Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
เบื้องต้นแห่งพิธีกรรมเก้าอ๊วงเจ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

เบื้องต้นแห่งพิธีกรรมเก้าอ๊วงเจ

683 Views

     มีอรรถกล่าวไว้ดังนี้
     ในหาลครั้งหนึ่ง สมเด็จพระบรมศาสดาทรงประทับอยู่ ณ สีวสลัยรัตนสถาน มีบรรดาพระมหาโพธิสัตว์ท้าวมหาพรหม, ท้าวสักกะ, เทพยเจ้า, ยักษ์, นาค, คนธรรพ์, กินนร ฯลฯ ได้พากันมาเฝ้าสมเด็จพระพุทธองค์ ในขณะนั้นมีพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ได้ทูลถามต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญอันพระเทพสัตตเคราะห์ทั้ง ๗ พระองค์ได้มีกุศลสะสมมาอย่างไร? กับมีปัจจัยเหตุอย่างไร? จึงได้เสวยทิพย์ผลอันรุ่งเรือง พร้อมเพียบไปด้วยยศและอำนาจในเทวภพนี้”
     สมเด็จพระบรมศาสดาจึงมีพระพุทธดำรัสตอบว่า “ดูก่อนมัญชุศรี อันดาวเทพสัตตเคราะห์ ๗ นั้น แท้จริงเป็นพระอวตารภาพแห่งอดีตพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ ทรงแบ่งภาคมาแสดงให้ปรากฏกับพระมหาโพธิสัตว์อีก ๒ พระองค์ ก็แบ่งภาคมาเป็นดาวพระราหูและดาวพระเกตุ รวมเป็นดาวพระเคราะห์ทั้ง ๙ ฉะนั้น จึงสมบูรณ์ด้วยอลังการแห่งยศและอำนาจ อันไม่มีปริมาณเห็นปานฉะนี้”
     พระพุทธเจ้าทั้ง ๗ และพระมหาโพธิ์สัตว์ทั้ง ๒ ทรงตั้งพระปณิธานจักโปรดสัตว์โลก จึงได้แบ่งพระภาคมาเป็นเทพยเจ้า ๙ พระองค์
     เทพยเจ้าทั้ง ๙ พระองค์นี้ ทรงอำนาจตบะอันเรืองฤทธิ์บริหาร ธาตุทั้ง ๕ ในจักรวาล ได้แก่ ธาตุดิน, ธาตุน้ำ, ธาตุไฟ, ธาตุลม และธาตุทอง ทั่วทุกพิภพนัอยใหญ่ สารทิศ จึงทรงแบ่งพระภาคต่อจากนี้ อีกวาระหนึ่งเป็นดาวนพเคราะห์ ( ดาวพระเคราะห์ทั้ง ๙ ดวง ) ดังต่อไปนี้

1. พระอาทิตย์ 6.ดาวพระศุกร์
2.พระจันทร์ 7.ดาวพระเสาร์
3. ดาวพระอังคาร 8.พระราหู
4. ดาวพระพุธ 9.พระเกตุ
5.ดาวพฤหัสบดี  


     เทพยเจ้าทั้งเก้าพระองค์ ทรงเครื่องทรงอย่างแบบพระมหากษัตริย์ ประชาชนจึงถวายพระนามว่าเก้าอ๊วงหรือกิวอ๊วง แปลว่า นพราชา ( ตีความตามหลักนักโหราศาสตร์ )
     กำหนดเวลาทุกๆปี ของขึ้น ๑ ค่ำ ถึง ๙ ค่ำ เดือน ๙ ตามจันทรคติ (ฝ่ายจีน) เทพเจ้าประจำดาวนพเคราะห์ ต่างองค์ทรงผลัดเปลี่ยนกันลงมาตรวจโลกทั้งกลางวันและกลางคืน บุคคลใดมีความประพฤติตั้งอยู่ใน กุศลกรรมวิถี ( บุญ ) ก็จักทรงประทานพรอำนวยความสมบูรณ์พูนสุขให้หากบุคคลใดมีความประพฤติในทางอกุศลกรรมวิถี (บาป) ก็จักทรงลงโทษตามโทษานุโทษ
     เทพยเจ้าแห่งดาวนพเคราะห์ ทรงพระคุณธรรมแก่โลกเป็นอเนกประการ เฉพาะอย่างยิ่งคือ ธาติดิน, ธาติน้ำ, ธาติไฟ, ธาติลม, และธาติทอง ที่พระองค์ทรงประทานไว้ให้แต่ละอย่างเป็นของจำเป็นประจำในสรรพสังขารอันไม่มีจำกัดรวมทั้งมนุษย์, สัตว์ทุกชนิด, ต้นไม้ ฯลฯ
     มนุษย์ ถ้าหากไม่มีธาตุลม ก็ถึงแก่ความตาย
     มัจฉาชาติ ถ้าหากไร้ธาตุน้ำเป็นที่อาศัยก็ต้องตาย
     พฤกษาชาติ ถ้าหากหมดธาตุดินก็อับเฉากิ่งใบแห้งเหี่ยวตาย
     สัตว์โลก ถ้าหากสูญสิ้นธาตุไฟในร่างกายก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้และ เศรษฐกิจการค้า อันเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งของมนุษย์ทั่วโลกในสมัยปัจจุบันถ้าหากขาดธาตุทองก็ไม่สามารถดำเนินกิจการลุล่วงไปได้
     ปวงสัตว์โลกไม่เลือกว่าจะมาจาก
     1. อุปปาติกกำเนิด เกิดขี้นเอง
     2.ชลาพุชะกำเนิด เกิดในครรภ์
     3. อัณฑชะกำเนิด เกิดเป็นฟองไข่แล้วจึงเกิดเป็นตัว
     4. สังเสทชะกำเนิด เกิดในไคล ของชื้นและหมักหมมเน่าเปื่อย
     รวมทั้ง อุปาทินนกสังขาร สังขารที่มีใจครอง

     อนุปาทินนกสังขาร สังขารที่ไม่มีใจครอง ก็ล้วนอยู่ภายใต้การบัญชาของเทพยเจ้าทั้ง ๙ พระองค์ทั้งสิ้น
     เทพยเจ้าทั้ง ๙ พระองค์นี้ ทรงน้ำพระทัยเต็มเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาคุณ ทรงควบคุมดาวนพเคราะห์ให้เดินตามวิถีโคจรด้วยความบริบูรณ์ทั้งทรงธรรมเนตรสอดส่องควบคุมทุกข์สุขของสัตว์โลกด้วย
     ในลัทธิมหายาน ยังมีอรรถกล่าวอธืบายว่า
      “ดาวพระเคราะห็ทั้ง ๙ นี้ ต่างกระทำการในหน้าที่หมุนเวียนธาตุทั้ง ๕ ให้แก่โลกมนุษย์นับเป็นเวลาหลายล้านปีมาโดยมิได้หยุดพักเลย ก็เนื่องด้วยพระองค์ทรงบัญชาบริรักษ์ควมคุมอยู่และทรงเล็งทิพยญาณว่า ถ้าหากดวงดาวนพเคราะห์จะหยุดพักแม้เพียงขณะใดขณะหนึ่งเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะเกิดมหันตภัยอย่างใหญ่หลวงสุดจะประมาณได้โลกมนุษย์ก็จะถึงซึ่งความพินาศ สลายลงมนุษย์กับสัตว์โลกจะตายหมด จะไม่มีแม้แต่ละอองธุลีของสังขารเหลือเลย”
     อันพิธีกรรมบูชาดาวนพเคราะห์นั้น นับว่ามีอานิสงส์มากมายทั้งเป็นกรรมคติ และเกิดธรรมมิตรสู่บรรดาพุทธบริษัททั้งหลายได้มีสระทำการวิสาสะกันในยามที่ต่างตนต่างมีจิตเบิกบานผ่องแผ้วถือศีล, กินเจ, นุ่งขาว, ห่มขาว อันเป็นปัจจัยเตือนตนเองให้สำนึกว่า ตนเป็นคนบริสุทธิ์ขาวสะอาดทั้งกาย วาจา และใจ อยู่ในศีลธรรมและสามัคคีธรรม พรั่งพร้อมอยู่แล้วที่จะให้อภัยอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ร่วมกันน้อมนมัสการ เทพยเจ้าทั้ง ๙ พระองค์นี้ เป็นการแสดงความเคารพในพระเมตตากรุณาธิคุณและร่วมกัน ถวายเครื่องสรรพสักการบูชาแก่พระองค์ทั้ง ๙ เป็นการบูชาพระเมตตาคุณที่ทรงไว้ซึ่งธาตุทั้ง ๕ ให้แก่โลกทุกโลกดำรงอยู่ตามจักรราศียั่งยืนตลอดมา จึงพร้อมกันน้อมขอพระกรุณาธิคุณได้โปรดประทานพระพรให้อยู่เย็นเป็นสุข
     พิธีกรรมถือศีลกินเจ ไม่เสพเนื้อสัตว์และการบูชาดาวนพเคราะห์ ทำบุญแจกทานแก่คนทุกข์คนยากจน นั่นเป็นที่นิยมกันมาแต่โบราณกาล การถือศีลกินเจเดือนเก้าเป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ได้แผ่เมตตากรุณาจิตช่วยปลดปล่อยชีวิตสัตว์ให้รอดตายได้จริงๆ แม้จะเป็นระยะเวลาเพียง ๙ วัน ๙ คืน ก็นับว่าเป็นปฐมเหตุให้ดวงจิตได้รับเมล็ดพันธุ์แห่งมหาเมตตากรุณาธรรมบารมีเพื่อสักวันหนึ่งในภายหน้า ยังมีโอกาสจำเริญงอกงามขึ้นจนบรรลุมรรคผลในที่สุด
     มีสาธุชนจำนวนมากที่ได้รับอานิสงส์จากการถือศีสกินเจเพียง ๙ วัน ๙ คืน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ สามารถสัมผัสรู้ได้ด้วยตนเอง จึงถือเอาโอกาสอันดีนี้เป็นจุดเริ่มต้นตั้งปณิธานเลิกกินเนื้อสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่นไปจนตลอลชีวิต