บันทึกนรกคนเป็น ตอนที่ 4

414 Views

หมั่นสร้างความดีเพื่อชำระกรรมเวร
จักทำให้กายใจพ้นจากเคี่ยวกรรม

 

พระจี้กงเสด็จลงประทับทรง กลอนนำเสด็จ
อย่าพูดว่าบาปบุญมองไม่เห็น
นรกคนเป็นสภาพทุกข์แสนสาหัส
สร้างบุญชำระหนี้ได้ผ่อนผัด
สังคมแจ้งชัดพ้นทุกข์ทรมาน

 

พระจี้กง : หนังสือบันทึกปรากฎการณ์นรกคนเป็น ที่ได้เผยสู่โลกนั้น จะเป็นเพราะเบื้องบนสมเพชเวทนา ที่ไม่อาจทนเห็นเหล่าเวไนยสัตว์จมอยู่กับการก่อกรรมทำชั่ว จึงได้เผยความเร้นลับส่วนนี้แก่ชาวโลก ผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานในปัจจุบันชาติ ส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำอันไม่ถูกทาง บางส่วนก็เป็นบาปกรรมจากอดีตชาติ ทำให้ร่างกายต้องได้รับการตอบสนองจากผลกรรม เพราะฉะนั้นผู้ที่มีร่างกายเจ็บป่วยสมควรพิจารณาสำรวจตนเองเสมอ ๆ ว่า ทำไมชีวิตของผู้อื่นมีความสุขสบาย พลานามัยแข็งแรง สามารถที่จะไปท่องเที่ยวได้ทุกหนแห่ง แต่ตนเองกลับมีโรคภัยไข้เจ็บเป็นประจำตลอดชีวิตไม่อาจหลีกพ้นจากเตียงผู้ป่วยและกระปุกยาได้ หรือเหตุการณ์ทำนองเดียวกันแบบนี้ จำเป็นต้องกลับมาสำรวจตนเอง และสำนึกบาปที่ตนเองได้ก่อกรรมไว้ จะต้องไม่เที่ยวโทษฟ้าโทษดินหรือโทษผู้อื่น หรือด่าลมว่าฝน หรือชี้เจ้าด่าพระ กล่าวหาว่าสวรรค์ไม่ยุติธรรม แผ่นดินอคติ มิฉะนั้นแล้วจะเป็นการเพิ่มพูนบาปกรรมตนเองให้หนักขึ้น
เฟยหลวน : ขอต้อนรับอาจารย์ที่เสด็จมายังโรงเจ โอวาทของอาจารย์ที่ประทานให้แต่ละครั้งล้วนเป็นปิยพจน์ที่กล่าวเตือนและกล่อมเกลาจิตคน พอเพียงให้ชาวโลกพึงระมัดระวังการกระทำและคำพูดของตนเอง โอวาทของอาจารย์เหมือนกับเอากระบองตีหัวปลุกคนให้ตื่นจากภวังค์
พระจี้กง : เฟยหลวน! เลิกยกยออาจารย์ได้แล้ว! อาจารย์หลินไต้ซือของโรงเจเจ้าก็เหมือนกัน ได้เทศนาสัจธรรมทั่วทั้งมณฑลไต้หวันแห่งนี้ ได้เผยแผ่ธรรมกถาทางวิทยุกระจายเสียงไปทั่วประเทศทั้งยังได้ตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่ว่าจะเผยแผ่ธรรมไปสู่ต่างประเทศอีก ปณิธานกุศลอันนี้ได้ถูกจารึกอยู่เบื้องบนแล้ว ซึ่งอยู่ในระหว่างการตระเตรียมให้เหมาะสมอยู่ ควรจะรู้ว่าการที่อาจารย์หลินจ๋วงซิว รับภาระในการเผยแผ่ธรรมะโดยโองการสวรรค์นี้เบื้องบนมีความรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นในขณะปฏิบัติการเผยแผ่ธรรมะ ก็จะได้รับการคุ้มครองจากวิสุทธิเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามภพ คุณภาพของเสียงก็ดี ความพิเศษของขนาดเสียงก็ดี จะได้รับการดูแลจากเบื้องบนเป็นพิเศษเพื่อเป็นการเจริญสติปัญญาความสามารถ จึงขอให้ศิษย์ของโรงเจคอยทะนุถนอม และก็หวังว่าอาจารย์จ๋วงซิวอย่าได้มีใจที่เบื่อหน่าย และอย่าได้อาศัยสาเหตุนี้ทำให้เกิดจิตใจที่หยิ่งผยองต้องรู้ว่าเหล่าเวไนยสัตว์หลงงมงายง่ายจึงต้องได้รับการช่วยเหลือและก็อาศัยโอกาสอันนี้แบกรับภาระอันหนักอื้ง ซึ่งเบื้องบนได้มอบให้ทำให้สำเร็จโดยไม่กลัวความลำบาก ถึงแม้จะมีความลำบากหรืออันตรายใด ๆ เบื้องบนย่อมสั่งให้เทพเทวาคอยปกปักรักษาช่วยเหลืออย่างเงียบ ๆ
เฟยหลวน : โอ้ ! อาจารย์ ทำไมท่านจึงยกย่องอาจารย์จ๋วงซิวเป็น “อาจารย์หลินไต้ซือ” หรือต้องการตัดรอนบุญกุศลของเขา เขาคงต้องตกใจกลัวหากอาจารย์ยกย่องเช่นนี้ อาจารย์จ๋วงซิว คงรับไม่ไหวแน่
พระจี้กง : เป็นเรื่องจริง ทำไมจะรับไม่ไหว อาตมาก็พูดล้อเล่นสนุกปาก อย่าถือเป็นจริงจังเลย
เฟยหลวน : ดีนะที่พูดล้อเล่น มิเช่นนั้นถ้าหากให้เทพ พุทธยกย่องเช่นนี้ จะทำให้จิตใจของคนเสียหายได้ ! แต่สิ่งที่อาจารย์กล่าวมาก็เป็นสิ่งที่อาจารย์จ๋วงซิวได้ตั้งปณิธานเอาไว้ ที่จริงเมื่อหลายปีก่อนถึงแม้อาจารย์จ๋วงซิวจะได้ช่วยเหลือเพื่อน ๆ ทางโรงเจอื่น ๆ ก็ตาม แต่กับการเผยแผ่เทศนาธรรม นอกจากทางโทรทัศน์และทางวิทยุแล้ว เมื่อถูกเพื่อนต่างโรงเจเชื้อเชิญก็มักจะตอบปฏิเสธทันที ตั้งแต่ปีกลายนี้เป็นต้นมาอาจารย์จ๋วงซิวได้เข้าใจและบรรลุบ้างแล้ว จึงรู้อย่างลึกซึ้งว่าชะตาชีวิตตนเองเป็นหลักในการเผยแผ่ธรรมะ ด้วยเหตุนี้เมื่อถูกเชื้อเชิญจากต่างโรงเจหรือที่อื่นๆ จึงไม่ปฏิเสธอีกเลย ในตอนนี้ทางโรงเจนี้กับโรงเจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางเหนือหรือทางใต้ก็มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงทำให้อาจารย์จ๋วงซิวต้องขึ้นเหนือล่องใต้เพื่อเผยแผ่เทศนาสัจธรรมอยู่ตลอดเวลา นับว่าก็ลำบากจริง ๆ แต่ทว่าถึงจะไม่ว่างแต่ก็มีความสุขดี
พระจี้กง : มีคำกล่าวว่า “คนมีปณิธานอันกุศลสวรรค์ย่อมคล้อยตาม” นับประสาอะไรกับการเผยแผ่ธรรมะเบื้องบนยิ่งต้องสนับสนุน ด้วยความขยันของนายจ๋วงซิว เชื่อว่าในอนาคตอันไม่ไกลนี้ต้องได้ผ่านบรรลุ อะไรบางอย่าง
เฟยหลวน : ขอบคุณอาจารย์ที่อวยพร หากพูดถึงผลบุญที่ไร้รูปลักษณ์ซึ่งเป็นความสำเร็จที่มองไม่เห็นกัน หากพูดถึงรูปธรรม ผลงานของอาจารย์จ๋วงซิวก็ได้เป็นที่ยอมรับของมหาชนตั้งนานแล้ว ยังได้รับรางวัลเกียรติยศจากทางรัฐบาลด้วยอย่างเช่นในต้นปีนี้เขามีความดีความชอบจากการเผยแผ่ธรรมะได้รับรางวัลจากผู้ว่าการมณฑลไต้หวันซึ่งมีผู้ได้รับเกียรตินิยมนี้มีเพียง 9 คน ทั่วทั้งไต้หวันเท่านั้น และอาจารย์จ๋วงซิวก็เป็นหนึ่งท่านของสำนักทรงในจำนวนเก้าท่านที่ได้รับรางวัล เหล่านี้เสมือนเป็นยาบำรุงใจอย่างแรง ไม่เพียงแต่ให้การสนับสนุนแก่อาจารย์จ๋วงซิวเท่านั้น ยังเป็นการให้ประชาชนได้เข้าใจได้ถูกต้องถึงเจตนารมณ์ของสำนักทรง ว่ามีความต้องการชักจูงคนหลงให้ตื่น มิใช่เป็นการหลอกผู้คน หากเป็นการชักจูงเหล่าเวไนยสัตว์เข้าสู่อริยมรรค ซึ่งเป็นหนทางยิ่งใหญ่อันสง่างาม
พระจี้กง : อันนี้มิใช่เป็นหลักฐานที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “ด้านหนึ่งไถหว่าน ด้านหนึ่งเก็บเกี่ยว” หรอกหรือ ซึ่งเป็นผลจากการขยันขันแข็งของทางโรงเจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นค่าตอบแทนของนายจ๋วงซิวด้วย เวลดึกแล้วรีบขึ้นบนปทุมาสน์ เราไปกันเถอะ
เฟยหลวน : ค่ะ! ได้พูดคุยกับอาจารย์ก็เป็นการเสพสุขทางหนึ่งยิ่งได้ฟังโอวาทอาจารย์ก็เหมือนเป็นการเก็บเกี่ยวทางหนึ่งเป็นเพราะเวลาไม่เพียงพอ มิฉะนั้นแล้วก็มิคิดจะหยุดเพียงเท่านี้ ศิษย์นั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอเชิญอาจารย์ออกเดินทางเถิด
พระจี้กง : แต่งหนังสือเป็นงานเร่งด่วน คุยกันเป็นเรื่องทีหลังโอกาสยังมีอีกมาก เอ้า! นั่งเรียบร้อยแล้ว ไปได้....ถึงแล้ว ยมบาลกำลังรอเราอยู่แล้ว เฟยหลวนรีบเข้าไปคารวะเสีย
เฟยหลวน : ค่ะ! ศิษย์ขอคารวะท่านยมบาล ราตรีสวัสดิ์ค่ะขอโทษที่ทำให้ท่านยมบาลและท่านวิสุทธิเทพรอนาน
ยมบาล : ยินดีต้อนรับ! ลุกขึ้นเถิด ขอเชิญท่านพระจี้กงโปรดใช้น้ำชาข้างใน กระผมจะนำเฟยหลวนไปยังขุมนรกคนเป็นเพื่อดูสภาพการณ์
พระจี้กง : เออดี! ดี! พวกเจ้าไปกันเถอะ
ยมบาล : เฟยหลวน ! ตามข้าพเจ้ามาทางนี้
เฟยหลวน : ค่ะ!ค่ะ! ศิษย์รับบัญชา หูได้ยินแว่วเสียงโอดครวญอย่างน่าเวทนาจัง
ยมบาล : ถึงแล้ว! เฟยหลวนเจ้าค่อยๆ สำรวจดู แล้วคอยถามปัญหาทีหลัง
เฟยหลวน : ค่ะ! เห็นพวกเขา (หล่อน) อยู่ในสภาพทุกข์ทรมานศิษย์ทนดูไม่ได้ แต่เป็นเพราะต้องแต่งหนังสือจึงจำเป็นต้องทนดูโอย! ทำไมพวกที่อยู่บนนั้นถูกของหนักๆ ทับที่หัว บางคนก็ถูกทับเต็มหัว บางคนก็ถูกทับเพียงครึ่งเดียว มองดูที่หน้าแล้วทุกคนมีอาการแสดงถึงควางเจ็บปวดเหลือแสน ขอเรียนถามท่านยมบาลกายเนื้อของคนพวกนี้จะมีอาการเจ็บปวดที่ศีรษะใช่ไหม พวกเขาและเธอเจ็บป่วยด้วยสาเหตุอันใด
ยมบาล : ไม่ผิด วิญญาณเป็นๆ ของเขาถูกของหนักทับที่หัวแสดงว่าส่วนหัวมีอาการเจ็บปวด เจ้าดูซิ ของที่ทับมีขนาดใหญ่เล็กไม่เหมือนกัน ทั้งนี้เป็นเพราะแรงกรรมต่างกัน จึงได้รับผลกรรมตอบสนองที่ต่างกัน ทั้งนี้สาเหตุเป็นเพราะในอดีตชาติหรือปัจจุบันชาติชอบคอยคิดบัญชีหรือวางแผนใส่ร้ายทำลายผุ้อื่น รวมทั้งผู้ที่มีพฤติกรรมไม่ชื่อสัตว์ คดโกง ทุจริตด้วยชาวโลกทั่วๆไป มักคิดว่าการปวดหัวเป็นเรื่องเล็กน้อย ที่ไม่รู้ก็คือ นอกจากการปวดหัวอันเนื่องจากไม่ระมัดระวังร่างกายที่กระทบกับอากาศร้อย-เย็นแล้วปวดหัวก็เป็นหลักฐานในการชดใช้หนี้กรรม ดังนั้น ขอตักเตือนชาวโลกจงอย่าได้คิร้ายต่อผู้อื่น มิฉะนั้นผลสุดท้ายผู้ที่เจ็บปวดคงไม่พ้นไปจากตนเอง
เฟยหลวน : ขอเรียนถามท่านยมบาล หากมีบางคนที่ปวดหัวเป็นเวลาที่แน่นอน อย่างเช่น มีวันหนึ่งในเดือนหนึ่ง ก็ต้องปวดหัวที่หนึ่ง อันนี้เป็นเพราะอะไรคะ
ยมบาล : อย่างนี้เป็นเพราะกรรมเวรที่สะสมกันมาแต่ชาติก่อนและปัจจุบันก็มีเจ้ากรรมนายเวรมาทวงหนี้เวร ในช่วเวลานี้จำเป็นต้องสร้างบุญก่อกุศล เพื่อเอาบุญกุศลมาชำระกรรมที่เกี่ยวข้องกันอยู่ ถึงแม้นวิญญาณคนเป็นจะถูกจับลงโทษอยู่ก็ตาม เมื่อบุญกุศลที่กำลังมีมากพอที่จะชำระกรรมการปวดหัวก็จะหายไปโดยปริยาย
เฟยหลวน : อ๋อ! ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ขอบคุณท่านยมบาลที่อธิบายไปดูพวกทางโน้นอีก บางคนมือถูกบอดไปข้างหลัง บางคนมือก็ถูกแขวนขึ้นข้างบน บางคนก็ถูกทำโทษให้ยกของหนักการลงโทษแบบนี้ดูแล้วลำบากมาก ไม่รู้พวกเขาทำผิดอะไรจึงได้รับโทษแบบนี้
ยมบาล : อาการของโรคนี้ในทางร่างกายจะมีการปวดแขนบางครั้งปวดจนยกแขนไม่ขึ้น บางทีแม้แต่ตอนนอนก็มีอาการเจ็บปวดและชา อันนี้คือการรับโทษของวิญญาณคนเป็นในขณะเดียวกันกายเนื้อของพวกเขาก็มีอาการเจ็บปวดให้เห็นด้วย
เฟยหลวน : ทำไมจึงเป็นเช่นนี้
ยมบาล : เพราะคนประพฤติไม่ถูกทำนองคลองธรรม การได้รับโทษเช่นนี้ก็แบ่งอดีตชาติและปัจจุบันชาติ เวรกรรมก็เกิดจากการชอบใช้มือชี้หน้าผู้อาวุโสอย่างไร้มารยาท พูดจากกับผูอาวุโสจะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องก็ลงไม้ลงมือ มือตีเท้าเตะหรือไม่ก็ชี้ฟ้า ด่าลมแช่งฝน ด่าพระด่าเจ้า หรือไม่ก็เพราะอดีตชาติหรือปัจจุบันชาติเกิดเป็นชายชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิง หรือชอบปัสสาวะไม่เลือกที่ หรือชอบหยิบฉวยของผู้อื่นและมีความประพฤติที่เลวทราม ล้วนได้รับโทษแบบนี้ทั้งสิ้นจะมีแตกต่างกันไปบ้าง
เฟยหลวน : ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง แต่ว่ากับคนที่ยังไม่ได้บำเพ็ญธรรมจะมีการอภัยกันบ้างไหม แต่กับคนที่ได้รับธรรมมาแล้วคือทั้งที่รู้ก็ยังกระทำผิดอีก อย่างนี้แล้วจะได้รับโทษหนักเบาแค่ไหน
ยมบาล : ถ้าหากคนที่ยังไม่เคยได้รู้มหาสัทธรรมก่อน การทำผิดเช่นนี้ก็สมควรได้รับโทษ แต่คนที่บเพ็ญธรรมแล้ว ทั้งๆที่รู้แล้วยังทำผิดอีก โทษที่ได้รับจะหนักกว่าเดิม การตัดสินของเบื้องบนยุติธรรม ไม่มีเอนเอียง
เฟยหลวน : โอ้! ขอโทษค่ะ ศิษย์พลั้งปากไป ศิษย์เพียงหวัให้ผู้บำเพ็ญธรรมได้เข้าใจ อย่าทำผิดทั้งๆที่รู้
ยมบาล : ไม่เป็นไร ข้าฯรู้จุดประสงค์ของเจ้า
เฟยหลวน : ขอบคุณท่านยมบาล ทางด้านนี้ก็อีกแบบหนึ่งพวกเขา (หล่อน) ที่เท้าถูกของหนักทับอยู่ บาคนเขาก็ถูกแขวนไว้ บางคนก็ถูกเชือกมัดไว้ ข้างๆ ก็มีผู้คุมใช้แรงดึงเสียแน่นแต่ละคนก็ร้องโหยหวน น่าสงสารจริงๆ ไม่ทราบว่าพวกเขา(หล่อน) มีโทษอะไรคะ
ยมบาล : สำหรับสภาพร่างกายที่ร่างกายที่บริเวณเขามีปวดบ้าง เมื่อยบ้างทั้งปวดทั้งเมื่อย ก็มีโทษที่ได้รับมีทั้งหนักและเบาต่างกันไประยะเวลาแห่งการเมื่อยเจ็บก็ไม่เหมือนกัน สาเหตุของการเจ็บป่วยก็มีเวรกรรมทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ ส่วนผู้ที่มีปัญหาที่ขา แสดงว่าถนนที่เดินไม่ดี เช่น ชอบเดินสู่บ้านโคมเขียวสถานเริงรมย์ทั้งสุรานารี บ้างก็กระทำสิ่งที่ไม่ชื่อตรงบ้างก็ไม่ดูแลธุระการงานของตนเอง ถูกชักจูงไปที่อื่นจนเสียการงาน หรือฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือหลอกลงผู้อื่น ผู้ที่มีโทษหนังบางครั้งก็ถึงกับขาแข้งหัก ถึงกับต้องตัดขาทิ้งก็มีนี่เป็นการตักเตือนความประพฤติของคนที่ขัดต่อธรรมะเบื้องบน
เฟยหลวน :แล้วพวกที่มีโรคทางไขข้ออักเสบ โรคเกาต์ก็คงมีสาเหตุเช่นนี้ด้วยกระมังคะ
ยมบาล : แน่นอน ก็มีสาเหตุหนึ่งที่เหมือนกัน แต่ก็มีสาเหตุอย่างอื่นบ้างเช่น ภายหลังการคลอดบุตแล้วการบำรุงรักษาไม่ดี ทำให้เกิดโรคดังกล่าวได้ แต่สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการทำแท้ง ซึ่งวิญญาณของเด็กไม่มีโอกาสชำระกรรมสัมพันธ์จึงได้แฝงอยู่ในกายเนื้อง ทำให้เกิดการปวดเมื่อย เป็นการชำระความแค้นเกี่ยวกับจุดนี้ ไว้พูดกันรายละเอียดของสาเหตุ
เฟยหลวน : อ๋อ! เป็นแบบนี้เอง ศิษย์เข้าใจแล้ว ไปดูกันทางโน้นอีกทำไมถูกจับแขวนอยู่กลางอากาศ ถึงแม้ยังไม่ถูกลงโทษ แต่ดูหน้าพวกเขา (หล่อน)ต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ เพราะเอาเชือกผูกเชือกบั้นเอวแล้วแขวนไว้ เหมือนมัดหมูแขวน ดังนั้นอาการสุดทรมานแน่ๆ ขอเรียนถามทานยมบาล พวกเขา(หล่อน) ได้ก่อกรรมเวรอะไรไว้
ยมบาล : ผูกบั้นเอววิญญาณคนเป็นแขวนไว้ อาการทางกายเนื้อจะมีการปวดเอวปวดหลัง หรือไม่ก็ยืนตรงไม่ไหว เป็นเพราะชาติที่แล้วและชาติปัจจุบันไม่ยอมเป็นคนดี ความประพฤติไม่ดี ปล่อยตัวไปตามกามารมณ์ ลับหลังและต่อหน้ามีการแสดงหน้าสองแบบ หรือจะเรียกว่า คนตีสองหน้า เป็นคนที่ไม่มีจิตใจแน่วแน่ แรงกรรมจะหนักหรือเบาให้ดูสภาพการรับทุกข์และระยะเวลาที่ต่างกัน ดังนั้นหวังว่าชาวโลกคงเข้าใจ อย่าทำชั่วแม้จะไม่มีคนเห็น ควรรู้ว่าตาทิพย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดุจคลื่นไฟฟ้าเสียงกระซิบข้างหมอนดุจฟ้าร้อง ชาวโลกจะทำอะไรก็ตามแต่ฟ้าคือกระจกบานใหญ่สนองตอบตนเองทันที ย่อมได้รับผลตอบแทน สำหรับผู้ที่ยังบุญกุศลในชาติที่แล้ว หรือกุศลบรรพบุรุษคุ้มครองอยู่ เวลาแห่งการได้รับโทษก็จะช้าไประยะหนึ่ง เมื่อเวลามาถึงก็ไม่มีใครที่รอดพ้นจาการถูกลงโทษไปได้
เฟยหลวน : ว้า! น่ากลัวจัง ชาวโลกมักคิดเสมอว่า ถ้าทำผิดในลับก็จะไม่มีใครรู้ ถึงแม้คนอื่นไม่รู้ไม่เห็น แต่สำหรับพระเจ้าแล้วอะไรๆ ก็รู้หมด คิดดูแล้วควรระมัดระวังอย่าทำผิดจะดีกว่า อย่าคิดว่าเมื่อไม่มีผู้รู้เห็นแล้วอะไรๆ ก็ทำได้หากทำผิดก็จะรู้สึกผิดต่อจิตสำนึกของตนเอง มิน่าล่ะจึงไม่มีทางที่จะยืนหยัดเป็นคนดีได้
อีกด้านหนึ่งมีคนนอนคว่ำหน้าอยู่เวที เห็นผู้คุมถือแส้หนังอยู่ในมือ แล้วฟาดลงบนแผ่นหลังของคนเหล่านั้น เห็นผู้ถูกตีร้องโอดโอยลั่นบ้านไปหมด แผ่นหลังมีเลือดไหลเป็นลิ่มๆ ดูแล้วน่ากลัวและน่าสงสาร ไม่ทราบว่าก่อเวรกรรมอะไรมาท่านยมบาลกรุณาชี้แจงด้วยค่ะ
ยมบาล : คนพวกนี้เป็นพวกที่มีบุญวาสนา แต่ไม่รู้จักรักถนอมบุญ บ่อยครั้งมักไม่รู้จักพอในสภาพปัจจุบัน มักกล่าวหาผู้อื่นไม่เคยเห็นผู้อื่นดี หรือเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จก็ไม่เคยพูดจายกย่อง มีแต่พูดให้เขาเสียหาย ลับหลังก็นินทากล่าวหาต่างๆนรกคนเป็นก็จะจับวิญญาณเป็นๆ ของเขามาเพื่อให้หลังของเขาได้รับโทษ พวกที่มีกรรมหนัก พอตื่นขึ้นมานอกจากมีการปวดเมื่อยหลังแล้ว บางครั้งก็จะมีฝีเกิดขึ้นอันเป็นหลักฐานยืนยันการถูกลงโทษ พวกที่มีกรรมเบาๆ ตื่นขึ้นมาก็มีอาการเพียงปวดเมื่อยแผ่นหลังเท่านั้น แผ่นหลังไม่มีร่อยรอยการเป็นอะไรให้เห็น แต่สำหรับชาวโลกแล้วมักเข้าใจว่า เป็นเพราะการออกกำลังกายมากไปหรือน้อยเกินไปจนทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก หรือเกิดการขัดยอกของกล้ามเนื้อ ที่จริงแล้วการเจ็บป่วยมักมีสาเหตุมาก่อนจึงได้รับผลภายหลัง ขอให้ชาวโลกเข้าใจให้ลึกซึ้ง ยิ่งอยู่ต่อหน้าเทพ พุทธ แล้วยิ่งอย่าพูดจาว่าร้าย ในสถานธรรมยิ่งต้องไม่ให้ร้ายใคร เพราะผลการตอบสนองแบบนี้รวดเร็วมาก ควรรีบแก้ไขอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมแล้วหากไปทำผิดแบบนั้ เวรกรรมจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ ในตอนนั้นยิ่งต้องรีบสร้างบุญก่อกุศล สำนึกบาปที่ผ่านมา ช่วยเหลือสถานธรรม จึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง
เฟยหลวน : ค่ะ! วรพจน์ของท่านยมบาลเป็นยาขนานเอกสำหรับจิตสำนึกของชาวโลก เชื่อว่าชาวโลกคงเข้าใจดี ขอบคุณท่านยมบาลที่กรุณาอธิบายอย่างละเอียด
พระจี้กง : เวลาดึงมากแล้ว เฟยหลวน พวกเรากลับกันได้แล้วคราวหน้าค่อยมาใหม่เถอะ ลาท่านยมบาลเสียแล้วขึ้นบนปทุมาสน์
เฟยหลวน : ค่ะ! ขอบคุณที่กรุณาชี้แจงให้ในคืนนี้ ศิษย์ขอกราบลาไปก่อน
ยมบาล : ไม่ต้องเกรงใจ ขอนมัสการส่งท่านอรหันต์จี้กง
พระจี้กง : เฟยหลวนนั่งให้นิ่งบนปทุมาสน์
เฟยหลวน : ศิษย์นั่งนิ่งแล้วเจ้าค่ะ เชิญอาจารย์ออกเดินทางได้
พระจี้กง: ไป..ถึงโรงเจจ๋วงเซินถังแล้วเฟยหลวนลงจากปทุมาสน์ วิญญาณกลับเข้าร่างเดิม อาตมากลับแล้ว
เฟยหลวน : ศิษย์ขอน้อมส่งท่านอาจารย์