ความเป็นมาของการจัดพิมพ์หนังสือพระบรมมหารัตนเทวราชโองการ

376 Views

แต่โบราณการณ์มา การจะจัดพิมพ์หนังสือธรรมะหรือ หนังสือพลิกกระแสเปลี่ยนค่านิยมที่ผิดๆ เพื่อขัดเกลาจิตใจมนุษย์ออกมาเผยแผ่สู่สาธารณชนนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเลย นอกจากต้องทุ่มเทกำลังกาย กำลังทรัพย์อันไม่น้อย แล้ว ยังต้องอาศัยความอุตสาหะวิริยะ และปณิธานอันแรงกล้า มิเช่นนั้นจะประสบผลสำเร็จมิได้

ข้าพเจ้ามีเพื่อนท่านหนึ่ง ซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงการกระ ดาษมานาน ได้ตั้งปณิธานจะจัดพิมพ์หนังสือธรรมะ หรือ หนังสือส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ออกจำหน่ายเผยแผ่แด่ มหาสาธุชนทั้งหลาย แต่เวลาผ่านไปยี่สิบกว่าปี ก็ยังมิทราบ ว่าจะเริ่มต้นจากหนังสือเล่มไหนจึงจะเหมาะสม ต่อมาเมื่อต้น เดือน 7 ปีเจี่ยเฉิน (ค.ศ.1904) ในปลายราชวงศ์แมนจู วันหนึ่ง มีลูกค้ามาจากต่างเมืองท่านหนึ่ง นำหนังสือพระบรม มหารัตนเทวราชโองการ มาให้เพื่อนข้าพเจ้าจัดพิมพ์เพื่อ จะนำไปเผยแผ่สู่สังคม เพื่อนข้าพเจ้าเห็นลูกค้าท่านนั้นมีความ จริงใจจึงสนนราคา และตอบตกลงจะจัดพิมพ์หนังสือให้

เวลาผ่านไปไม่ถึงเดือน หนังสือก็พิมพ์เสร็จเรียบร้อย ลูกค้าต่างถิ่นท่านนั้นได้กลับมาที่ร้าน รับซื้อหนังสือที่สั่งไว้ ไปเพียงครึ่งเดียว ที่เหลือขอร้องฝากไว้ที่ร้านก่อน ว่าจะมารับ ซื้อทีหลังเวลาผ่านไปหนึ่งปี ไม่เห็นวี่แววของลูกค้าท่านนั้น กลับมาอีกเลย เพื่อนข้าพเจ้าเมื่อเห็นลูกค้าไม่มาเอาหนังสือ จึงนำเอาหนังสือที่ค้างไว้ออกมาวางจำหน่าย แต่สิ่งที่ไม่นึก ไม่ฝันก็ปรากฏขึ้น สาธุชนท่านใดได้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้น มาอ่าน ก็เสมือนมีแก้วมณีอันล้ำค่ามาอยู่กับมือไม่ยอม ปล่อยวาง ไม่ถึงเดือน หนังสือที่เหลือก็ถูกซื้อไปจนหมด เกลี้ยง ปรากฏการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าฟ้ามีเมตตา ประทานหนังสือเทวราชโองการเล่มนี้มาให้ ผู้คนที่โฉดเขลาได้ตื่นตัว เข้าหาธรรม และเป็นการยืนยันให้เห็นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เพื่อไม่ให้พระบรมมหารัตนเทวราชโองการเล่มนี้ สูญหายไป จากโลก เลยบันดลให้เพื่อนข้าพเจ้ามาจัดพิมพ์หนังสือออก วางจำหน่าย เผยแผ่สู่ชาวโลก มิเช่นนั้นแล้ว หนังสือเล่มนี้หลัง จากออกวางจำหน่าย ก็มีผู้คนมาซื้อไปอ่านอย่างไม่ขาดสาย พิมพ์แล้วพิมพ์อีก จนนับครั้งไม่ถ้วนก็ยังไม่พอขาย

ปัจจุบัน หนังสือดีมีสาระ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหนังสือเกี่ยว กับพระธรรมเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ใช่ว่าจะมีน้อย แต่จะหา หนังสือที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย รู้สำนึกเหมือนดั่งหนังสือเทวราช โองการเล่มนี้ไม่ใช่ง่ายเลย เนื่องจากหนังสือเทวราชโองการ เล่มนี้ ไม่เพียงแต่มีภาพที่แสดงถึงการรับโทษทัณฑ์ของผี บาปในนรกภูมิแล้ว การเดินเรื่องก็ไม่วกวน ใช้คำศัพท์ที่อ่าน แล้วเข้าใจง่าย ให้ผู้คนรับรู้ถึงการสร้างบาปกรรมในชาตินี้ ไม่เพียงแต่ต้องตกนรกหมกไหม้แล้ว วิบากกรรมนี้ยังจะไป ปรากฏที่ชาติหน้า คนฉลาดอ่านแล้วรู้จักละเว้นกรรมชั่ว ผู้โฉดเขลาฟังแล้วก็ยังเกรงกลัวต่อบาป

ปัจจุบัน ศีลธรรมคุณธรรมล่มสลาย ค่านิยมของสังคม ยิ่งมายิ่งเลวทราม จะให้ผู้คนอ่านหนังสือแล้วเข้าถึงธรรมะ หรือซึ้งถึงคำสอนของบรรพจารย์เก่าก่อนเป็นเรื่องยากยิ่ง แต่หนังสือเทวราชโองการเล่มนี้หาเป็นเช่นนั้นไม่ หนังสือจะชี้ชัด ไปเลยว่า ผู้ใดทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ต้องถูกลงโทษ มิผิดเพี้ยน แม้กระเบียดนิ้ว ทำให้ผู้คนอ่านแล้วระทึกจิตจนเกิดหิริโอต ตัปปะ รู้สำนึกผิด และกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ยิ่งผู้ใดประสบ เคราะห์กรรมโรคภัยไข้เจ็บหรือภัยพิบัติ ถ้าได้ภาวนาอธิษฐาน บนบานว่าจะตีพิมพ์หนังสือเทวราชโองการออกเผยแผ่ จะได้ อานิสงส์อย่างคาดไม่ถึง จากเคราะห์ร้ายกลายเป็นดี จากทุกข์ กลายเป็นสุข ฉะนั้นหนังสือเล่มนี้ จึงได้แพร่หลายในประเทศจีนถึงต่างประเทศ นอกจากเมืองใหญ่ในเอเชียอาคเนย์แล้ว ยังไปถึงทวีปยุโรป และอเมริกาอีก ขอให้เป็นถิ่นที่คนชาติเรา ไปถึงหนังสือก็จะเผยแผ่ไปถึงที่นั่น

การขายดีของหนังสือเล่มนี้ พลอยทำให้หนังสือธรรมะ เล่มอื่นขายดีไปด้วย นี่คือเสาหลักแห่งการโต้คลื่นค่านิยมที่ นับวันยิ่งเลวร้ายของสังคม เป็นโอสถที่บันดลให้มโนธรรมอันเลือนรางในจิตมนุษย์ค่อยๆ กลับคืนมา ขอให้เพื่อนร่วมชาติ ของเราได้ก้าวสู่แดนแห่งเมตตาจิต แดนแห่งจิรายุวัฒน์เทอญ นี่คือความหวังของเพื่อนข้าพเจ้า และเป็นความพึงประสงค์ ของผู้มีกุศลจิตทั้งหลาย (จินอิ่วเซิงเขียน ณ หมิงกั๋วปีที่ 17 ค.ศ.1928)