บันทึกนรกคนเป็น ตอนที่ 3

391 Views

รับโทษกรรมในนรกคนเป็นสุดทรมาน
มีคุณธรรมบุญกุศลเปลี่ยนแปลงได้

 

พระอรหันต์จี้กงเสด็จลงประทับทรง กลอนนำเสด็จ
แต่อดีตมหาสัทธรรมไม่แปรผัน
หลักธรรมแท้คงนิรันดร์ข่มไม่ได้
มั่นในธรรมล้างหนี้กรรมศรัทธาใจ
ชีวิตไซร้แบบนิพพานนิจนิรันดร์

 

พระจี้กง : ราตรีสวัสดิ์ลูกทั้งหลาย อาตมาลงมาอีกเพื่อแต่งหนังสือ “บันทึกนรกคนเป็น” เพื่อปลอบเตือนชาวโลก คนสมัยนี้จิตใจเปลี่ยนไปในทางเลว แม้แต่คนที่บำเพ็ญธรรมเหมือนกันแต่บางครั้งก็แยกไม่ออกถึงความถูกผิด ทำให้ฝึกฝนกันเหมือนคนตาบอด น่าสงสารยิ่ง
เฟยหลวน : ราตรีสวัสดิ์อาจารย์ กราบขอบพระคุณที่เสด็จลงมาแต่งหนังสืออีก ที่อาจารย์กล่าวมาเมื่อครู่นี้ ศิษย์ก็มีความรู้สึกเห็นด้วย ในสังคมยุคปัจจุบันมีสถานธรรมมากมาย แต่กลับทำให้ผู้บำเพ็ญธรรมหลายคนชอบแสวงหาความลี้ลับ หรือจัดตั้งความแปลกใหม่ทำให้สลดใจ ตั้งแต่ตั้งโรงเจจ๋วงเซินถังมาภายใต้การนำของอาจารย์จ๋วงซิวกับบรรดาญาติธรรมได้ร่วมแรงร่วมใจหว่านไถ มีความสำเร็จก้าวหน้าด้วยดี ถึงแม้จะไม่กล้าพูดว่าได้รับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่ญาติธรรมทั้งหลายที่อยู่ภายใต้การนำของอาจารย์จ๋วงซิว และภายใต้พุทธรัศมีของบรรดาพุทธะและวิสุทธิเทพทุกคนต่างก็ได้รับกันบ้าง อย่างน้อยที่สุดผู้ร่วมปฏิบัติธรรมต่างก็ได้ฝึกฝนจิตตนเอง มีอยู่เรื่องหนึ่งที่รู้สึกซาบซึ้งก็คือตัวอาจารย์จ๋วงซิวที่มีต่อผู้ที่ชอบพูดถึงความอัศจรรย์บ้าง หรือต่อผู้ที่อ้างตนว่ามิใช่ธรรมดาบ้าง หรือต่อผู้ที่สำคัญผิดว่าตนเองได้รับธรรมะอันวิเศษจากท่านอาจารย์ท่านนั้นท่านนี้ หรือต่อผู้ที่คิดว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่นขั้นหนึ่งเป็นต้น อาจารย์จ๋วงซิวจะกล่าวตักเตือนโดยไม่เกรงใจเพื่อชี้ความถูกต้อง เพราะสิ่งที่ไร้รูปลักษณ์จะมองเห็นได้นั้น ล้วนขึ้นอยู่กับจิตของแต่ละคนไปรู้สึก ซึ่งไม่อาจนำมันไปใช้กับภูมิที่แท้จริงได้ ในสภาพของโลกที่มีรูปลักษณ์นี้ มีเพียงบทความของหลักคุณธรรมที่เป็นของแท้จริงที่สุด เพราะเหตุนี้ท่านอาจารย์จ๋วงซิวก็มักถูกกล่าวร้ายไปไม่น้อยเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ศิษย์มีความรู้สึกว่าทางโลกน่าเบื่อหน่าย จิตใจคนน่าสงสารนัก
พระจี้กง : เฮ้อ! กรรมสัมพันธ์ของแต่ละคนต่างกัน เพียงแต่กล่าวว่า “พุทธจิต” เสมอภาพกัน แต่เมื่อผ่านการหมุนเวียนไม่รู้กี่หมื่นปีมานี้ ความเสมอภาพแห่งพุทธจิตนี้ ก็ยังมีผู้ที่สามารถโปรดได้กับผู้ที่ไม่สามารถโปรดได้ ดังนั้นในศาสนาพุทธจึงมีคำกล่าวว่า “แม้พุทธวิถีจะกว้างใหญ่ไพศาล ก็ยากที่จะโปรดผู้ไม่มีบุญสัมพันธ์” เป็นเพราะเบื้องบนทรงเมตตาเพื่อที่จะโปรดเวไนยสัตว์จึงประทานมหาสัทธรรมลงมาให้ผู้ที่มีบุญสัมพันธ์ก็สามารถขึ้นสู่เส้นทางมหาสัทธรรมนี้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพียงให้มีใจศรัทธาต่อธรรมะก็จะหลุดพ้นจากการเกิดดับแต่ทว่าอาตมาก็อยากถือโอกาสนี้ตักเตือนจ๋วงซิวว่า บุญสัมพันธ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเคร่งครัดจนเกินเลยไปนัก จนผู้ปฏิบัติธรรมหันหลังละก็ไม่ดีเลย
เฟยหลวน : แต่ว่านี่เป็นความตั้งใจของอาจารย์จ๋วงซิว ที่อยากจะเอาความนึกคิดของคน จากความคิดชั่วร้าย ไม่มีสัมมาสติ(ระลึกชอบ) ไม่มีสัมมาทิฏฐิ(เห็นชอบ) ไม่มีสัมมาอาชีวะ(เลี้ยงชีพชอบ)ไม่มีสัมมาวายามะ(เพียรชอบ) ไม่มีสัมมาสังกัปปะ(ดำริชอบ)ไม่มีสัมมาวาจา(เจรจาชอบ)ไม่มีสัมมากัมมันตะ(ทำการชอบ)ไม่มีสัมมาสมาธิ(ตั้งจิตมั่นชอบ)สิ่งต่างๆที่มีนิสัยไม่ดีเหล่านี้ออกไป พยายามชักจูงให้มีความเห็นที่ถูกต้อง เพื่อให้พวกเราจะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกอยู่ห่างจากทุกข์ทั้งมวล
พระจี้กง : อันนี้ถึงแม้จะเป็นความหวังดีของนายจ๋วงซิวก็ตามแต่ว่าจะมีใครเข้าใจได้ถูกต้องและยอมรับเล่า อย่างไรก็ช่างอาตมาก็ยังรู้สึกว่าบรรดาสานุศิษย์ของโรงเจจ๋วงซินถังนี้โชคดีที่มีนายจ๋วงซิวเป็นผุ้นำเพราะมีสัมมาทิฏฐิ บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายที่มีความสำเร็จในขณะนี้นั้น อาตมาขอถือโอกาสนี้บอกกล่าวแก่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายว่า การที่มีธรรมาจารย์ชี้แนะความถูกต้องนั้น ไม่รู้ว่าต้องมีบุญกุศลที่บำเพ็ญมาไม่รู้จักกี่ชาติ ถ้าหากลูกศิษย์ทั้งหลายบำเพ็ญจริง จงรู้จักระมัดระวังตัวไม่พูดจาที่เป็นการลบหลู่อาจารย์ มิฉะนั้นจะเป็นการสูญเสียความทนลำบากที่มีในครั้งแรกที่เข้าสู่โรงเจจ๋วงเซินถังนี้ไป
เฟยหลวน : อาจารย์เจ้าขา! นี่เป็นการยกย่องของท่านหรือเปล่าคะ
พระจี้กง : มิใช่เป็นการยกย่องที่เกินเลย มันเป็นความจริง ทั้งนี้เพราะนายจ๋วงซิวได้น้อมรับโองการลงมาเกิด ถึงแม้บางครั้งจะใช้อำนาจเด็ดขาดเกินเลยไปบ้าง เพราะนี่เป็นโองการเบื้องบนจึงต้องเด็ดขาด การใช้อำนาจเด็ดขาดแข็งแกร่งเกินไป บางครั้งก็ไม่เหมาะกับบางคน แต่ว่าอาตมาก็หวังว่าบรรดาสานุศิษย์ทั้งหลายควรจะเปลี่ยทัศนคติบ้าง ลองมายืนอยู่ข้างนายจ๋วงซิวแล้วค่อยๆ ตรึกตรองดูสักรอบหนึ่ง ก็จะเข้าใจถึงแรงกดดันที่จ๋วงซิวได้รับอยู่ พิจารณาให้ลึกๆ เข้าไปถึงภายในใจของจ๋วงซิวแล้วก็ปรับความเข้าใจของตนในส่วนที่ยังไม่เข้าใจก็จะไม่ยากเลยที่จะรู้สึกถึงแรงสังหรณ์โดยตรงของนายจ๋วงซิวที่มีความคิดเพื่อมหาสัทธรรม เพื่อภารกิจทางธรรมะของโรงเจจ๋วงซินถังแห่งนี้
เฟยหลวน : ขอบคุณปิยวาจาของอาจารย์ ทำไมช่องว่างระหว่างคนนับวันยิ่งห่างกันมากขึ้น อาจคงเป็นเพราะขาดการประสานและปรับปรุงความเข้าใจ และส่วนใหญ่ก็เห็นแก่ตนเองโดยไม่ยอมไปรับเข้าใจผู้อื่น จึงทำให้สังคมนับวันยิ่งไม่มีมนุษยสัมพันธ์ ซึ่งนำไปสู่ความเน่าเสียของจิตใจคน
พระจี้กง : พูดถูกแล้ว เอาล่ะ เวลาดึกแล้ว เราไปกันเถอะ เฟยหลวนขึ้นบนปทุมมาสน์เถอะ เฟยหลวน : ค่ะ! ศิษย์น้อมรับบัญชา แต่เอ๊ะ! อาจารย์คะ! รู้สึกว่าปทุมมาสน์นี้จะมีกลีบบัวเพิ่มมาขึ้นนะ ยิ่งที่ยิ่งรู้สึกสำเร็จมากขึ้นนะ
พระจี้กง : อันนี้เป็นเพราะดอกบัวของเจ้าได้ไปท่องเที่ยวยังพุทธประเทศมา เพื่อเป็นการตอบแทนคุณค่าแห่งความลำบากในหลายปีที่ผ่านไป กับมรรคผลจากจิตบรรลุของเจ้าด้วยเอาละ หลับตาลงเสีย ปทุมาสน์ขึ้นแล้ว...ถึงแล้วเฟยหลวนลงจากปทุมาสน์
เฟยหลวน : ได้ยินเสียงอู้ๆ ผ่านหู ไม่คิดว่าจะรวดเร็วขนาดนี้ ที่นี่เป็นที่ไหนกันคะ ทำไมจึงมืดครึ้มไปหมดอาจารย์!ท่านอย่าทิ้งหนูไปนะคะ ศิษย์รู้สึกกลัว
พระจี้กง : อย่ากลัว ที่นี่เป็นขุมนรกชั้นที่สี่ นรกคนเป็น เป็นสถานที่ที่ใช้ลงโทษคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ชาวโลกทั่วไปเมื่อตายไปแล้วจึงได้รับการลงโทษแต่ก็ไม่มีใครเห็น คนบางคนยังไม่ตายก็ได้รับการลงโทษที่นี่ คือรับกรรมทันตาเห็น
เฟยหลวน : อ๋อ! เป็นเช่นนี้เอง เอ้อ! ข้างหน้าโน้นรู้สึกค่อยสว่างหน่อยหนึ่ง ดูเหมือนจะมีคนมาหลายคน (ทั้งสองเดินพลางคุยกันไปพลาง)
ยมบาล : คารวะท่านพระจี้กง ขอต้อนรับท่านอรหันต์จี้กงที่เสด็จมายังยมโลก พวกกระผมได้รับเทวโองการของท่านเง็กเซียนฮ่องเต้ ทราบว่าท่านจี้กงรับโองการให้นำคนทรงจากมนุษยโลก มาเยี่ยมชมเพื่อแต่งหนังสือ นับว่าเบื้องบนทรงกรุณายิ่ง นรกแห่งนี้ยังไม่เคยแพร่งพรายสู่ภายนอกมาก่อนหากไม่ใช่เพราะเวลากระชั้นชิด ใจคนเหี้ยมโหด อีกทั้งชาวโลกมี่มีการเจ็บป่วย หรือเคราะห์ภัยที่เกิดจากแรงกรรม โดยไม่เคยพิจารณาความผิดที่ผ่านมา เอาแต่โทษฟ้าดิน หากมิใช่พระแม่ทรงธรรมเมตตาสงสารที่ไม่อาจทนเห็นลูกๆ ได้รับความทุกข์ทรมานแล้ว เชื่อได้เลยว่านรกแห่งนี้จะไม่มีโอกาสเปิดเผยสู่มวลชน
พระจี้กง :ท่านยมบาลเกรงใจไปแล้ว เฟยหลวนรีบเข้าไปคำนับท่านยมบาลซิ
เฟยหลวน : ค่ะ! ศิษย์เป็นคนทรงของโรงเจจ๋วงเซินถัง เมืองไถจง ขอคำนับท่านยมบาล และท่านผู้ศักดิ์สิทธิ์ทุกท่าน
ยมบาล : มิต้องเกรงใจเฟยหลวน รีบๆ ขึ้นมา โรงเจของท่านสามารถรับโองการให้รับภาระหนัก ประกอบกับความขยันขันแข็ง ในการเผยแผ่มหาสัทธรรม โดยมีจิตมุ่งมั่นมิได้ท้อถอยเลยมา! เชิญท่านพระจี้กงและเฟยหลวนเข้าพักผ่อนกันข้างในตำหนักเถิด
พระจี้กง : เวลามีจำกัด ขอให้นำเฟยหลวนตรงไปยัง “นรกคนเป็น” เพื่อให้เห็นสภาพแท้จริง อาตมาจะรออยู่ในตำหนักก่อน
ยมบาล : ขอรับ! ข้าน้อยขอรับบัญชา เชิญเฟยหลวนตามข้าพเจ้ามาเถิด
เฟยหลวน : ค่ะ! ขอบคุณท่านยมบาล โอ้! หูได้ยินเสียงร้องทรมานมากมาย ขอเรียนถามท่านยมบาล คนที่ได้รับโทษที่นี่คงเป็นคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกมิใช่เป็นคนที่ตายไปแล้วนะ(เดินพลางถามพลาง)
ยมบาล : ถูกต้อง! นรกแห่งนี้ได้จับวิญญาณคนเป็นมารับโทษซึ่งกายเนื้อก็ได้รับผลโดยมีการเจ็บปวด ด้วยเหตุนี้เพื่อที่จะตักเตือนผู้คนให้รู้ถึงสาเหตุแห่งการเจ็บป่วยจะได้ละชั่วสู่ดีให้ประกอบความดีให้มากเพื่อขจัดแรงกรรม...ถึงแล้วที่นี่คือ “นรกคนเป็น” เฟยหลวน : โอ้ย! น่ากลัวจัง! วิญญาณคนเป็นเหล่านั้นนอนอยู่บนโต๊ะ มีก้อนหินทับอยู่ที่ท้อง บ้างก็มีมีดปักอยู่ด้วย ทั้งนี้เป็นเพราะอะไร
ยมบาล : คนพวกนี้กระทำผิดต่อผู้ใหญ่ ไม่เคารพพ่อแม่ พูดจากไม่เคารพนับถือ การเจรจาล่วงเกินก้าวร้าว จึงได้รับโทษกรรมอันนี้ ชาวโลกที่มีอากาปวดท้องหรือท้องไม่ค่อยสบาย ส่าเหตุมักเกิดจากเครียดหนัก หรือรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาหรือทำงานนั่งขดนานเกินไป ทำให้เกิดอาการขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากสาเหตุที่มองเห็นได้ ถ้าได้รับการดูแลรักษที่ดีก็จะหายได้ แต่ทว่า พวกที่มีสาเหตุที่มองไม่เห็น หรือไม่รู้สาเหตุแห่งการเจ็บป่วย พวกนี้แหละที่วิญญาณของพวกเขาจะถูกจับลงโทษที่นี่ ถ้าหากคนที่มีนิสัยวาจาก้าวร้าวต่อผู้ใหญ่แล้วยังไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลง ต่อให้เจ้าหาแพทย์ที่เก่งแค่ไหนที่มีอยู่ในโลกนี้ ก็ไม่อาจรักษาให้เจ้าหายได้ ดังนั้นข้าพเจ้าหวังว่าคนที่ได้รับโทษนี้จะสำนึกผิดแล้วรีบแก้ไขให้ดีขึ้นเพื่อว่าวิญญาณของเขาจะได้ไม่ต้องมารับทุกข์ทรมาน ซึ่งสูญเสียทั้งพลังงานและจิตใจ
เฟยหลวน : เห็นพวกเขากำลังร้องโอดโอยน่าสงสาร!ขอให้ศิษย์ได้สอบถามวิญญาณคนเป็นเหล่านี้หน่อยได้ไหม
ยมบาล: “นรกคนเป็น” บันดาลขึ้นเพื่อลงโทษมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ดังนั้นร่างกายของพวกเขาจึงจำเป็นต้องปกปิดเป็นอย่างยิ่งพวกเขาสามารถรู้ได้เพียงสาเหตุแห่งการเจ็บป่วยเท่านั้นเพื่อชาวโลกไม่ประพฤติผิดเป็นเยี่ยงอย่างก็พอ ดังนั้นจึงสัมภาษณ์วิญญาณคนเป็นไม่ได้
เฟยหลวน :เป็นเช่นนี้เอง ทางด้านนี้มีบางคนล้มอยู่กับพื้นท่าทางดูเหมือนจะเจ็บปวดอย่างสุดขีด ขอเรียนถามท่านยมบาลว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร
ยมบาล : อ๋อ พวกที่นอนเจ็บอยู่บนพื้นนั้น พวกนี้กำลังถูกโรคความดันโลหิตสูงเล่นงานอยู่ พวกนี้เป็นเพราะความคิไม่บริสุทธิ์ หรือพวกที่ชอบฟุ่มเฟือย หรือพวกที่ชอบนินทาผู้อื่นก็ต้องได้รับโทษแบบนี้ทั้งนั้น
เฟยหลวน :ถ้าอย่างนั้นพวกวิญญาณคนเป็นเมื่อถูกจับมารับกรรมในช่วงระยะเวลานั้น ในโลกมนุษย์เขาก็ใช้ยารักษากันเต็มความสามารถ บางคนก็ให้หมอช่วยเหลืออย่างรีบด่วนแต่ว่าทำไมบางคนก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา บางคนตายไปเลย
ยมบาล : ใน “นรกคนเป็น” มีจุดมุ่งหมายเพื่อลงโทษอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น การนำเอาวิญญาณเป็นๆ ของเขามารับกรรมจะมีเวลาจำกัด บางคนก็ 10 นาที บางคนก็ครึ่งชั่วโมง บางคนก็หนึ่งชั่วโมง บางคนก็ถึง 24 ชั่วโมง เป็นเพราะกรรมต่างกันมาบ้างน้อยบ้าง เวลาถึงไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ไม่ถึงกับตายผู้ที่เข้ารักษาอย่างฉุกเฉินแล้วตายนั้น มิใช่นรกขุมนี้เป็นผู้จับวิญญาณเขามา เป็นเพราะอายุของเขาหมดลงแล้วจึงถูกจับไปยังที่อื่น ที่นี่เพียงให้วิญญาณเป็นๆ ทุกคนทรมานไม่ใช่ให้วิญญาณถึงฆาต ดังนั้น ขณะที่กำลังเจ็บป่วยอยู่นั้น หากญาติรีบๆ ตั้งปณิธานจะสร้างกุศล ก็จะสามารถมีอาการดีขึ้นทำให้ระยะเวลาแห่งการเจ็บป่วยหดสั้นลง หากกุศลที่สร้างพอเพียง วิญญาณก็จะไม่ถูกจับไปรับกรรมอีก
เฟยหลวน : เป็นเช่นนี้เอง ศิษย์เข้าใจแล้ว พวกคนที่ถูกมีดปักอยู่บนนั้นกำลังร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดทรมาน น่าสงสารจังนะ ขอเรียนถามท่านยมบาลว่า พวกเขาเป็นโรคอะไรในเมืองมนุษย์
ยมบาล : พวกนี้เป็นโรคหัวใจ ได้รับโทษจากคมมีดเจ็บปวดมากกายเนื้อของเขาจะมีอาการจุกแน่นหายใจไม่ค่อยออก เจ็บปวดทรมาน โรคนี้มีสาเหตุมาจากจิตใจมีเล่ห์เหลี่ยม ชอบคิดบัญชีผู้อื่น คอยคิดแต่จะโกงเงินของคนอื่น บ้างก็เป็นกรรมเก่าจากชาติก่อน บ้างก็เป็นกรรมในปัจจุบันชาติ ขอให้ชาวโลกโปรดเข้าใจด้วย ผู้ก่อกรรมอะไรไว้ย่อมได้รับการตอบสนองแน่นอนอย่ามีใจที่คิดคอยจะเอาเปรียบ
เฟยหลวน : แต่ว่าโรคหัวใจก็มีชนิเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันแล้วจะว่ากันอย่างไร ยมบาล : โรคนี้จะแตกต่างจากโรคความดันโลหิตสูงเพียงเล็กน้อยเพราะสาเหตุจากเวรกรรมหนักเบา จึงมีโทษแตกต่างกัน
เฟยหลวน : อ๋อ! ศิษย์เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณท่านยมบาลที่อธิบายอย่างละเอียด
พระจี้กง : เอาล่ะ เวลาดึกมากแล้ว เฟยหลวนกลับโรงเจได้
เฟยหลวน : เอ๊ะ!หนูสะดุ้งเลย อาจารย์มาตั้งแต่เมื่อไร ศิษย์ทำไมไม่รู้สึกเลย
ยมบาล : การมาการไปไร้ร่องรอยและเงา ขอให้เฟยหลวนบำเพ็ญธรรมให้ดี ๆ สักวันหนึ่งก็คงเป็นแบบนี้ได้
พระจี้กง :ฮาฮ้า!ฮาฮ้า! เฟยหลวน ขอบคุณท่านยมบาลเสียแล้วเริ่มขึ้นบนปทุมาสน์
เฟยหลวน : ค่ะ ๆ ! ขอบพระคุณท่านยมบาลที่ชี้แนะ ศิษย์ขออำลาก่อน คราวหน้าค่อยมากราบท่านใหม่
พระจี้กง : ขอบใจ ! ขึ้น.......... ถึงโรงเจจ๋วงเซินถังแล้วเฟยหลวนลงจากปทุมาสน์ วิญญาณกลับเข้าร่าง อาตมากลับละ
เฟยหลวน : ขอบคุณท่าอาจารย์ ศิษย์ขอน้อมส่งอาจารย์