Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ข้อควรปฏิบัติ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ข้อควรปฏิบัติ

618 Views

      1.พืชผักและผลไม้ เป็นของคู่กันเสมอ นอกจากผักสดหรือผักที่นำมาปรุงเป็นอาหารแล้ว ผลไม้สดๆ จำเป็นต้องรับประทานหลังอาหารทุกๆ มื้ออย่างสม่ำเสมอ การเลือกซื้อเพื่อนำมาปรุงและการบริโภคในแต่ละวัน ควรจัดให้ได้ครบตามสีของธาตุทั้ง 5 ดังนี้
      1.สีแดง (แดงส้ม,แสด,ชมพู) สัญลักษณ์ ธาตุไฟ
      2.สีดำ (น้ำเงิน,ม่วง) สัญลักษณ์ ธาตุน้ำ
      3.สีเหลือง (เหลืองแก่,เหลืองอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุดิน
      4.สีเขียว (เขียวเข้ม,เขียวอ่อน) สัญลักษณ์ ธาตุไม้
      5.สีขาว(ขาวนวล , ขาวสะอาด) สัญลักษณ์ ธาตุโลหะ

ตารางผัก,ผลไม้ แบ่งตามสีทั้ง 5

หมู่สี ผัก ผลไม้
แดง
ดำ
เหลือง
เขียว
ขาว
มะเขือเทศ,พริกสุก,หัวแครอท ฯลฯ
มะเขือม่วง,เผือก,เห็ดหูหนู ฯลฯ
ฟักทอง,ข้าวโพด,พริกเหลือง ฯลฯ
ผักคะน้า,ถั่วฝักยาว,ผักบุ้ง ฯลฯ
หัวผักกาดขาว,ผักกาดขาว,กะหล่ำดอก
มะละกอ,ส้ม,แตงโม ฯลฯ
ละมุด,ลูกหว้า,องุ่น ฯลฯ
มะม่วง,กล้วย,ทุเรียน ฯลฯ
ฝรั่ง,ชมพู่,มะเฟือง ฯลฯ
มะพร้าว,น้อยหน่า ฯลฯ
      ผักผลไม้ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหาได้ยาก เช่น พืชผักผลไม้เมืองหนาว ควรยึดหลักราคาถูกประหยัด แต่มีคุณประโยชน์สูงจึงจะได้ชื่อว่า รู้จักฉลาดใช้ ฉลาดกิน ประหยัดยอดประโยชน์เยี่ยม
      ประเทศไทย เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผักผลไม้มากมายหลายชนิดตลอดปีสามารถเลือกหามาได้ทุกชนิด ควรเลือกซื้อมาปรุงและบริโภคให้ครบทั้ง 5 สี โดยสับเปลี่ยนบริโภคในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน ไม่เลือกทานเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดที่ตนชอบโดยไม่คำนึงถึงคุณประโยชน์ หลายๆ ท่านเลือกรับประทานเฉพาะอย่างเพื่อความอร่อยลิ้นเท่านั้น เป็นการรับประทานอาหารเจที่ยังไม่ถูกหลัก
      2.นอกจากผัก ผลไม้ ที่รับประทานครบทุกสีเป็นประจำแล้ว เมล็ดธัญพืชได้แก่ ถั่ว,ถั่วเปลือกแข็งทุกประเภท,พืชที่เป็นหัวในดิน เช่น เผือก,มัน มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากโดยเฉพาะถั่ว มีสารอาหารครบทุกหมู่ (ได้แก่ คาร์โบไฮเดรท คือแป้งและน้ำตาล,โปรตีน,ไขมัน ,วิตามิน, เกลือแร่หลายชนิด) คนที่กินเจควรรับประทานเป็นประจำ เพื่อบำรุงส่งเสริมให้อวัยวะหลักภายในทั้ง 5 แข็งแรงทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ดูตามตารางดังนี้

ธาตุทั้ง 5 สี ถั่วแต่ละสี บำรุงอวัยวะ
ธาตุไฟ
ธาตุน้ำ
ธาตุดิน
ธาตุไม้
ธาตุโลหะ
แดง
ดำ
เหลือง
เขียว
ขาว
ถั่วแดง
ถั่วดำ
ถั่วเหลือง
ถั่วเขียว
ถั่วขาว
หัวใจ
ไต
ม้าม
ตับ
ปอด

     ถั่วทั้ง 5 สีนี้ ราคาไม่แพง มีอยู่แพร่หลาย บางทีก็ทำเป็นของหวานต่างๆ เช่น ถัวดำบวช,ถั่วแดงต้มน้ำตาล,ถั่วเหลืองน้ำกะทิ(เต้าส่วน),ถั่วเขียวต้มน้ำตาลกรวด,ถั่วลิสงอบหรือเคลือบน้ำตาล เป็นต้น
      ทุกคนควรรับประทานหมุนเวียนไปให้ครบทุกสีจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาาหาร ที่เป็นประโยชน์ และช่วยเสริมให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทำงานได้ดียิ่งขึ้น
      3.ในอาหาร และขนม คนกิจเจควรใช้งาปรุงผสมด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงาขาว หรืองาดำ ในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค ซึ่งจำเป็นต่อร่างกายมาก แต่ร่างกายไม่สามารสร้างขึ้นเองได้
      สำหรับผู้ทำอาหารเจรับประทานเองให้ใช้งาขาวล้างให้สะอาด ทิ้งให้แห้ง แล้วคั่วไฟอ่อนๆ จนสุกเหลืองพอดี จึงนำมาโขลก,บด หรือใช้เครื่องปั่นให้แตก จะได้ประโยชน์จากน้ำมันที่อยู่ในเมล็ดดียิ่งขึ้น งาที่บดแล้วจะมีกลิ่นหอมนำมาใช้ปรุงอาหารขนมได้ทุกประเภท ทำให้มีรสดีหอมน่ารับประทานโดยปกติผู้ที่กินเจควรได้รับประทานงาในปริมาณวันละ 2 ช้อนโต๊ะก็นับว่าเพียงพอ
      4.ผู้ที่กินเจ ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัดเกินไป เช่น เผ็ดจัด ,เค็มจัด,ขมจัด,เปรี้ยวจัด,หวานจัด รสชาติที่จัดจะส่งผลไปถึงอวัยวะหลักดังนี้
รสขม
รสเค็ม
รสหวาน
รสเปรี้ยว
รสเผ็ด
ส่งผลต่อ
ส่งผลต่อ
ส่งผลต่อ
ส่งผลต่อ
ส่งผลต่อ
หัวใจ
ไต
ม้าม
ตับ
ปอด

      5.หลีกเลี่ยงการบิรโภคของหมักดอง เช่นผักดอง,ผลไม้ดอง,เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ควรหันมารับประทานของสดๆ ผักสด ,ผลไม้สด และรับประทานอาหารที่ปรุงใหม่ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า
      ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นหลักความรู้ในการประกอบ และบริโภคอาหารเจโดยสังเขป ผู้ที่สงสัยและต้องการศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียด ควรหาโอกาสสนทนาสอบถามผู้รู้ด้วยตนเอง