Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ภาวะที่อายตะเป็นของเย็น | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ภาวะที่อายตะเป็นของเย็น

418 Views

     คำว่า "นิพพาน” แปลว่า เย็นรายละเอียดพูดแล้ว ไม่ต้องพูดซ้ำอีก; แต่พูดให้ชัดลงไปว่า นิพพาน นั้นคือภาวะที่อายตนะเป็นของเย็น; ประโยคสั้นๆ "นิพพานคือภาวะที่อายตนะเป็นของเย็น".อายตนะ คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เป็นสื่อหรือทางสาหรับติดต่อกับของภายนอก คือรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ อยู่ข้างนอก. เรามีอายตนะภายใน คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ สำหรับติดต่อกับสิ่งข้างนอกเหล่านั้น. นิพพาน คือภาวะที่อายตนะนั้นเป็นของเย็น. ถ้าเราปล่อยไปตามความโลภ ความโกรธ ความหลง อายตนะจะเป็นของร้อนตลอดเวลา : เดี๋ยวร้อนทางตา เดี๋ยวร้อนทางหู เดี๋ยวร้อนทางจมูก เดี๋ยวร้อนทางลิ้น เดี๋ยวร้อนทางกาย เดี๋ยวร้อนทางใจถ้ามีการปล่อยไปตามอำนาจของโลภะ โทสะ โมหะ คือไม่มีธรรมะนั้นอายตนะเป็นของร้อน; ข้อนั้นเรากำลังตกอยู่ในวัฏฏสงสารคือของร้อน .

     ทีนี้ เรามีอุบาย มีเคล็ด มีเทคนิค อย่างที่ว่า ปฏิบัติอยู่อย่างถูกต้อง ตามหลักของพระพุทธศาสนา ก็จะมีผลปรากฏคือ อายตนะกลายเป็นของเย็น ไม่เกิดความร้อนเกี่ยวกับทางตา ทางหู ทางจมูกทางลิ้น ทางกาย ทางใจ. มันต่างกันนิดเดียวว่า เย็นนี้ มันมีว่าเย็นตลอดไป หรือเย็นชั่วคราว. ถ้าเรายังเป็นคนธรรมดาสามัญอยู่มาก มันก็เย็นชั่วคราว เดี๋ยวมันกลับร้อนอีกได้” แล้วก็ทำให้เย็นอีกได้ เดี๋ยวมันกลับร้อนอีก แล้วก็ทำให้เช่นอีกได้. ถ้าเราปฏิบัติขึ้นไปจนถึงขั้นพระอริยเจ้า ก็สามารถทำให้เย็นได้มากขึ้นๆ จนไม่กลับร้อนได้อีกเลย; มันต่างกันเท่านั้น. แต่ส่วนเย็นก็คือเย็นอย่างนั้น เห็นอย่างเดียวกัน นั่นแหละ; ร้อนก็คือร้อนอย่างนั้น. การที่สามารถทำให้เกิดความเย็นทางตาทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ ในที่นี่และในเดี๋ยวนี้ ในปัจจุบันชาตินี้ในกิจการงานทุกอย่างนี้ นั้นเรียกว่า "นิพพาน”.

     อย่างคุณสอบไล่ตก คุณก็ร้อน; เกิดความยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวกูเสียหายอย่างร้ายแรง แล้วมันก็ร้อน เกิดความเสียใจ โศกเศร้าปริเทวะอะไรก็ตาม. นี้ก็สร้างความร้อนขึ้นมา เป็นวัฏฏสงสาร. ถ้าคิดถูก คิดไปตามหลักธรรมชาติก็ได้ ว่าทุกอย่างมันเป็นไปตามเรื่องของมัน ไปตามเหตุตามปัจจัยของมัน; เหตุปัจจัยมันเพียงพอก็สอบไล่ได้เหตุปัจจัยมันไม่เพียงพอมันก็สอบไล่ตก; แล้วไม่ต้องไปร้อนกับมันตกแล้วก็เรียนใหม่ได้. นี้ก็เรียกว่าทำให้มันเย็น. แต่ต่อไปข้างหน้ามันมิใช่เพียงเรื่องเรียนและเรื่องสอบไล่ มันเรื่องการงานสารพัด มีงานสังคม งานอะไรต่างๆ ล้วนแต่นำมาซึ่งความร้อน. ทีนี้คุณทำให้มันเย็นได้ ในกรณีใด ก็เป็นนิพพานส่วนหนึ่งๆ อยู่ในกรณีนั้นๆ ชั่วคราวๆชั่วคราวๆ ไปจนกว่ามันจะไม่ร้อนได้อีกเลย จึงจะเป็นนิพพานที่ถูกต้องสมบูรณ์ ทั้งถูกต้องและสมบูรณ์.

      เพราะะนั้นนิพพานไม่ใช่เรื่องที่จะต้องแยกออกไปจากตัวเราต้องอยู่กับสติปัญญาของเรา เพื่อป้องกันสิ่งต่าง? ไม่ให้สร้างความร้อนขึ้นมา; ไม่ใช่ต่อตายแล้ว อีกกี่กัปป์ กี่กัลป์ กี่ร้อยชาติ พันชาติ จึงจะถึงนิพพาน; มิใช่เช่นนั้น. พระพุทธเจ้า ท่านไม่ต้องการอย่างนั้น; ท่านชี้ระบุว่า นิพพานคือความเย็นของอายตนะ มีได้เท่าไรก็เท่านั้น; มีได้ตลอดกาลก็เป็นนิพพานแท้และสมบูรณ์. เพราะฉะนั้นจะต้องสนใจที่สุด ไม่เช่นนั้นจะต้องตกนรกทั้งเป็น. ในวันหนื่งๆ มันมีเรื่องทำให้ร้อนมากมายหลายเรื่อง ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายมากที่สุดก็คือทางใจ เพราะมันคิดได้คล่องแคล่ว. ยิ่งสมัยนี้การศึกษาให้ผลแต่เพียงว่าเป็นคนคิดเก่ง แต่ไม่ได้รับรองว่า คิดถูก หรือคิดผิดเพราะฉะนั้นการคิดเก่ง มันก็เลยเก่งไปในทางคิดผิด มันก็มีเรื่องร้อนมาก และเป็นเรื่องร้อนโดยไม่รู้สึกตัว. ผมเรียกว่า “ไฟเย็น” “ไฟเปียกเหมือนกับพวกฮิบปี้ก็ได้. มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นไฟที่ไหม้หนังพองไฟเย็นไฟเปียกก็ยังมี. มันร้อน มีความหมายเป็นความร้อนด้วยกันทั้งนั้น