Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
อุดมคติของโพธิสัตว์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

อุดมคติของโพธิสัตว์

429 Views

     เรื่องอื่นๆ อีกก็เหมือนกัน จะเอามาพูดหมดทุกเรื่องมันก็ไม่ไหว อยากจะเตือนเรื่องสุดท้ายก็คือ เรื่องอุดมคติของโพธิสัตว์ เป็นฆราวาสนั่นแหละ เป็นโพธิสัตว์ได้. ถ้าเป็นวงกว้างมิได้ก็เป็นแต่เพียงในครอบครัวก็แล้วกัน. บำเพ็ญบารมีสงเคราะห์คนในครอบครัว หรือคนข้างเคียงออกไปๆ ให้สุดความสามารถ สุดฝีไม่ลายมือ ก็เรียกว่ามีอุดมคติของโพธิสัตว์ได้. เพราะฉะนั้นเป็นฆราวาสที่อยู่ในบ้านเรือนนั้นทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตามเนื้อหาสาระของพระพุทธศาสนา; นี้ก็คือ"เคล็ด"

     ทีนี้อยากจะแนะต่อไปถึงข้อที่ว่า ให้ถือปฏิบัติโดยใจความหรือโดยความหมาย หรือโดยเนื้อแท้ หรือโดยสาระนี้ใช่โดยอ้อม :คุณอย่าทำให้ปนกันยุ่ง "โดยใจความ" นี้ไม่ใช่ "โดยอ้อม" โดยอ้อมคือเราไปจากใจความ โดยใจความนี้คือโดยตรง. ถ้าฆราวาสเอาเรื่องของพระมาปฎิบัติ โดยใจความ นี้ก็คือปฏิบัติโดยตรง ไม่ใช่โดยอ้อม;อย่าพูดว่าโดยอ้อม. ข้อปฏิบัติต่างๆที่ออกชื่อมาแล้วสาหรับพระป ฏิบัตินั้น ฆราวาสเอามาปฏิบัติได้โดยตรงไม่ใช่โดยอ้อม; หากแต่ว่าเป็นไปโดยใจความ เข้าใจความมาใช้ให้ถูกต้อง ส่วนปริมาณหรืออะไรนั้นจำเป็นจะต้องเท่ากัน ระดับไม่จำเป็นจะต้องเท่ากัน; แต่ใจความนั้นตรงกันเสมอ. เพราะฉะนั้นเราคงมีใจความสำคัญเหมือนกันทั้งพระทั้งฆราวาส; คือบุคคลผู้กำลังเดินไปๆ เดินไปๆ จากความเป็นทุกข์สู่ความดับทุกข์; นั้นคือใจความ. ฆราวาสก็ต้องเดินช้าเพราะแบกสองบ่า; พระก็ไปเร็วเพราะแบกบ่าเดียว หรือไม่แบกเลยก็สุดแท้.

     ที่เรียกว่า "ใจความ" นั่นแหละสำคัญที่สุด; อะไรๆ ก็ขอให้ถือให้ถูกให้ตรงตามใจความ อย่างหลักพระพุทุธศาสนาเดี๋ยวนี้เราถือไม่ตรง ผิดใจความผิดหลัก เลยยุ่งไปหมด; เป็นพุทธศาสนาเก๊จอมปลอมเนื้องอกออกมาใหม่ๆ เพราะถือเอาใจความไม่ได้ จับใจความไม่ได้;แม้จะรุ่งเรืองด้วยวัตถุทางศาสนา มันก็ไม่มีพุทธศาสนา หรือดับทุกข์ไม่ได้ จะสร้างวัดให้เต็มบ้านเต็มเมือง สร้างพระเจดีย์ให้เต็มบ้านเต็มเมือง ให้เหลืองอร่าม ไปทั้งประเทศ มันก็ช่วยอะไรไม่ได้; ถ้าถือเอาใจความผิด. ใจความของมันอยู่ที่ว่า มีจิตใจ สะอาด สว่าง สงบนี้;ไม่ใช่เต็มไปด้วยโบสถ์ วิหาร หรือเจดีย์ หรือผ้าเหลือง หรืออะไรทำนองนี้. เพราะฉะนั้นขอให้ถือว่า ใจความนั่นแหละสำคัญ; ตัวหนังสือก็ไม่สำคัญ พิธีรีตองอะไรต่างๆ ก็ไม่สำคัญ ต้องถือเอาใจความให้ถูกต้องนั่นแหละเป็นส่วนสำคัญ.

     เดี๋ยวนี้เขาเน้นหนักไปในทางประเพณี. สมาคมชื่อว่า พุทธศาสตร์ และประเพณี ฯลฯ; เรื่องประเพณีระวังให้ดี มันจะไปโดนเปลือกมากๆ เข้าก็ได้. พุทธศาสตร์ก็ต้องระวังให้ดี มันจะเป็นปรัชญาเพ้อเจ้อก็ได้; มันไม่ถูกใจความ. ถ้าเรื่องพุทธศาสนากลายเป็นปรัชญาไปแล้ว มันไม่ใช่ใจความ. จะไม่ดับทุกข์เลย. ประเพณีพิธีรีตองนี้ก็เหมือนกัน ถ้ามันผิดความประสงค์ ผิดใจความแล้ว มันก็เป็นเรื่องงมงายไปเลย. พุทธศาสตร์ต้องให้ได้ใจความว่า เป็นศาสนา ไม่ใช่ศาสตร์ปรัชญา. ศาสตร์ที่เป็นศาสนา จะต้องเป็นศาตรา. ศาสตร์นั้นคือศาสตรา; ศาสตราคือเป็นของมีคม มีคมสำหรับตัดความโง่ ตัดความเห็นแก่ตัว ตัดกิเลสตัณหา. ถ้าเป็นศาสนาจริงต้องเป็นของมีคม ตัดความโลภ ความโกรธ ความหลง โดยตรง; นี้เรียกว่าใจความ.

     ถ้าเป็นประเพณีก็เพียงแต่ว่ามันเกิดความสะดวกแก่การกระทำอย่างนั้น ถ้าเราไม่มีประเพณี มันไม่สะดวกแก่การที่จะทำอย่างนั้นถ้าเราตั้งขึ้นไว้เป็นประเพณี เช้านี้ทำอย่างนี้ เย็นนี้ทำอย่างนั้น เดือนนี้ทำอย่างนั้น เดือนนั้นทำอย่างโน้น; แล้วเป็นประเพณีที่ถูกต้องและเป็นระเบียบ; อย่างนี้ประเพณีมันก็มีประโยชน์. แต่ถ้าทำไปอย่างหลบหู หลับตา งมงาย มันก็ยิ่งไม่มีประโยณ์. เพราะฉะนั้นขอให้จำว่า“ถูกต้อง" แล้วก็ "พอดี" แล้วก็ “ครบถ้วน"; ฟังดูคล้ายหลักปรัชญาแต่ว่าไม่ใช่. ผมเกลียดที่สุดเรื่องปรัชญา แต่นี่ฟังดูมันคล้ายหลักปรัชญา ว่า "ถูกต้อง" แล้ว "พอดี" แล้ว "ครบถ้วน" มันจึงจะใช้ได้. ใจความมันอยู่ที่นั่น ใจความมันอยู่ที่ถูกต้อง แล้วก็พอดี แล้วก็ครบถ้วน. คุณจะทำอะไรก็ขอให้นึกถึง ๓ ค"นี้ไว้ :-ให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องพอดี; ถูกเกินไปก็ไม่ไหว ถูกเกินไปนั้นคือผิด; ดีเกินไปนั้นคือเลว.ถูกต้อง ต้องถูกต้องแน่ และต้องพอดี; ถูกต้องมันก็ต้องพอดี เกินไม่ได้ แล้วก็ต้องครบ. ครบที่มันควรจะมี. นั่นแหละคือใจความ.

     ถ้าเราพูดว่า "ใจความของพะพุทธศาสนา” ก็หมายความว่ามันถูกต้อง แล้วก็พอดี แล้วก็ครบ ตามหลักของพุทธศาสนา ที่คนๆหนึ่งจะปฏิบัติที่ฆราวาสคนหนึ่งๆ จะปฎิบัติ.. อย่างนี้เรียกว่าเราเอาใจความของพุทธศาสนามาได้ คือเอาหัวใจของพุทธศาสนามาได้ ไม่ใช่เปลือก ข้างนอก .

      ขอทบทวนอีกทีหนึ่งว่า โดยใจความนั้น มิใช่โดยอ้อม; โดยความหมายหรือโดยใจความนั้นผู้ใช้โดยอ้อม มันเป็นโดยตรง. โดยใจความก็คือถูกต้อง พอดี แล้วก็ครบถ้วน. เมื่อฆราวาสถือหลักอย่างนี้แล้ว ก็สามารถจะเป็นพระได้ทั้งๆ เป็นฆราวาส; คือเอาใจความของเรื่อง หรือของพุทธศาสนา หรือของพระ มาใส่ไว้ในชีวิตของตนแผนกหนึ่ง ในฐานะเป็นเรื่องทางฝ่ายจิต หรือฝ่ายวิญญาณ.ส่วนเรื่องของฆราวาสแท้ๆ เรื่องปาก เรื่องท้อง เรื่องลูก เรื่องเมียเรื่องทำมาหากินนั้นเป็นส่วนเรื่องร่างกาย ให้เป็นส่วนของเรื่องร่างกายเรามีควายสองตัวเทียมชีวิตคือ เรื่องกาย กับ เรื่องใจ; ชีวิตนี้ก็จะครบถ้วน ถูกต้องบริบูรณ์ เป็นไปได้ด้วยดี. ทำอย่างนี้จะบรรลุ มรรคผล นิพพาน เร็วกว่าพวกพระโง่ๆ ที่ไปทำอะไรดุ่มๆ อยู่กลางป่าเสียอีก. นี่พูดหยาบคายไปหน่อยต้องขออภัย; แต่มันเป็นความจริงที่สุดฆราวาสที่ปฏิบัติอยู่อย่างถูกต้อง นี้จะบรรลุมรรค ผล นิพพาน เร็วกว่าพระบอๆ อะไรองค์หนึ่งเสียอีก ซึ่งมีความยึดมั่นถือมั่นในเรื่องของพระมากเกินไป; ไปทำอะไรอยู่ในป่าคนเดียวนั้น ก็ยังจะอยู่ล้าหลังฆราวาสคนนี้เสียอีก. เพราะฉะนั้นขอให้เป็นฆราวาสที่ลืมหู ลืมตา มีสติปัญญาแจ่มใส ในความถูกต้อง พอดี ครบถ้วน; มีพุทธศาสนาโดยใจความอยู่ในเนื้อในตัว

     เราพูดกันถึงเรื่องเคล็ด มันก็เป็นเคล็ดอย่างนี้; เอาหัวใจมาให้ได้นั่นมันเป็นเคล็ดที่สุด. ไม่มีเคล็ดใดจะมากไปกว่านี้; จับกล่องดวงใจให้ได้นั้นคือเคล็ด.