Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
บันทึกนรกคนเป็น ตอนที่ 2 | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

บันทึกนรกคนเป็น ตอนที่ 2

513 Views

อย่าพูดว่ากรรมไม่มีคนเห็น
มีศรัทธาต่อธรรมสุขสบาย

พระจี้กงเสด็จลงประทับทรง กลอนนำเสด็จ
ประตูสวรรค์เปิดกว้างโปรดเวไนย
อดีตไม่ได้รับธรรมเบื้องบน
สภาพการณ์นรกคนเป็นเตือนผู้คน
โปรดช่วยผู้หลงตนพ้นภัยทุกข์

พระจี้กง : คืนนี้อาตมาลงมายังโรงเจเพื่อแต่งหนังสือ “บันทึกนรกคนเป็น” ซึ่งหนังสือแบบนี้ยังไม่เคยมี จึงถือว่าเป็นหนังสือยอดเยียมที่สุดนับตั้งแต่โบราณมา หวังว่าเมื่อหนังสือจัดพิมพ์เสร็จสามารถทำให้เหล่าเวไนยสัตว์ที่ลุ่มหลงได้มีจุดมุ่งหมายที่ถูกต้องในการบำเพ็ญธรรม เข้าใจถึงกฎแห่งกรรมว่ามีความน่ากลัวนักควรรู้ว่าเมื่อปลูกพืชอะไรก็จะได้ผลอย่างนั้น กฎสวรรค์นั้นเข้มงวดนัก ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย ขอถามสักหน่อยเถิดว่าตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบัน มีใครที่เคยได้รับการยกเว้นบ้าง
เฟยหลวน : ขอต้อนรับอาจารย์ที่เสด็จมา ในยุคสุดท้ายนี้ทั้งธรรมะและมารต่างๆก็มาพร้อมกัน ทำให้อาจาย์ก็ลำบากลำบนกันมาก ท่ามกลางธรรมะอันศักดิ์สิทธิ์ผู้คนยกย่องท่านว่า “องค์พุทธะผู้กอบกู้โลก” ในขณะเดียวกันพวกอบายมุขที่ขายหวยทั้งใต้ดินบนดินก็พลอยอาศัยกาสนี้ยืมชื่ออาจารย์เป็นยี่ห้อที่ใช้กันในหมู่การพนัน ขณะเดียวกันพวกเขาก็สรรเสริญท่านเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภด้วย!
พระจี้กง : เฮ้อ! ชาวโลกปัญญาอ่อน ยังดึงอาตมาเข้าไปเกี่ยวพันด้วยเมื่อ ถึงเวลากรรมมาถึงก็ต้องรับกันเองเพราะทำเองเชื่อพระเชื่อเจ้าก็ต้องบำเพ็ญธรรมบำเพ็ญจิต อาตมามีหรือจะตียี่ห้อออกหวยสนับสนุนให้ชาวบ้านเล่นการพนัน เชื่อว่าผู้มีความรู้คงเข้าใจ อาตมากอบกู้โลกช่วยเหลือมนุษย์ บรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้ ย่อมไม่ช่วยเหลือใครที่ทำสิ่งผิด มิฉะนั้น แล้วถ้าบุคลิกของเทพไม่เที่ยงธรรมแล้ว จะยกย่องว่าเป็นพระผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไรกัน หวังว่าชาวโลกจะเข้าใจลึกซึ้ง จะได้ไม่โยนอาตมาทิ้งน้ำ คำโบราณที่กล่าวว่า “มีชื่อเสียงในโลกมนุษย์แต่กายไม่แล้วตน” กฎสวรรค์ลงโทษยุติธรรม บ้างก็ล้มละลายบ้างก็สูญเสียชีวิต บ้างก็บ้านแตกสลาย กรรมตอบสนองแตกต่างกันไป แต่ชาวโลกที่สะลึมสะลือก็ยังคง “แม้รู้ว่าในป่ามีเสือ ก็ยังคงเดินเข้าป่า” สมกับที่ว่า “ตนก่อกรรมเองก็สมควรตาย”
เฟยหลวน : ใช่แล้ว! แม้จะรู้ว่ามีโทษก็ยังคงหลงอยู่ ฟังเขาพูดกันว่า การเกิดภัยพิบัติในแผ่นดินใหญ่ก็เป็นเช่นนี้ ไม่ทราบว่าจะจริงเท็จอย่างไร
พระจี้กง : เฮ้อ! พูดกันคำเดียวไม่จบ ถือเสียว่าเป็นการคิดบัญชีครั้งใหญ่ก็แล้วกัน ชาวโลกควรเข้าใจกฎแห่งกรรมสนิงตอบนั้นน่ากลัวมาก อย่าถือแต่ความคิดฟุ้งซ่านของตนถูกต้องจนต้องรับเคราะห์จากเบื้องบน จะกลายเป็นว่าเมื่อภัยมาถึงตัวค่อยรู้สำนึกก็จะสายไปเสียแล้ว
เฟยหลวน : เจ้าค่ะ! เมื่อคืนอาจารย์พูดว่า ชาวโลกที่ได้รับโทษในนรกคนเป็น มีทั้งสาเหตุจากแรงกรรมและกรรมเก่าในอดีตชาติอย่างนี้จะอธิบายอย่างไร
พระจี้กง : สาเหตุจากแรงกรรม เปรียบเทียบกับคนที่เคยทำผิดมาก่อน ถึงแม้ตอนนี้จะสำนึกผิดและทั้งยังได้บำเพ็ญธรรมประกอบความดีแล้วถึงแม้เบื้องบนจะไม่ลงโทษผู้สำนึกผิดก็ตาม แต่เพราะแรงกรรมในการกระทำผิดเมื่อก่อนนี้ยังมีผลอยู่ก็ต้องปล่อยให้เจ้าตัวรับกรรมไป
ตัวอย่างเช่น กระจกเงาที่ทำสกปรกแม้โดยไม่ตั้งใจ แต่เจ้าก็ต้องไปขัดถูให้สะอาดระยะเวลาแห่งการขัดถูนี้ ก็เป็นระยะเวลาแห่งการชดใช้กรรมให้หมดไป ถ้าในตอนนั้นคนที่มีหนี้กรรมติดตัว (มีวิญญาณคอยทวงหนี้) “หนี้กรรม” เป็นวิญญาณที่ตายแล้วมาทวงหนี้หรือที่เรียกกันว่าเจ้ากรรมนายเวร ก็อย่างที่เจ้าของโรงเจจ๋วงซิวที่ได้ช่วยพวกลูกศิษย์ทำพิธีอุทิศกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และก็ถือโอกาสนี้ฝึกฝนจิตใจเป็นการชะล้างกรรมไปด้วย คนที่ไม่มีหนี้กรรมก็คือคนที่ไม่มีวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรติดตัว คนที่มีหนี้กรรมวิญญาณเป็นๆ ของเจ้าตัวจะถูกจับไปรับโทษใน “นรกคนเป็น” เพื่อชดใช้ความผิดตามแรงกรรม อย่างนี้เข้าใจไหม
เฟยหลวน : เข้าใจค่ะ ก็อย่างที่พูดกันว่า คนที่มีการเจ็บป่วยย่อมต้องมีสาเหตุ แรงกรรม ก็คือสาเหตุของการรับโทษใช่ไหม
พระจี้กง : ก็อย่างนั้น
เฟยหลวน : ถ้าอย่างนั้น พูดตามกฎแห่งกรรม คนที่เจ็บป่วยส่วนใหญ่ก็มีสาเหตุจากเวรกรรมติดตัว
พระจี้กง : ถูกต้อง! เฟยหลวนก็ฉลาดดีนี่ หากพบกับการสนองตอบของกรรมเวรก็ควรแก้ไข อาจมีการอธิษฐานต่อหน้าองค์พระว่าจะประกอบความดี อ้อนวอนให้เทพพุทธเป็นสรณะในการไกล่เกลี่ย โดยจะทำบุญสร้างกุศลแล้วอุทิศกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ทั้งยังต้องตระเตรียมดวงใจที่ศรัทธาแน่วแน่โดยไม่มีความลังเลใจว่าวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรก็มองไม่เห็นไม่รู้ว่าจะมีจริงหรือไม่ หากความศรัทธาไม่เพียงพอแล้วมิเพียงจะไม่สามารถไกล่เกลี่ยกับเจ้ากรรมนายเวรได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการยอมรับในการไกล่เกลี่ยเลย
เฟยหลวน : ใช่แล้ว! ศิษย์เคยเห็นอาจารย์จ๋วงซิวตอนที่กำลังช่วยผู้อื่นไกล่เกลี่ยกับเจ้ากรรมนายเวร พยายามพร่ำตักเตือนเหล่าญาติธรรมว่าต้องศรัทธาร้องขอให้เจ้ากรรมนายเวรยอมไกล่เกลี่ยกับตน ทำให้รู้ว่านั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่ว่าขอกราบถามอาจารย์ว่า เมื่อไรจึงจะสามารถแยกออกได้ว่าการเจ็บป่วยนั้นมีสาเหตุมาจากกรรม
พระจี้กง : เรื่องนี้แยกแยะกันได้ง่ายมาก เมื่อครั้งที่แล้วอาตมาก็ได้อธิบายไปบ้างแล้ว สมมุติว่าเจ้าเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาแล้วไปหาหมอ แต่ปรากฎว่ารักษเท่าไรก็ไม่ได้ผล ซ้ำยังตรวจกาสาเหตุแห่งโรคได้โดยเร็ว บางครั้งเป็นโรคธรรมดา อย่างเช่นหมอตรวจแล้วบอกว่าเป็นโรคหวัดเอายามารับประทาน ฉีดยาสักเข็ม แล้วพักผ่อนสักวันสองวันก็หายแล้ว แต่นี่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมเจ้าโรคธรรมดานี้กินยาฉีดยาก็แล้วยังไม่ได้ผล ไปหาหมอให้รักษาติดต่อกันหลายสัปดาห์แล้วก็ยังไม่หาย หรือบางครั้งแม้รู้ว่าตนเองเจ็บป่วย แต่หมอก็ตรวจหาสาเหตุไม่พบ นั้นแหละคือสภาพที่บ่งบอกว่าเป็นโรคกรรมแล้วถ้าเป็นเช่นนี้แล้วก็รีบๆ ทำบุญสร้างกุศล เพื่อชะล้างโรคกรรมที่เกี่ยวข้อง จะได้ไม่ต้องทนเจ็บปวดทุกข์ทรมาน
เฟยหลวน : อ๋อ! ที่แท้เป็นอย่างนี้เอง ศิษย์เข้าใจแล้ว
พระจี้กง : ที่จริงแล้วก็มีพวกเจ้ากรรมนายเวรรบกวนอยู่ก็ไม่น้อยตัวอย่างเช่น การค้าไม่ราบรื่นหรือคู่สมรสไม่สมหวัง หรือมีความแตกต่างกันด้านฐานะ...ต่างๆ ล้วนเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรคอยขัดขวาง
เฟยหลวน : อ๋อ! เรื่องแบบนี้ก็เกี่ยวข้องกับกฎแห่งกรรมด้วยนะ
พระจี้กง : ใช่แล้ว! ชาวโลกมีโอกาสดี เวรกรรมอดีตชาติลบล้างในชาติเดียวได้ ถ้าสามารถบำเพ็ญธรรมบรรลุจิต นับว่ามีบุญเป็นโอกาสในการขจัดเวรกรรมที่ดี หนี้กรรมที่สะสมกันมาแต่อดีตตั้งหลายชาติก็ควรจะใช้คืนเขาให้หมด
เฟยหลวน : อาจารย์จะช่วยอธิบายให้ละเอียดได้ไหมคะ
พระจี้กง : สมมุติว่าเจ้าเป็นหนี้เจ้ากรรมนายเวรอยู่หนึ่งร้อยเหรียญแต่เธอทำบุญให้เขาเพียงห้าสิบเหรียญ แล้วคิดจะให้ได้ผลจะเป็นไปได้อย่างไร ยังมีผู้ที่ทำบุญไม่พอแล้วไม่ได้ผลก็โทษฟ้าโทษดิน แถมยังกล่าวหาว่าพระเจ้าไม่ช่วยคุ้มครอง ต้องรู้ว่าเทพพุทธสามารถช่วยไกล่เกลี่ยให้เจ้าได้แต่ไม่สามารถรับกรรมแทนเจ้าได้ ชาวโลกควรคิดตรองดู กรรมเวรที่สะสมมาตั้งหลายชาติ คิดจะสะสางให้หมดในทันทีเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่ายๆ แต่เบื้องบนทรงเมตตาได้เปิดโอกาสให้ทุกๆ วิถีทาง ของเพียงแต่ให้มีใจ พระเจ้าย่อมไม่ละเลยผู้ที่มีน้ำใจ
เฟยหลวน : ขอขอบคุณเบื้องบนที่เมตตาอย่างยิ่ง ศิษย์ขอถามอาจารย์ว่านรกคนเป็นที่จับวิญญาณคนเป็นไปรับกรรมส่วนใหญ่มักจะลงมือในช่วงเวลาไหน
พระจี้กง : ส่วนใหญ่อยู่กลางคืน ยมบาลจะให้ยมทูตไปจับ
เฟยหลวน : อ๋อ! แล้วคนที่ถูกจับไป ตอนนั้นจะมีความรู้สึกอะไร
พระจี้กง :ต้องดูว่าคนที่ถูกจับไป มีโทษกรรมแบบไหน
เฟยหลวน : อ๋อ!เป็นแบบนี้เอง ถ้าอย่างนั้นขอถือโอกาสนี้ให้อาจารย์ช่วยตรวจดูคุณแม่ของหนู ชื่อ เหลี่ยวอู้เฉิน ว่าร่างกายมีสภาพอย่างไร และสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วย
พระจี้กง : ได้! รอให้อาตมาคำนวณดู 1,2,3 เห็นแล้ว ลูกเหลี่ยวมีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุ สาเหตุของโรคที่ทำให้ต้องเป็นแม่หม้ายเพราะ
ลูกเหลี่ยวเกิดมาครอบครัวจน
พ้นวัยเด็กที่แต่งให้ตระกูลล้อ
เพราะชาติก่อนเคยล่าสัตว์สร้างกรรมก่อ
บ่คิดถึงชีวิตถูกทำลาย
เตือนเจ้าอย่ายิงนกบนฟ้า
เจ้าก็หาฟังคำของข้าไม่
ลูกของมันคงเฝ้ารอแม่กลับไป
คู่มันไซร้คงเฝ้าหอรอคู่ครอง
กายสังขารเกิดมาต้องรับกรรม
ตัดสัมพันธ์อยู่เป็นหม้ายชิมรสชาติ
โชคดีมีกุศลบุญไม่ขาด
เข้าสถานเรียนธรรมะฝึกอย่างเซียน
ได้พ้นโลกพ้นกิเลสพ้นแอกทุกข์
อย่าว่าลูกเหินห่างขาดเยื่อใย
อย่าว่าตนอยู่โดดเดี่ยวว้าเหว่ใจ
ทั้งนี้ไซร้ชาตก่อนลงเมล็ดกรรม
มาชาตินี้ได้รับกรรมให้เห็นเห็น
นรกคนเป็นให้คนคอยฉีดยา
โรคหัวใจให้ดูนกที่ร้างลา
แหงนหัวคอยให้กลับมาความดันขึ้น
ให้สร้างบุญสร้างกุศลฝึกอย่างเต๋า
พ้นโง่เขลาจิตกระจ่างมลายทุกข์
มีโอกาสพบหนทางคืนแดนสุข
ย่อมรับทุกข์ชดใช้เขาล้างหนี้กรรม
โชคดีได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง
บอกศรัทธาลูกทั้งผงเป็นโล่กั้น
เพียงลูกเหลี่ยวเฝ้าดูจิตไว้ให้มั่น
อย่าให้มันขุ่นข้องก่อสาเหตุ
อันความทุกข์กังวลล้วนว่างเปล่า
เตรียมให้พร้อมเมื่อถึงคราวชีพเราหล่น
ท่องพุทโธเอาไว้ในใจตน
พ้นปุถุลูกก็ลุถึงแดนสุขเอย
ทั้งหมดนี้คือสาเหตุแห่งการรับเคราะห์และอยู่เป็นหม้ายหวังว่าเฟยหลวนจะบอกกล่าวให้ลูกเหลี่ยวได้รับรู้ เพื่อจะได้เข้าใจกระจ่างแจ้ง จะได้บำเพ็ญจนถึงวัชรกาย
เฟยหลวน : ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง กราบขอบพระคุณอาจารย์ที่บอกอย่างละเอียด ศิษย์จะเรียนคุณแม่ เชื่อว่าท่านเห็นกลอนเหล่านี้แล้ว ก็จะเข้าใจจะได้บรรลุ
พระจี้กง : ตอนนี้วิญญาณเป็น ๆ ของลูกเหลี่ยวไม่ต้องตกนรกคนเป็นเพื่อรับโทษกรรม แต่หลังจากวันนี้ขอให้จิตใจปลอดโปร่งให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทุกอย่างเกิดจากใจ ต้องโปรดตนเองแล้วเบี้องบนก็จะโปรด ลูกหลานย่อมมีโชคลาภของตนเองอนาคตก็จะได้คืนสู่แดนสวรรค์เมืองเซียน
เฟยหลวน : กราบขอบพระคุณอาจารย์ที่สั่งสอน
พระจี้กง : คราวนี้เป็นการบรรยายอีกครั้งหนึ่ง คราวหน้าเราจะไปเยี่ยมชม “นรกคนเป็น” เพื่อดูสภาพการณ์ หยุด! อาตมาจะแต่งกลอนอีกบทหนึ่ง
กฎแห่งกรรมบอกใครใครไม่รู้
ที่รู้รู้ต้องโทษเพราะโง่เขลา
หากบอกให้บำเพ็ญธรรมไม่ถึงคราว
เมื่อถึงคราวอนิจจังสายแล้วเอย
พอ ! อาตมากลับ
เฟยหลวน : ศิษย์ขอน้อมส่งอาจารย์