Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
คนเราต้องมีอุดมคติ | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

คนเราต้องมีอุดมคติ

402 Views

     คำว่า “อุดมคติ” ในความหมายที่เป็นกลางๆ นั้น มันมีอยู่ว่าคนเราต้องมีอุดมคติ; และสิ่งที่เรียกว่า “อุดมคติ” นั้นคือหลักสำหรับยึดหน่วง ในการที่จะถึงจุดหมายปลายทาง. มันเป็นหลักสำหรับจะเป็นเครื่องยึดหน่วงตลอดเวลา ในการที่จะถึงจุดหมายปลายทาง ทีนี้ทำไมจะต้องมีอุดมคติ? มันเนื่องจากว่า ถ้าปราศจากอุดมคติมันก็เคว้งคว้างอย่างนี้. คนบางคนมีอุดมคติเปลี่ยนเรื่อย นี้ก็คือคนไม่มีอุดมคติ มันเคว้งคว้าง; กว่าจะรู้จักอุดมคติจนไม่เคว้งคว้างนี้ ก็ต้องการเวลามากเหมือนกัน. มีอุดมคติเพื่ออะไร? มีอุดมคติก็เพื่อจะเป็นหลักยึดหน่วงไม่ให้แกว่ง เป็นเครื่องแน่ใจ แล้วก็เป็นเครื่องให้กำลังใจ พยุงกำลังใจและรวมทั้งเป็นแสงสว่างตลอดเวลาด้วย; ประโยชน์ของมันมีอยู่อย่างนี้.

     ทีนี้ เราจะพู ดว่า เราจะมีอุดมคติได้อย่างไรต่อไปอีก โดยวิธีใด? นี้ก็จะมาถึงสิ่งที่เรียกว่าสติ. ดังนั้นการที่วันนี้จะพูดถึง สิ่งที่เรียกว่า“สติ” ก็เพราะว่า เป็นเครื่องมือสำหรับให้เรามีอุดมคติได้ ตามที่เราต้องการจะมี; และอุดมคตินั้นไม่ใช่ของสักแต่ว่าชื่อ มันตั้งมีอยู่จริงๆ; ที่จะมีอยู่จริงๆ ได้ ก็เพราะว่า มีสติเพียงพอ สำหรับตอนนี้ก็อยากจะแนะให้สังเกตเห็นว่า คนเราที่ว่าปฏิบัติอะไรไม่ได้สม่ำเสมอนั้นเพราะว่าขาดสติ ไม่ใช่เพราะว่าขาดความรู้. ความรู้ที่เรียกว่าปัญญาในเบื้องต้นนี้ ปัญญาในระดับแรกระดับต้นนี้ เราเรียกว่าความรู้; นี้ไม่ขาดได้ยินได้ฟังอยู่จนเหลือเฟือ และจนกระทั่งว่า เราก็รู้โดยเหตุผลว่า เรามีอุดมคติของเราอย่างไร? ควรจะมีอย่างไร? ตอนนี้ไม่ค่อยจะยาก. แต่แล้วมันจะยาก ยากตอนที่ไม่มีสติจะศึกษาสิ่งนี้ไว้ได้

     คุณรู้จักสติในฐานะเป็นธรรมะสำหรับการรักษานั้น โดยเฉพาะ คือการรักษาจิต. คตินี้เป็นคุณธรรม มีหน้าที่สำหรับรักษาคุ้มครอง; ที่เราเผลอไปเพราะขาดสติ ไม่ใช่เพราะไม่มีความรู้; ทั้งที่มีความรู้ท่วมหัวนี้ มันก็ยังขาดสติอยู่นั่นเอง; ฉะนั้น จึงจำเป็นจะต้องพูดกันถึงเรื่องสติ.

     ถามว่า ฆราวาสจะมีสติได้อย่างไร? ก็ต้องรู้ ให้ชัดลงไปว่ามีสติสาหรับที่จะเป็นฆราวาสที่ดีที่สุดได้อย่างไร? ถ้าเราขาดสติเราก็เป็นฆราวาสไม่ได้; ไม่ต้องพูดถึงฆราวาสที่ดี ฆราวาสธรรมดาก็เป็นไม่ได้. เพราะฉะนั้นจะต้องพูดถึงอุดมคติต่อไป ว่ามันเป็นสิ่งที่จะมีได้เพราะสติ. ตัวมันก็คือหลักสำหรับยึดหน่วงของจิตใจ; เหตุที่ต้องมีก็เพราะว่า ถ้าไม่มี มันทำให้เคว้งคว้าง; ฉะนั้นประโยชน์ของมันก็คือว่าจะได้มีหลัก มีกำลัง มีแสงสว่างอันนั้น; แล้วจะมีได้เพราะว่าเรามีสติ เพียงพอ .

     ทีนี้ ก็มาถึงอุดมคติของฆราวาส : ถ้าจะพูดกันถึงว่า อะไรเป็นอุดมคติของฆราวาส ก็อย่าลืมว่า จะต้องนึกถึงคำว่า "มนุษย์” ก่อนคำว่าฆราวาส; เพราะอย่างไรเสีย ฆราวาสก็ต้องเป็นมนุษย์ บรรพชิตก็เป็นมนุษย์. การที่เราพูดถึงฆราวาสนี้ เราจะต้องเล็ง จะต้องระลึกไปถึงคำว่ามนุษย์ก่อน. ฉะนั้นเราจะต้องนึกถึงอุดมคติของมนุษย์ก่อนแล้วจึงจะมานึกถึง อุดมคติของฆราวาส. อุดมคติของมนุษย์ คุณอาจจะเข้าใจได้ด้วยข้อความที่พูดมาแล้วครั้งก่อนๆ; เพราะว่าอุดมคติของมนุษย์นั้น วันนี้มีอะไร นอกจากจุดหมายปลายทาง คือไปให้ถึงนิพพาน. มนุษย์เกิดมามีชีวิตเป็นการเดินทาง เทียมด้วยควายสองตัวเรื่อยไป แล้วไปถึงจุดหมายปลายทางก็คือ นิพพานของมนุษย์.

     นิพพานกลายเป็นอุดมคติของมนุษย์ ฟังแล้วมันน่าชื่นใจ;แต่พอมาถึงอุดมคติของฆราวาส ฟังแล้วมันน่าเศร้า น่าอิดหนาระอาใจน่าขยะแขยงก็มี; เพราะคำว่า ฆราวาส เขาให้ความหมายต่ำเกินไปเสียแล้ว ยุ่งกันแต่เรื่องโลกๆ อย่างเดียว. สังเกตดูให้ดีๆ ในข้อนี้; ถ้างดถึงอุดมคติของมนุษย์ แหม ! มันอิ่มอกอิ่มใจ มีความกรหยิ่มที่จะได้จะถึง. แต่พอพูดถึงอุดมคติของฆราวาส ชักจะมืดมัว ชักจะลังเลหรือบางทีก็น่าเศร้า; ก็เห็นๆ กันอยู่.