Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ความกตัญญูของหมาน้อย | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ความกตัญญูของหมาน้อย

569 Views

     สมัยราชวงศ์ซ้อง มีนักฆ่าสัตว์คนหนึ่งชื่อตงปิง กำพร้าบิดาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เมื่อโตขึ้นดำรงชีพด้วยการขายเนื้อสุนัขชอบคบเพื่อนคอเหล้าด้วยกัน ไม่รู้จักคุณธรรมจริยธรรมยิ่งเรื่องกตัญญูธรรม ยิ่งไม่ต้องไปพูดถึงเพราะไม่รู้จัก เขามักจะตบตีมารดาผู้ชราอยู่เสมอ มารดาเขาได้แต่ปลงตกว่าเป็นเพราะตนอบรมไม่ดีเอง

     วันหนึ่ง ตงปิงเดินผ่านร้านค้าแห่งหนึ่ง เจ้าของร้านพูดขึ้นว่า “แม่หมาที่บ้านสามวันก่อนได้ออกลูกเก้าตัว ตั้งแต่นั้นเห็นใครก็เที่ยวเห่า ลูกค้าเข้ามาก็กัดไม่เลือก สามวันมานี้ต้องชดใช้ค่ายาค่าหมอไปแล้วหลายพัน จึงยินดีที่จะมอบหมาแม่ลูกทั้งหมดาสิบตัวแก่นาย” ตงปิงจึงรับไว้ด้วยความดีใจ

     หลายวันต่อมา ตงปิงสั่งมารดาว่า “พรุ่งนี้ถึงคิวฆ่าของแม่หมาตัวนี้แล้ว ก่อนหกโมงเช้าแม่เตรียมพวกมีด กระทะน้ำร้อนทุกอย่างให้เรียบร้อยจะได้ทันตลาดเช้า แม่อย่าลืมนะ” มารดารับปากไว้อย่างมั่นเหมาะ

     วันรุ่งขึ้น พอท้องฟ้าเริ่มสว่าง ตงปิงลุกขึ้นจากเตียงเข้าในในห้องฆ่าสัตว์ “เอ๊ะ ! วันนี้อีแก่บ้าไปแล้วหรือไง ทำไมงานที่ทำอยู่ทุกวันจึงลืมได้ ที่สำคัญมีดเล่นนั้นล่ะ ?” แล้วตงปิงก็ประเคนกำปั้นใส่มารดาอย่างไม่นับ จนใบหน้าฟกช้ำดำเขียวไปหมด มารดาบอกว่าสิบนาทีที่แล้วแม่เป็นคนเอามีดไปวางไว้บนเขียงเอง และนำแม่หมาไปล่ามไว้ข้างเสา ทำไมจึงหายไปได้เล่า ?” สองแม่ลูกสาละวนอยู่กับการหามีดจนไม่เป็นอันทำอะไร

     หาอยู่ครึ่งค่อนวัน มีดก็ยังหาไม่พบ ตงปิงรู้สึกผิดสังเกตที่ลูกสุนัขทั้งเก้าตัวล้อมเป็นวงกลมหลบอยู่หลังประตู โดยหันหัวเข้าหากัน หางหันออกข้างนอก ตงปิงกำลังโมโหก็เลยใช้เท้าเตะไปที่ลูกหมาเก้าตัว ตามธรรมชาติของสุนัขพอถูกคนเตะก็มักจะร้องเอ๋งแล้ววิ่งหนี แต่วันนี้กลับเกิดผลตรงกันข้าม ยิ่งเตะพวกมันก็ยิ่งเบียดชิดกันแน่น โดยเฉพาะบางตัวที่ปากมีรอยเลือด จึงทำให้ตงปิงยิ่งเพิ่มความประหลาดใจ ครั้นดูให้แน่ชัดอีกที ก็เห็นลูกหมาทั้งเก้าตัว ปากคาบมีดเล่มที่กำลังหาอยู่

     โอ สวรรค์ เป็นไปได้หรือนี่ ? 30 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีเรื่องที่ทำให้เกิดความสะเทือนใจแบบนี้ รู้สึกเสียใจที่ตนเองไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อน ขาดการศึกษาอบรมที่ดี ไม่รู้จักคุณธรรมจริยธรรม จนเนรคุณผู้บังเกิดเกล้า ข้านี่หรือเป็นสัตว์อันประเสริฐ ยังสู้ลูกหมาพวกนี้ไม่ได้ สมควรตายจริง ๆ สมควรตายจริง ๆ ตงปิงตะโกนก้องเหมือนคนบ้าคลั่ง ภาษิตกล่าวว่า “ทุกคนล้วนมีพุทธจิต ทุกคนล้วนสามารถบรรลุพุทธะ” ในที่สุดตงปิงผู้ยังไม่สูญสิ้นซึ่งมโนธรรม ก็คุกเข่าลงกับพื้นแล้วสาบานต่อฟ้าว่าวันนี้เป็นการฆ่าสุนัขตัวสุดท้ายของเขา นับแต่นี้จะเปลี่ยนอาชีพใหม่ เลิกคบเพื่อนเที่ยวเพื่อนสุราอีก จะทำมาหากินด้วยความขยันขันแข็งเพื่อหาเงินมาปรนนิบัติเลี้ยงดูมารดา ให้ท่านมีความผาสุกในบั้นปลายแห่งชีวิต เพื่อชดเชยความอกตัญญูที่แล้วมา

     วันนั้นเขาหาบเนื้อสุนัขไปขายเป็นวันสุดท้ายของอาชีพฆ่าสัตว์ พอมาถึงเชิงเขาเกิดรู้สึกปวดท้องอึอย่างกะทันหัน เขาวางหาบลงมองดูโดยรอบไม่มีผู้ใดจึงเดินไปที่พุ่มไม้เพื่อถ่ายทุกข์ ขณะที่เขากำลังปลดกางเกงจะคู้ตัวลง พลันก็เห็นมีพระรูปหนึ่งหาบเข่งเนื้อสุนัขของเขาวิ่งหนี ตงปิงลืมเรื่องปวดท้องอึไปชั่วขณะ มือจับหัวกางเกงไว้พร้อมกับวิ่งไล่ตาม “ท่านอาจารย์โปรดอย่าเอาหาบคู่ชีพของผมไป กรุณาเถิด” ขาดคำภูเขาดินที่อยู่เบื้องหลังพลันก็เกิดถล่มลงมาโครมใหญ่ สถานที่ปลดทุกข์เมื่อครู่นี้ถูกดินกลบทับถมสูงหลายสิบฟุต

     ที่แท้อาจารย์ท่านนี้ก็คือ พระอาจารย์จี้กง ท่านทราบว่าเนื่องจากตงปิงอกตัญญูต่อผู้บังเกิดเกล้ามาหลายปี จะต้องพบกับกรรมสนองจากภัยธรณี แต่บัดนี้เขาได้สำนึกผิดแล้ว โดยตั้งปณิธานว่า ต่อไปนี้จะกตัญญูต่อมารดาอย่างเต็มที่ จึงได้มาช่วยเขา

     ตงปิงรู้สึกขอบพระคุณจนพูดไม่ถูก สาบานว่าจะปรนนิบัติเลี้ยงดูมารดาจนกว่าท่านจะสิ้นบุญ แล้วก็จะติดตามพระอาจารย์ไปบำเพ็ญเพียร นับแต่วันนั้น เมื่อเขาพบผู้ใด ก็จะพูดแต่เรื่องกตัญญูและกฏแห่งกรรม โดยใช้ประสบการณ์ของตนเองเป็นบทเรียน เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนสติแก่คนทั้งหลาย