Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
มนุษย์ควรจัดอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่กินอาหารประเภทใด? | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

มนุษย์ควรจัดอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่กินอาหารประเภทใด?

597 Views

     มนุษย์มีความแตกต่างไปจากสัตว์ประเภทอื่น ๆ ทั้งกายวิภาค พฤติกรรม การกินอาหาร เราสามารถแบ่งประเภทของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังออกได้เป็น ๓ จำพวกตามประเภทของอาหารที่กินดังนี้
     ๑. สัตว์ที่กินเนื้อ (CARNIVORA)
ได้แก่ เสือ สิงโต หมี จระเข้ ปลาฉลาม ฯลฯ สัตว์เหล่านี้จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยเนื้อที่ได้จากการล่าสัตว์เป็น ๆ มากินเป็นอาหาร บางประเภทก็จะกินเฉพาะสัตว์ที่ตายแล้วเท่านั้น เช่น นกแร้ง เป็นต้น
     ๒. สัตว์ที่กินพืช (HERBIVORA) ได้แก่
ก. พวกสัตว์กินหญ้าและใบไม้ เช่น ช้าง วัว แกะ ฯลฯ
ข. พวกสัตว์กินผลไม้ เช่น พวกลิงที่ไม่มีหาง (ลิงแชมแปนซี ชะนี กอริลล่า และอุรังอุตัง) อาหารของลิงตระกูลนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วย ผลไม้ และถั่วเหลืองแข็ง
     ๓. สัตว์ที่กินทุกอย่าง (OMNIVORA) สัตว์ในกลุ่มนี้จะกินอาหารทุกอย่างทั้งพืชผักผลไม้รวมทั้งเนื้อสัตว์ได้แก่ ไก่ หมู นกบางประเภท ฯลฯ
     แต่ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการค้นคว้าบ่งชี้ว่าลักษณะของมนุษย์ จัดอยู่ในกลุ่มของสัตว์ที่กินพืชผักผลไม้เป็นอาหาร มนุษย์มีลักษณะใกล้เคียงกับสัตว์ในตระกูลสิงที่ไม่มีหาง เช่น ลิงกอริล่า ลิงอุรังอุตัง ลิงแชมแปนซี ชะนี ถ้าหากคิดว่ามนุษย์อยู่ในประเภทสัตว์ที่กินทั้งพืชและเนื้อเป็นอาหารโดยธรรมชาติแล้ว นั่นหมายถึงว่าร่างกายของมนุษย์จุขาดพืชหรือเนื้อสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ แต่นักวิชาการและแพทย์ปัจจุบันยืนยันว่า

     มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดะด้วยสารอาหารจากพืชผักผลไม้เท่านั้น โดยไม่ต้องพึ่งพาเนื้อสัตว์เลย ตรงกันข้ามถ้ามนุษย์กินแต่เนื้อสัตว์ ร่างกายได้รับสารอาหารต่าง ๆ จากสัตว์แต่เพียงอย่างเดียวมนุษย์จะมีสามารถมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ได้เลย ทั้งนี้เพราะสารอาหารหลายอย่างที่ร่างกายต้องการ เช่น กรดลีโนเลอิ (LINOLEIC ACID) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นและมีความสำคัญต่อมนุษย์มาก แต่พบว่ามีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในน้ำมันพืชและเมล็ดธัญญาพืช เฉพาะเนื้อสัตว์และในน้ำมันจากสัตว์ไม่สามารถจะให้กรดไขมันนี้แก่มนุษย์ได้อย่างเพียงพอ
     ในสมัยโบราณที่มนุษย์ต้องเดินทางด้วยเรือเดินทะเลเป็นระยะเวลานาน ๆ ทำให้ชาวเรือต้องตายลงด้วยโรคเลือดออกตามไรฟัน และโรคอื่น ๆ มากมาย ต่อมาเมื่อการแพทย์เจริญขึ้นจึงรู้สาเหตุว่าเป็นเพราะพวกเราต้องอดรับประทานผักสดและผลไม้เป็นเวลานานหลายเดือนนั่นเอง มนุษย์อดเนื้อไม่เคยตาย ตรงกันข้ามในช่วงที่เกิดภัยพิบัติและโรคระบาด อาหารที่จะนำไปเลี้ยงสัตว์ก็ไม่มี ปศุสัตว์ส้มตายไปหมด ผู้คนไม่มีเนื้อสัตว์กิน ต้องพากันอพยพเข้าไปอยู่ในป่า แล้วอาศัยหัวเผือก มัน รากไม้ ผลไม้ป่าเป็นอาหาร แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเขามีสุขภาพร่างกายและอนามัยที่แข็งแรงดียิ่งกว่า
     เมื่อโลกแยกตัวออกจากดวงอาทิตย์และเริ่มเย็นตัวลงมีพืชเกิดขึ้นก่อน ต่อมาจึงเกิดสัตว์ประเภทต่าง ๆ ทุกชีวิตได้อาศัยพืชเป็นอาหารอันดับแรกมีหลักฐานพบว่ามนุษย์มากินเนื้อสัตว์เป็นอาหารภายหลัง ในระยะแรก ๆ มนุษย์กินเนื้อจากสัตว์ที่ตายแล้วเอง ต่อมาจึงมีการฆ่ากิน สุดท้ายจึงได้นำมาเลี้ยงไว้เป็นอาหาร ฉะนั้นถ้าโลกนี้ไม่มีพืชผักและผลไม้อยู่เลย ทั้งมนุษย์และสัตว์จะต้องพากันตายหมด แต่หากโลกนี้ไม่มีสัตว์ที่จะให้มนุษย์กินได้แม้แต่ตัวเดียวคงเหลือแต่พืช เมื่อนั้นมนุษย์ก็จะยังคงมีชีวิตรอดอยู่ได้