Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
๗ กำลังของผู้ครองเรือน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

๗ กำลังของผู้ครองเรือน

392 Views

     สำหรับพวกเราล่วงมาถึงเวลา ๔.๔๕ น. แล้ว. ในวันนี้จะพูดกันถึงเรื่อง กำลังของฆราวาส. สิ่งที่เรียกว่ากำลัง ก็คือเครื่องมือให้เกิดความสำเร็จ นี้จึงเล็งถึงเครื่องมือให้เกิดความสำเร็จทุกอย่าง ทุกชนิด;ควรจะพิจารณากันโดยกว้างขวาง. ตอนนี้อยากจะขอให้ระลึกถึงเรื่องที่เราพูดกันมาแล้ว โดยเฉพาะคืออุดมคติของฆราวาส ซึ่งจะต้องมีอย่างกว้างหรืออย่างสูง คืออย่าถือเอาความหมายของคำว่า ฆราวาสเพียงแต่ทำมาหาวิน ครองบ้านครองเรือน; ให้ถือเอาอุดมคติที่ว่า เป็นฆราวาสก็คือการเดินทาง ที่กำลังเดินอยู่ตอนหนึ่ง ซึ่งจะเดินต่อไปจนถึงปลายทาง.

     ขอให้ระลึกถึงอาศรม ๔ คือ พรหมจารี คฤหัสถ์ วนปรัสถ์ สันยาสี. นี่เรียกว่าฆราวาสที่มีอุดมคติ มุ่งหมายจะไปไกลถึงจุดสูงสุดของมนุษย์ หรือจุดหมายปลายทางของชีวิต ในความหมายที่กว้าง ไม่ใช่ชีวิตแคบๆ เพียงแต่เรื่องปากเรื่องท้อง. แล้วให้ความสำคัญแก่คำว่า "ฆราวาส" นี้มาก จนถึงกับว่า เป็นพระอริยเจ้าในเพศฆราวาสก็ได้; หรืออย่างน้อยที่สุดเป็นโพธิสัตว์ในเพศฆราวาสนี้ ก็ได้. แล้วก็ให้ระลึกถึงข้อที่ว่าในคัมภีร์ของเรา กล่าวถึงความเป็นโพธิสัตว์ ที่มีได้แม้ในสัตว์เดรัจฉาน. นี้ถ้าจะมองให้เป็นเรื่องที่ฟังได้ เป็นเรื่องที่มีเหตุผลเป็นเรื่องจริง ก็คือว่า เชื้อแห่งความเป็นพุทธะ หรือว่าธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะ หรือธาตุแห่งความเป็นพุทธะ นี้มันมีในสิ่งที่มีชีวิตทั่วไปขนาดลงมาถึงสัตว์เดรัจฉานแล้วก็ยิ่งเห็นชัดว่า มันมีความเฉลียวฉลาดที่กำลังจะเบิกบานออกมา. เพราะฉนั้นเขาจึงวาดไว้ในลักษณะว่า แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ยังเป็นโพธิสัตว์.

     มีเรื่องตัวอย่าง เช่นเรื่องลิงล้างหู ที่คุ้นกับพวกเราดีมาก. ชาดกบางเรื่องดูเหมือนจะมีถึงขนาดที่ว่า พระโพธิสัตว์เป็นปลาดุก ปลาอะไรอย่างที่ไม่น่าเชื่อ. เพราะว่าอย่างกับปลาดุกนี่ใครๆ ก็เห็นแล้วว่า มันโง่หรือมันต่ำ หรือมันอะไรมากเกินไป; แต่แล้วก็อย่าลืมว่า มันเป็นสิ่งที่มีชีวิต. ในชีวิตนั้นจะมีเชื้อแห่งความเป็นพุทธะ อย่างน้อยที่สุดก็ยังไม่ทันจะเบิกบาน แต่กำลังจะเบิกบาน. เพราะฉะนั้นมนุษย์เราไม่ควรจะเลวไปกว่าสัตว์เดรัจฉาน; ควรจะพูดกับตัวเองอย่างนี้อยู่บ่อยๆ. ถ้าเราประมาท หรืออวดดี มันก็มีส่วนหรือมีทางที่จะเลวกว่าสัตว์เดรัจฉานได้โดยไม่ทันรู้ตัว. หรือบางทีก็จะเป็นเพราะเหตุนี้แหละ จึงไปติดตันเป็นความประมาทอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่เล่าเรียนอย่างในสมัยปัจจบันนี้ด้วยแล้ว ช่องทางของความประมาท หรือเข้าใจผิดนี้ มีได้มาก คือไปหลงในเรื่องทางฝ่ายวัตถุมากเกินไป.