Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
รุ่งอรุณของเวไนยสัตว์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

รุ่งอรุณของเวไนยสัตว์

413 Views

      ดูซิ! ทางทิศบูรพาโน้น ดวงตะวันเริ่มไขแสงลอดออกจากม่านสีดำแห่งราตรี ดาวประจำเมืองซึ่งเคยฉายแสงกล้าอยู่ก็หรี่ลงจนลับหายไปรัศมีสีกุหลาบของพระสุริยเจ้าค่อยๆ เปล่งแสงสุกใสขึ้นทุกทีจนกระทั่งอาบไปทั่วท้องฟ้าสีเทาบรรดาขุนเขาสูงตระหง่านได้เห็นดวงตะวันด่อนใครๆ ทั้งสิ้นสายลมในยามเช้าโชยมาต้องเหล่าบุปผชาติให้เผยอแย้มกลีบออกรับรุ่งอรุณอันพิเศษไปกว่ารุ่งอรุณซึ่งเคยมีมาแต่ก่อน เมฆฝนพายุกล้าทั้งหลายต่างสงบนิ่งลงถวายอภิวันทนาการแด่ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเบิกบานหฤหรรษ์ สีทองแห่งพระสุริยเทพทอลงจับน้ำในลำธารละหารห้วยแลพุ่มพฤกษาเหล่าปีกษาน้อยๆ ร้องบอกกันว่า “รุ่งแล้ว! รุ่งแล้ว ! ตื้นขึ้นไหว้พระองค์ผู้ตรัสรู้เถิด” สรรพสัตว์ใหญ่น้อยขานร้องก้องป่าว่า “จงตื่นขึ้นก้มเกล้าอภิวันท์และสรรเสริญพระผู้ยอดยิ่งมนุษย์ของเราเถิด พระองค์ได้สำเร็จพระโพธิญาณแล้ว” ทั่วทั้งดังสะท้อนก้องด้วยสำเนียงบอกเล่ากันทั่วไปว่าสิ่งใดได้บังเกิดขึ้นแล้ว

      ด้วยเดชะพระบารมีคุณและพระเมตตาอันใหญ่ยิ่งต่อโลก ความสงบได้แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณใกล้ไกลอย่างมิเคยมีมาก่อนบุคคลผู้เหี้ยมโหดก็บังเกิดความอ่อนละมุนขึ้นในใจตน ผู้ที่ลับมีดแสวงคมไว้หมายจะเข่นฆ่าผู้อื่นก็กลับทิ้งมีดของตนไปเสียคนคดโกงก็กลับเกิดความละอายแก่ใจตน คนพาลสันดานหยาบและใจทุจริตทั้งหมดก็กลับละพยศหวนคืนสู่ความดีความเมตตากรุณา ความรักความปราณีจากดวงหทัยของพระพุทธองค์แผ่ขยายไปทั่วพิภพ รุ้งอรุณวันนั้นสายธารแห่งความสุขได้หลั่งไหลจากร่มโพธิ์แห่งแคว้นคยา ออกไปทั่วทิศานุทิศ

      อย่าว่าแต่หมู่มนุษย์เลยหนอแม้แต่เทพยเจ้าก็ประกาศก้องกกันไปทั่วทุกชั้นฟ้าว่า “พวกเราจงยินดีเถิด พระภควันต์เจ้าสำเร็จโพธิญาณอันยอดยิ่งแล้ว” มองลงสู่เบื้องล่างเหล่าเปรตอสุรกายก็พากันชื่นชมโสมนัสบนแผ่นดินโลก แม่เสือที่ดุร้ายมีตาเป็นมันวาวเมื่อวานนี้ ในวันนี้กลับสงบเสงี่ยมต้อนรับลูกกวางด้วยสันถวไมตรี พญาเหยี่ยวต่างนอนนิ่งไม่กังวลต่อการโฉบเฉี่ยวหาเหยื่อ นกกินปลาไม่ตีปีกไม่ขยับจะงอยปากเมื่อเห็นปลาว่ายวนในลำธาร ผีเสื้อทั้งหลายบินวนเวียนรอบฝูงวิหคก็หามีอันตรายไม่ เหล่าสัตว์โลกทั้งหลายพากันเป็นสุขและรักใคร่มีใจเอื้ออารีต่อกันอย่างที่มันไม่เคยมีมาก่อนเลย

      ครั้นแล้วองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรงคลายพระอิริยาบถจากการประทับนิ่งเป็นเวลานานเสด็จลุกขึ้นยืนพระองค์ทรงรู้สึกแจ่มใสและอิ่มเอิบด้วยความปิติในรสแห่งพระสัจธรรมที่ทีงพบแล้วพระพลกำลังซึ่งเคยหายไปแต่ก่อนบัดนี้กลับยิ่งทวีแกร่งกล้าพระองค์ทรงรู้สึกถึงพลานุภาพแห่งพระธรรมอันยิ่ใหญ่เหนือสิ่งใดทั้งปวง

       พระบรมศาสดาทรงเปล่งอุทานว่า “สังขารเอ๋ย เราได้พบเจ้าแล้วในวันนี้ เราได้ท้องเที่ยวค้นหามาหลายชาติแต่เพิ่งมาพบวันนี้เองเจ้าเป็นผู้สร้างเรือนจำอันกักขังจิตเราไว้แต่นี้ไปเจ้าไม่อาจสร้างบ้านก่อกำแพงอันเป็นของลวงห่อหุ้มเราไว้ได้อีกแล้ว สังขาร ! เจ้ามีแต่จะผุพังหักไปความสุขอันยอดยิ่งที่เราค้นพบนั้น ไม่มีวันแตกดับไม่มีวันทำลาย เราได้พบแล้ว เราได้ก้าวพ้นจากทุกข์ทั้งปวงแล้ว จากนี้ไปเวไนยสัตว์ทั้งหลายจะได้ตื่นขึ้นรับรู้พระธรรมอันล้ำเลิศ อันจะยังผลให้มีจิตบริสุทธิ์ผ่องใส และพบเห็นทางที่สว่างไสวอยู่ตรงหน้า เพราะทุกคนต่างก็มีดวงประทีปแก้วแห่งปัญญาอยู่กับตนแล้ว”

      พระพายยังคงรำเพยพัดอยู่เช่นเดิมมหาสังขรหิมาลัยและธารน้ำก็ยังคงอยู่ บุปผชาติก็ยังคงบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอยู่เสมอมิได้ขาด ความจริงในธรรมชาตินี้เป็นฉันใดพระพุทธธรรมก็เป็นเช่นนั้น พระสัจธรรมอันเที่ยงแท้ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แล้ว ไม่รู้จักความเสื่อมสลายไม่รู้จักความดับสูญ พระประทีปแห่งเมตตาธรรมนี้จักดำรงอยู่ชั่วนิรันดร