Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
อาหารพิเศษ ตามตำรับพระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

อาหารพิเศษ ตามตำรับพระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต

412 Views

      การบรรพชาอุปสมบทของพระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิตนั้นแต่เดิมตั้งจิตที่จะบวชอุทิศพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวชั่วระยะหนึ่งครั้นต่อมาเมื่อได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว เห็นว่ากาลระยะเวลานั้นน้อยเกินไปจึงขออุปสมบทต่อในระหว่างที่ยังเป็นนวกภิกขุอยู่นั้น พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิตได้ปฏิบัติตนเยี่ยงพวกภิกขุทั้งหลาย คือออกรับบิณฑบาต ออกนอกวัดไปไหนมาไหน แต่ฉันภัตตาหารวันละหนึ่งเวลาเป็นอาหารมังสะวิรัติต่อมาเห็นว่าการออกบิณฑบาตนั้นไม่สู้จะเป็นประโยชน์นัก จะเป็นการไปตัดลาภพระภิกษุรูปอื่น เพราะท่านทราบว่ามีหลายคนตั้งใจใส่บาตรเฉพาะท่าน และภัตตาหารที่ได้จากการบิณฑบาตนั้นก็ไม่ได้ขบฉัน จึงงดการออกบิณฑบาตให้ทางบ้านจัดทำและนำอาหารมาถวายแห่งเดียวพอย่างเข้าพรรษาที่ 5 ที่ 6 ก็เปลี่ยนอาหารจากมังสะวิรัติมาเป็นปาหารที่คิดตำรับขึ้นเอง ตามรำรับนี้พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิตเล็งเห็นว่าอาหารนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ร่างกายจริงๆ และก็ฉันอาหารนั้นจำเจอยู่ชนิดเดียวจนตลอดชีวิต อาหารที่ฉันนั้นนายตริจินตยานนท์ (น้องชาย) และครอบครัวเป็นผู้ปรุงถวาย เสร็จแล้วได้ให้ลูกชายนำมาถวายที่วัดเวลา 8.00 น. ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิตจะลงทำวัตรเช้า
อาหารที่พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิตฉันในระยะ 35 พรรษาหลังนี้มีผู้โจษขานกันไปต่างๆบ้างก็ว่าเป็นอาหารจากสำนักพระราชวังส่ง บ้างก็ว่าอาหารนั้นเป็นข้าวคั่วบ้างเป็นรำบ้างซึ่งเป็นการกล่าวและโจษจันกันด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาหารที่ท่านฉันนั้นประกอบด้วย
1. มะนาว ผลขนาดกลาง แกะเอาแต่เนื้อเป็นกลีบๆ 6-9 กลีบ เพิ่มจำนวนตามผลเล็กผลใหญ่ของมะนาว
2. ใบไม้สีเขียว ใช้ใบไม้ที่รับประทานได้ตำละเอียดขนาดก้อนเท่าหัวแม่มือ โดยปกติใช้ใบฝรั่งเพราะที่บ้านปลูกต้นฝรั่งไว้และบางคราวก็ใช้ใบไม้อื่นๆ เช่น ใบนะเดา ใบกระถิน ใบมะม่วง ใบมะเฟือง ใบมะยม ใบมะดัน ใบก้ามปู
3. อาหารกวน ใช้แทนเป็นกับข้าว
4. ถั่วเขียวและข้าวสาร ผสมส่วนเท่ากัน โม่ละเอียดใช้แทนเป็นข้าว
5.มันเทศนึ่ง
6.กล้วยน้ำละว้า
7.ของหวานคือขนมกวนแห้งๆ เช่น ถั่วกวน เผือกกวน มันกวน ข้าวตู
      อาการกวนในข้อ 3 ที่ใช้เป็นกับข้าวประกอบด้วย ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วขาว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง 5 อย่าง ส่วนละเท่าๆกันรวมต้มให้เปื่อย โม่ให้ละเอียดใส่กระทะกวน ผสมเกลือ จ้ำตาลทรายแดง น้ำส้ม มะขามเปียก ปรุงชิมรสให้รสกลมกล่อมกวนจนแห้งกวนครั้งหนึ่งๆ เก็บไว้ใช้ได้ 1 อาทิตย์
      ภาชนะใส่อาหาร เป็นกล่องอาลูมิเนียมมีฝาปิดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชนาดกล่องสูง 1 นิ้ว กว้าว 6 นิ้ว ยาว 10 นิ้ว เตรียมอาหารเพื่อจัดลงกล่องดังนี้ มันเทสล้างสะอาดไม่ปอกเปลือก ตัดเป็นชิ้นๆพอใส่กล่องได้ 9 ชิ้น ใส่รังถึงนึ่งตวงถั่วเขียวผสมข้าวสารที่โม่ละเอียดไว้ตามข้อ 4 ประมาณ 3 ถ้วยตะไลผสมน้ำพอควรใส่กระทะกวนจนสุก ตักใส่ปิ่นโตอะลูมิเนียวางในรังถึงรวมกับมันเทศปิดฝานึ่งจนมันเทศสุก
กล่องอาหารแบ่งจัดตามส่วนดังนี้
มันเทศนึ่ง มะนาว
ใบไม้ตำ
อาหารกวน
ถั่วเขียวผสมข้าวสาร
กล้วยน้ำละว้า
ขนมหวาน

ใช้ใบตองรองกล่องก่อน แบ่งกล่องเป็น 3 ช่องเท่ากัน แล้วจัดใส่กล่องดังนี้
ช่องซ้ายวางมันเทศนึ่ง 9 ชิ้น
ชองกลางวางมะนาวลงตรงกลาง กลบด้วยใบไม้ตำกลบด้วยอาหารกวนตามข้อ 5 กลบด้วยถั่วเขียวผสมข้าวสารตามข้อ 4 ซึ่งนึ่งสุกแล้ว ช่องขวาตอนบน วางกล้วยน้ำละว้าปอกเปลือกแล้วตักแบ่งไม่ให้ขาดผลละ 3 ทอน รวม 2 ผล
ตอนล่างวางขนมหวาน 9 คำ
      เสร็จแล้วตักใบตองปิดอาหารที่จักทำ ปิดฝากล่อง ฝากล่องจะสูงกว่ากล่องราวครึ่บงนิ้วแล้วห่อด้วยผ้าสีเหลืองชั้นหนึ่ง ห่อด้วยผ้าพลาสติกสีขาวอีกชั้นหนึ่ง ใส่ลงในถุงพลาสติกรัดด้วยยางให้เรียบร้อย ส่งถวายให้ทันเวลา 8.00 น. ทุกวัน ฉันประมาณเวลา 10.00 น. ช้อนที่ฉันนั้นเป็นช้อนที่ทำด้วยกะลา
      จากอาหารที่ฉันจำเจ ตลอด 35 พรรษาเศษนี้จะแสดงให้เห็นได้ว่าท่านฉันเพื่อความคงอยู่ของสังขารเท่านั้นไม่ได้ปรารถนาในรส ชาดความเอร็ดอร่อยของอาหาร ซึ่งคงผิดกับสามัญชนโดยทั่วไปที่พยายามสรรหาอาหารมาบำรุงบำเรอความอยากที่เรียกร้องให้เปลี่ยนรสชาดอยู่เสมอ หากพระภิกษุพระยานรรัตราชมานิตไม่ใช่พระภิกษุผู้มีคุณธรรมวิเศษแล้วจะสามารถฉันภัตตาหารชนิดนี้อยู่ได้ตลอด 30-40 ปีได้หรือ?