Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ปฐมสาธุการพจน์ของบุพพาจารย์หันเซียงจื่อตรัสแนะน้อมนับถือเทวราชโองการ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ปฐมสาธุการพจน์ของบุพพาจารย์หันเซียงจื่อตรัสแนะน้อมนับถือเทวราชโองการ

427 Views

ในมหาพิภพนี้ พระอริยเจ้า พระพุทธเจ้า เทพยดาได้ ทรงตรัสโอวาทไว้โปรดสรรพสัตว์ และเก็บสะสมไว้ให้ชน รุ่นหลัง สุดที่จะคณานับ แต่จะหาหนังสือที่เสมือนเทวราชโองการนั้นไม่ได้ง่าย ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้เรียบเรียงเป็นข้อๆ ให้โลกมนุษย์ทราบถึงกฎแห่งกรรม บาปบุญคุณโทษที่มนุษย์ สร้างไว้ในปัจจุบัน จะมีผลสนองทั้งปัจจุบันทันด่วน และ ภพหน้าอีกชั่วกัปชั่วกัลป์ หนังสือได้บรรยายถึงความหฤโหด น่าเวทนาของนรกขุมใหญ่น้อย รวมทั้งสิ้นหนึ่งร้อยสามสิบ แปดแห่ง ให้ผู้คนอ่านแล้วรู้สึกสะพรึงกลัว และสำนึกต่อบาป กลับตัวกลับใจกลายเป็นคนดี นี่คืออานิสงส์อันใหญ่หลวง ของหนังสือเล่มนี้แล

โอ้... มนุษย์เราหมื่นแสนล้วนไม่เสมอเหมือน ผู้เป็น มหาปราชญ์รู้ซึ้งถึงความดีเพื่อกลับสู่ปฐมภูมิ ท่านจะขัด เกลาจิตชำระใจ บำเพ็ญตนจนถึงขั้นสภาวะเป็นสุญตา รู้แจ้งแจ่มจรัส ประกายประภาเจิดจ้าจรดฟ้าทั่วมหาสมุทร จนสำเร็จสัมมาสัมโพธิญาณ หลุดพ้นเหนือสามภพ ฉะนั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องบาปบุญคุณโทษต่อท่าน เพราะบุญวาสนา พร้อมมูลอยู่กับพระองค์ท่านแล้ว แต่ปุถุชนทั่วไปมักถือ สิ่งสมมุติเป็นเรื่องจีรัง ความฟุ้งเฟ้อชั่วคราวเป็นของยั่งยืน ลุ่มหลงบ่วงรัก จิตสำนึกเลอะเลือน แหวกว่ายอยู่แต่ในโอฆ สงสารไม่เกรงกลัวต่อบาป ทำทุกอย่างตามแต่ตนปรารถนา คนพวกนี้หารู้ไม่ว่า ตายแล้วต้องไปรับโทษบาปในนรกภูมิ และปรโลกอีกด้วย

เรามาดูเหล่าขุนพลหรืออำมาตย์ในอดีต และปัจจุบัน หลายคนเกิดจากความคิดชั่ววูบ ทำให้ตัวเองต้องตกนรก หมกไหม้ จนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด อย่างเช่น ขุนพลไป๋ฉี่ในรัฐฉิน ด้วยความโมโหโทโสชั่วขณะ สั่งประหารเชลยศึกสี่แสนคน ของรัฐเจ้า บาปกรรมนี้ทำให้เขาต้องไปเกิดเป็น สุกร งู ตะขาบ อีกหลายภพหลายชาติ และทุกชาติล้วนถูกฟ้าผ่าตาย หลังจากนั้นยังต้องไปรับโทษในนรกภูมิ แช่อยู่ในหนองอาจม ตลอดกาล

อำมาตย์หลี่หลินผู่ในสมัยราชวงศ์ถัง ได้สร้างห้อง จันทร์เสี้ยวในจวนท่าน ไว้สำหรับวางแผนกลั่นแกล้งใส่ร้าย เข่นฆ่าข้าราชการตงฉิน (ข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต) ในยุคนั้น มิรู้เท่าใด จนกระทั่งคนในยุคนั้น ได้ให้ฉายาเขาว่า “ท่าน แมวหลี่” เมื่อหลี่หลินผู่จบชีวิตลง นอกจากรับโทษทัณฑ์ ใน นรกภูมิแล้ว ยังต้องกลับชาติมาเกิดเป็นโสเภณีอีกเจ็ดชาติ เกิดเป็นโคกระบืออีกเก้าชาติ จากนั้นต้องเวียนว่ายตายเกิด เป็นสัตว์น้ำทุกชาติไป

ขุนพลเฉาฮั่นในสมัยราชวงศ์ซ่ง เนื่องจากยุทธการศึก เมืองเจียงเฉิง ด้วยความโทสะ สั่งเข่นฆ่าประชาชนเจียงเฉิง ทั้งเมือง หลังเฉาฮั่นเสียชีวิตแล้ว ได้มาเข้าฝันกับผู้คนว่า เนื่องจากเขาอหังการชั่ววูบ ได้เข่นฆ่าประชาชนนับไม่ถ้วนจนเป็นบาปมหันต์ ตายแล้วต้องไปเกิดเป็นสุกรอีกร้อยชาติ รับกรรมครบแล้ว ยังต้องถูกจองจำอยู่ในขุมนรกอเวจีมหานรกตลอดกาล

โอ้...นี่แล เวลาในโลกมนุษย์แปดร้อยปี เทียบเท่า ยมโลกแค่ครึ่งคืน พระสูตรตรัสไว้ว่า “ไตรวิถี กรรมสนอง ร้อยพันกัป ถึงเมื่อใดจึงจะได้เกิดอีกหน” ซึ่งน่าเวทนายิ่งนัก ตัวอย่างที่ยกมานี้ ในหนังสือประวัติศาสตร์ล้วนมีบันทึก สามารถตรวจสอบได้ ไตรศาสนาเกิดจากมูลธรรมเดียวกัน ต่างใช้ปณิธานเมตตาจิต มาโปรดสรรพสัตว์ ล้วนสอน ให้เรารู้ว่า ไม่ว่าโลกมนุษย์หรือยมโลก การแยกแยะ ผิดถูกดีชั่ว จะเป็นคนบ้าหรือเป็นนักปราชญ์ มีเส้นแบ่งเขต อยู่เส้นเดียว ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในชั่วพริบตา ถ้าผู้ใด สามารถหักห้ามใจตัวเอง เลือกอยู่ฝ่ายธรรมะ ก็จะหลุด พ้นจากบ่วงกรรม ปรมาจารย์ขงจื๊อได้ตรัสไว้ว่า “สิ่งที่ขัด ต่อจารีตประเพณี และศีลธรรมอย่าไปดู อย่าไปฟัง อย่าไปพูด และอย่าไปปฏิบัติ นี่คือหลักการของการหลุด พ้นจากปุถุชนจนได้เป็นปราชญ์” และท่านยังตรัสอีกว่า “สามารถฝึกจิตตนให้มั่นคงในคุณธรรมศีลธรรม อย่าปล่อย ให้จิตเกิดความสับสน ก็คือเข้าสู่อาณาเขตแห่งพระอริยเจ้า แล้ว” บุพพาจารย์เม่งจื๊อตรัสไว้ว่า “น้อยคนนักที่สามารถแบ่ง เขตระหว่างคนและสัตว์ แต่ผู้ใดสร้างแต่กุศลกรรม ลูกหลานผู้นั้นย่อมมีความเจริญรุ่งเรือง” พุทธาจารย์ถือการนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมเพื่อลดละกิเลส บุพพาจารย์เต๋ายึดถือการรักษา ความสมดุล อยู่อย่างพอเพียง และอิงกับธรรมชาติ หลักการ เหล่านี้ควรปฏิบัติต่อเนื่อง โดยไม่ละเว้นด้วยเหตุหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างมนุษย์กับกิเลส คือหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างความ เป็นกับความตาย คือหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างบาปบุญคุณโทษ ฉะนั้น มนุษย์เราจะไม่อ่านเทวราชโองการ และพึงสังวรมิได้

ฟ้าดินมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ เง็กเซียนฮ่องเต้ เทวราชเจ้า โปรดเกล้าให้ยมศาสดาแห่งแดนสนธยา (พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์เจ้า) รับสนองพระราชโองการบท บัญญัติอภัยโทษมาประกาศสู่โลกภูมิ เพื่อให้มนุษย์มีโอกาส ปรับปรุงแก้ไข สำนึกผิดขมาบาป และกลับตัวเป็นคนดีจะได้ ขึ้นสู่แดนสวรรค์ด้วยกัน เง็กเซียนฮ่องเต้ยังตรัสด้วยสีพระ พักตร์ที่เคร่งขรึมอีกว่า “ปฐมเทวราชโองการฉบับนี้ นักพรต อี้เจินฟันจื่อได้รับจากบุพพาจารย์ตั้นชือ ซึ่งเป็นโองการที่ผ่าน การตรวจสอบทุกถ้อยคำทุกตัวอักษรจากนรกทั้งสิบตำหนักมาแล้ว ทั้งยังได้รับการนิพนธ์สาธุการพจน์จากพระอาจารย์ เราเทพเจ้าฝูอี้ว พระอาจารย์ท่านยังได้รับสั่งให้เราแถลงไข ให้ทราบว่า รอคอยผู้มีบุญวาสนา นำโองการฉบับนี้ไปเผยแผ่สู่ชาวโลก และเป็นรัตนคติพจน์สืบไปชั่วกาลนาน

บุพพาจารย์หันเซียงจื่อประทับทรงสาธุการพจน์ ณ ยอดพิมานเฝิงไหล

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ปี จี่ซื่อ (ค.ศ. 1809 ) รัชกาลเจียชิ่ง (ค.ศ.1796-1820)