อารัมภบท

358 Views

สาระสำคัญของการท่องแดนสุขาวดี คือ แนะนำเรื่องราว ของพุทธควนจิ้งพระมหาธรรมาจารย์ ซึ่งขณะนั่งเข้าฌาน ณ ถ้ำหมีเล่อ ภูเขาจิ่วเซียน กองการผลิตใหญ่กุ้ยเก๋อ คอมมูนชั่งหย่ง อำเภอเต๋อฮั่ว มณฑลฝูเจี้ยน ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๑๐ อยู่นั้น พลันถูกพาตัวโดยพระโพธิสัตว์กวนอิม จน “สาบสูญร่องรอย” ไปจากโลก ยามนั้นพระมหาธรรมาจารย์ถูกพาตัวไปยังแดน สุขาวดีทิศประจิม ได้ทัศนาจรอาณาจักรชั้นต่าง ๆ ของบัว ๙ ชั้น กาลเวลาในความรู้สึกเพียงชั่วหนึ่งวันหนึ่งคืนเท่านั้น ครั้นกลับมา ยังโลกมนุษย์อีกครั้งจึงได้พบว่าเป็นวันที่ ๘ เดือนเมษายนของปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งหมายความว่าเวลาได้ผ่านพ้นไป ๖ ปีกับอีก ๕ เดือนเศษแล้ว

ปรากฎการณ์ดังกล่าว ฟังเผิน ๆ แล้วออกจะเหลือเชื่อถ้าเข้า ใจจากความรู้สึกทั่วไป แต่ว่าก็มีสิ่งที่กล่าวกันว่า “หนึ่งวันในแดนสุ ขาวดีหลายปีในโลกมนุษย์” เนื่องด้วยความแตกต่างของเทศะเอก ภพจินตภาพเกี่ยวกับกาละก็ย่อมแตกต่างตามไปด้วย ขอเพียงคน ที่มีความรู้เรื่องพุทธศาสตร์อยู่บ้าง ล้วนสามารถเข้าใจได้

ขณะนั้น ที่โลกมนุษย์เรา ดูเหมือนว่า ท่านธรรมาจารย์ได้ “หายสาบสูญจนไร้ร่องรอย” พระเณรและฆราวาสทั้งวัดได้ออก ติดตามค้นหาทั่วทั้งลูกเขา (เขาหยุนจวี) ซึ่งมีถ้ำใหญ่น้อยบรรดามี ๑๐๐ กว่าถ้ำ ก็ไม่พบร่องรอยของพระธรรมาจารย์ กระทั่งระดมหน่วยประดาน้ำไปงมหาในอ่างน้ำ และวังลึกซึ่งมีอยู่ในละแวกใกล้ เคียงก็ไม่ได้ผลคืบหน้า สาวกผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาในตัวท่านยังเ ดินทางไปค้นหาที่ตัวอำเภอ จนถึงนครเฉวียนโจว นครเซี่ยเหมิน นครฝูโจวและนครหนานผิงเป็นต้น อีกทั้งส่งจดหมายเวียนไหว้ วานผู้คนช่วยสืบหาในอำเภอใกล้เคียงเช่น อำเภอหย่งไท่ หย่งชุน เต๋อฮั่ว ฝูชิง เป็นต้น ใช้เวลาค้นหาติดต่ออยู่หลายปี ไม่ได้ข่าวคราว ผู้คนทั้งหลายเข้าใจว่า พระธรรมาจารย์ได้ไปเกิดยังสุคติภพแล้ว ต่างก็โศกเศร้าเสียใจอาลัยรักเป็นกำลัง

แต่จริง ๆ แล้ว ท่านธรรมาจารย์จะได้ออกจากถ้ำหมีเล่อ แม้แต่ก้าวเดียวก็หาไม่ เนื่องด้วยมีพุทธรักษาพระธรรมกาย ของ ท่านตั้งอยู่ในถ้ำ ๖-๗ ปี ก็หาได้ถูกผู้คนค้นพบไม่ ไม่ทราบว่า “เร้น” อยู่ ณ แห่งใด (อาจ “เร้น” อยู่ในเทศะของอีกกาละหนึ่ง ก็เป็นได้) เกี่ยวกับเรื่องนี้ ประสกเจิ้งซิ่วเจียนซึ่งเป็นคนในท้องที่ สามารถให้การยืนยันพิสูจน์ได้

กระบวนการทั้งหมด ที่ท่านธรรมาจารย์ท่องเที่ยวไปใน แดน สุขาวดีภพประจิมด้วยตัวท่านเองนั้น ไม่อาจเปรียบได้กับความ ฝัน โดยทั่วไปท่านเป็นพระเถระชั้นสูง ผู้ทรงศีลย่อมไม่กล่าวมุสา วาทอย่างเด็ดขาด และก็ไม่มีเหตุผลกลใดที่ต้องกล่าวมุสาวาท นอกจากนี้อาณาจักรที่ท่านธรรมาจารย์พบเห็น ก็ต่างกับสภาพ ที่พบเห็นในระหว่างเข้าฌาน ถ้าเป็นสภาพที่พบเห็นในระหว่าง เข้าฌาณ จะนำมาแพร่งพรายไม่ได้เลย เพราะถ้าขืนทำอย่างนั้น เทวนาคา ๘ ภาค และเทวมารก็จะมาตอแยกับท่านได้

ความจริงก็คือ ท่านธรรมาจารย์ได้รับโองการจากพระอมิ ตาภะพุทธเจ้า และพระโพธิสัตว์กวนอิม จึงกล้าเปิดเผยเรื่องราว ที่ได้พบได้เห็นในอาณาจักรชั้นต่าง ๆ ของแดนสุขาวดี ผู้เคย ศึกษาพุทธมาล้วนรู้ดีว่า ผู้กล่าวมุสาวาทจะตกนรกหมกไหม้ ไม่มี วันได้ผุดได้เกิด ฉะนั้นคำบอกเล่าจากประสบการณ์ในการท่อง เที่ยวไปในแดนสุขาวดีประจิมของท่านธรรมาจารย์ จึงเป็นเรื่อง “จริงแท้แน่นอน” มีเทพารักษ์ ๓ ทิศ และเทวนาคา ๘ ภาคเป็น พยานยืนยันได้

นอกจากโลกมนุษย์แล้ว ยังมีโลกสุขาวดีอยู่อีกโลกหนึ่ง พุทธองค์ได้กล่าวถึงในอมิตสูตร หรือสักวาเวติเวยูฮาสูตรนั้น ล้วน มีอยู่จริง พระธรรมาจารย์ควนจิ้งก็คือพยานบุคคล ผู้เรียบเรียงอา ศัยคำบอกเล่าของท่านนำมาเรียบเรียง เปิดเผยสู่สายตาชาวโลก จุดมุ่งหมายประการหนึ่งก็เพื่อเผยแพร่พุทธธรรม อีกประการหนึ่ง ก็วาดหวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ยึดมั่นในพุทธธรรม สวดพุทธมนต์ ไหว้พระด้วยใจศรัทธาประสาทะ ประกอบแต่กุศลกรรม เพื่อมุ่งสู่ แดนสุขาวดีพร้อมกัน

สวด “นโม ออนีทอฮุก”

นำพาสู่แดนสุขาวดี