Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
เซียนองค์ที่ 8 เช่าก๊กกู๋ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

เซียนองค์ที่ 8 เช่าก๊กกู๋

686 Views

     ในครั้งสมัยแผ่นดินซ้อง ประมาณ พ.ศ. ๑๕๐๓ ถึง พ.ศ. ๑๘๑๙ ในรัชกาลพระเจ้าซ้องไทโจ๊วกาวฮ่องเต้ หญิงคนหนึ่ง ชื่อนางเช่าสี ได้เป็นที่ฮองเฮาพระมเหษีเอก ครั้นเมื่อพระจ้าซ้องไทโจ๊วกาวฮ่องเต้สวรรคตแล้ว พระราชโอรสได้ขึ้นครองราชสมบัติ และได้ยกนางเช่าสีฮองเฮาพระราชมารดาขึ้นเป็นฮองไทเฮา (คือสมเด็จพระพันปีหลวง) พระนางเช่าสีฮองไทเฮามีน้องชายสองคน คนพี่ไม่ปรากฏชื่อ คนทั้งหลายเรียกกันว่า เช่าก๊กกู๋ ส่วนน้องชายชื่อ เช่ายี่ ทั้งสองคนมีนิสัยใจคอต่างกันไกล เช่าก๊กกู๋นั้นเป็นคนเที่ยงตรง มีนิสัยรักความสงบเมตตาปราณี ส่วนเช่ายี่นั้นประพฤติตนเป็นพาลข่มเหงรังแกราษฏร เพราะถือว่าเป็นพระราชวงศ์ผู้ใหญ่ ที่ดินเรือกสวนไร่นาของใคร ถ้าชอบใจ ก็เข้ายึดครองรุกเอาตามชอบใจ ลูกสาวของใครที่ต้องตาต้องใจ ก็ฉุดคร่าเอามาโดยพละการ พวกสมุนบริวารก็ล้วนแต่เกกมะเหรกอันธพาล เที่ยวปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ตายก็ไม่มีโทษ ถ้ามีเรื่องฟ้องร้องไปถึงโรงศาล พวกผู้พิพาษาขุนศาลตุลาการก็ไม่กล้าที่จะพิจารณาหรือรับฟ้อง เหตุด้วยเกรงอำนาจเช่ายี่ ผู้เป็นน้องชายของนางเช่าสีฮองไทเฮา

     เช่าก๊กกู๋ ผู้พี่ชายได้เห็นและได้ฟังข่าวเรื่องราวอันเป็นความชั่วของน้องชายเช่นนั้น ก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนอยู่เสมอ แต่เช่ายี่จะเชื่อฟังก็หาไม่ กลับโกรธและต่อเถียงต่าง ๆ นานา เช่าก๊กกู๋เห็นดังนั้น ก็มาคิดรำพึงแต่ผู้เดียวว่า การที่พี่สาวของเราได้เป็นถึงเมียพระเจ้าแผ่นดินที่ฮองเฮา จนกระทั่งได้มาเป็นแม่ของพระเจ้าแผ่นดินขึ้นเป็นที่ฮองไทเฮาเช่นนี้ ก็คงเป็นด้วยกุศลบุญของบรรพบุรุษของเราที่ได้กระทำไว้ต่อ ๆ กันมา จนถึงบุญบารมีของพี่สาวเรา ที่ได้กระทำมาแต่ปางก่อนประกอบเข้าด้วย จึงได้ดีมีเกียรติยศเป็นใหญ่ฉะนี้ ก็เมื่อกุศลบารมีส่งเสริมให้เป็นถึงฮองไทเฮา ก็เป็นผลพลอยให้เราซึ่งมิได้ทำคุณประโยชน์อะไรเลย พลอยได้รับผลมีเกียรติยศบรรดาศักดิ์สมบูรณ์พูนสุขไปด้วย ไม่ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำลำบากยากกาย เหมือนกับชนทั้งหลาย และเราเองก็ได้ตั้งใจพยายามประพฤติตนเป็นคนดี รับราชการสนองพระเดชพระคุณในราชการแผ่นดินแห่งราชวงศ์ซ้อง ทั้งเพื่อรักษาเกียรติคุณของตระกูลวงศ์ด้วย แต่เช่ายี่น้องเรากลับมาประพฤติตนเป็นคนชั่วสันดานพาลต่าง ๆ ใช้อำนาจราชศักดิ์ที่ตนได้มาในทางต่ำทราม เป็นการทำลายศักดิ์ศรีของตระกูล คนเช่นเช่ายี่นี้เมื่อสิ้นชีวิตลง ก็ไม่แคล้วที่จะถูกเงี่ยมฬ่ออ๋องลงทัณฑ์ในขุมนรกอย่างทรมานแสนสาหัส แต่การกระทำของน้องชายเรานี้ คนที่มิรู้ก็เข้าใจไปว่า เราผู้เป็นพี่ชายคอยสนับสนุนให้ท้าย ก็ไม่แคล้วที่จะพ้นคำสาปแช่งของประชาชนพลเมืองไปได้ อย่ากระนั้นเลย เราอย่าอยู่ร่วมถิ่นที่กับคนชั่ว ควรจะปลีกตัวหลีกเลี่ยงไป จึงจะเป็นการสมควร ออกเที่ยวแสวงหาความสงบวิเวกอันเป็นความสันโดษร่มเย็นทางใจจะดีกว่า เมื่อคิดพิจารณาปลงใจตกเด็ดขาดแล้ว เช่าก๊กกู๋ก็ปฏิบัติตนอย่างนักบวช ถือศีลกินเจและออกหาที่วิเวกเพื่อบำเพ็ญภาวนา มอบทรัพย์สมบัติให้บุตรภรรยา และแจกเงินทองส่วนที่เหลือให้เป็นทานแก่คนยากคนจน แล้วก็สวมเครื่องแต่งกายแบบเต้าหยินบ่ายหน้าออกสู่ป่าชัฏ

     เช่าก๊กกู๋ ได้เที่ยวเดินทางแสวงหาที่สงบสงัดเพื่อให้เหมาะแก่การบำเพ็ญอยู่เป็นเวลาหลายวัน ก็ได้พบถ้ำที่เชิงเขาถ้ำหนึ่ง ดูทำเลสถานที่น่ารื่นรมย์ก็มีความยินดีเข้าจัดแจงปรับปรุงตบแต่งสถานที่ทั้งภายในและภายนอกให้สะอาด แล้วยับยั้งเข้าพำนักบำเพ็ญเพียรเจริญภาวนาอยู่ ณ ถ้ำนั้นเป็นเวลาหลายปี จนบรรลุผลสำเร็จมีฌานตบะอันกล้าแข็ง เหตุนี้ได้ล่วงรู้ไปถึงท่านลีเล่ากุน จึงได้มีบัญชาให้ฮั้นเจงหลีและลื่อท่งปินไปรับตัว เซียนทั้งสองรับบัญชาแล้ว ก็เหยียบเมฆเหาะมายังถ้ำที่อยู่ของเช่าก๊กกู๋ ลงยังพื้นดินแล้ว ได้เข้าคำนับทักทายปราศรัยกันกด้วยความยินดี ฮั้นเจงหลีจึงถามว่า การที่ท่านปฏิบัติบำเพ็ญเพียรทั้งนี้เพื่อประสงค์สิ่งใด เช่าก๊กกู๋จึงตอบว่าข้าพเจ้าไม่มีความประสงค์สิ่งภายนอกใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากความแท้จริงภายในเท่านั้น เซียนทั้งสองจึงย้อนถามอีกว่า ก็ที่ท่านว่า ความแท้จริงนั้นอยู่ที่ไหนเล่า เช่าก๊กกู๋ได้ฟัง ก็ยิ้มหัวแล้วชี้มือขึ้นไปเบื้องบน เซียนทั้งสองก็ว่าอีกว่า ก็ที่ท่านชี้ขึ้นไปเบื้องบนนั้นอยู่ที่ไหน ตอนนี้เช่าก๊กกู๋ผงกศีรษะหัวเราะชอบใจ แล้วลดมือลงมาชี้ที่หัวใจเซียนทั้งสองก็หัวเราะด้วยความพอใจแล้วว่า ความแท้จริงนั้นก็คือใจ การบำเพ็ญภาวนาก็เพื่อความเข้าถึงธาตุแท้แห่งใจ เมื่อท่านบรรลุผลดั่งนี้แล้ว ก็เป็นอันท่านได้รับค่าแห่งการบำเพ็ญเพียรสมปรารถนาแล้ว ขอเชิญท่านไปยังสำนักท่านอาจารย์ลีเล่ากุนด้วยกันเถิด เช่าก๊กกู๋ก็กระทำคำนับแล้วเหยียบเมฆเหาะไปยังเขาเล่งห่วยหวยพร้อมกัน

     ขณะนั้น ท่านลีเล่ากุนกำลังนั่งสนทนากับอวนคูเซียนอยู่ภายในถ้ำ ลีเล่ากุนได้กล่าวกับอวนคูเซียนว่า บัดนี้ในคณะโป๊ยเซียนก็ได้มีประจำอยู่เจ็ดตำแหน่งแล้ว ยังคงเหลืออยู่แต่ตำแหน่งที่แปดอีกตำแหน่งเดียว อันเป็นตำแหน่งของเช่าก๊กกู๋เท่านั้น บัดนี้ เช่าก๊กกู๋ก็ได้บำเพ็ญเพียรปฏิบัติได้บรรลุผลสำเร็จถึงภาวะแห่งความเป็นเซียนและขณะนี้ฮั้นเจงหลีและลื่อท่งปินได้ไปรับ กำลังจะมาถึงอยู่แล้ว ท่านจงไปต้อนรับเถิด อวนคูเซียนก็ลุกขึ้นกระทำคำนับ ออกไปคอยอยู่ที่ประตูถ้ำ ก็พอเห็นทิก๋วยลี้ เจียงกั๋วเล้า น่าไชหัว ฮั้นเซียงจื๊อ และฮ่อเซียนโกว ยืนคอยอยู่ก่อนแล้ว ก็กระทำคำนับซึ่งกันและกัน ทิก๋วยลี้ จึงว่า บัดนี้ฮั้นเจงหลีและลื่อท่งปินได้ไปรับเช่าก๊กกู๋ ซึ่งจะได้รับตำแหน่งเข้าอยู่ในลำดับเซียนองค์ที่แปด จึงได้มาพร้อมกัน คอยต้อนรับเพื่อความพร้อมหน้า เป็นองค์สามัคคีตามบัญชาของท่านอาจารย์ลีเล่ากุน อวนคูเซียนจึงว่า เป็นที่ควรปิติยินดียิ่งนัก ในการที่คณะโป๊ยเซียนได้มีสภาพครบองค์คณะโดยบริบูรณ์ในเวลาอันรวดเร็ว (เวลารวดเร็วอย่างของเซียนก็นับเป็นพัน ๆ ปีของมนุษย์) ถ้าจะหวนระลึกไปถึงกาลเวลา ที่อาจารย์ทิก๋วยลี้สำเร็จมาจนถึงบัดนี้ ก็เป็นเวลาในโลกมนุษย์กว่าพันปี ดูแล้วก็นานหนักหนา แต่สำหรับของเราก็คล้ายกับวันสองวันเท่านั้นเอง เซียนทั้งหลายที่ยืนประชุม ณ ที่นั้นต่างก็หัวเราะ

     ก็พอฮั้นเจงหลีและลื่อท่งปินนำเช่าก๊กกู๋มาถึงต่างได้กระทำคำนับ กระทำความรู้จักคารวะต่อกันตามลำดับเก่าใหม่ เสร็จแล้ว ก็พอกันเข้าไปภายในถ้ำ กระทำสักการะเคารพต่อท่านลีเล่ากุน แล้วต่างก็เข้านั่ง ณ ที่อันเป็นประจำของตน แต่เช่าก๊กกู๋ยังคงยืนพนมมืออยู่ เพราะยังมิได้รับบัญชาประการใด เมื่อนั่งกันเรียบร้อยแล้ว ท่านลีเล่ากุนจึงว่า การที่เช่าก๊กกู๋ได้เสียสละความผาสุข ตลอดจนยศถาบรรดาศักดิ์ทรัพย์สมบัติและครอบครัว ซึ่งเป็นวิสัยของชาวโลก ออกมาประพฤติบำเพ็ญเพียร จนบรรลุผลสำเร็จ เข้าสู่ภาวะอันเลิศแห่งความเป็นเซียนดั่งนี้เป็นที่น่าปิติยินดียิ่งนัก บัดนี้เราขอรับเช่าก๊กกู๋ เข้าอยู่ในตำแหน่งเซียนเป็นลำดับองค์ที่แปดสืบไป เป็นอันได้ครบองค์คณะแห่งโป๊ยเซียน ที่ได้เลือกแล้ว และทรงคุณโดยประการทั้งปวง เซียนทั้งแปดองค์เมื่อเข้าประจำลำดับตำแหน่งครบแล้ว ต่างก็ได้กระทำสักการะ กราบลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วเข้าประจำที่ของแต่ละคน ได้สนทนาซักถามถึงความเป็นไป ตลอดจนข้อธรรมทั้งปวงพอเป็นเวลาอันสมควรแล้ว ต่างก็กราบลาท่านลีเล่ากุนและคำนับลาอวนคูเซียนกลับไปยังสำนักแห่งตน ตั้งแต่บัดนั้นเซียนทั้งแปดต่างก็มีสามัคคีธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะปฏิบัติสิ่งใดก็พร้อมเพรียงกัน ประกอบทั้งมีเดชอำนาจอันสมบูรรณ์ จึงเป็นที่รักใคร่นับถือของเหล่าเทพยดาและเหล่าเซียนใหญ่น้อยทั้งหลาย ฯลฯ