Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
มังสวิรัติที่ซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

มังสวิรัติที่ซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

576 Views

     คงยังจำกันได้ว่า ข่าวการรักษาโรคของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยวิธีมังสวิรัติ ได้ผลดีจนท่านต้องกลับมาคุยเป็นที่ฮือฮา ทำให้หลายคนอยากจะไปซูริคกันบ้าง
     ดังนั้นจึงขอนำเอาหลักและบทความบางตอนที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้เขียนลงบนหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ในคลอลัมน์ข้างสังเวียนมาเล่าสู่กันฟัง ท่านได้เล่าถึงตัวท่านเองว่าโรคของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช คือโรคขาดระเบียบ ก่อนออกจากเมืองไทย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ มีน้ำตาลในเลือด ๑๕๑ และการที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ไปซูริค ก็เพื่อให้คนอื่นช่วยจัดระเบียบการกินอยู่ – หลับ – นอน ให้ หลักการคล้ายพุทธศาสนา
     หมอรักษาชื่อ เคมเมอเรอร์ นับถือศาสนาพุทธนิกายหินยาน อาหารที่ให้เป็นอาหารมังสวิรัติบริสุทธิ์ ไม่มีเนื้อสัตว์หรืออะไรที่มาจากสัตว์เจือปนเลย ดูเหมือนการใช้ผักสดประกอบอาหารนี้จะเป็นยาที่สำคัญที่สุดของสถานพยาบาลแห่งนี้
     เมื่อตรวจแล้ว แพทย์จะอธิบายสมุฎฐานของโรคให้ผู้ป่วยฟัง พร้อมกับบอกวิธีรักษาให้ ซึ่งผู้ป่วยจะต้องร่วมมืออย่างใกล้ชิด
     การรักษา มีทั้งทางกายและทางใจ
     การรักษาทางกายนั้น ไม่ใช้กันอยู่ตามโรงพยาบาลทั่วไป ส่วนใหญ่รักษาด้วยอาหาร จะมีให้ยาประกอบก็เฉพาะในกรณีที่จำเป็นเป็นบางรายเท่านั้น

     อาหารที่ปราศจากพิษนั้น ได้แก่ ผักและผลไม้ พูดง่ายๆ ว่าเป็นอาหารเจล้วนๆ อาหารผักและผลไม้นั้น สังเกตดูว่าเขาใช้ของสดจริงๆ ผลไม้นั้นซื้อจากข้างนอกแต่เขาเลือกเอาอย่างสดดีทั้งนั้น
ส่วนผัก สถานพยาบาลมีสวนผักค่อนข้างใหญ่อยู่ข้างหลัง มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษา และเก็บมาให้ผู้ป่วยกินได้วันต่อวันไม่ขาด จึงเป็นผักสดชนิดเก็บวันไหนกินวันนั้นอาหารหลักที่ทุกคนต้องกินคือ “เมิสลี” ทำด้วยข้าวโอตแอปเปิ้ล ขูดให้เป็นเส้นเหมือนมะพร้าว นมเปรี้ยว และผลไม้ตามฤดูกาล
     ข้าวโอตที่บดแล้ว ตาแห้งเหมือนกับข้าวสัตตู เอามาผสมกับนมเปรี้ยวจนข้นเหมือนข้าวต้มโอต แล้วผสมลูกแอปเปิ้ลขูดเมิสลีนี้ กินวันละสามเวลาก่อนอาหาร “ความขลัง” อยู่ที่ตรงนี้
     อาหารนอกจากนั้นก็มีซุบผัก ทั้งซุบข้นซุบใส ก้านผักเปลือกผัก หรือส่วนอื่นๆ ของผักที่ไม่กินกันตามปกตินั้น เขาไม่ทิ้งเลย แต่เอาลงมาต้มรวมกันในหม้อใหญ่ เติมเกลือเล็กน้อยพอออกรสเค็มปะแล่มๆ

     อาหารแต่ละมื้อ เริ่มด้วยผลไม้ ตามด้วยผักดิบหลายชนิด ลงท้ายด้วยผักต้ม ผักนึ่ง ปรุงรสต่างๆ กันนอกจากนั้นก็มีขนมปังทำจากแป้งสาลีไม่ขาวเหมือนกับข้าวแดงของไทย และลูกนัทมันฮ่อ เกาลัด และมีเมล็ดผลไม้ประเภทเดียวกัน เครื่องดื่ม ถ้าไม่ใช่น้ำต้มผัก ก็มีน้ำเปล่าอาหารทั้งหมดนี้ คนป่วยแต่ละคนจะได้กินมากน้อยก็แล้วแต่อาการของโรค และตามแพทย์สั่งให้กิน
     เหมือนการเติมน้ำมันรถหรือเหมือนพระที่เป็นพระจริง ท่านไม่เคยเสพเพื่อรสอาหารหรือความอร่อยของสิ้นซึ่งจะไม่ทำให้ติดในรสอาหารได้เลย กินเพื่อดำรงชีวิตอยู่และปราศจากพิษหรือโทษใดๆ ทั้งสิ้น
     คนที่นับถือศาสนาจะอยู่และกินอย่างนี้ ก็เห็นจะเรียกได้ว่าเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง และเกิดผลทางใจได้มาก
     ทางสถานพยาบาลเขาบอกว่าอาหารและเครื่องดื่ม ที่กินและดื่มอยู่อย่างธรรมดา เช่น เนื้อสัตว์ สุราเมรัย หรือ แม้แต่น้ำชากาแฟ เป็นพิษแก่ร่างกาย และร่างกายเก็บพิษนั้นสะสมไว้มากเข้าก็จะเกิดโรค
     การกินอาหารแบบนี้ เป็นการถ่ายพิษออกจากตัว
     ความดันโลหิตที่เคยอยู่ในระดับ ๑๗๐หรือ๑๖๐ข้างล่าง๘๐ บ้าง ถึง ๑๐๐ ก็เคยมี มาอยู่ที่นี้ไม่กี่วัน ความดันโลหิตต่ำลงมา ๑๒๐ – ๕๐ เหมือนเด็กเกิดใหม่ และอยู่ในระดับนี้ตลอดมา
     หัวใจที่เคยเต้นคร่อมจังหวะบ้างเป็นครั้งคราว เดี๋ยวนี้ก็เต้นได้จังหวะเรียบร้อย ไม่ผิดผลาด หนุ่มขึ้นสัก๑๐ ปีเห็นจะได้

     หยูกยาอะไรก็ไม่มี กินอาหารที่เขากำหนดให้ ซึ่งได้แก่ อาหารทิพย์ “เมิสลี” และใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่เขากำหนดให้เท่านั้นเอง พูดถึงยาหรืออาหารที่นี่ก็แปลก ให้กินเมล็ดถั่ว เมล็ดงา และเมล็ดอื่นมากทายเหมือนตัวนกคีรีบูน
     กินข้าวอย่างนกหลายวันเข้า ก็เริ่มจะร้องเป็นนกคีรีบูนแต่ละที่สำคัญก็คือยอมปล่อยตัวมาจนน้ำหนักตัวเกินที่ควรจะเป็นเมื่อคิดถึงส่วนสูงไปประมาณ ๑๐ กิโลเห็นจะได้ เดี๋ยวนี้ลดไปมาก อย่างไม่เคยทำได้มาก่อน ร่างกายก็ได้รับผลดีจริงๆ จาการรักษาพยาบาลของเขา
     เรื่องอาหารเป็นหลักการของคลีนิคนี้ อาหารคือยายาคืออาหาร ถ้ามนุษย์กินอาหารถูกต้องกับสัดส่วนตามธรรมชาติที่ร่างกายต้องการ ก็จะไม่เป็นโรค หมอเบอร์เคอร์เบนเนอร์ เป็นผู้ค้นพบคุณสมบัติอันล้ำค่าของอาหารธรรมชาติ เขายืนยันว่าผลไม้และผักสดซึ่งเก็บมาใหม่ๆ นั้น เป็นอาวุธอันมีอานุภาพที่จะคอยต่อสู้กับโรคได้มากมายหลายชนิด เขาจึงคิดสูตรอาหารนี้ขึ้น เพื่อให้คนไข้ได้รับประทานควบคู่ไปกับการให้ยา การรักษาโดยตรงของเรื่องนี้คือ อาหาร การหายใจการออกกำลังกาย การพักผ่อน หลับนอน อากาศ น้ำและแสงแดด เหล่านี้ประกอบกันจะทำให้สุขภาพดีขึ้น