Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
ฆราวาสอยู่ในโลกโดยไม่ทุกข์ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

ฆราวาสอยู่ในโลกโดยไม่ทุกข์

440 Views

     นี่เรียกว่า "เคล็ด". ไม่กี่วันคุณก็จะสึกออกไปเป็นฆราวาส แล้วก็ยังบวชไม่ได้; แต่คุณจะสามารถเป็นพระอยู่ในตัว สาเร็จรูปอยู่ในตัวในส่วนทางฝ่ายจิตฝ่ายวิญญาณ. มีหลักที่จะควบคุมความยึดมั่นถือมั่น ไม่ให้เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง เพื่อไม่ให้การงานประจำวันตามหน้าที่ของฆราวาส ในโลกล้วนๆ นั้นเกิดเป็นความทุกข์ขึ้นมา. อยู่เข้าใจว่า เมื่อฆราวาสปฏิบัติตามหลักคิหิปฎิบัติหมดทุกหัวข้อที่กล่าวไว้ในนวโกวาทแล้วจะไม่มีทุกข์ นั่นมันเป็นเรื่องทางร่างกายทั้งนั้น. ข้อปฏิบัติในคิหิปฏิบัติทั้งหลายๆ หมวดนั้น; ปฏิบัติได้หมดนั้นแล้วก็ไม่พ้นที่จะมีความทุกข์ทางจิตใจ. มันช่วยได้เพียงว่าจะแก้ปัญหาได้เงินมาอย่างไร มีเพื่อนที่ดีอย่างไร สังคมกันอย่างไร ไม่มีข้อบกพร่องในเรื่องนั้นๆ; แต่แล้วเรื่องเงินก็ได้มา จะมาทำให้เกิดความทุกข์ได้; ความสำเเร็จที่ได้มา ก็ยังทำให้เกิดความทุกข์ได้. อย่าพูดถึงความไม่สำเเร็จเลย. เพราะฉะนั้นเราต้องมีวิชาความรู้ ที่จะดำรงจิตไว้ให้ถูกต้อง ชนิดที่จะไม่ให้อะไรมาทำให้เกิดความทุกข์ได้; ความได้-ความเสีย ก็ทำให้เกิดความทุกข์ได้ ความเป็น-ความตาย ก็ทำให้เกิดความทุกข์ได้ ถ้าความรู้ในทางธรรมะมีมากพอ.

     นี่เรียกว่า "เคล็ด" แปลว่าทำทีเดียวได้ทั้งสองอย่าง : ความเป็นฆราวาสทางร่างกาย นั้นก็มีทำได้ดี; ความเป็นฆราวาสในฐานะที่เป็นพุทธบริษัท เป็นผู้ศึกษาธรรมะอย่างผู้ครองเรือน อยู่ในบ้านในเรือนนั้นก็มี. หมายความว่าเป็นอุบาสก อุบาลกา ที่ดี ที่ถูกต้อง มีธรรมะในฝ่ายพระพุทธศาสนาเต็มที่ด้วย; แล้วมีการทำมาหากินอย่างถูกต้อง เหมือนคนทั่วไปที่ไม่ใช่อุบาสก อุบาสิกาด้วย. เพราะฉะนั้นเราจะต้องกลายไปเป็นอุบาสก ไม่ใช่เป็นชาวบ้านธรรมดา. ชาวบ้านธรรมดาก็คือไม่มีธรรมะ ไม่มีศาสนา มีแต่เรื่องทำมาหากิน มีแต่เรื่องวัตฤเนื้อหนังอย่างคนธรรมดา; ไม่ใช่อุบาสก อุบาสิกา. ทีนี้เราทำอย่างนั้น ก็ทำได้ด้วยแล้วเรายังมีความรู้และประพฤติในทางธรรมะ เพื่อจะไม่ให้สิ่งเหล่าโน้นเกิดความทุกข์ขึ้นมาด้วย เพราะฉะนั้นเราเป็นอุบาสกหรืออุบาสิกาแล้วแต่เพศ ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญทั่วๆไป. นี่คือความเป็นพุทธบริษัท

     อย่าได้เข้าใจให้มันผิดในเรื่องนี้ แล้วก็ไม่สนใจในความเป็นพุทธบริษัทหรือความเป็นอุบาสก อุบาสิกา. เมื่อผู้ใดเป็นผู้ปฏิบัติธรรมะเต็มรูปของความเป็นอุบาสก อุบาสิกานั้น มันก็แสดงว่า กำลังมีการประพฤติปฎิบัติเหมือนพระอยู่อย่างหนึ่งส่วนหนึ่ง เพียงแต่ว่ามันไปช้ากว่าพพะเท่านั้น เพราะเราต้องลากลูกตุ้มอะไรไปด้วย. เหมือนกับรถบดถนน มันจะวิ่งเร็วเหมือนกับรถไฟ หรือเรือบินไม่ได้; แต่มันก็มี "การไป" อยู่ในนั้น ในเมื่อมีความต้องการจะไป มันก็หมุนไปข้างหน้า .

     ทีนี้ เราก็ต้องมองดูให้เห็นเคล็ดในข้อที่ว่า เราสามารถในการจับปลาสองมือ; เราสามารถจับปลาสองมือ. เรื่องจับปลาสองมือโบราณเขาห้าม. แต่นั้นความหมายมันอีกอย่างหนึ่งต่างหาก มันไม่ใช่ความหมายอย่างที่ผมกำลังพูด. จับปลาสองมือหมายความว่ามันทำไม่ถนัด มันลื่น แล้วมันเลยหลุดมือไปทั้งสองตัว; แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องจับปลาอย่างนั้น มันหมายถึงทำสองอย่างพร้อมกัน ได้สำเร็จทั้งสองอย่าง; เช่นว่าเรื่องฝ่ายโลก ก็ไม่ให้เสีย ฝ่ายธรรมก็ไม่ให้เสีย; เรื่องฝ่ายร่างกายก็ไม่ให้เสีย เรื่องฝ่ายจิตใจก็ไม่ให้เสีย. พวกชาวบ้านเขายังสามารถทำชนิด “งานหลังก็ไม่ให้ขาด งานราษฎร์ก็ไม่ให้เสีย”หมายความว่าเขาทำได้พร้อมกันทั้งสองอย่าง; มันเหมือนกับจับปลาสองมือ. จับปลาอย่างนี้เขามิได้ห้าม และมันอยู่ในวิสัยที่จะทำได้.

     ส่วนจับปลาสองมือในน้ำลื่นๆ ทั้งสองมือนั้น มันมีหวังหลุดไปเสียทำแล้วจะไม่ได้อะไรเลย. แต่ในเรื่องอย่างนี้ (ดังยกมาข้างต้น)แล้ว ทำได้. คนเขลา และคนอวดดีเท่านั้นที่ว่าทำไม่ได้ เขาพูดเพ้อๆไป. มีครูบาอาจารย์ที่สมมุติว่าเป็นบัณฑิต นักปราชญ์อะไรก็ตามพูดเพ้อๆ ไป ตามความเขลา และความอวดดี ว่าทำไม่ได้; จะทำให้มีประโยชน์ทั้งทางโลกและ ทางธรรมพร้อมกันไปไม่ได้; จะร่ำรวยด้วยทรัพย์ และร่ำรวยด้วยธรรมะ ไปนิพพานพร้อมๆ กันไม่ได้. นั้นมันเป็นความเขลา และความอวดดีที่เขาพูด.