Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
๕ ความทุกข์ในความเป็นผู้ครองเรือน | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

๕ ความทุกข์ในความเป็นผู้ครองเรือน

437 Views

     สำหรับพวกเรา ล่วงมาถึง ๒๐.๓๐ น. แล้วเป็นเวลาที่จะได้บรรยายต่อจากตอนที่เเล้วมา. วันที่แล้วมาเราพูดกันโดยหัวข้อว่า"ความ สุขของฆราวาส” ส่วนในวันนี้ จะพูดโดยหัวข้อว่า “ความทุกข์ในความเป็นฆราวาส” เพื่อจะได้ตอบปัญหาตามที่ได้ยื่นถามไว้ต่อไป.

     วันก่อนเราพูดถึงความสุขของฆราวาส วันนี้จะได้พูดถึงความทุกข์ของฆราวาส ดูมันคล้ายๆ กับว่าจะเป็นการค้านกันอยู่ในตัวและโดยทั่วไปคนเขารู้ๆกันอยู่และเขาพูดกันอยู่ว่า เรื่องของฆราวาสแล้วต้องเป็นเรื่องทุกข์ มีความทุกข์ เรื่องบรรพชิตเป็นเรื่องไม่ทุกข์ นี้ขอให้นึกถึงที่ผมเคยบอกว่าความยุ่งยากนี้มันเกิดจากคำพูด เกิดจากภาษาพูด ทำให้เข้าใจได้แปลกๆ ต่างๆ กัน เพราะฉะนั้นเราต้องระวังคำพูดหรือภาษาพูด โดยเฉพาะที่มันเป็นภาษาคนหรือเป็นภาษาธรรม; และแม้ที่เป็นภาษาคนตามธรรมดา มันก็ยังมีข้อยกเว้นในการที่บางอย่างมันจะมีความหมายไปอย่างหนึ่ง บางอย่างมีความหมายไปอีกอย่างหนึ่งในคำๆ เดียวกัน.

     ทีนี้เราจะพูดกันถึงคำว่า "ฆราวาสวิสัย" หรือ "ชีวิตฆราวาส”คือความเป็นฆราวาส นั่นเอง : และเมื่อพูดกันอย่างสำหรับพูด หรือเรียกว่าโดยนิตินัย คือบัญญัติกันขึ้นพูด ก็ต้องพูดว่าชีวิตฆราวาสนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ ซึ่งคุณก็ได้ยิน และบางทีก็จะเชื่ออย่างนั้นอยู่ด้วย จึงได้เสนอถามปัญหาว่า ทำอย่างไรฆราวาสจึงจะแก้ไขความทุกข์หรือป้องกันความทุกข์ได้. ฉะนั้นโดยสมมติโดยบัญญัติคือโดยนิตินัยแล้วถือกันว่า ชีวิตของฆราวาสนั้นเป็นความทุกข์ แต่ทีนี้ถ้าดูกันโดยพฤตินัยคือตามที่มันมีอยู่จริงๆ นั้น มันก็ไม่ได้ตายตัวลงไปอย่างนั้น คือเป็นทุกข์ก็ได้ ไม่เป็นทุกข์ก็ได้ แล้วแต่ว่ามันจะเป็นฆราวาสได้ดีเพียงไร. นี้เรียกว่าโดยพฤตินัยนั้นไม่แน่ที่จะพูดว่า ฆราวาสแล้วเป็นทุกข์เสมอไปมันอาจจะมีความยุ่งยากมากกว่าบรรพชิต แต่แล้วมิได้หมายความว่ามันจะเป็นทุกข์ทรมานเหมือนกับตกนรกทั้งเป็นอยู่เสมอไป. ถ้าเป็นฆราวาสให้ดี ให้ถูกต้องอาจจะไม่มีความทุกข์ก็ได้. ภาษาผมพูดก็พูดว่า เป็นคนให้ถูกต้อง หรือพูดให้กว้างออกไปว่า

"ยามจะได้ ได้ให้เป็น ไม่เป็นทุกข์
ยามจะเป็น เป็นให้ถูก ตามวิถี
ยามจะตาย ตายให้เป็น เห็นสุดดี ฯ”

     ถ้าทำเป็น มันก็ไม่มีทุกข์ คือมันอยู่ที่ทำไม่เป็น คือได้ไม่เป็นเป็นไม่เป็น ตายไม่เป็น ก็เป็นทุกข์ทั้งนั้น. แล้วบรรพชิตสมัยนี้เป็นทุกข์ยิ่งกว่าฆราวาสก็มี เป็นบ้าไปก็มี บรรพชิตสมัยนี้ก็เป็นโรคประสาทกันมากขึ้น. ฉะนั้นมันมิได้อยู่ที่คำพูดหรือบัญญัติอย่างนั้นมันอยู่ที่ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร มันเป็นเป็น หรือไม่เป็น มันได้เห็นหรือไม่เป็นนั้นต่างหาก. เพราะฉะนั้นโดยพฤตินัยเราก็ไม่พูดว่าฆราวาสจะต้องเป็นทุกข์เสมอไป; ยิ่งเป็นฆราวาสที่เป็นพระอริยเจ้า เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามีอะไรด้วยแล้ว มันก็ยิ่งมีข้อยกเว้น มากขึ้นที่จะไม่ต้องเป็นทุกข์. ฉะนั้น เมื่อคุณถามผมว่าฆราวาส จะดับทุกข์ได้อย่างไร นี้มันก็ต้องดูกันเสียก่อนว่า ฆราวาสชนิดไหน; เพราะมันแยกออกจากกันได้ พูดง่ายๆ ก็คือว่าฆราวาสโง่หรือฆราวาสฉลาดนั่นเอง. นี้ก็เป็นคู่แรกที่จะต้องพิจารณาดู

     ฆราวาสโง่ ฆราวาสฉลาด ต้องต่างกันมากทีเดียว หรือจะเรียกว่าเป็นกัลยาณปุถุชน หรือเป็นพาลปุถุชน เป็นคนพาลหรือเป็นบัณฑิตถ้าเป็นพาลปุถุชน มันก็มีเรื่องที่ต้องเป็นทุกข์มากมายรุมกันเข้ามาหลายเรื่อง ถ้าเป็นกัลยาณปุถุชน จวนจะเป็นพระอริยเจ้าอยู่แล้ว มันก็ไม่ค่อยจะมีเรื่องที่จะต้องเป็นทุกข์.