บัวชั้นล่างสถานที่เกิดโดยมีกรรมติดตัวของเวไนยสัตว์

373 Views

เราเดินพลางสนทนาพลาง ชั่วครู่ก็มาถึงบริเวณสระบัวของ บัวชั้นล่าง

กวาดตามองดูรอบ ๆ เห็นพื้นดินราบเรียบดังฝ่ามือปูด้วย แผ่นทองคำ เปล่งประกายเหลืองอร่ามอำไพ อีกทั้งโปร่งใสด้วย และแล้วเบื้องหน้าเราก็ปรากฎจตุรัสอันกว้างขวางแห่งหนึ่ง บน จัตุรัสมีดรุณีอายุประมาณ ๑๓-๑๔ ปี จำนวนมาก ดรุณีเหล่านี้ ล้วนไว้แกละ ๒ แกละบนศีรษะ ทัดดอกไม้สีม่วงบนแกละงามหรู ทุกคนแต่งกายด้วยอาภรณ์ชุดเขียวอ่อน ๆ ใส่เอี๊ยมสีดอกท้อ เอว คาดสายรัดสีทอง แต่งกายเหมือนกันหมด รูปร่างหน้าตาก็เหมือน กันอย่างกับแกะจากพิมพ์เดียวกัน

ในสุคติภพก็มีสีกาด้วยแฮะ

อาตมาพกความสงสัยเต็มกลั้นเรียนถาม ท่านโพธิสัตว์กวน อิมว่าตามพุทธคัมภีร์กล่าวว่า ในแดนสุขาวดีหามีแบ่งหญิงแบ่ง ชายไม่ เหตุใดที่นี่จึงมีเด็กผู้หญิงอยู่ด้วยล่ะครับ

พระโพธิสัตว์กวนอิมตอบว่า “ใช่แล้ว ณ ที่นี้ไม่มีรูปลักษณ์ หญิงชายหรอก ท่านดูตัวท่านเองซิว่าตอนนี้เป็นอย่างไร”

อาตมาฟังคำรู้สึกเอะใจจึงหันมาสำรวจตัวเอง ค่อยพบว่าแท้ จริงตัวเองได้กลายเป็นเด็กสาวอายุ ๑๓-๑๔ ปี แต่งกายและรูปร่าง หน้าตาเหมือนพวกเขาทั้งหมดไปเสียแล้ว

อาตมาตะลึงลานถามขึ้นว่า “เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้” พระโพธิสัตว์กวนอิมตอบว่า “ที่นี่มีพระโพธิสัตว์รูปหนึ่งคอยบง การความเป็นไปจะให้แปลงเป็นชายก็เป็นชายทั้งหมดจะให้แปลง เป็นหญิงก็เป็นหญิงทั้งหมด ความจริงไม่ว่าจะแปลงเป็นหญิง หรือชายก็ไม่มีอะไรแตกต่างกัน เพราะว่าการเปลี่ยนร่าง เกิด ในดอกบัวนั้น หามีเรือนกายที่เป็นเลือดเนื้อไม่ เรือนกายจะเป็น แก้วผลึกสีขาวโปร่งใสเหมือนแท่งแก้ว แต่มีรูปเป็นคนเท่านั้น ดังนั้นจริง ๆ แล้วหามีแบ่งหญิงแบ่งชายไม่”

อาตมาลองสำรวจดูร่างกายตัวเอง ก็พบว่าเป็นดังที่พระโพธิ สัตว์กวนอิมกล่าวจริง ๆ ไม่เห็นผิวหนัง เนื้อ เล็บ กระดูก เลือด เป็นเพียงเรือนร่างที่มีสีขาวโปร่งใสดังแก้วผลึกเท่านั้น คนที่ไปเกิด ในบัวชั้นล่าง ล้วนแล้วแต่พกกรรมเก่าติดตัวไปเกิดทั้งสิ้น มาถึงที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย หลังจากเปลี่ยนร่างเกิดในดอกบัวแล้วก็จะกลายเป็นเด็กอายุ ๑๓-๑๔ ปีทั้งหมด จากเฒ่าเป็นทารก กลายเป็นคนหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา น่ารักน่าเอ็นดู ดูภายนอก เหมือนมีหญิงและชาย แต่โดยความเป็นจริงหามีแบ่งหญิงและ ชายไม่

อาตมายังไม่หายสงสัย เรียนถามพระโพธิสัตว์กวนอิมต่อไป ว่า “เหตุใดเวไนยสัตว์ที่มาเกิดที่นี่ จึงเปลี่ยนรูปเป็นพิมพ์เดียวกัน หมดและอายุเท่ากันหมดล่ะครับ”

ท่านตอบว่า “ทั้งนี้เพราะว่า พุทธาภาพนั้นเสมอภาคกัน พุท ธานุภาพของอมิตาภะพุทธเจ้าชักนำ พวกเขามาเปลี่ยนร่างเกิดใน ดอกบัว ทุกคนจะได้รับการปฏิบัติเหมือนกันหมด ไม่ว่าพวกเขา ขณะอยู่สัพพะโลกจะเป็นพ่อเฒ่า แม่เฒ่า วัยกลางคน วัยฉกรรจ์ ก็ตาม แต่หลังจากเปลี่ยนร่างเกิดในดอกบัวแล้ว จะออกมาเป็น คนอายุ ๑๐ กว่าปีทั้งหมด ก็ทำนองเดียวกับทารกแรกเกิดในแดน มนุษย์นั่นแหละ ขนาดใหญ่น้อยของร่างกายจะแตกต่างกันไม่ มาก”

ที่บัวชั้นล่าง ภายหลังเปลี่ยนร่างเกิดในดอกบัวแล้วก็ใช้ชีวิต อยู่ภายในเหลียนหัว (ปุณฑริก) วันหนึ่งแบ่ง ออกเป็น 6 ชั่วโมง ชั่วโมง หนึ่งจะเป็นชั่วโมงประชุมศึกษาคัมภีร์ ครั้นถึงเวลาศึกษาคัมภีร์ พอระฆังดัง คนที่อยู่ในสระบัวหรือพำนักอยู่ในห้อง ก็จะกลาย เป็นเด็กผู้หญิงทั้งหมด หรือเด็กผู้ชายทั้งหมด พวกเขาจะมีรูปร่าง หน้าตาและการแต่งกายเหมือนกันหมด โดยการควบคุมของ พุทธานุภาพหรือพระโพธิสัตว์ พุทธานุภาพต้องการให้แปลงเป็นชายก็เป็นชาย ต้องการให้แปลงเป็นหญิงก็เป็นหญิง การแต่ง กายก็เช่นกัน จะให้แดงก็แดง จะให้เขียวก็เขียวหมด จะให้เหลือง ก็เหลืองหมด

เวไนยสัตว์ในบัวชั้นล่าง กลางวันจะออกจากดอกบัว ออกมาวิ่งเล่น บ้างร้องเพลง บ้างร่ายรำ บ้างบำเพ็ญภาวนา บ้างสวดพุทธายะบ้างสวดมนต์ บ้างทำการเล่นหรือกิจกรรมอื่น ๆ ถึงเวลาพัก ต่างคนต่างก็กลับไปยังดอกบัวของตน สรุปแล้วก็คือ ตอนกลางวันบัวคลี่ กลางคืนบัวหุบ ขณะพักผ่อนอยู่ในดอกบัว บางคนจะนั่งสวดมนต์ภาวนา บางคนก็มีความฝันอันบรรเจิดต่างๆ นานา (เนื่องจากพกกรรมเก่าติดตัวไปเกิดในสุคติภพ จึงหนีไม่พ้น ที่จะมีภาพสะท้อนของกิเลสมาร)

พระโพธิสัตว์กวนอิมกล่าวกับอาตมาว่า “เอาล่ะ ทีนี้อาตมา จะพาท่านไปเที่ยวชมจัตุรัสดอกบัว”

ไปถึงบริเวณจัตุรัสดอกบัว ชั้นแรกเราเห็นดรุณี ๑๐ ถึง ๒๐ คน แต่ต่อจากนั้น ก็เห็นเพิ่มขึ้นเป็นลำดับอย่างรวดเร็วเป็น ร้อยเท่าพันทวีไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นคน ชั่วพริบตาเดียว ทั้งจัตุรัส ก็เนืองแน่นไปด้วยเด็กผู้หญิงรูปร่างหน้าตา และการแต่งกาย เป็นพิมพ์เดียวกันหมด พวกเธอมาชุมนุมกันเพื่อให้เราชมดู กล่าว สำหรับพวกเธอแล้ว เป็นเรื่องง่ายดายดังพลิกฝ่ามือ ชั่วประเดี๋ยว เดียวก็รวมคนหลายหมู่คน ไม่เหมือนโลกมนุษย์เรา จะรวบรวม คนหลายพันหลายหมื่นคนได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ จะต้องใช้เวลามาก มายไปตระเตรียมจึงสำเร็จได้

ชั่วครู่ เราก็มาถึงสระบัว เห็นน้ำในสระพิเศษพิสดารมาก เหมือนก๊าซ ต่างกับน้ำในสัพพะโลกของเราที่เป็นของเหลว

พระโพธิสัตว์กวนอิมกล่าวกับอาตมาว่า “ท่านลงไปอาบน้ำ หน่อยซี”

อาตมากล่าวว่า “เดี๋ยวเสื้อผ้าเปียกหมดจะทำอย่างไร”

“ไม่เปียกหรอก ไม่ใช่สระน้ำในสัพพะโลกนี่น่า ลงไปถึงได้ ทำให้เสี้อผ้าเปียก” ท่านตอบ

อาตมาปฏิบัติตาม งก ๆ เงิน ๆ ลงไปอาบน้ำในสระจริง ด้วย เสื้อผ้าไม่เปียกสักนิด ที่ประหลาดยิ่งกว่าก็คือ ความจริง อาตมาว่ายน้ำไม่เป็น กลัวจมลงใต้น้ำ แต่ที่ไหนได้ อาบน้ำใน สระบัว กลับบังคับได้ตามอำเภอใจ จะลอยตัวก็ลอยตัว จะลด ตัว ก็ลดตัว นึกจะไปซ้ายก็ซ้าย นึกจะไปขวาก็ขวา คือสามารถ ควบคุมด้วยจิตของเราเองโดยสิ้นเชิง อาตมาว่ายเล่นวนเวียนอยู่ ในสระรอบแล้วรอบเล่า รู้สึกสนุกอย่าบอกใครเชียว ด้วยความ อยากรู้อยากเห็น อาตมาลองวักน้ำในสระดื่มลงคออึกหนึ่ง ปรากฎ ว่าหวานเย็นชุ่มฉ่ำ ดังนั้น อาตมาจึงดื่มไปหลายอึกอย่างกระ หาย ยิ่งดื่มจิตใจก็ยิ่งกระชุ่มกระชวย ตัวเบาโหวงเหวงเหมือนจะ เหาะขึ้นมาได้ อาตมาลองคลำดูเสื้อผ้าบนกาย ปรากฎว่าไม่เปียก น้ำแม้แต่หยดเดียว ครั้นอาตมาว่ายไปยังใจกลางสระบัว ก็เห็น ดอกบัวสวยงามมากมาย กำลังคลี่กลีบดอกบานสะพรั่งงาม วิจิตรเพริดแพร้ว มีคนนั่งขัดสมาธิสวดมนต์ภาวนาอยู่บนดอกบัวแต่ก็เห็นบางดอกกำลังเหี่ยวเฉาโรยรา บางดอกหักสะบั้น กระทั่ง เฉาตายไปแล้วก็มี น้ำในสระบัวก็คือ “น้ำอัฐกุศล” ที่กล่าวถึงใน สักวาเวติเวยูฮาสูตรนั่นเอง