บันทึกนรกคนเป็น ตอนที่ 5

437 Views

จิตใจโหดร้ายพรหมลิขิตตกต่ำ
ความดีเพื่อความดีดีตลอด

 

พระจี้กงเสด็จลงประทับทรง กลอนนำเสด็จ
เหนือภูเขาปทุมาสน์ลอยเหนือเมฆ
ลอยสู่เขตแดนมนุษย์แหวกเมฆลง
อย่าเอ่ยเลยว่าไม่เคยเกิดเป็นคน
จิตจำนงสำนึกผิดรับเสด็จ

 

พระจี้กง : ชาวโลกขณะอ่าน“บันทึกนรกคนเป็น” ควรเข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้เป็นพระกรุณาธิคุณเบื้องบนที่ต้องการโปรดดวงวิญญาณของเหล่าเวไนยสัตว์ จึงยอมเปิดเผยถึงสถานการณ์ที่จิตวิญญาณคนเป็นได้รับโทษ และสถานที่ที่เปิดเผยให้ไปเยี่ยมดูก็เป็นเพียงบางแห่งเท่านั้น หวังว่าเหล่าเวไนยสัตว์พอจะเข้าใจว่าตนเองสามารถเทียบเคียงความผิดที่คล้ายคลึงกันได้บ้าง เพื่อเพิ่มความวิริยะในการแก้ไขให้ดีขึ้น หากจะเอาความละเอียดของขุมนรกคนเป็น ซึ่กว้างใหญ่ไพศาลมาเปิดเผยให้หมด คงต้องใช้เวลายาวนานถึงสี่ห้าปี ก็ยังเกรงว่าจะเที่ยวไม่หมด และเนื่องด้วยกาลเวลากระชั้นชิด จึงเลือกเอาจุดสำคัญมาพอเป็นพิธี เพื่อให้ชาวโลกได้รู้เข้าใจ ขอเพียงให้มนุษย์สามารถเข้าใจถึงจุดประสงค์ของเบื้องบนด้วย
เฟยหลวน : ราตรีสวัสดิ์อาจารย์ ! เท่าที่อาจารย์กล่าวมาเมื่อครู่นี้ว่าเราไปเยี่ยมดูเป็นเพียงบางส่วนของนรกคนเป็นเท่านั้น หมายความว่าไม่สามารถไปเที่ยวได้ทั่วหมดใช่ไหมคะ
พระจี้กง : ใช่แล้ว ! จุดมุ่งหมายของการเขียนหนังสือก็เพื่อตักเตือนชาวโลก ต้องการให้ชาวโลกเข้าใจ ยกตัวอย่างหนึ่งอย่างก็พอจะเข้าใจถึงสามอย่างได้ ถ้าเราสังเกตการกระทำ(ความประพฤติ)ของตนเองก็สามารถเรียบๆ เคียงๆ ให้เข้าใจได้ด้วยประการฉะนี้ก็ถึงจุดมุ่งหมายในการเปิดเผยนรกคนเป็นแล้ว
เฟยหลวน : ถ้าพูดอย่างนี้ สถานที่ที่เราท่องเที่ยวกัยังไม่ถึงหนึ่งในสิบเลยซิ
พระจี้กง : อย่าว่าแต่หนึ่งในสิบเลย กลัวว่าหนึ่งในพันก็ยังไม่ถึงเราศิษย์อาจารย์ก็เพียงเลือกสรรสถานที่ที่มี่ความหมายเป็นตัวแทน เพื่อการเขียนหนังสือตักเตือนผู้คน มิฉะนั้นแล้วชาวโลกมี่มีการเจ็บป่วยนับหมื่นๆชนิด หากจะเที่ยวดูเสียทุกๆ แห่งก็ไม่รู้ว่าจะเสียเวลาไปอีกกีมากน้อย ขืนไปทั่วหมดถึงตอนนั้นหนังสือนรกคนเป็น ก็อาจจะหมดค่าในการตักเตือนผู้คนแล้ว(สายไปแล้ว)
เฟยหลวน : อื่อ! น่าเสียดาย ! แต่ว่า..เพื่อให้ผู้คนได้รู้ถึงสาเหตุการเจ็บป่วย เมื่อรู้สาเหตุแล้วจะได้เกิดจิตสำนึกผิดเสมอๆ และมีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณมั่นปฏิบัติธรรมสร้างบุญทำจิตภาวนา การเจ็บป่วยก็จะค่อยๆ ลดหายไปเองเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วศิษย์ก็พอใจแล้วค่ะ
พระจี้กง : ฮาฮ้า ! ถูกแล้ว เฟยหลวนมีปัญญาเพิ่มพูนขึ้น ที่โรงเจของเจ้าก็มีผู้ที่เจ็บป่วยอยู่แยะ ที่รับประทานทั้งยาทั้งฉีดก็ยังไม่ได้ผล เมื่อได้ทำบุญทำกุศลแล้วอาการของโรคก็หายไปอันเป็นหลักฐานยืนยันได้ไม่ใช่หรือ
เฟยหลวน : ค่ะ! ใช่แล้วค่ะ! ตัวอย่างแบบนี้มีให้เห็นหลายคนในโรงเจ ถ้าจะยกตัวอย่างมาทั้งหมดก็มากพอที่จะทำเป็นหนังสือได้เล่มหนี่งทีเดียว
พระจี้กง : นี่ก็เป็นสิ่งยืนยันแล้วมิใช่หรือ! กรรมไม่มีใครรับแทนกันได้ ต้องทำบุญทำกุศลด้วยตนเอง จึงจะชำระล้างหนี้กรรมได้แต่ต้องมีบุญกุศลเต็มบริบูรณ์ หนี้กรรมนั้นก็จะลดน้อยลงไปเมื่อหนี้กรรมหมดไปแล้วการเจ็บป่วยย่อมหมดไปเป็นธรรมดาด้วยเหตุนี้ หวังว่าขณะที่คนกำลังมีการเจ็บป่วยอยู่ จะสามารถสำรวจพิจารณาการกระทำของตัวเองที่ผ่านมา ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลง แก้ไขการเจ็บป่วยอันเนื่องจากแรงกรรมนั้นได้เวลาค่ำมากแล้ว เฟยหลวนรีบขึ้นบนปทุมาสน์ เราต้องรีบไปกันแล้ว
เฟยหลวน : ค่ะ! แต่ละครั้งที่ได้สนทนากับอาจารย์ มักจะไปถึงสภาวะจุดที่ลืมตัวเอง ซึ่งดีเหลือเกิน ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้วค่ะเชิญอาจารย์ออกเดินทางได้แล้วค่ะ
พระจี้กง : ดีนะดี แต่อย่าให้ลืมหน้าที่ในการแต่งหนังสือ เอ้านั่งเรียบร้อยแล้ว ไป ..ถึงแล้ว ..ท่านยมบาลรออยู่แล้ว เฟยหลวนเข้าไปคารวะท่านซิ
เฟยหลวน : ค่ะ! ศิษย์เฟยหลวนขอกราบนมัสการท่านยมบาลขอโทษที่ทำให้ท่านรอนาน
ยมบาล: มิต้องเกรงใจ รีบลุกขึ้นเถอะ ขอเชิญท่านพระจี้กงเชิญใช้น้ำชาข้างใน ข้าพเจ้าจะพาเฟยหลวนไปเที่ยวชมนรกคนเป็นเอง
พระจี้กง: ดี ดี! อาตมาจะรออยู่ที่ห้องรับรอง
ยมบาล : เฟยหลวนตามข้าฯมา
เฟยหลวน : ค่ะ! รบกวนท่านยมบาลหลายครั้ง รู้สึกไม่สบายใจ
ยมบาล : เฟยหลวนไม่ต้องเกรงใจ เจ้าได้รับโองการให้วิญญาณท่องเที่ยวเพื่อแต่งหนังสือ ข้าฯ นี่ซิควรช่วยเหลือส่งเสริมอีแรงเมื่อหนังสือนี้ตีพิมพ์สู่ชาวโลกแล้ว มิเพียงได้ตักเตือนผู้คนที่หลงผิดจำนวนไม่น้อย ชื่อของนรกคนเป็นก็ได้อาศัยหนังสือธรรมะของโรงเจเจ้าทำให้โด่งดังขึ้นมาทันที ฮ่า ฮ่า!
เฟยหลวน : ท่านยมบาลชอบพูดล้อเล่น หากครั้งนี้มิใช่ความเมตตาของเบื้องบน ศิษย์ไหนเลยจะมีอาสได้มาเยี่ยมเยือน อีกทั้งชาวโลกจะโชคดีที่มีโอกาสได้รู้ถึงสาเหตุ ทั้งยังได้แก้ไขความผิดและรู้สำนึกผิดด้วยอย่างไร กันคะ
ยมบาล : พูดถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะเลือกดูเฉพาะจุดก็ตาม ก็เพียงพอต่อการตักเตือนชาวโลกแล้ว ทำไมไม่สามารถเที่ยวดูได้ทั่วก็เนื่องจากสาเหตุหลายประการ อีกทั้งสาเหตุของชาวโลกก็มีมากมาย จึงพูดมากไม่ได้และก็ไม่สามารถเปิดเผยหมดได้ในขณะเวลาที่เที่ยวดู หากอธิบายบางแห่งไม่ละเอียด ขอให้ชาวโลกโปรดเข้าใจไว้ด้วยว่า การถ่ายทอดถูกผิมีพลาดได้เป็นเพราะเบื้องบนไม่สามารถแพร่งพรายได้
เฟยหลวน : ค่ะ! ศิษย์ก็พอจะเข้าใจ ความผิดถูกในโลกมนุษย์กับที่ได้พบเห็นก็มากมายเหลือเกิน ศิษย์ทราบค่ะ
ยมบาล : อย่างนี้ก็ดี เอ้า..ถึงแล้ว..เฟยหลวนเจ้าพูดในสิงที่เจ้าเห็นในวันนี้ได้
เฟยหลวน : น่าสยดสยองจริงๆ เสียงโอดโอยจนทำให้จิตใจของศิษย์หวาดผวา เห็นความทุกข์ทรมานจากการรับโทษทำให้มีความรู้สึกอยากจะอาเจียน ดูที่บริเวณเอวและหัวเข่าของพวกหล่อนซิคะ มีเด็กทารกกำลังดูดกิน พวกเขาดูกินอะไรกันอยู่คะ บางคนก็มีเด็กทารกดูดกินที่ฝ่ามือ ที่ข้อต่อที่หัวไหล่ บริเวณที่ถูกดูดกินก็เปลี่ยนแปลงไป สาเหตุของโรคเป็นอะไรคะ แล้วพวกหล่อนกับเด็กทารกเหล่านั้นมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างไรคะ
ยมบาล : เมื่อตอนที่แล้วเรา ได้พูดกันถึงที่มาของโรคข้ออักเสบกันบ้างแล้ว ส่วนใหญ่ก็คือพวกผู้หญิงที่ไม่สงวนตัว เที่ยวมีเพศสัมพันธ์สำส่อน บางครั้งจนเกิดมีท้องก็ไปทำแท้ง แถมพูดว่าปลดปล่อยเสรี ที่จริงเป็นบาปอย่างยิ่ง หารู้ไม่ว่าหญิงที่ทำแท้งเป็นการละเมิดกฎเบื้องบน ชีวิตคนๆ หนึ่งไม่อาจเกิดมาได้เพราะเกี่ยวเนื่องกับคนไม่รักดี การทำแท้งเป็นการฆ่าชีวิตเด็กเล็กๆที่เต็มไปด้วยโอกาสเกิด พูดอีกทีหนึ่งก็คือ ตนเองเป็นฆาตกรมิใช่หรือ
เฟยหลวน : ชายหญิงในสังคมสมัยใหม่ พูดอะไรกับการปลดปล่อยเสรี สำส่อนทางเพศจนเกิดมารหัวขนขึ้น แล้วทิ้งไว้ให้พ่อแม่พวกเขา (หล่อน) เก็บไปเลี้ยง หรือบางรายกลัวพ่อแม่จะรู้เข้าก็แอบไปทำแท้งเป็นการแก้ปัญหา โดยไม่รู้ว่าการกระทำเช่นนี้ผิดกฎสวรรค์ ความคิดของตนมิชอบ แถมยังกล่าวหาพ่อแม่หัวโบราณ มิน่าเล่าพวกวิญญาณมารหัวขนเหล่านั้นจึงไม่ยอมเลิกลา เลยทำให้ต้องเจ็บปวดทรมานกัน
ยมบาล : ชาวโลกอย่าคิดว่าปลดปล่อยเสรี จึงปล่อยใจกับทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นคือความผิดมหันต์ ต้องรู้ว่ากฎสวรรค์เข้มงวดนักการทำแท้งมีโทษท่วมฟ้า เพราะอารมณ์แห่งความโกรธแค้นของทารกแท้งจะเกาะติดตัว เพราะทางขุมนรกคนเป็นไปจับวิญญาณพวกหล่อนมา จึงพากันดูดกินไปธาตุ ทำให้มีการเจ็บปวดข้อต่อต่างๆ บางครั้งก็เกาะอยู่บนร่างของมารดาบางครั้งก็เกาะบนร่างบิดา เวรกรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกันแรงกรรมจึงต่างกัน อาการปวดเจ็บก็ต่างกันไป บางครั้งเจ็บปวดตอนกลางคืนจนไม่อาจนอนหลับได้ ก็เพราะวิญญาณเป็นๆ ถูกจับมาลงโทษ ดังนั้น จึงขอตักเตือนชายหญิงบนโลกอย่าคิดแต่ความสุขชั่วครู่แต่ทิ้งเหตุแห่งบาปไว้ ต้องรู้ว่าถึงแม้ชาตินี้จะถูกกรรมตอบสนองแล้ว ชาติต่อไปก็ยังถูกโรครุมเร้าอีกด้วย ทางที่ดีทำกรรมน้อยหน่อยจะดีกว่า ควรรู้อีกว่ากรรมอันนี้ชดใช้หนี้ให้หมดยากนัก พึงระวัง! ระงับไว้
เฟยหลวน : ค่ะ! คำอธิบายของท่านยมบาลคงทำให้ชาวโลกได้กระจ่างแจ้งขึ้น ดูทางโน้นซิคะ บางคนทำไมถูกเข็มแทงที่ริมฝีปากหรือไม่ก็ที่แก้มทั้งสองข้าง มองดูเหมือนคนทรงเจ้าที่แสดงอิทธิฤทธิ์ ดูเหมือนที่คอถูกรัดจนแน่น เห็นเขา(หล่อน)แต่ละคนมีแววตาที่น่าสงสาร มองดูเหมือนกับอยากได้ศิษย์ช่วยเหลือเขาอย่างนั้น ดูแล้วน่าเวทนานัก! ศิษย์ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว ขอเรียนถามท่านยมบาลว่าพวกเขา(หล่อน) ต้องโทษด้วยเวรกรรมอะไร
ยมบาล : เฟยหลวน เจ้าช่างมีจิตราวกับโพธิสัตว์ แต่นี่เป็นเวรกรรมที่เขา (หล่อน) หากันมาเอง อย่าใจอ่อนนักเลย พวกเขา(หล่อน)มีเวรกรรมที่ไม่เคารพเทพ พุทธ หรือไม่ก็กล่าวร้ายต่อสถานธรรม เพราะเพียงคำพูดคำเดียวก็ทำให้คนอื่นเขาเสียหาย หรือพวกชอบสวด (ด่าคน) พออ้าปากก็ด่าว่าเขาซึ่งยังมิทันได้สอบสวนให้กระจ่างชัดว่าเป็นใคร ก็ออกปากกล่าวว่าเขาเสียหายแล้ว หารู้ไม่ว่าวจีกรรมจะได้รับกรรมตอบสนองถึงสามชาติ ถ้าหากไม่มีจิตสำนึกผิด ก็จะมีชาติหนึ่งเกิดมาจะยากจนเป็นขอทาน ปรากฎการณ์ของการลงโทษชนิดนี้ จะเป็นคนที่มีแผลในช่องปากอยู่เนืองๆ สำหรับคนที่อดนอนหรือร้อนในแล้วเป็นแผลในช่องปาก โดยมิเกี่ยวกับการลงโทษ แต่ต้องไม่ใช่เป็นบ่อยๆ ถ้าได้รับประทานยาแก้ร้อนใน หรือทานของเย็นๆ ก็หายแล้ว หวังว่าคงเข้าใจพูดถึงบางครั้งมีคอเจ็บจนพูดไม่ได้ หรือมีความรู้สึกเหมือนมีของมารัดคอ ทำให้รู้สึกหายใจไม่ค่อยออก เหล่านี้เกิดจากวจีกรรม การพูดจากกล่าวหาคนอื่นทำให้เขาได้รับความเสียหาย หากไม่รู้สำนึกผิดแล้วแก้ไขเสีย ชาติต่อไปเกิดมาปากเบี้ยว ปากแหว่ง เป็นใบ้ หรือเกิดปากเป็แผลพุพอง ดังนั้นหวังว่าชาวโลกอย่าเอาแต่ปากกล่าวหาผู้คน มิฉะนั้นแล้วจะเข้าตัว การด่าทอจะทให้ชะตาชีวิตตกต่ำ ควรที่จะสวดมนต์ปรมิตาหทัยสูตร ให้มาก ทำบุญให้มาก เพื่อชดใช้วิจีกรรมมิฉะนั้นตอนเวรกรรมมาถึง ผู้ที่ได้รับกรรมก็ไม่พ้นไปจากตนเอง
เฟยหลวน : ผ่านการอรรถาธิบานจากท่านยมบาลขนาดนี้แล้วศิษย์เห็นทีต้องปล่อยวางจิตใจสักร้อยใจ
ยมบาล : หือ!ทำไมล่ะ
เฟยหลวน : เปล่า!เปล่าค่ะ ศิษย์เข้าใจถ่องแท้ดีแล้ว ถึงแม้ศิษย์จะไม่พูดท่านยมบาลก็รู้ ขอบคุณท่านยมบาลที่อธิบายขอเรียนถามต่อว่ามีบางคนที่ป่วยแล้วพูดว่า “จิตฟ้าปางก่อน” อย่างเช่นโรคหัวใจเอย โรคเบาหวานเอย ต่างๆ เป็นต้น ที่ว่า “จิตฟ้าปางก่อน” มันเป็นอะไร อธิบายว่าอย่างไร ได้รับกรรมตอบสนองอย่างไร
ยมบาล : เรื่องของกฎแห่งกรรม ที่นำกรรมจากอดีตชาติมาสู่ปัจจุบันชาติ ชาวโลกมักไม่เห็นกรรมตามสนองทันตาเห็นจึงคิดว่ากรรมไม่มีการตอบสนอง สิ่งที่พูดกันว่า “จิตฟ้าปางก่อน” เป็นเรื่องที่ชาวโลกพูดยกย่องกัน ที่จริงควรพูดว่า “นำกรรมมาเกิด”
เฟยหลวน : ชื่ออันี้ฟังดูแล้วเหมือนใหม่ ศิษย์เคยได้ยินมาว่า “นำกรรมไปเกิด” ณ สุขาวดีเพื่อบำเพ็ญต่อ เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่า “นำกรรมมาเกิด” ในมนุษยภูมิ
ยมบาล: เจ้าเฟยหลวนเอย เจ้ายังไม่รู้อะไร อันที่จริงแล้วแต่ละคนต้องนำกรรมมาเกิดไม่มากก็น้อยบ้าง ดังนั้น “กรรม” ก็คือเหตุแห่งบาปของอดีตชาติ ซึ่งเหตุแห่งบาปนี้ทั้งใหญ่เล็กไม่เหมือนกัน เวลาแห่งการเจ็บป่วยก็ไม่เหมือนกัน อย่างที่ชาวโลกยกย่องกันว่าโรคแห่ง “จิตฟ้าปางก่อน” ล้วนเป็นเกิดจากการก่อกรรมหนักของอดีตชาติ ถึงแม้จะมีบุญได้เกิดเป็นคนอีก แต่เพราะกรรมเก่าที่ก่อไว้หนักมาก ดังนั้นพอเกิดมาใหม่ก็เริ่มต้นรับกรรมตอบสนอง ด้วยเหตุแห่งกรรมนี้ก็อย่างที่เจ้าพูดว่า เหตุแห่งการเจ็บป่วยของ “จิตฟ้าปางก่อน” นั่นไงเล่า
เฟยหลวน : ท่านยมบาลจะกรุณาให้รายละเอียดสักหน่อยได้ไหมคะว่า สาเหตุพวกโรคแห่งจิตฟ้าปางก่อนอย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคลมบ้าหมู โรคหัวใจ ต่างๆ เป็นต้น เกิดจากก่อกรรมขนาดไหนไว้จึงเป็นโรคนั้นๆ
ยมบาล: ที่จริงในพระสูตรที่ว่าด้วย “กรรมแห่งสามภพ” ก็มีการอธิบายไว้แล้ว แต่เมื่อเจ้าเที่ยวดู “นรกคนเป็น” การรับโทษของวิญญาณคนเป็นก็มีหลักแห่งเหตุผลอย่างเดียวกัน เพียงแต่เป็นเวรกรรมหนักที่แตกต่างกันเท่านั้น ตัวอย่างคนเป็นโรคหัวใจก็อย่างที่เจ้าได้เห็นมาแล้วมิใช่หรือ บางคนก็มีมีดปักอยู่ที่หัวใจบางคนก็มีของหนักทับที่หน้าอก ก็ขึ้นอยู่กับว่าได้รับโทษจากสาเหตุอะไร ข้าฯ ก็ได้อธิบายไปแล้ว เจ้าคงลืมไปแล้วกระมัง
เฟยหลวน : อ๋อ!ใช่แล้ว ! แต่โรคเบาหวานกับโรคลมบ้าหมูซิไม่รู้ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไรคะ
ยมบาล : มา!ข้าฯจะพาเจ้าไปดู..ถึงแล้ว
เฟยหลวน : โอ้! คนพวกนี้ที่หลบอยู่บนนั้นกำลังถูกผู้ควบคุมเอาเหมือนกระบอกเข็มฉีดยากำลังดูดเบาเลือดออกจากตัว
ยมบาล : นี่คือสาเหตุของโรคเบาหวาน เป็นเพราะชาตินี้หรือชาติที่แล้วโลภหาทรัพย์มาโดยไม่ถูกต้อง เช่น ใช้อำนาจในทางผิดกฎหมาย ขู่เข็ญเอาทรัพย์ผู้อื่น ดังนั้น วิญญาณคนเป็นจึงถูกนำมาดูดเอาเลือดออก เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดไม่สมดุล ทำให้เกิดโรคอย่างที่คนที่ขาดเลือด (โลหิตจาง)ต้องรีบไปเข้าเลือดหรือล้างไต อย่างคนที่เป็นโรคไต เป็นเพราะชาติก่อนหรือชาตินี้หมกมุ่นในกามจนเกินเลย หรือลงมือปฏิบัติการที่ไม่ถูกไม่ควร หลอกลวงพร่าพรหมจรรย์ของหญิงสาวล้วนต้องได้รับผลกรรมอันนี้
เฟยหลวน : ดูแล้วไม่มีผิดพลาดแม้แต่น้อย เวรกรรมแต่ละอย่างก็มีการลงโทษ แต่ละชนิดที่ไม่เหมือนกัน น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ยมบาล : ผลกรรมที่เกิดขึ้น ล้วนเกิดจากใจ ชาวโลกควรเข้าใจหากใจไม่ก่อกรรมโทษก็ไม่เกิด ดังนั้นทุกสิ่งเกิดจากใจเป็นผู้ก่อ นี่แหละคือสาเหตุ
เฟยหลวน : อย่างนี้ศิษย์ขอเรียนถามท่านยมบาลอีกว่า มีบางคนชาตินี้ไม่เคยก่อกรรมนี้เลย แต่เป็นโรคชนิดนี้ จะเป็นสาเหตุจากชาติก่อนใช่หรือไม่
ยมบาล : แน่นอน(ทันใดนั้น “โอ้ย” เสียงร้องด้วยความทรมาน)
เฟยหลวน : โอ้! ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องด้วยความทรมานมาจากข้างๆ ทำให้ฉันตกใจจนกระโดด พอกลับไปแล้วคงต้องกราบไหว้เพื่อให้ท่านอาจารย์ช่วยให้วิญญาณของศิษย์สงบลงหน่อยเพราะได้เห็นผู้คุมท่านหนึ่งเอาเหมือนกระบอกเข็มฉีดยาดูดน้ำออกจากบริเวณศีรษะ โอ้ยโย! มันน่ากลัวจริง ใจสั่นเสียกว่าอะไร ขอเรียนถามท่านยมบาล นี่เป็นเวรรกรรมอะไรกัน สภาพของโรคทำไมเป็นอย่างนี้
ยมบาล : อย่างนี้เป็นการดูดเอาน้ำเลี้ยงออกมา ทำให้บริเวณสมองเกิดความว่าง ก็อย่างที่ชาวโลกเรียกกันว่า “โรคลมบ้าหมู” อย่างคนที่รับความทุกข์ทรมานเช่นนี้เป็นเพราะอดีตชาติวางแผนลวงหญิงชาวบ้าน พอข่มขืนแล้วทิ้งขว้างหรืออย่างที่ล่อลวงคนหนึ่งแล้วก็ยังคิดฉุดอีกคนหนึ่ง ดังนั้น การรับกรรมชาตินี้ จึงทำให้เขาเจ็บปวดไปตลอดชีวิต ดังนั้นขอเตือนชาวโลก อย่าเห็นแก่ความสุขชั่วครู่ เป็นการปลูกรากแห่งเคราะห์กรรม มิฉะนั้นแล้วเมื่อเวลามาถึงรู้สำนึกผิดก็ไม่ทันเสียแล้ว
เฟยหลวน : ค่ะ! ขอบคุณท่านยมบาลที่อธิบาย
พระจี้กง : เวลาดึกมากแล้ว เฟยหลวนคืนนี้พอเพียงแค่นี้ก่อนรีบกราบลาท่านยมบาลเสีย เราจะได้กลับโรงเจกัน
เฟยหลวน : ค่ะ! ศิษย์ขอกราบลาท่านยมบาล ขอบคุณที่อธิบายเชื่อแน่ว่าเมื่อชาวโลกได้อ่านแล้ว ก็คงหวาดกลัวคอยระมัดระวัง
ยมบาล : อยาได้เกรงใจเลย ขอน้อมส่งเสด็จท่านพระอรหันต์จี้กง
พระจี้กง : ขอบคุณมาก เฟยหลวนรีบขึ้นบนปทุมาสน์
เฟยหลวน : ค่ะ! ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้ว เชิญอาจารย์ออกเดินทางได้
พระจี้กง : เอ้อไป ..โรงเจจ๋วงเซินถังแล้ว วิญญาณเฟยหลวนกลับเข้าร่าง อาตมาไปละ
เฟยหลวน : ขอน้อมส่งเสด็จท่านอาจารย์