Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
พบยมบาล | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

พบยมบาล

781 Views

     นายหลินจิ้นซุน ฝันว่าได้ไปที่เมืองนรก ตื่นขึ้นมาจึงเขียนบันทึกนี้ไว้ นายหลินมีฐานะยากจน บ้านอยู่ที่ตำบลหวั่นหยิน อำเภอพูเถียน จังหวัดเฮงฮัว ในคืนวันที่ 5 เดือน 8 รัชกาลคังซี แห่งราชวงศ์ชิง ได้ฝันว่ามีคนใส่ชุดขาวมาถามว่า “เจ้ารู้เรื่องฟ้าดินผีสางเทวดา กฏแห่งกรรมหรือไม่ ?”
     นายหลิน “ตามหลักแล้วทำดีควรได้ดี ทำชั่วควรได้ชั่ว แต่ทำไมมีบางคนทำดีกลับได้ชั่ว ทำชั่วกลับได้ดี ผมไม่เข้าใจจริง ๆ”
     ชายชุดขาว “วันนี้ข้าจะนำเจ้าไปท่องยมโลก เรื่องบาปบุญคุณโทษเจ้าก็จะเข้าใจเอง”
     นายหลิน “ผมกับท่านไม่เคยรู้จักกันมาก่อนไฉนจึงพูดเช่นนี้”
     ชายชุดขาว “ชาติก่อนข้ากับเจ้าเป็นเพื่อนปฏิบัติธรรมร่วมอาจารย์เดียวกันที่สนิทกันมาก บัดนี้เห็นเจ้าไม่รู้แจ้งเรื่องบุปบุญคุณโทษจนหลงเดินทางผิด เกรงว่าจะตกสู่อบายภูมิ จึงมาชี้ทางสว่างช่วยเจ้าให้พ้นภัย”
     นายหลิน “ผมมีภัยอันใดต้องฉุดช่วยหรือครับ ถ้าเช่นนั้นผมควรไปกราบขอบคุณท่านถึงจะถูก ไม่ทราบว่าบ้านของพี่ท่านอยู่ที่ไหน”
     ชายชุดขาว “ที่อยู่ของข้าเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ ตามข้าไปก็แล้วกัน” นายหลินจึงเดินไปกับชายชุดขาว ทันใดก็เห็นด่านแห่งหนึ่งคล้ายกับประตูเมืองทั่วไป ที่ข้างประตูมีคนรูปร่างสูงใหญ่ยังกับยักษ์ปักหลั่นลักษณะท่าทางน่ากลัวมาก
     นายหลิน “ชาวโลกมักพูดกันว่าที่ยมโลกมีด่านประตูผีไม่ทราบว่าเป็นด่านนี้ใช่ไหม ?”
     ชายชุดขาว “ใช่แล้ว”
     นายหลิน “ด่านนี้มีทางทะลุไปที่ไหน?”
     ชายชุดขาว “ด่านนี้เป็นชุมทางใหญ่ของยมโลก มีทั้งทางขึ้นสวรรค์ ทางลงนรกและทางไปเมืองมนุษย์” นายหลินมองเข้าไปภายในด่านเห็นมีอาคารหลังหนึ่งใหญ่โตราวกับตำหนักเจ้าจึงถามว่า “อาคารหลังนี้เป็นที่อยู่ของท่านผู้ใด ?”
     ชายชุดขาว “เป็นที่ประทับของท่านยมบาล”
     นายหลิน “ยมบาลคือพญายมใช่หรือเปล่า ?”
     ชายชุดขาว “ไม่ใช่ ยมบาลคือผู้พิจารณาตัดสินลงโทษหรือปูนบำเหน็จความดีความชอบแก่เหล่าวิญญาณผีทั้งหลายคนที่ขณะมีชีวิตอยู่ได้กระทำความชั่ว หลังจากตายแล้วก็ต้องมาที่นี่ถ้าหากปฏิเสธไม่ยอมรับผิด ยมบาลก็จะให้ส่องดูที่กระจกส่องกรรม ภาพการทำชั่วทุกอย่างก็จะปรากฏออกมาให้เห็นจนหมดไม่สามารถปิดบังแม้แต่น้อย”
     นายหลิน “หลังจากยมบาลตัดสินแล้วทางพญายมยังต้องตัดสินอีกหรือไม่ ?”
     ชายชุดขาว “การตัดสินคดีของยมโลกแตกต่างจากเมืองมนุษย์ ข้าราชการในเมืองมนุษย์ที่ทุจริตคอร์รัปชั่น แม้จะถูกตัดสินลงโทษ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ชัดเจนอยู่ดี แต่ในยมโลกนี่ยุติธรรมที่สุดเนื่องจากเรื่องทุกอย่างได้ทราบล่วงหน้ามาก่อนแล้ว และถือเอากุศลผลบุญเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ส่วนเรื่องยศศักดิ์หรือทรัพย์สินเงินทองถือว่าไม่สำคัญ ผู้ที่ทำความดี แม้ว่าขณะมีชีวิตจะเป็นขอทานที่ยากจนข้นแค้น หลังจากตายแล้วมาถึงที่นี่ก็ถือว่าสูงส่งมาก ส่วนคนที่ทำความชั่ว แม้ว่าขณะมีชีวิตจะมียศศักดิ์สูงส่งหรือร่ำรวยด้วยทรัพย์สมบัติเพียงใด หลังจากตายแล้วมาถึงที่นี่ต้องถูกยมบาลพิจารณาตัดสินลงโทษ โดยยมบาลจะส่งคำตัดสินไปให้พญายมดู ทางพญายมเพียงแต่ตรวจดูสำนวนคดีโดยไม่ต้องตัดสินอีก”
     นายหลิน “ถ้าเช่นนี้อย่าไปดีกว่า”
     ชายชุดขาว “ก็ข้ากำลังจะนำเจ้าไปท่องยมโลก เพื่อชมผลแห่งการทำดีหรือทำชั่วต่าง ๆ อันเป็นการเตือนสติให้เจ้ากลับตัวเป็นคนดี” นายหลินจึงจำต้องเดินไปกับชายชุดขาว ขณะที่เดินไปใกล้หน้าตำหนัก ทันใดก็เห็นคนรูปร่างแปลกประหลาดสี่คนเดินเข้ามาจะจับนายหลิน เขากลัวมากรีบวิ่งไปกอดชายชุดขาวไว้แน่น พลางถามว่า “เขาจะมาจับผมทำไม ?”
     ชายชุดขาว “คนเหล่านี้เป็นเจ้าหน้าที่ในตำหนักจะมาพาเจ้าไปพบท่านยมบาล”
     นายหลิน “ถ้าผมเข้าไปแล้วหากยมบาลถามผมจะให้ตอบว่ายังไง”
     ชายชุดขาว “เจ้าไม่ต้องกลัว ให้ดูก่อนว่าท่านยมบาลจะถามอะไร?”
     นายหลิน “ตลอดชีวิตผมบางอย่างก็ย่อมมีทำไม่ถูกต้องบ้าง ถ้ายมบาลถาม ผมควรบอกกับท่านยังไงดี ?”
     ชายชุดขาว “เข้าไปแล้วขอให้เจ้าสำนึกผิดกลับตัวกลับใจใหม่”
     นายหลิน “จิตสันดานใช่ว่าจะเปลี่ยนได้ง่าย ๆ”
     ชายชุดขาว “ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับตัวได้คือฝั่งนิพพานแม้ว่าชาตินี้เจ้าจะไร้มหากุศล แต่การทำบาปยังน้อย ยังสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้ เจ้าเข้าไปเถิดไม่ต้องกลัว”
     นายหลิน “ไปครั้งนี้ไม่ทราบว่าจะได้กลับเมืองมนุษย์อีกหรือไม่ ?”
     ชายชุดขาว “เมื่อยังไม่หมดอายุขัยก็ควรได้กลับ”
     นายหลิน “แล้วถ้าอายุขัยของผมหมดจะทำอย่างไร”
     ชายชุดขาว “ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่หมดอายุขัยจึงได้นำเจ้ามา เมื่อเจ้าพบกับท่านยมบาลก็จงรับสารภาพตามตรง ถึงการทำดีและชั่วทุกอย่าง และตั้งสัจจะสาบานต่อหน้าท่านยมบาลว่าจะกลับตัวเป็นคนดีละเว้นความชั่วทุกอย่าง ท่านยมบาลก็ย่อมจะอภัยให้เจ้า แต่ถ้าเจ้าบอกแต่การทำดี ปิดบังการทำชั่ว หากท่านยมบาลตรวจพบก็จะต้องถูกเพิ่มโทษ” นายหลินไม่ทราบจะทำอย่างไรได้แต่กอดชายชุดขาวไว้
     ชายชุดขาว “เจ้าเข้าไปกับข้าไม่ต้องกังวล” เมื่อนายหลินเข้าไปในตำหนักก็คุกเข่าลงแต่ไม่เห็นยมบาล ได้ยินแต่เสียงของท่านยมบาลพูดขึ้นว่า “เจ้าอยู่เมืองมนุษย์ไม่รู้จักบำเพ็ญความดีวันนี้มาถึงที่นี่จะแก้ตัวว่าอย่างไร ?”
     นายหลิน “ข้าน้อยทราบแต่ว่ากฏหมายเมืองมนุษย์หลีกเลี่ยงง่าย ส่วนกฏยมโลกไม่ทราบเป็นอย่างไร ?”
     ยมบาล “คนเหล่านี้ขณะมีชีวิตล้วนแต่เป็นคนก่อกรรมทำชั่ว หากเจ้าไม่เชื่อก็จงหันไปดูซิ” เมื่อนายหลินหันไปดูก็เห็นวิญญาณบาปจำนวนมากร่างกายเปลือยเปล่าทุกคนถูกล่ามโซ่ตรวนต่างถูกเฆี่ยนตีจนเนื้อหนังแตกเป็นแผลเลือดไหลเต็มตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงระงมไปหมด
     ยมบาล “ถ้าเจ้าไม่กลับตัวเป็นคนดี วันหน้าก็ต้องเหมือนคนเหล่านี้”
     นายหลินคิดในใจว่า วิญญาณบาปที่เสวยทุขเวทนาเหล่านี้ ล้วนแต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ไม่ทราบว่าพ่อแม่และบรรพบุรุษของตนตกไปอยู่ที่ใด ถ้าหากมีบาปเหมือนคนเหล่านี้ จะสามารถหลุดพ้นไปได้อย่างไร ? ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ พลันได้ยินเสียงของยมบาลดังก้องกังวานว่า
      ยมบาล “ข้าสงสารเจ้าที่ชาติก่อนหน้านี้ เจ้าเป็นคนใจบุญสุนทาน งดฆ่าสัตว์ ปลดปล่อยสัตว์ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาไม่น้อย จึงประทานให้เจ้ามีร่างกายที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อหวังให้เจ้าปฏิบัติบำเพ็ญธรรมจนบรรลุมรรคผล คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะลุ่มหลงกิเลสโลกีย์ในเมืองมนุษย์ไม่คิดใฝ่หาความดีใส่ตัวแม้แต่น้อย เจ้าว่าไม่ทราบกฏยมโลกทราบแต่กฏหมายเมืองมนุษย์ ข้าขอถามเจ้า กฏหมายเมืองมนุษย์ความผิดอะไรร้ายแรงที่สุด”
     นายหลิน “ข้าน้อยคิดว่าอกตัญญูเนรคุณต่อพ่อแม่เป็นความผิดร้ายแรงที่สุด”
     ยมบาล “ในเมื่อเจ้ารู้เช่นนี้ก็ควรที่จะทำตัวเป็นบุตรที่ดีกตัญญูรู้คุณบิดามารดา ไฉนเจ้าจึงกลับกล้าบังอาจเอาแต่หาความสุขสำราญใส่ตัว เที่ยวเตร่เสเพลไปวัน ๆ โดยไม่คิดจะทดแทนพระคุณบิดามารดาแม้แต่น้อย ความผิดข้ออกตัญญูเจ้าจะหนีพ้นได้อย่างไร ?”
     นายหลิน “ข้าน้อยลุ่มหลงรู้ตัวว่าผิด บัดนี้ได้เห็นวิญญาณมากมายที่ไม่รู้จักข้าน้อยคิดถึงพ่อแม่และบรรพบุรุษ เกรงว่าจะมีบาปด้วย จึงยินดีที่จะรับโทษแทนท่าน ขอใต้เท้าโปรดเมตตาอนุญาตให้ผมได้พบกับพ่อแม่สักครั้งเถิด”
     ยมบาล “เจ้าไม่มีกุศลผลบุญอะไรจะรับโทษแทนไม่ได้ และจะทราบได้อย่างไรว่า เจ้าพูดจากใจจริง เลขา....เอาพู่กันเขียนคำว่า “กตัญญู” แล้วให้นายหลินเอามือประทับลงบนตัวหนังสือ ถ้าในมือมีตัวหนังสือติดอยู่ ก็แสดงว่าเจ้ามีความจริงใจ แต่ถ้าไม่มีก็แสดงว่าเจ้าไม่มีความจริงใจ ไม่ได้คิดจะกลับตัวใหม่ แม้จะยังไม่หมดอายุขัย หากปล่อยเจ้ากลับไปก็ไร้ประโยชน์”
      นายหลินปฏิบัติตามคำสั่งโดยใช้มือประทับที่ตัวหนังสือ เลขาเอามือนายหลินให้ยมบาลดู ยมบาลเห็นมีตัวหนังสือติดอยู่ในมือก็กล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า “เขามีความจริงใจอยู่บ้าง ปล่อยเขาไปได้”
     ยมบาล “ในเมืองมนุษย์ หญิงคลอดบุตรใหม่ ๆ ชอบเอาเสื้อผ้าเปื้อนเลือดไปล้างในแม่น้ำลำคลอง ทำให้น้ำสกปรกเป็นการล่วงละเมิดสามแสง (แสงอาทิตย์ แสงจันทร์ แสงดาว) ทำให้คนที่ไม่ทราบเอาน้ำเปื้อนเลือดนี้ไปดื่มหรือนำไปไหว้เจ้าความผิดข้อนี้หนักมาก ผู้ทำความผิดหลังจากตายแล้วล้วนแต่ต้องเสวยทุกข์ในนรกทะเลเลือดทั้งสิ้น เวลาพ่อแม่ตายผู้เป็นบุตรควรจะแสดงความกตัญญูด้วยการถือศีลกินเจ ปฏิบัติธรรม หมั่นทำความดีสร้างกุศล และควรเตือนหญิงที่คลอดบุตรอย่าเอาของสกปรกไปล้างในแม่น้ำลำคลอง ซึ่งจะสามารถทำให้พ่อแม่หลุดพ้นจากความทุกข์ในขุมนรก สู่สวรรค์อันบรมสุขได้ เสียดายที่ชาวโลกไม่ทราบหลักการข้อนี้ เวลาพ่อแม่ตายเอาแต่ฆ่าสัตว์เซ่นไหว้ เลี้ยงแขกเหรื่อดื่มสุราเฮฮา นิมนต์พระหรือนักพรตปากคาว (ไม่ได้กินเจ) มาสวดมนต์ หวังเพียงครึกครื้นเฉพาะหน้า แบบนี้ไม่เพียงไร้กุศลต่อพ่อแม่ กลับเป็นการเพิ่มบาปกรรมแก่พ่อแม่ นายหลินเจ้ามีบุญวาสนาอยู่บ้างคงจะเข้าใจ”
     นายหลิน “ข้าน้อยเข้าใจแล้ว แต่ไม่ทราบว่าขณะนี้พ่อแม่ข้าน้อยตกอยู่ในสภาพเช่นใด ถ้าหากไม่ได้พบกับท่านสักครั้ง กลับไปเมืองมนุษย์ผมคงไม่สบายใจ”
     ยมบาล “ถ้าเจ้าสามารถตัดสินใจเด็ดเดี่ยวตั้งใจบำเพ็ญธรรมเพื่อทดแทนพระคุณผู้บังเกิดเกล้า พ่อแม่เจ้าที่อยู่ในปรภพก็ย่อมจะสุขสบายไร้กังวล แต่ถ้าเจ้ากลับไปแล้วไม่ตั้งใจมุ่งทำความดีตนเองมีความผิดแล้วจะไปรับโทษแทนพ่อแม่ได้อย่างไร ?”
     นายหลิน “ขอบพระคุณใต้เท้าที่ชี้ทางสว่าง ข้าน้อยจะจดจำใส่ใจ”
     ยมบาล “วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้ากลับไป แต่เจ้าจะต้องกลับตัวเป็นคนดี ถือศีลกินเจ ปฏิบัติธรรม และตักเตือนผู้คนให้ทำแต่ความดี แต่ถ้ายังลุ่มหลงอีก ตายแล้วมาที่นี่ไม่พ้นที่จะถูกข้าลงโทษ”
     แล้วยมบาลก็สั่งให้ชายชุดขาวนำนายหลินกลับเมืองมนุษย์ ขณะที่นายหลินและชายชุดขาวกำลังเดินออกมาที่หน้าประตู พลันเห็นเจ้าหน้าที่ร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังคุมวิญญาณผีกลุ่มหนึ่งเดินมา เลขาจึงเรียกชายชุดขาวให้พานายหลินกลับมาเพื่อชมการพิจารณาตัดสินคดีของยมบาล เพื่อให้เขาเกิดความกลัวไม่กล้าลุ่มหลงอีก เมื่อกลับเมืองมนุษย์จะได้นำเรื่องราวเหล่านี้ไปบอกกล่าวกับผู้คน เพื่อให้ทุกคนกลับตัวเป็นคนดี หลังจากตายแล้วจะได้ไม่ต้องตกนรกเสวยทุกขเวทนา นายหลินและชายชุดขาวจึงเดินกลับไปแล้วยืนอยู่ข้าง ๆ ฟังยมบาลตัดสินคดี
     นายหลิน “ทำไมผมจึงเห็นแต่พวกวิญญาณบาป ไม่เห็นตัวท่านยมบาล ได้ยินแต่เสียงของท่านเท่านั้น อันนี้เป็นเพราะอะไรครับ ?”
     ชายชุดขาว “เทพเทวดาล้วนมีรูปเป็นทิพย์ยมบาลก็เป็นเทพที่มีรูปเป็นทิพย์ ตาเนื้อปุถุชนอย่างเจ้าจะมองเห็นได้อย่างไร ?”
     นายหลิน “ขณะนี้เห็นแต่วิญญาณคนบาป ไฉนจึงไม่เห็นวิญญาณคนดีแม้แต่คนเดียว”
     ชายชุดขาว “ ที่เจ้าเห็นแต่คนบาป ไม่เห็นคนดี เพราะจิตญาณของเจ้ายังเข้าไม่ซึ้งถึงความดี และเวลาคนดีกลับปรโลกจะมีรังสีมงคลหุ้มกายอยู่เจ้าจึงมองไม่เห็น”
     นายหลิน “ถ้าผมกลับไปจะนำเรื่องราวที่พบเห็นในยมโลกไปเตือนคนทั้งหลายให้ละชั่วทำดี ทว่าขณะนี้ผมเห็นแต่พวกคนบาปไม่เห็นคนดี หากพูดแต่ผลของกรรมชั่วอย่างเดียว เกรงว่าผู้คนอาจไม่เชื่อก็ได้”
     ชายชุดขาว “เจ้าพูดก็มีเหตุผล หากยอมเตือนผู้คนอย่างกว้างขวางจะเป็นมหากุศลอย่างยิ่ง เจ้าอยากจะเห็นรูปทิพย์ของท่านยมบาลและคนดี ก็ต้องอาศัยพลังพุทธะ โดยต้องพนมมือแล้วสวด อามีทอฝอ ร้อยครั้ง”      เมื่อนายหลินสวด “อามีทอฝอ” ครบร้อยครั้ง พลันนัยน์ตาก็สว่างแลเห็นรูปทิพย์ของท่านยมบาลนั่งเป็นสง่าน่าเกรงขามอยู่บนบัลลังก์ เหนือประตูมีตัวอักษรเขียนว่า “ยุติธรรม” และที่ข้างประตูเขียนเป็นกลอนคู่ว่า “คนดีมาที่นี่มีรางวัล คนชั่วมาที่นี่ใจผวา” ได้เห็นเจ้าหน้าที่คุมชายชราคนหนึ่งมาคุกเข่าอยู่หน้าบัลลังก์
     นายหลิน “พ่อเฒ่าคนนี้เสื้อผ้าที่ใส่อยู่เป็นผ้าแพรอย่างดี แต่ไฉนจึงขาดกะรุ่งกะริ่ง”
     ชายชุดขาว “พ่อแฒ่าคนนี้ชาติก่อนได้สร้างกุศลอยู่บ้าง ชาตินี้จึงมีวาสนาได้เกิดในตระกูลคนร่ำรวย แต่ชาตินี้เขาลุ่มหลงถูกอวิชาครอบงำ ไม่รู้จักบำเพ็ญความดีสร้างกุศล เอาแต่ปล่อยเงินให้กู้คิดดอกแพง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เมื่อวาสนาเสพหมด จึงมีแต่บาปกรรมเต็มตัว ขณะนี้มาถึงด่านประตูผี เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่จึงถูกพวกเจ้ากรรมนายเวรรุมทึ้งเพื่อระบายความแค้น”
     นายหลินได้ยินเสียงของยมบาลตวาดด้วยเสียงอันดังว่า
     ยมบาล “ตาเฒ่า ชาตินี้เจ้ามีวาสนาได้เสพสุขจากกุศลผลบุญของชาติในอดีต ข้าหวังจะให้เจ้าชาตินี้ร่ำรวยแล้วบริจาคทานแก่ผู้ยากไร้ เพื่อบำเพ็ญบุญบารมีในชาติภพต่อไป ไฉนจึงปล่อยเงินให้กู้แล้วคิดดอกแพง เวลามีคนยากจนมาขอกู้เงิน เจ้าก็เอาโฉนดของเขามาจำนองไว้ ถ้าไม่มีโฉนดเจ้าก็ไม่ให้กู้ เวลาคนนำเงินมาใช้หนี้ เจ้าก็ไม่มีลดดอกเบี้ยแม้แต่น้อย และถ้าเขาขอผัดผ่อนบ้าง ก็จะถูกเจ้าด่าว่าอย่าางไม่ไว้หน้าจนก่อเป็นบาปเวรต่าง ๆ บัดนี้ตกมาถึงที่นี่ เจ้าจะแก้ตัวว่าอย่างไร”
     ชายชรา “ข้าน้อยออกเงินให้กู้ เพื่อกินดอกเบี้ย ไม่ได้ไปคดโกงใครเลย”
     ยมบาล “ถ้าให้กู้น้อยคิดดอกน้อย ให้กู้มากคิดดอกมากก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่เจ้าให้กู้หนึ่งแล้วคิดดอกสิบเท่าจะว่าไม่คดโกงได้อย่างไร และที่ร้ายยิ่งกว่านี้ก็คือ เจ้านำวิธีโกงแบบนี้ไปสอนแก่เศรษฐีอื่น ความผิดของเจ้าข้อนี้ต้องเพิ่มโทษอีกเท่าตัว สมควรต้องไปเสวยทุกข์ทรมานที่นรกน้ำแข็งเป็นเวลา 30 กัป และยังมีเจ้ากรรมนายเวรมากมายที่รอแก้แค้นเจ้าอยู่”
     ยมบาลสั่งเจ้าหน้าที่โบยชายชรา 100 ไม้ เพื่อให้เจ้ากรรมนายเวรคลายความแค้นโบยเสร็จก็สั่งให้เจ้าหน้าที่นำชายชราไปที่ “นรกน้ำแข็ง”
     เลขา “แม้ตาเฒ่าคนนี้จะมีบาปหนา แต่เขามีบุตรสาวกตัญญูคนหนึ่ง ได้ไว้ทุกข์โดยการถือศีลกินเจสามปี และยังได้สารภาพบาปแทนบิดา ไม่ทราบว่าใต้เท้ามีความเห็นอย่างไร ?”
     ยมบาล “ตาเฒ่าคนนี้ทำบาปไว้มากมาย ถือศีลกินเจแค่สามปีกุศลน้อยมากจะสามารถชดเชยได้อย่างไร ?”
     เลขา “ถ้าใต้เท้าไม่เมตตาลดหย่อนผ่อนโทษให้บ้างต่อไปชาวโลกใครจะยอมไว้ทุกข์ให้พ่อแม่ด้วยการถือศีลกินเจซึ่งอาจจะทำให้ลูกกตัญญูเสียกำลังใจได้นะครับ”
     ยมบาล “ฟ้าดินส่งเสริมคนกตัญญู ในเมื่อเขามีบุตรสาวกตัญญูทดแทนพระคุณ ซึ่งหาได้ยากในโลกก็นิรโทษกรรมให้เขาไม่ต้องไปเสวยทุกข์ทรมานจากความหนาวเหน็บในนรก โดยให้เขาไปเกิดเป็นคนขอทานที่ร่างกายไม่สมประกอบ อายุ 3 ขวบ เสียมารดา อายุ 5 ขวบ เสียบิดา อายุ 13 ขวบ ประสบอุบัติเหตุเสียขา มีอายุขัย 40 ปี ตลอดชีวิตยากจนเข็ญใจ หากสามารถกลับตัวเป็นคนดี หมั่นบำเพ็ญกุศล ไม่โทษฟ้าโทษดิน อยู่อย่างสงบเสงี่ยมไม่เกเรเอาแต่ใจตน ก็ลดอายุขัยให้ 10 ปี แต่ถ้าหากไม่ยอมกลับตัวเป็นคนดี บำเพ็ญกุศล ยังเกเรเที่ยวก่อกรรมทำเข็ญ ก็จะไม่ลดอายุขัยให้ เมื่อกลับปรโลกจะให้ไปเสวยทุกข์ที่นรกน้ำแข็ง” แล้วยมบาลก็สั่งเจ้าหน้าที่นำตัวชายชราไปที่หอจุติเพื่อดำเนินการต่อไป นายหลินแลเห็นแสงมงคลบนท้องฟ้าจึงถามว่า “นั่นเป็นอะไรครับ”
     ชายชุดขาว “นั่นเป็นแสงมงคล คงจะมีเทพพรหมมาที่นี่”
     ทันใดแสงมงคลก็กลายเป็นชายสามคนยืนอยู่บนก้อนเมฆ พอยมบาลเห็นก็รีบออกมาต้อนรับ
     ยมบาล “ขอแสดงความยินดีต่อนักพรตทุกท่านที่ปฏิบัติบำเพ็ญจนบรรลุมรรคผล ฉุดช่วยบรรพบุรุษร่วมเสวยบรมสุขยังแดนสุขาวดี ขอเชิญไปอยู่ที่ศาลาสามเณรก่อน เพื่อรอพุทธโองการรับไปแดนสุขาวดี”
     นักพรตทั้งสามคนประนมมือคารวะแล้วก็จากไป และเห็นเจ้าหน้าที่คุมพระ 20 กว่ารูป ซึ่งล้วนแต่ประพฤติผิดพระธรรมวินัยลุ่มหลงสุรา นารี สมบัติ โมหะ แรกมาถึงยังไม่ได้แยกแยะชั่ว - ดี พระทุกรูปต่างสวดภาวนา “อามีทอฝอ” ยมบาลเห็นพวกเขาสวด “อามีทอฝอ” ก็ลุกขึ้นประนมมือคารวะ ทันใดที่ผนังห้องโถงก็ปรากฏมีกระจากบานใหญ่บานหนึ่งส่องแสงเจิดจ้า
     นายหลิน “นี่คืออะไรครับ”
     ชายชุดขาว “ นี่คือกระจกส่องกรรม ใช้สำหรับส่องดูการทำความดีความชั่วของมนุษย์”
     และเห็นบรรดาพระบนศีรษะต่างมีพระพุทธรูป เมื่อยมบาลสวดคาถา ทันใดในกระจกก็ปรากฏมีองค์พุทธะแท้ลักษณะงามสง่า ในมือถือจานสีขาวใบหนึ่ง แล้วอัญเชิญพระพุทธรูปที่อยู่บนศีรษะเหล่าพระไปอยู่ในจานเสร็จแล้วก็หายวับไป ยมบาลเห็นบนศีรษะของพวกพระไม่มีพระพุทธรูปก็ตวาดด้วยเสียงอันดังว่า
     ยมบาล “ พวกเจ้าเมื่อออกบวชแล้ว ควรที่จะรักษาศีลขัดเกลากายใจ ตัดขาดจากสุรา นารี สมบัติ โมหะ สารภาพบาปจากใจจริง มุ่งมั่นที่จะสำเร็จเป็นเทพพรหมเพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณฟ้าดิน บิดามารดา ครูบาอาจารย์จึงจะถูก แต่พวกเจ้ากลับบังอาจลุ่มหลงสุรานารี ฆ่าสัตว์ กินเนื้อสัตว์ ทำให้พระพุทธศาสนามัวหมอง และเอาเงินของญาติโยมที่หามาด้วยความยากลำบากไปใช้ทางอบายมุขโดยไม่ได้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม ความผิดบาปเหล่านี้ใหญ่หลวงนักที่จริงควรให้พวกเจ้าไปเกิดเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านของญาติโยมเจ้าของเงินเพื่อชดใช้หนี้กรรม แต่เห็นแก่พระศาสดาไม่สะดวกที่จะให้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน จะตรวจดูก่อนว่าในโลกมนุษย์มีหญิงตั้งครรภ์คนใดบ้างที่มีหนี้กรรมต่อกัน โดยจะให้ไปเกิดแล้วตายใน 3 วัน 5 วัน หรือตายไปใน 1 ปี 2 ปี เมื่อถึงเวลานั้นกลับยมโลกค่อยพิจารณาอีกครั้ง”
     เลขา “ ในจำนวนนั้นมีพระกลับใจอยู่รูปหนึ่ง แต่ก่อนแม้จะมีความผิดโดยล่วงละเมิดศีล ยังดีที่สามารถกลับตัวได้ โดยสวดมนต์ไหว้พระทุกวันด้วยความศรัทธา เพื่อทำคุณไถ่บาป ทั้งยังรักถนอมหนังสือ ธัญญาหาร ปลดปล่อยสัตว์ ใต้เท้าจะวินิจฉัยอย่างไร ?”
     ยมบาล “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ลดโทษให้กึ่งหนึ่งให้เขาไปเกิดเป็นพระยากจนที่ตาบอดต้องลำบากตลอดชีวิต หากสามารถรักษาศีล สวดมนต์ไหว้พระ สารภาพบาป หลังจากตายแล้วไม่ต้องเสวยทุกข์ในนรก”
     พระกลับใจ “เมื่อใต้เท้าเมตตาให้ผมไปเกิดเป็นพระสวดมนต์ไถ่บาป ถ้าตาบอดแล้วจะสวดมนต์ได้อย่างไร ขอใต้เท้าได้โปรดเมตตาประทานตาข้างหนึ่งอย่าให้บอดหมดเลยครับ”
     ยมบาล “เจ้าทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสียสมควรที่ต้องตาบอดเพื่อชดใช้กรรมที่เจ้าเกรงว่าตาบอดแล้วจะไม่สามารถสวดมนต์ไถ่บาป ข้าจะให้ยาเพิ่มปัญญาแก่เจ้าเม็ดหนึ่ง เมื่อกลืนเข้าไปแล้ว ชาติหน้าพอได้ยินเสียงพระสูตรก็จะไม่มีวันลืม
     กล่าวจบก็สั่งให้เจ้าหน้าที่คุมเหล่าพระไป และมีแม่ชีไม่บริสุทธิ์สามคน พอยมบาลเห็นก็กล่าวด้วยความโมโหว่า
     ยมบาล “ธรรมดาเวลาหญิงคลอดบุตร ร่างกายไม่สะอาด ไม่กล้าเข้าใกล้เตาไฟหรือบ่อน้ำ หรือโผล่ศีรษะไปที่กลางแจ้ง เพราะเกรงไอสกปรกจะไปล่วงละเมิดเทพยดาตายแล้วต้องเสวยทุกข์ในทะเลเลือด เพราะฉะนั้นหญิงคลอดบุตรจึงต้องเก็บตัวอยู่แต่ในห้องหนึ่งเดือน หลังจากนั้นจึงกล้าออกไปนอกบ้าน ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมาแต่อดีตถึงปัจจุบัน เจ้าออกบวชเจตนาหวังที่จะบรรลุพุทธะควรที่จะต้องตัดขาดจากกิเลสตัณหา ตั้งใจบำเพ็ญเพียรรักษาศีล สวดมนต์ไหว้พระ วันหน้าสำเร็จจะได้ฉุดช่วยบิดามารดา บรรพบุรุษ แต่พวกเจ้ากลับสร้างบาปกรรมประพฤติผิดศีลกาเมร่วมประวเณีกับชายคนรักจนกระทั่งตั้งครรภ์แล้วกินยาจนแท้งลูก การทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสียต้องเพิ่มโทษอีกเท่าหนึ่ง สมควรเอาตัวไปปีนต้นงิ้วเสวยทุกขเวทนานสามพันปี จากนั้นให้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไม่มีโอกาสเกิดเป็นคนอีกตลอดกาล ส่วยผู้ชายคนที่ร่วมประวณีกับแม่ชี หลังจากตายแล้วก็ต้องรับโทษแบบเดียวกันนี้” และมี ผู้หญิงคนหนึ่งผมเผ้ายุ่งเหยิง คุกเข่าร้องไห้อยู่หน้าบัลลังก์
     ยมบาล “เจ้าร้องไห้ทำไม”
     นางบาป “อีฉันคลอดลูกตายทุกข์ทรมานเหลือเกิน”
     ยมบาล “วิบากกรมอันนี้เป็นผลจากการทำชั่วของเจ้าเนื่องจากชาติก่อนเจ้าได้ฆ่าสาวใช้ที่ชื่อตันกุ้ย ตายอย่างน่าอนาถโดยที่ไม่มีความแค้นต่อกันมาก่อน แล้วจะไปโทษใครได้เล่า”
     นางบาป “ตันกุ้ยป่วยตายเอง อีฉันไม่ได้ฆ่า เกี่ยวอะไรกับอีฉันเล่า ใต้เท้าโปรดตรวจดูให้ละเอียดทีเถิด”
     ยมบาล “นางสารเลว ยังบังอาจโต้เถียงอีก ตอนที่ตันกุ้ยตายได้มาร้องทุกข์กับข้าทีแรกจะเอาตัวเจ้ามา แต่เนื่องจากเจ้ายังไม่หมดอายุขัย จึงลงมือไม่สะดวก บัดนี้หมดอายุขัยแล้วจึงอนุญาติให้นางตันกุ้ยไปแก้แค้นได้ โดยไปอยู่ในท้องของเจ้าทำความเจ็บปวดอยู่ 4 เดือน คลอดลำบาก 20 กว่าวันจนกระทั่งเจ้าตาย นี่เป็นกรรมตามสนองจะไปโทษใครได้เล่า เจ้าหน้าที่ นำตัวไปรับโทษที่นรกโลกันตร์ นี่คือผลของการฆ่าสาวใช้” และเห็นวิญญาณบาปจำนวนมากทยอยกันไม่ขาดสาย
     ชายชุดขาว “เจ้าลาท่านยมบาลแล้วกลับกันเถอะ”
     นายหลิน “แต่ก่อนผมลุ่มหลงไม่เข้าใจเรื่องบาปบุญคุณโทษ วันนี้พี่ท่านเมตตาพามาท่องยมโลก ได้เห็นท่านยมบาลตัดสินคดี จึงทราบว่าผลแห่งบาปกรรมมีจริง อยากจะรอให้ท่านยมบาลตัดสินคดีหมดก่อนแล้วค่อยกลับ”
     ชายชุดขาว “ที่นี่มีวิญญาณบาปมาตลอดเวลา จะดูจนหมดได้อย่างไร” ก่อนที่นายหลินจะกราบลา
     ยมบาล “เจ้ากลับไปต้องกลับตัวกลับใจเป็นคนดี ถือศีลกินเจ ปฏิบัติธรรม จะได้หลุดพ้นจากทุข์ภัยสู่แดนสวรรค์ และต้องตักเตือนคนทั้งหลายให้สร้างกรรมดี สั่งสมกุศลบารมีการได้เกิดเป็นคนครั้งนี้จึงจะไม่สูญเปล่า”
     นายหลินกราบลายมบาล แล้วเดินออกจากตำหนักพร้อมกับชายชุดขาว ขณะที่กำลังเดินอยู่ ทันใดก็เห็นวิญญาญบาปตนหนึ่งถูกล่ามโซ่ตรวนเจ้าหน้าที่ลากไปทางถนนมืด วิญญาณบาปเดินร้องไห้ไม่ยอมไปเจ้าหน้าที่ที่คุมอยู่ข้างหลังก็ใช้กระบองทุบตี และเห็นหญิงคนหนึ่งลักษณะคล้ายคนขี้โรคถูกคุมไปทางถนนมืดเช่นกัน
     นายหลิน “ผู้หญิงคนนี้ได้ทำบาปอะไรครับ ?”
     ชายชุดขาว “หญิงคนนี้ชาติก่อนประพฤติผิดในกาม ชาตินี้จึงต้องป่วยเป็นวัณโรค”
     นายหลิน “การประพฤติผิดในกามส่งผลร้ายแรงถึงเพียงนี้หมายความว่าทุกคนที่เป็นโรคร้าย ก็เพราะชาติก่อนสำส่อนนะซิ”
     ชายชุดขาว “ถูกต้อง คนอื่นตายแล้วซากศพครบ แต่หญิงคนนี้วันหน้าซากศพจะแยกเป็นท่อน เพราะชาติก่อนนางได้ร่วมประเวณีกับผู้ชายในที่โล่งแจ้ง ซึ่งเป็นการลบหลู่เทพยดาฟ้าดินจึงถูกลงโทษเป็นผู้หญิงที่อายุ 12 ขวบ ป่วยเป็นโรคร้ายหาคนแต่งงานไม่ได้ มีอายุขัย 50 ปี เป็นคนขอทานตลอดชีวิต สุดท้ายต้องอดตายอยู่ข้างถนน ซากศพถูกสัตว์ต่าง ๆ แทะกิน ส่วนชายคนที่ร่วมสมสู่กับหญิงคนนี้ก็มีโทษแบบเดียวกัน” และเห็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งในมือถือมีดสามเหลี่ยม
     นายหลิน “นี่คืออะไรครับ ?”
     ชายชุดขาว “เรียกกันว่ามีดสามพิฆาต เมื่อหญิงผู้นี้ไปเกิดจะฆ่าสามีสามคน”
     นายหลิน “คนที่ไปแต่งงานกับนางก็จะถูกนางฆ่าหรือครับ ?”
     ชายชุดขาว “อายุขัยของคนจะสั้นหรือยาวต่างถูกกำหนดไว้แล้ว คนที่ถูกมีดสามพิฆาตฆ่าล้วนแต่เป็นผลมาจากกรรมในอดีตชาติ”
     นายหลิน “ ในเมื่อเนื้อคู่ต่างถูกกำหนดไว้แล้ว คนที่ไปถามเจ้าทำนายทายทักก็ไร้ประโยชน์นะซิ”
     ชายชุดขาว “เทพเทวดาสามารถล่วงรู้เรื่องในอดีตและอนาคต เมื่อทราบว่าชาติก่อนทั้งสองฝ่ายมีหนี้แค้นต่อกันจึงอนุญาตให้เขาแต่งงานกัน หากไม่อนุญาตจะแก้แค้นได้อย่างไร ถึงได้ว่าไม่มีหนี้ต่อกันไม่เป็นพ่อลูกกัน ไม่มีหนี้เวรต่อกันไม่เป็นสามีภรรยากัน”
     นายหลิน “ไฉนพี่ท่านจึงทราบเรื่องราวยเหล่านี้ล่ะ ?”
     ชายชุดขาว “เพราะจิตของข้าใสสว่างจึงทราบเรื่องทุกอย่าง”
     นายหลิน “พี่ท่านทราบได้อย่างไรว่า หญิงผู้นี้ฆ่าสามีสามคน”
     ชายชุดขาว “สามีทั้งสามคนที่ถูกหญิงผู้นี้ฆ่า ชาติก่อนล้วนแต่มีหนี้เวรต่อกัน ชาวโลกพึงปรนนิบัติดูแลบิดามารดาด้วยความกตัญญูอย่างถึงที่สุดเลิกละการประพฤติผิดในกาม ขณะมีชีวิตอยู่ผู้คนก็จะนับถือนบนอบ หลังจากตายแล้วสวรรค์เบื้องบนย่อมจะปูนบำเหน็จความดีความชอบ เป็นเทวดาหรือเจ้าหลักเมือง หากเกิดเป็นมนุษย์อีกก็จะมั่งมีศรีสุขพรั่งพร้อมด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ถ้าอกตัญญูเนรคุณต่อบิดามารดา ลุ่มหลงในกามตัณหา ก็จะเสื่อมเสียชื่อเสียง ขณะมีชีวิตอยู่จะลำบากยากจน หลังจากตายแล้วหนีไม่พ้นที่จะตกนรก เสวยทุกขเวทนา”
     และเห็นหญิงคนหนึ่งข้างหลังมีของสิ่งหนึ่งลักษณะจะว่าเป็นคนก็ไม่ใช่ ข้างบนเป็นด้าม ข้างล่างมีสามขา เดินตามหญิงคนนี้ไม่ยอมห่าง
     นายหลิน “นี่คืออะไรครับ”
     ชายชุดขาว “เรียกกันว่าไม่กวาดเหล็ก”
     นายหลิน “ไม้กวาดเหล็กมาจากไหน และทำไมจึงติดตามหญิงผู้นี้ตลอดเวลา”
     ชายชุดขาว “เป็นวิญญาณผีเจ้ากรรมนายเวรที่ก่อตัวเป็นของสิ่งนี้ ผู้หญิงคนนี้ชาติก่อนมีลูกสาวคนหนึ่งได้ขายให้เป็นคนใช้ในบ้านเศรษฐี อยู่มาคืนหนึ่งได้หนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย หญิงคนนี้จึงฟ้องร้องกับทางการว่าลูกสาวถูกเศรษฐีตีตายแล้วทำลายศพเป็นเหตุให้เศรษฐีต้องถูกลงโทษติดคุก และอดตายอย่างน่าอนาถ ครั้นตายแล้ววิญญาณได้มาร้องทุกข์ต่อยมบาลให้เอาตัวหญิงคนนี้มาลงโทษ ยมบาลจึงสั่งให้เศรษฐีกลายมาเป็นของสิ่งนี้ติดตามหญิงนี้ไปเกิดเพื่อแก้แค้นคอยล้างผลาญครอบครัวของนาง ทำให้หญิงคนนี้ต้องยากจนเข็ญใจตลอดชีวิต” และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งปากถูกปิดไม่สามารถพูดจา
     นายหลิน “ทำไมหญิงคนนี้ปากจึงถูกปิด”
     ชายชุดขาว “หญิงคนนี้ชอบยุแหย่ชาวบ้าน เนื่องจากบุตรชายของหญิงหม้ายข้างบ้านแต่งงาน ลูกสะใภ้คนนี้เป็นคนกตัญญูมาก วันหนึ่งหญิงชั่วคนนี้ได้ไปขอยืมข้าวสารที่บ้านหญิงหม้าย ลูกสะใภ้ของเพื่อนบ้านบอกว่า พอดีวันนี้ไม่มีข้าวสารหญิงชั่วคนนี้เลยคิดแค้นอยู่ในใจ หลังจากนั้นก็เที่ยวยุแหย่แม่หม้ายว่าลูกสะใภ้ของนางเนรคุณอย่างนั้นอย่างนี้ แม่หม้ายไม่ทราบก็เชื่อว่าเป็นความจริง จึงดุด่าลูกสะใภ้ว่าอกตัญญู และสั่งให้ลูกชายขับไล่ลูกสะใภ้ไปเสีย ลูกสะใภ้จึงกลับไปบ้านแม่ตนยอมครองหม้ายไม่แต่งงานอีก ตอนหลังแม่หม้ายและลูกสะใภ้ต่างก็ได้ขึ้นสวรรค์ (เพราะรักเดียวใจเดียว) ทางยมโลกเห็นหญิงชั่วคนนี้ชอบยุแหย่ชาวบ้าน จึงลงโทษเขาให้เกิดเป็นหญิงใบ้ที่ยากจนข้นแค้น หลังจากตายแล้วยังต้องถูกจับไปรับโทษใน “นรกตัดลิ้นอีก” ขณะที่นายหลินและชายชุดขาวกำลังเดินอยู่ทันใดก็เห็นถนนทางทิศตะวันออก ซึ่งกว้างใหญ่และสว่างไสว มีชายสามคนกำลังเดินมา
     นายหลิน “ชายสามคนนี้กำลังจะไปไหนครับ ?”
     ชายชุดขาว “กำลังจะไปจุติยังเมืองมนุษย์”
     ในสามคนนั้น คนหนึ่งตาบอด มือซ้ายถือไม้เท้า มือขวาถือลูกแก้วใสสองลูก
     นายหลิน “ ชายคนนี้ตาบอด แต่ทำไมจึงเดินได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ?”
     ชายชุดขาว “เส้นทางในยมโลกแตกต่างจากเมืองมนุษย์คนที่จิตใจใสสว่าง ซื่อตรง ยุติธรรม ขณะมีชีวิตแม้ตาจะบอดตายแล้วก็สามารถมองเห็นเส้นทาง ส่วนคนที่จิตใจลุ่มหลงมืดบอดเจ้าเล่ห์เพทุบาย ชอบคิดร้ายต่อผู้อื่น ขณะมีชีวิตแม้ตาจะสว่างหลังจากตายแล้วก็จะไม่เห็นเส้นทาง”
     นายหลิน “ชายคนนี้ขณะมีชีวิตทำงานอะไรครับ ?”
     ชายชุดขาว “เขาเป็นหมอดูจิตใจซื่อตรง มักเตือนคนให้ทำความดี เมื่อเห็นดวงชะตาของใครกำลังมีเคราะห์ ก็จะแนะนำให้จุดธูปในที่กลางแจ้งแล้วสารภาพบาป และตั้งปณิธานว่าจะกลับตัวเป็นคนดี เพื่อทำให้ดวงร้ายกลับกลายเป็นดวงดี ซึ่งเป็นการทำคุณประโยชน์แก่สังคม หลังจากตายแล้วมาที่นี่ ยมบาลเห็นเขามีกุศลผลบุญมาก จึงให้ขาไปเกิดเเป็นคนที่มีแต่ความสงบสุขและอายุยืน มือขวาที่ถืออยู่คือดวงตา มือซ้ายที่ถืออยู่คือไม้เท้าอายุ 80ปี” และเห็นชายคนหนึ่งในมือถือของสิ่งหนึ่งคล้ายกับระฆัง
     นายหลิน “สิ่งที่คนผู้นี้ถืออยู่ใช่ระฆังหรือเปล่าครับ ?”
     ชายชุดขาว “ไม่ใช่ระฆังแต่เป็นยศศักดิ์ประจำตัว”
     นายหลิน“คนผู้นี้ขณะมีชีวิตได้สร้างบุญอะไรครับ?”
     ชายชุดขาว “เขาได้บริจาคทาน”
     นายหลิน “การบริจาคทานต้องใช้ทรัพย์สินเงินทอง คนรวยถึงจะสามารถทำได้ คนยากจนจะทำได้อย่างไร?”
     ชายชุดขาว “การบริจาคทานใช่ว่าคนรวยถึงจะทำได้แท้จริงแล้วอยู่ที่จิตใจมากกว่า คนผู้นี้ขณะมีชีวิตฐานะยากจนมากแต่ไม่โลภในทรัพย์อันไม่ชอบธรรม ต่อมาได้ประสบกับภาวะข้าวยากหมากแพง ต้องอดข้าวถึงสามวันลำบากมาก จึงไปขอยืมข้าวสารจากญาติมิตรกระป๋องหนึ่งมาหุงข้าว ครั้นข้าวสุกกำลังจะกินบังเอิญมีขอทานแก่ ๆ คนหนึ่งมาขอข้าว เขาเห็นขอทานเฒ่าน่าสงสารมาก จึงเอาข้าวของตนครึ่งหนึ่งแบ่งให้ขอทานกิน และขอทานเฒ่าก็เป็นคนใจดีด้วย หลังจากตายแล้วยมบาลได้นำเรื่องนี้รายงานไปยังสวรรค์เบื้องบน ๆ ทรงชื่นชมมาก ได้ประทานยศศักดิ์แก่เขาติดตัวไปเกิด ตลอดชีวิตเหลือกินเหลือใช้”
     และเห็นชายผู้หนึ่งในมือถือของสิ่งหนึ่งคล้ายกับดวงตราขุนนาง
     นายหลิน “สิ่งที่คนผู้นี้ถืออยู่ใช่ดวงตราหรือเปล่าครับ ?”
     ชายชุดขาว “ใช่ เป็นดวงตราประจำตัวขุนนาง”
     นายหลิน “ชาติก่อนเขาได้สร้างบุญอะไรครับ ?”
     ชายชุดขาว “ก็บริจาคทานเช่นกัน”
     นายหลิน “เป็นคนรวยบริจาคหรือคนจนบริจาค ?”
     ชายชุดขาว “คนรวยบริจาคด้วยทรัพญ์สินเงินทอง ส่วนคนจนบริจาคด้วยคำพูด คนรวยแม้จะใช้ทรัพย์สินสงเคราะห์คนยากไร้แต่กุศลผลบุญกลับสู้คนจนใช้คำพูดตักเตือนคนให้ทำความดีไม่ได้”
     นายหลิน “เพราะอะไรครับ ?”
     ชายชุดขาว “คนรวยบริจาคควรจะเกิดจากจิตเมตตา และไม่รับทรัพย์อันมิชอบ การบริจาคนั้นจึงจะเป็นกุศลผลบุญที่สมบูรณ์หากกดขี่ข่มเหงคนยากจน ปล่อยเงินให้กู้กินดอกโดยไม่ลดดอกเบี้ยแม้แต่น้อย แบบนี้แม้จะได้บริจาคแต่ก็ไม่เป็นกุศลผลบุญที่สมบูรณ์ ข้าถึงได้บอกว่าสู้คนจนที่ใช้คำพูดตักเตือนคนให้ทำความดีไม่ได้ ซึ่งกุศลผลบุญจะเพิ่มเป็นสิบเท่า มูลเหตุที่มาแห่งการไปจุติเป็นมนุษย์และได้เป็นขุนนางครั้งนี้ ชาติก่อนเขาเป็นผู้อาวุโสในหมู่บ้านในหมู่บ้านมีชาวนายากจนคนหนึ่งได้นำที่นาไปจำนองไว้กับเศรษฐี ต่อมาไม่มีปัญญาหาเงินไปไถ่คืน จึงไปหาเศรษฐีอ้อนวอนของร้องให้เพิ่มค่าที่นาที่จำนองไว้อีกหน่อย คาดไม่ถึงว่าเศรษฐีนอกจากจะไม่ยอมเพิ่มเงินให้แล้ว ยังกลับสั่งคนในบ้านรุมซ้อมตีชาวนาจนบาดเจ็บสาหัส ชาวนากระเสือกกระสนกลับไปถึงบ้านคิดจะแขวนคอตาย เศรษฐีเกรงจะเกิดคดีเกี่ยวกับชีวิตคนขึ้น จึงรีบไปหาผู้อาวุโสหมู่บ้าน เล่าเรื่องราวถึงสาเหตุที่ซ้อมชาวนาจนกลับไปบ้านปิดประตูขังตัวเอง เกรงเขาจะฆ่าตัวตายอันจะนำเคราะห์ภัยสู่ตน”
     เศรษฐี “เงิน 20 ตำลึงนี้ขอมอบให้ท่านเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชาในการช่วยไปแจ้งที่อำเภอว่าชาวนาเป็นฝ่ายผิด”
     ผู้อาวุโสหมู่บ้านได้ฟังคำบอกเล่าของเศรษฐีซึ่งล้วนแต่ไร้เหตุผล จึงกล่าวตักเตือนว่า
     ผู้อาวุโสหมู่บ้าน “ท่านแข็งแรงเขาอ่อนแอ ท่านรวยเขาจน คนแข็งแรงกดขี่คนอ่อนแอไร้เมตตา คนรวยรังแกคนจนไร้คุณธรรม เมื่อไร้เมตตาไร้คุณธรรมจะเป็นคนได้อย่างไร และการขอเพิ่มค่าที่นาเป็นเรื่องปกติธรรมดา เจ้าไม่ยอมเพิ่มเงินให้ แล้วยังไปซ้อมตีเขามันถูกต้องแล้วหรือ ? ท่านจะมอบเงินแก่ข้า เพื่อให้ข้าไปแจ้งความที่อำเภอส่งเดช ทำอย่างนั้นได้อย่างไร ใจท่านทำได้ลงคอหรือ? ข้าไม่มีวันที่จะรับเงินอันมิชอบแล้วทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเด็ดขาด ไฉนท่านไม่นำเงินนี้ไปมอบแก่ชาวนา เพื่อเป็นการเพิ่มค่าที่นามันถึงจะถูกต้อง และดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ต้องบาดเจ็บถึงชีวิตอีกด้วย ไฉนต้องไปแจ้งความให้มากเรื่องด้วยเล่า ท่านลองไตร่ตรองให้ดีเถิด”
     เศรษฐีได้ฟังพลันสำนึกได้ กลับไปบ้านเอาเงินจำนวนนี้และเพิ่มอีก 10 ตำลึงรวมใส่ในกระเป๋า นำไปที่บ้านของชาวนาด้วย ตนเองเพื่อเพิ่มค่าที่นา และเชิญหมอมารักษา ดังนี้เศรษฐีจึงสามารถคุ้มครองครอบครัวและทรัพย์สมบัติไว้ได้ ทั้งสองฝ่ายจึงอยู่กันอย่างสงบสุข เหล่านี้ล้วนเป็นเพราะการตักเตือนชี้ทางสว่างของผู้อาวุโสหมู่บ้านทั้งสิ้น นี้คืออานิสงส์ที่คนจนใช้คำพูดบริจาคเป็นทาน ดังนั้นเมื่อผู้อาวุโสหมู่บ้านสิ้นอายุขัย สววรค์เบื้องบนทรงชี่นชมมาก ประทานให้เขาไปเกิดเป็นขุนนางที่มี แต่ความผาสุก และให้เศรษฐีกับชาวนาไปเกิดเป็นบุตรกตัญญูของเขา เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ชาติก่อนได้ช่วยตักเตือนชี้ ทางสว่าง
     ขณะนายหลินและชายชุดขาวกำลังเดินอยู่ ทันใดก็เห็นบนแท่นสูงมีตะขอเหล็กอันใหญ่เกี่ยวชายหนุ่มคนหนึ่งไว้จนเท้าลอยอยู่เหนือพื้น โดยมีนิรยบาลใช้มีดปลายแหลม ผ่าแก้มก้นของเขาจนแยกออกจากกัน แล้วดึงลำไส้ใหญ่ออกมากองไว้ที่พื้น
     นายหลิน “คนผู้นี้ถูกลงโทษอย่างนี้ ไม่ทราบว่าขณะมีชีวิตได้ทำความผิดอะไร ?”
     ชายชุดขาว “ความผิดข้ออกตัญญูเนรคุณพ่อแม่ซึ่งเป็นบาปหนัก”
     นายหลิน “เขาอกตัญญูยังไงครับ?”
     ชายชุดขาว “คนผู้นี้ตอนเด็กพ่อแม่รักดังแก้วตาดวงใจ เลี้ยงดูจนเติบใหญ่ไม่รู้จักบุญคุณ เอาแต่เที่ยวเตร่เสเพลหาความสุขสำราญจากหญิงโสเภณีและการพนัน ไม่เอาใจใส่ปรนนิบัติดูแลบิดามารดา ตอนพ่อตายทิ้งศพไว้ไม่ฌาปนกิจ และปล่อยให้แม่ต้องอดอยากลำบาก รอคอยลูกไม่กลับบ้านทำให้ตรอมใจจนป่วยและตายในที่สุด คนอตัญญูเช่นนี้เป็นความผิดร้ายแรง เทพยดาฟ้าดินทรงพิโรธ จึงเอาวิญญาณมาลงโทษที่นรกดึงไส้ ไม่ได้ผุดเกิดอีกตลอดกาล” นายหลินได้ฟังดังนั้นรู้สึกหวาดหวั่นใจมาก
     นายหลิน “ตอนเด็กพ่อแม่ก็รักผมมาก แต่ผมถูกอวิชาความหลงครอบงำไม่รู้พระคุณบิดามารดา บัดนี้พี่ท่านมาชี้มางสว่างทำให้รู้ตัวว่าผมเองก็มีความผิดข้ออกตัญญูเช่นกัน บัดนี้คิดจะทดแทนพระคุณพ่อแม่ ท่านก็ได้ตายจากไปหมดแล้ว ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี ?”
     ชายชุดขาว “พระคุณบิดามารดายิ่งใหญ่ดุจท้องฟ้ามหาสมุทร หากผู้เป็นบุตร คิดจะทดแทนพระคุณของท่าน หลังจากกลับไปเมืองมนุษย์แล้ว จะต้องถือศีลกินเจ แสวงหาอาจารย์ผู้รู้แจ้งชี้แนะมหาธรรม แล้วตั้งใจบำเพ็ญธรรมขัดเกลากายและใจ โปรดสัตว์อย่างกว้างขวางจนบรรลุมรรคผล ซึ่งจะส่งผลให้บรรพบุรุษเจ็ดรุ่น บุตรหลานเก้ารุ่นพ้นทุกข์สู่สุคติภูมิ นี้คือการตอบแทนพระคุณของบิดามารดา” คนทั้งสองได้มาถึงถนนที่จะแยกไปแดนสวรรค์
     นายหลิน “ถนนสายนี้กว้างใหญ่สว่างไสว ไม่ทราบว่าเป็นทางไปที่ไหน ?”
     ชายชุดขาว “ ถนนสายนี้เป็นทางไปพุทธภูมิแดนสวรรค์”
     นายหลิน “ทำไมจึงไม่มีคนเดินเลย”
     ชายชุดขาว “ผู้ที่บำเพ็ญธรรมจนบรรลุมรรคผลมีสักกี่คนกัน จะให้มีคนเดินตลอดเวลาได้อย่างไร”
     นายหลิน “ลองเข้าไปเดี๋ยวเดียวได้ไหมครับ?”
     ชายชุดขาว “เจ้าไม่ใช่คนกินเจ ที่จริงถนนนี้ไม่สามารถพบเห็นได้ โชคดีที่มีข้ามาด้วย ซึ่งเป็นคนถือศีลกิจเจจะเข้าไปหน่อยก็ได้”
     คนทั้งสองเดินไปได้ครู่หนึ่งก็เห็นศาลาหลังหนึ่งเงียบสงบร่มรื่น สองข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ด้านบนของศาลามีตัวหนังสือเขียนว่า “ศาลาสามเณร”
     นายหลิน “ที่ท่านยมบาลสั่งให้เทวทูตนำนักพรตสามท่านไปรอพุทธโองการที่ศาลาสามเณรใช่ที่นี่หรือเปล่าครับ ?”
     ชายชุดขาว “ใช่แล้ว” และเห็นที่ด้านข้างมีประตูเล็กอยู่ประตูหนึ่ง
     นายหลิน “ข้างในนี้มีใครอยู่ครับ ?”
     ชายชุดขาว “นี่คือห้องวิเวก มนุษย์ผู้ใดได้กินเจในวันที่ 1 และวันที่ 15 (จีน) และวันกินเจของพระโพธิสัตว์กวนอิมด้วยความศรัทธา งดฆ่าสัตว์ ปลดปล่อยสัตว์ หลังจากละสังขารแล้วจะได้มาอยู่ที่นี่อย่างสงบสุข”
     นายหลิน “แม่ของผมขณะมีชีวิตได้กินเจในวันกินเจของเจ้าแม่กวนอิมเป็นประจำ ไม่ทราบว่าขณะนี้ท่านอยู่ ณ ที่ใด?”
     ชายชุดขาว “ไม่ทราบว่าแม่ของเจ้ากินเจด้วยความศรัทธาหรือเปล่า ?”
     นายหลิน “ผมทราบแต่ว่าท่านกินเจจะศรัทธาหรือเปล่าไม่ทราบ”
     ชายชุดขาว “ถ้าไม่มีความศรัทธา ชอบแช่งด่าหรือยุแหย่ชาวบ้าน หรืออกตัญญูต่อพ่อแม่ของสามี ขณะมีชีวิตแม้จะกินเจตายแล้วก็ไม่อาจหนีพ้นทุกข์แห่งทะเลเลือด หากกินเจด้วยความศรัทธาจริง เป็นคนดี ซื่อตรง กตัญญูต่อพ่อแม่สามี ก็คงอยู่ที่นี่ไม่ต้องไปเสวยทุกข์ในทะเลเลือด”
     นายหลิน “หากแม่ผมต้องไปอยู่ในทะเลเลือด ผมคงทนไม่ได้ ขอพี่ท่านกรุณาพาผมไปหาแม่เพื่อพบหน้ากันสักครั้ง”
     ชายชุดขาว “ทะเลเลือดกว้างใหญ่หลายพันลี้ เต็มไปด้วยวิญญาณบาปเสวยทุกขเวทนาจะไปค้นหาได้อย่างไร ข้าว่าไปตรวจดูที่ศูนย์รวมข่าวก่อนดีกว่า”
     เมื่อนายหลินและชายชุดขาวได้มาถึงศูนย์รวมข่าว เห็นมีบ้านเป็นหลัง ๆมากมาย
     นายหลิน “บ้านเหล่านี้มีทั้งหมดกี่หลัง”
     ชายชุดขาว “นับไม่ถ้วน”
     นายหลิน “ไม่ทราบว่าแม่ผมอยู่ที่ไหน ?”
     ชายชุดขาว “ถ้าแม่เจ้าอยู่ที่นี่ก็พบไม่ยาก เจ้าเพียงแต่พนมมือแล้วสวด “นามอ อามีทอฝอ” ร้อยครั้ง แม่เจ้าก็จะมา”
     เมื่อนายหลินพนมมือสวด “นามอ อามีทอฝอ” จนครบ 100 ครั้ง
     ชายชุดขาว “เบื้องหน้าก็คือสถานที่อยู่ของแม่เจ้า”
     พอนายหลิน จะเดินเข้าไป ทันใดก็มีคนใส่ชุดเจ้าหน้าที่เข้ามาขวางทางไว้พร้อมกับกล่าวว่า “ที่นี่เป็นพุทธภูมิ คนไม่ได้กินเจห้ามเข้า จะพบแม่เจ้าก็คุกเข้าอยู่ที่นี่แม่เจ้าก็จะทราบเอง” เมื่อนายหลินคุกเข่ามารดาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า หน้าตาเหมือนตอนมีชีวิตอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง
     มารดา “เจ้าลูกอกตัญญูมาที่นี่ได้ยังไง?”
     นายหลิน “ผมได้เพื่อนคนนี้นำมา เพราะเกรงว่าแม่จะได้รับทุกข์ลำบาก ผมไม่สบายใจจึงมาขอพบ”
     มารดา “เดชะบุญที่ขณะมีชีวิตแม่ถือศีลกินเจสะสมกุศลผลบุญอยู่บ้าง สวรรค์เบื้องบนเห็นแม่เป็นคนใจดีมีเมตตา จึงทรงประทานให้แม่เสวยสุขอยู่ที่นี่ไม่ต้องไปเสวยทุกขเวทนา ถ้าแม่เป็นคนใจร้ายใจบาปป่านนี้ก็คงต้องไปเสวยทุกข์อยู่ในทะเลเลือดแล้วจะหวังพึ่งเจ้ามาฉุดช่วยเมื่อไหร่ถึงจะได้หลุดพ้นกัน เจ้าลูกอกตัญญูช่างไม่มีคิดถึงบุญคุณของพ่อแม่ที่ชุบเลี้ยงมาเสียเลย กล้าเอาแต่หาความสุขสำราญใส่ตน กินเนื้อสัตว์ ดื่มสุรา ความผิดข้ออกตัญญูเจ้าสามารถรับไหวหรือ?”
     นายหลิน “ผมรู้ตัวว่ามีความผิดข้ออกตัญญู สำนึกได้ก็สายเสียแล้ว กลับไปครั้งนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าจะกลับตัวเป็นคนดีโดยจะถือศีลกินเจ สวด “นามอ อามีทอฝอ” บำเพ็ญธรรมขัดเกลากายใจ ทำความดีเพื่อตอบแทนพระคุณบิดามารดา”
     มารดา “ถ้าเจ้าทำได้ภายภาคหน้าเราแม่ลูกก็จะได้สู่แดนสุขาวดีด้วยกัน แต่ถ้าเจ้าท้อใจกลางคันทำศีลขาด เจขาด หลังจากตายแล้วก็ต้องไปเสวยทุกข์ในขุมนรก แม่ลูกไม่ได้พบกันอีกตลอดกาล”
     นายหลิน “แล้วคุณพ่ออยู่ที่ไหน แม่พบหรือเปล่า?”
     มารดา “พ่อเจ้าไม่ได้กินเจจะพบกับแม่ได้อย่างไร ก็คงต้องรอให้ลูกบรรลุธรรมเสียก่อนจึงจะสามารถโปรดพ่อเขาได้”
     นายหลิน “โอวาทของคุณแม่ลูกจะจดจำใส่ใจ”
     ชายชุดขาว “เจ้ากราบลาแม่แล้วกลับกันเถอะ”
     ครั้นนายหลินกราบมารดาสี่ครั้ง ลุกขึ้นมาก็ไม่เห็นแม่อีก จึงได้ออกจากศูนย์รวมข่าวพร้อมกับชายชุดขาว เดินมุ่งหน้าไปทางเมืองมนุษย์
     นายหลิน “บัดนี้ผมรู้ตัวแล้วว่ามีความผิดข้ออกตัญญู ขอพี่ท่านกรุณาชี้แนะว่าควรแก้ไขปรับปรุงตัวยังไง เพื่อจะได้ตอบแทนพระคุณบิดามารดา”
     ชายชุดขาว “เจ้าควรตั้งใจบำเพ็ญธรรมจนกระทั่งบรรลุมรรคผล ดังเช่นพระโพธิสัตว์กวนอิมฉุดช่วยบิดา พระมาลัยฉุดช่วยมารดา เช่นนี้จึงจะเรียกว่าเป็นลูกกตัญญู ส่วนการจะปฏิบัติธรรมอย่างไรนั้น ข้ามีโศลกสี่ประโยค ซึ่งเป็นพื้นฐานแห่งการบำเพ็ญธรรม โศลกมีความว่า
     ถือศีล (ห้า) กินเจ
     ห้ามกล่าวคำหยาบ (ด่าทอ) นินทาว่าร้าย
     หนีห่างสุรา นารี
     อย่าละโมบโลภมากในทรัพย์สิน
     เจ้าจงประพฤติปฏิบัติตามโศลกนี้ และนำเรื่องการตัดสินคดีของท่านยมบาลไปเผยแพร่ตักเตือนผู้คน”
     นายหลิน “การเปิดเผยความลับสวรรค์เกรงว่าจะมีความผิด”
     ชายชุดขาว “ถ้าเจ้าสามารถตักเตือนผู้คนให้ละชั่วทำดี ไม่เพียงแต่ลดหย่อยความผิดได้ ยังได้กุศลผลบุญอีกด้วย ยังมีโศลกอีกสี่ประโยคมีความว่า
     เวียนเตายเวียนเกิดไม่รู้จบ
     เห็นแล้วน่าเศร้าใจ
     หากได้บำเพ็ญธรรมถือศีลกินเจตลอด
     ก็ไม่ต้องหวั่นเกรงยมบาล
     ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากพูดไม่หมด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับปัญญาการปฏิบัติของเจ้าเอง”
     นายหลิน “บัดนี้ต้องจากกับพี่ท่าน ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้พบกันอีก”
     ชายชุดขาว “ถ้าเจ้าปฏิบัติตามคำของข้า กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ถือศีลกินเจ ขัดเกลากายและใจจนกระทั่งบรรลุมรรคผลก็จะได้จุติสู่แดนพุทธภูมิด้วยกั นแต่ถ้าฝ่าฝืนคำของข้า ตายแล้วก็ต้องตกสู่อบายภูมิ เจ้ากับข้าอยู่คนละภพภูมิ ยากที่จะได้พบกัน”
     นายหลิน “จากกันแล้วพี่ท่านจะไปไหน?”
     ชายชุดขาว “ข้าจะไปแดนสุขาวดี” ทันใดก็มาถึงลำธารแห่งหนึ่ง
     ชายชุดขาว “นี่คือพรหมแดนระหว่างเมืองมนุษย์และเมืองนรก เมื่อข้ามจากนี่ไปก็คือหมู่บ้านของเจ้า”
     นายหลินอำลาชายชุดขาวแล้วข้ามน้ำไปทางทิศตะวันออก ทันใดก็ตกใจตื่นเหงื่อไหลท่วมตัว วันรุ่งขึ้นจึงเริ่มถือศีลกินเจ หมั่นทำความดีสร้างกุศลสาบานว่าจะงดทำความชั่วทุกอย่าง สวดมนต์ไหว้พระและสารภาพบาปในความมผิดที่ผ่านมา และนำเรื่องราวการตัดสินคดีของยมบาลจดบันทึกไว้ทั้งหมด เพื่เผยแผ่เป็นอุทาหรณ์เตือนสติผู้คนให้ทราบเรื่องบาปบุญคุณโทษ อันเป็นการสร้างมหากุศล
     สุรา นารี สมบัติ โมหะ
     สุรา คือ ยาพิษทะลวงลำไส้
     นารี คือ คมมีดเฉือนเนื้อ
     สมบัติ คือ สื่อแห่งความลุ่มหลง
     โมหะ คือ มัจจุราชตามล่าชีวิต