Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ดับทุกข์ทางใจ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ดับทุกข์ทางใจ

406 Views

     มันไม่มี ว่าของพระของฆราวาส เรื่องดับทุกข์ทางจิต ทางวิญญาณไม่มีแยกไว้เป็นของพระของฆราวาส; เป็นเรื่องต้องดับความยึดมั่นถือมั่น หรือเรื่องดับตัณหา เรื่องอริยสัจจ์ เรื่องมรรคมีองค์แปดเหมือนกันหมดเลย ไม่มีพระ ไม่มีฆราวาส ในเรื่องนี้. ฆราวาสก็ถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เหมือนกับพระ; พระก็ถือพระพุทธพระธรรม พระสงฆ์ เหมือนกับฆราวาส. แล้วก็มีหลักที่จะปฏิบัติ ศีลสมาธิ ปัญญา ดับกิเลสตัณหา อย่างเดียวกันกับฆราวาส หรือพระก็ตาม เพียงแต่ว่า ไปได้ไกลกว่า ไปได้มากกว่า หรือน้อยกว่า. ส่วนเรื่องของพระทั้งหมดนั้นมันก็เป็นเรื่องของฆราวาสโดยเนื้อหา โดยสาระโดยใจความ. แต่ถ้าเขาไปบัญญัติชื่อ เรียกกันในหมู่พระ แล้วก็ได้ยินกันแต่ในหมู่พระ ก็เลยเข้าใจไปว่า เป็นเรื่องของพระโว้ย.

      เช่นเรื่องทำปาฏิโมกข์นี้ คุณก็คงคิดว่า เป็นเรื่องของพระ ถูกแล้วพระพุทธเจ้าท่านบัญญัติไว้ว่า พระต้องทำปาฏิโมกข์ทุกกึ่งเดือนแต่ว่านี่ไม่ใช่จำกัดว่า พระทำอย่างเดียว ฆราวาสก็ทำได้ ถ้าคุณจะเอาระเบียบวินัยอะไรมาอ่านดู ทุกๆ สัปดาห์ ทุกๆ กึ่งเดือน; แล้วก็เตือนตน อย่าให้ทำผิดพลาดในเรื่องกฎหมาย ในเรื่องระเบียบอะไรมันได้เหมือนกัน. เพราะฉะนั้น คำว่า "ปาฏิโมกข์สังวร" ใช้ได้ทั้งพระทั้งฆราวาส. พระสำรวม ระวังในข้อกฎต่างๆ ของพระ; ฆราวาสก็สำรวมระวังในข้อกฎต่างๆ ของฆราวาส ก็เรียกว่า "ปาฏิโมกข์สังวร"ได้

     เมื่อพระมีอินทรีย์สังวร สำรวมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ยินดียินร้ายไปตามสิ่งที่มากระทบ ฆราวาสก็ควรทำเหมือนกัน; มิฉะนั้นจะตกนรกทั้งเป็น จะต้องระวังเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเราทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ อย่าให้เกิดเป็นพิษเป็นอันตรายขึ้นมา แม้ไม่เท่ากันเท่ากันพระ แต่ก็ทำเหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่มันมีความมากน้อยกว่ากันเท่านั้น.

     เรื่องของพระหนักขึ้นไปอีก เช่นว่า ปัจจเวกขณ์ จีวรบิณฑบาต เสนาสนะ พระท่องทุกวันนี้ อย่าเข้าใจว่าฆราวาสไม่เกี่ยวฆราวาสก็ต้องทำ. ถ้าไม่ทำก็เป็นฆราวาสที่เลว แล้วจะมีความทุกข์ด้วยคำปัจจเวกขณ์จีวร ที่ว่าจะใช้จีวรนี้เพียงเพื่อบำบัดคความร้อน หนาวหรือเหลือบยุง ลมแดดอะไรทำนองนี้; หรือว่ามันไม่ใช่ตัวสัตว์ตัวบุคคลทั้งผู้ใช้จีวร ผู้ห่มจีวรและตัวจีวร. ถ้าฆราวาสคิดนึกได้อย่างนั้นก็เป็นฆราวาสที่ดี จะไม่สุรุ่ยสุร่ายเรื่องเครื่องแต่งตัว จะไม่มีความหงุดหงิดเกิดขึ้นเพราะ เรื่องการแต่งกาย เครื่องนุ่งห่ม. เพราะฉะนั้นพระปฏิบัติอย่างไร ฆราวาสก็ปฏิบัติอย่างนั้นเกี่ยวกับเรื่องเครื่องนุ่งห่ม อย่าให้มันเกินความจำเป็น ให้เป็นเพียงเท่าที่จำเป็นอย่างไร ก็เท่าอย่างนั้น.

     เรื่องอาหารบิณฑบาต ปัจจเวกขณ์อาหารบิณฑบาต ก็เพื่อจะเตือนตนให้บริโภคเท่าที่จำเป็น อย่าให้กลายเป็นเฟ้อ หรือเกินไป หรือด้วยความตะกละหรือด้วยความรักสวยรักงาม บำรุงบำเรอ. ฆราวาสก็ปฏิบัติได้ เกี่ยวกับอาหารการกินให้พอเหมาะพอสม เท่าที่จะมีความสะดวกสบายในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่กรุงเทพฯขับรถยนต์ไปกินอาหารมื้อกลางวันให้อร่อยที่นนทบุรี เป็นต้น; นั้นมันเป็นเรื่องบ้า. ถ้าถือหลักอย่างนั้นแล้ว ฆราวาสก็ตกนรกทั้งเป็น; แต่ถ้าถือหลักตามพระ ถือปัจจเวกขณ์เรื่องบิณฑบาตกินอาหารนี้ เท่าที่ร่างกายต้องการ มันจะสะดวกสบายสาหรับปฏิบัติหน้าที่การงาน. คุณก็ท่องจนจำได้กันอยู่แล้ว ผมก็ไม่ต้องพูด. สวดปัจจเวกขณ์ ขอร้องแต่เพียงว่า สึกออกไปก็อย่าลืมเสีย ให้ท่องได้ตามเดิม.

     เรื่องเสนาสนะก็เหมือนกัน จะอาศัยเสนาสนะเพียงเพื่อให้ได้รับความสะดวกสบายในการเป็นมนุษย์ แล้วดำเนินไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของความเป็มนุษย์. ถ้าเราไปมัวสร้างที่อยู่อาศัยให้มากมายมันก็มีภาระเกิดขึ้นมากเกินกว่าความจำเป็น; ต้องลงทุนมาก ต้องลำบากมาก กว่าจะได้มานี้; บางทีต้องฉิบหายไปเลยตั้งแต่ทีแรก. ถ้ามีอย่างนั้นมันก็ต้องรักษา ต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาดูแลมาก ดูแลไม่ทั่วถึง แม้ทำได้มันก็เป็นห่วง เป็นวิตกกังวลจนจิตใจหม่นหมอง. เพราะฉะนั้นให้มีบ้านเรือนเท่าที่จำเป็น อย่างโคลงสุภาพว่า “นกน้อยทำรังน้อย แต่พอตัว” นี้ ถ้าทำใหญ่เกินไปคนก็หัวเราะ ให้พอดีพอสะดวกแก่ความที่จำเป็นที่จะอยู่จะอาศัย เพื่อทำหน้าที่การงานของมนุษย์. นี้เรื่องเสนาสนะ หมายถึงบ้านเรือน เครื่องใช้สอยในบ้านเรือน เครื่องเรือนอะไรก็ตาม ที่มันเนื่องด้วยเรือนๆ; ให้เหมือนกับพระปัจจเวกขณ์นั่นแหละ. มิได้หมายความว่า คุณจะต้องอยู่กระต๊อบอย่างนี้; ไปเป็นฆราวาสแล้วคุณจะต้องอยู่กระต๊อบเล็กๆอย่างนี้ ไม่ใช่; แต่จะอยู่อย่างพอเหมาะพอสมอย่างไรก็ได้ แต่รู้ความหมายของมัน อย่ามีจิตใจที่ลุ่มหลง ไป .

     ข้อสุดท้าย เรื่องหยูกยา ปัจจเวกขณ์ก็เพื่อใหไม่ต้องลำบากมากเกินไป; เอาแต่พอที่ถูกที่ควร. ถ้ามันเหลือวิสัยเกินกว่าความจำเป็นแล้ว ให้มันตายไปก็ได้ ร่างกายนี้ไม่ต้องดิ้นรนจนลำบากเกินไปเลย. แต่ว่าเมื่อปฏิบัติในหลักการเป็นอยู่อย่างอื่นถูกต้องแล้ว โรคภัยไข้เจ็บมันก็ไม่มี. และโรคภัยไข้เจ็บนี้จะบำบัดได้ด้วยหยูกยาที่ไม่ต้องแพง ไม่ต้องวิเศษวิโสอะไร. เรื่องถึงขนาดที่จะต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจอะไรนั้น เป็นเรื่องบ้า ไม่จำเป็นจะต้องทำ ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ คือตายหรืออะไรก็ตามใจ; เป็นผู้สันโดษแม้ในเรื่องหยูกยาที่จะเยียวยาชีวิตนี้ด้วย.

      เป็นอันว่า เรื่องปัจจเวกขณ์ ๔ ของพระนี้ ของฆราวาส ก็เหมือนกัน. แต่มันเรียกชื่อเป็นแบบของพระเสียแล้ว พอฆราวาสได้ฟังเขาก็ตกใจเลย. กลัวจะเป็นพระอยู่วัด. ที่จริงโดยเนื้อหา โดยความหมายแล้วมันก็เป็นอันเดียวกัน.

     เรื่องปริมาณในโภชนะ นี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อพระต้องการทำความเพียรทางจิต ก็กินอาหารน้อยกว่าฆราวาส; ฆราวาสต้องการใช้กำลังทางกายก็ต้องกินมากกว่า แต่ว่ามีประมาณ ประมาณที่พอดีความพอดีในการกินอาหารนี้ก็ต้องปฏิบัติเคร่งครัด อย่างเดียวกัน ทั้งพระทั้งฆราวาส.

     เรื่องของพระแท้ๆ ยิ่งขึ้นไปอีก เช่นชาคริยานุโยค-คือนอนน้อยก็เหมาะแล้วสำหรับพระที่นอนน้อย เพราะมีเรื่องฝึกฝนทางจิต ทางวิญญาณ. ฆราวาสต้องใช้กำลังทางกาย จะนอนน้อยเท่าพระไม่ได้; แต่แล้วก็ต้องนอนน้อยเหมือนกัน ฆราวาสก็จงนอนให้น้อยเท่าที่จะเหมาะสมแก่ฆราวาส.

     เรื่องธุดงค์ เตลิดไปธุดงค์เสียเลย ซึ่งใครๆ ก็เข้าใจว่า มีบัญญัติไว้เฉพาะพระ. ฉะนั้นคุณก็พิจารณาดูเถิด กินข้าวหนเดียวภาชนะใบเดียว อะไรทำนองนี้ เอาแต่ความหมายของมันซิ คือเราอย่าสุรุ่ยสุร่าย กินเกินจำเป็น กินจำนวนพอเท่าที่จำเป็น ภาชนะเท่าที่จำเป็น เท่าที่สะดวกหรือเหมาะสม อย่าให้มันเฟ้อ อย่างจีวรสามผืนอย่างนี้ ฆราวาสก็มีเครื่องนุ่งห่มเท่าที่จำเป็น เท่าที่พอเหมาะพอสมอย่าให้มันเฟ้อ. เรื่องอื่นก็เหมือนกัน รวมความแล้วมันเป็นเรื่องสันโดษไม่มีทางผิดที่ฆราวาสจะถือธุดงค์ คือชีวิตเป็นอยู่ไม่ฟุมเฟือย เอาแต่พอเหมา อดีตเท่าที่จะเป็นอยู่ได้ โดยสะดวกแก่หน้าที่การงาน. นี้เรียกว่าธุดงค์ ฆราวาสก็ยังถือธุดงค์ได้.