองการ

384 Views

เนื่องด้วยหลักธรรมมนุษย์อยู่ชิดใกล้ หลักธรรมเทพ เจ้าแสนห่างไกล บุญญาธิการของเทพเจ้าแม้จะสูง แต่สัมผัส จับต้องไม่ได้ง่ายเลย ทำให้เหล่าบัณฑิตไม่ค่อยจะกล่าวถึง

ข้าพเจ้าแม้เชื่อมั่นผีสางเทวดามีจริง แต่ไม่กล้าพูดจา เพ้อเจ้อ แม้ได้ยินได้ฟังเรื่องลี้ลับมานาน ได้ฝันถึงเรื่อง แปลกๆ ก็บ่อย มีแต่เก็บไว้ในใจ ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง เพราะ ขาดหลักฐานมายืนยัน

บัดนี้ เพื่อนข้าพเจ้าท่านหนึ่ง ชื่อ พันจุ๊พอได้นำหนังสือ เทวราชโองการมาให้ข้าพเจ้าช่วยเขียนบทนำ หนังสือเล่มนี้ได้ บันทึกถึงสภาพการณ์ของขุมนรกต่างๆ อย่างเช่น เจ้าหน้าที่ เฝ้าประตูตำหนัก สะพานนรก ลานพิธี แม่น้ำ หนองน้ำ เครื่องลงทัณฑ์พัศดี และนักโทษนรก รวมถึงคุกนรกต่างๆ ทั้งหลายเหล่านี้ ตรงกับที่ข้าพเจ้าเคยฝัน เรื่องกฎแห่งกรรม ผลกรรมจะเร็วหรือช้า จะปรากฏในโลกปัจจุบันหรือในปรโลก ล้วนมีสิ่งยืนยัน

หนังสือได้บันทึกถึงอานิสงส์ของกุศลกรรม บางคน ได้เกิดเป็นเทวดา บ้างก็มีอายุยืนพูนสุข บ้างก็ร่ำรวย เรืองนาม สุดแท้แต่บุญที่สั่งสม หนังสือเล่มนี้ ยังได้บันทึก ถึงผลของวิบากกรรมในนรก ผีนักโทษนอกเสียจากถูกจับ ไปนาบติดกับเสาทองแดงซึ่งมีไฟสุมจนร้อนละอุแล้ว ยังมี นรกใหญ่น้อยรวมหนึ่งร้อยสามสิบแปดขุม ไว้สำหรับ พันธนาการเหล่าวิญญาณบาป วิบากกรรมที่ปรากฏเร็ว จะเกิดกับตัวเองปรากฏช้าจะตกถึงลูกหลาน บ้างได้รับ กรรมหลังจากเจ้าตัวเสียชีวิต บ้างก็ถูกทำโทษจองจำเมื่อ ตัวเองยังมีชีวิตอยู่ สิ่งนี้เรียกว่ากรรมปัจจุบันทันด่วน กฎแห่งกรรมมีจริง ใช่ว่าต้องปรากฏในชาติหน้าเสมอไป หนังสือเทวราชโองการเล่มนี้ ท่านจะดูแคลนเสียมิได้

ใจมนุษย์เราน่ากลัวจนยากที่จะหยั่งรู้ บ้างก็นับถือ เทวราชโองการบ้างก็ปฏิเสธเทวราชโองการ มีคนแนะนำ เผยแผ่หนังสือเทวราชโองการ ก็มีบางคนออกมาขัดขวาง การเผยแผ่ แต่ในหนังสือเทวราชโองการมีบทพิสูจน์ให้ เห็นว่า ผู้ใดเผยแผ่เทวราชโองการ ผู้นั้นมักได้ขึ้นสวรรค์ ผู้ใดขัดขวางการเผยแผ่ ผู้นั้นมักต้องตกนรก บางท่านเคยฝัน ว่าไปพบยมบาลในนรก สิ่งที่เขาฝัน ไม่ว่าตำหนัก แผ่นป้าย จารึก เครื่องพันธนาการ ผู้ถูกลงทัณฑ์เป็นต้น ล้วนตรงกับหนังสือเล่มนี้ที่ได้บันทึกไว้ นี่แสดงว่าหนังสือเทวราชโองการ เล่มนี้เป็นของจริง

เมื่อท่านอื่นที่เคยฝันถึงนรก กล้ามาตีพิมพ์ในหนังสือ เล่มนี้ ข้าพเจ้าก็เคยฝันถึงนรกเช่นกัน ใยไม่กล้ามาตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ เมื่อคิดเช่นนี้ข้าพเจ้าจะเล่าความฝันของข้าพเจ้า ให้ทุกท่านทราบ ณ บัดนี้

เมื่อปีเจี่ยซืน (ค.ศ.1824) รัชกาลเต้ากวน (ค.ศ.1821-ค.ศ.1850) หลังวันไหว้บ๊ะจั่งสามวัน คืนนั้นข้าพเจ้าได้ฝันว่า เจ้าหน้าที่ศาลยมบาลเมืองได้มาเรียกข้าพเจ้าไปเขียนหนังสือ และนำข้าพเจ้าเข้าทางประตูด้านข้าง ข้างในดูมืดสลัววังเวง แตกต่างจากโลกมนุษย์เรา พอเข้าประตูก็พบผีใหญ่ (ยมทูต) สี่นาย หน้าตาดุร้าย ลิ้นยาว ตัวสูงประมาณสิบห้าฟุต ล้วน ใส่หมวกขาว ชุดขาว มือถือป้ายหมายเรียก กำลังจะเดินไป ข้างนอก

ยมทูตทั้งสี่เห็นข้าพเจ้า คงห่วงข้าพเจ้าเกิดการหวาด กลัว เลยรีบหันหน้าเข้าหากำแพง หลีกให้ข้าพเจ้าเดินผ่าน มาถึงหน้าห้องโถงใหญ่ ในห้องโถงมีโต๊ะทำงานเล็กๆ ตรงกลางตั้งหนึ่งชุด สองข้างจัดวางไว้ข้างละชุด บนโต๊ะทำงานทั้งสามล้วนมีสมุดบัญชีเล่มใหญ่วางอยู่ ในสมุดบัญชีได้ บันทึกชื่อคน และแต้มด้วยหมึกแดง เมื่อข้าพเจ้าเดินผ่าน ณ สถานที่นี้ เจ้าหน้าที่ล้วนให้การอารักขา ข้าพเจ้ากลัวรบกวน พวกเขาทำงาน เลยเดินผ่านสถานที่นั้นโดยเร็ว เดินมา ถึงสถานที่อีกแห่งหนึ่ง รูปแบบห้องหับสองข้างมืด ตรงกลาง สว่าง ห้องกลางเป็นห้องโถงใหญ่ กว้างขวางโอ่อ่า หน้า ห้องแขวนแผ่นป้ายขวาง จารึกอักษรว่า มนุษยธรรมประจักษ์ ข้าพเจ้ามองไกลถึงด้านหลัง เห็นห้องโถงลึกวิเวก ส่วนหลัง บ้านยิ่งลึกกว่า ในเวลานั้นท่านยมบาลเมืองกำลังนั่งตรวจ เอกสาร มีเลขาอาลักษณ์ยืนอยู่สองข้างคอยรับใช้ สภาพการ ไม่ต่างจากโลกมนุษย์ ข้าพเจ้าดูเพลินๆ อยู่ พลันมีอาลักษณ์ท่านหนึ่งเดินออกมา นำข้าพเจ้าไปยังนอกหน้าต่างห้องขวา มือ แล้วปลดป้ายที่แขวนอยู่บนกำแพงห้อง ชี้ให้ข้าพเจ้าดูบน ป้ายเขียนกลอนคู่ไว้ สำหรับโอวาทเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา อาลักษณ์ท่านนั้นเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า ท่านยมบาลเมืองสั่งให้ทำความเข้าใจ และคัดลอกบทกลอนนี้ไว้ บทกลอนเขียนว่า
ผู้ซื่อสัตย์มาถึงที่นี่ ควรพูดแต่ข้อเท็จจริง
สาธุชนมาถึงที่นี่ จิตควรมีแต่มโนธรรม

เมื่อข้าพเจ้าทำความเข้าใจกับบทกลอนเรียบร้อย แล้วก็เดินทางต่อไป เห็นข้างหน้าที่แห่งหนึ่งมีหลุมกว้างใหญ่ คล้ายสระน้ำที่แห้งขอด ภาพในหลุมมืดสลัวๆ ในนั้นมีนัก โทษมากมาย บ้างสองมือถูกตรึงไว้กับกระบองไม้อันใหญ่ บ้างก็ผูกติดกับศิลาปลา บ้างก็ตรวนติดกับขอนไม้ใหญ่ มีนักโทษที่ถูกจองจำแบบนี้เต็มไปหมด ข้าพเจ้าละจากที่นี้วก ไปทางซ้ายถึงอีกตึกหนึ่ง เห็นประตูปิดไว้ ข้าพเจ้าจะเปิด ประตูดูสภาพข้างใน แต่ถูกเจ้าหน้าที่นำทางขัดขวางไว้ กำชับ ห้ามดูเด็ดขาด และคะยั้นคะยอจะรีบส่งข้าพเจ้ากลับ ดูเหตุ การณ์เช่นนี้เชื่อว่าข้างในคงมีอะไรที่ไม่อยากให้ใครเห็น ข้าพ เจ้าเลยทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เดินทางกลับ

เมื่อมาถึงสถานที่อีกแห่งหนึ่ง มีทหารมาคอยต้อนรับ สถานที่แห่งนี้ผู้คนพลุกพล่าน ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าผู้คนที่นี่ต่างถือถ้วยชามดื่มกิน เวลานั้นข้าพเจ้ารู้สึกหิวน้ำมาก ก็อยากเข้าไปดื่มด้วย แต่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารขัดขวางไว้ และรีบส่งข้าพเจ้าออกจากประตูวัง ข้าพเจ้าหันศีรษะ กลับไปดูอีกที ปรากฏประตูวังถูกปลดไปแล้ว ข้างนอก ประตูสีแดงนี้ มีลูกหลานญาติพี่น้อง และมิตรสหายของ ข้าพเจ้า มาคอยต้อนรับอยู่หน้าประตู ชัยภูมิหน้าประตูนี้ กว้างยาวประมาณหนึ่งลี้ (ครึ่งกิโลเมตร) ตรงประตูออกไป จะพบเห็นสะพานไม้ ใต้สะพานไม้เป็นแม่น้ำที่สีน้ำดำ เหมือนสีหมึก น้ำเชี่ยวไหลกราด ข้าพเจ้าจูงลูกหอบหลาน เดินข้ามสะพานไปพร้อมกัน ผู้มาส่งต่างตะโกนจากข้างหลังว่า อย่าหันกลับมาเป็นอันขาด! พอลงจากสะพาน จะเห็นหอสูงราว 20 ฟุตจีนอยู่หอหนึ่ง บนหอมีประตูกลม และมีผู้คนมากมายยืนมองดูอยู่ ข้าพเจ้าอยากเข้าไปดูบ้าง แต่ผู้คนเหล่านั้นล้วนไม่อนุญาต เมื่อข้าพเจ้าคิดจะกลับ บ้านแต่ไม่ทราบว่าจะกลับทางไหน ได้รับการชี้แนะ ทันใดนั้น พลันตกใจตื่นจากฝัน

เรื่องที่ข้าพเจ้าฝัน อาจแตกต่างจากท่านอื่นๆ ที่บันทึก อยู่ในหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวอาจจะแตกต่าง แต่เป็นหลัก ธรรมเดียวกัน ท่านจะเชื่อถือบุญญาธิการของเทพเจ้า ผีสางเทวดาก็ดี หรือจะซาบซึ้งถึงคำสอนในเทวราชโอง การก็ดี การที่สามารถพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกเผยแผ่ ตักเตือน ผู้คนอย่าทำบาป ลูกหลานทุกๆ ชาติต้องได้รับอานิสงส์อย่าง แน่นอน เพราะหนังสือเทวราชโองการได้บันทึกบทพิสูจน์ให้ ทราบแต่ต้นนานแล้ว

หยังกั๋วจื้อเล่าเรื่องในฝันเป็นปฐมบท
เดือนอ้าย ปีเจี่ยเฉิน (ค.ศ.1844) รัชกาลเต้ากวน (ค.ศ.1821-1850)