Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ทะเลทุกข์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ทะเลทุกข์

430 Views

      เมื่อกาลเวลาผ่านไป เจ้าชายสิทธัตถะได้พบเห็นผู้คนทั้งหลายที่ต้องแก่ชรา ต้องเจ็บป่วย ต้องล้มตายไป และนักบวชผู้ออกแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ พระองค์ทรงเห็นว่าโลกนี้ช่างมีความมืดมนนัก เต็มไปด้วยความไม่รู้น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ชีวิตทั้งหลายตกจมอยู่ในห้วงทุกข์ดุจเดียวกันทั้งสิ้น

      อนิจจา ใครเล่าจะพ้นความเกิด ความตาย ความว่ายวนอยู่ในวัฏฏะสงสารได้ แม้บรรดาเทพพรหมก็เวียนว่ายตายเกิด ไม่ต่างกับมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายพระองค์ไม่อาจสิ่งเฉยอยู่ในความเพลิดเพลิน ในเมื่อชนทั้งหลายยังต้องทุกข์กระทั่งพระองค์เองก็หาได้หลีกพ้นความเจ็บไข้ความชรา และความตายไปได้ไม่ ทรงใคร่ครวญว่า “อันมหาสมบัติและความสุขในโลกีย์วิสัยจะทำให้เราเป็นสุขตลอดไปก้หาไม่เราจะสละเสียซึ่งความสุขทั้งปวง เพื่อออกไปแสวงหาความจริงอันสูงสุด ค้นหาความลับของชีวิตที่ซ่อนเร้นอยู่แล้วนำความรุ้นั้นมาช่วยชาวโลกทั้งหลายให้พ้นทุกข์ดีกว่า” เมื่อทรงรำพึงถึงความทุกข์ในการเวียนว่ายตายเกิดของเวไนยสัตว์ทั้งหลายแล้ว พระมหาบุรุษผู้ทรงอุบัติมาเพื่อนำโลกให้พ้นจากความมืดมน พระหฤทัยก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและสงสารต่อชาวโลก ทรงตัดสินพระทัยทันทีว่าจะยอมเสียสละอำนาจราชสมบัติและอำลาจากพระราชบิดา พระชายาอีกทั้งพระโอรสอันเป็นที่รักยิ่งของพระองค์เสีย

      เจ้าชายสิทธัตถะได้เสด็จออกจากพระตำหนักอย่างเวียบกริบจนไม่มีผู้ใดตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ ในท่ามกลางความสงัดแห่งเที่ยงคืนนั้น พระองค์เสด็จขึ้นประทับบนหลังม้าแสนรู้ชื่อกัณฐกะ เสด็จไปสู่ประตูพระนครมีนายฉันนะตามเสด็จออกไปด้วย เมื่อเสด็จไปได้หน่อยหนึ่ง พระองค์ก็ทรงชักม้าให้เหลียวกลับ ประทับนิ่งทอดพระเนตรจครกบิลพัสดุ์ในท่ามกลางแสงจันทร์เป็นครั้งสุดท้ายแต่พระหฤทัยยังคงแน่วแน่ปักดิ่งในการเสด็จออกอยุ่ทุกประการ

      เจ้าชายสิทธัตถะทรงควบม้ากัณฐกะสีขาวผ่อง ไปจนกระทั่งลุถึงฝั่งแม่น้ำอโนมา ในเวลารุ่งอรุณ ณ ที่นั้นพระองค์ได้เสด็จลงจากหลังม้าประทับยืนบนหาดทราย แล้วทรงเปลื้องเครื่องประดับทั้งหมดมอบให้นายฉันนะ และทรงรับสั่งอย่างเฉียบขาดให้นายฉันนะนำเครื่องประดับพร้อมทั้งม้ากัณฐกะกลับคืนสู่นครกบิลพัสดุ์ เพื่อกราบทูลให้พระบิดาทรงทราบถึงการสละโลกของพระองค์

      บัดนี้เจ้าชายสิทธัตถะโคตมะ แห่งศากยวงศ์ผุ้ทรงมีพระชนมายุ 29 พรรษา ได้เสด็จออกจากเมืองไปเป็นนักบวชผู้สละโลก เพื่อทรงแสวงหาหนทางที่จะทำให้พระองค์และคนทั้งปวงประสบชัยชนะอยู่เหนือความเจ็บไข้ ความทุกข์โศก และความยากเข็ญทั้งปวงด้วยอาการอย่างนี้