Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/content/19/7439119/html/book/page.php:1) in /home/content/19/7439119/html/book/page.php on line 12
จะสร้างชีวิตสมบูรณ์พูนสุขอย่างไร | หนังสือธรรมะ ::mindcyber

จะสร้างชีวิตสมบูรณ์พูนสุขอย่างไร

482 Views

กำหนดความคิดว่า ฉันเป็นคนสมบูรณ์พูนสุขที่สุด

ความคิดเป็นตัวที่จับให้มั่นได้ยาก เหมือนม้าเหมือนวานร จะคล้องบังคับจับให้มั่นได้ จะต้องใช้ความประณีตกับอารมณ์ให้มาก

แต่ก่อนยังมีชายคนหนึ่ง เรียนถามท่านอาจารย์ไป๋อวิ๋น ว่า “ความคิดจิตใจของศิษย์ กำราบไว้ไม่อยู่ควรทำประการใด?”

อาจารยไป๋อวิ๋นย้อนถามว่า “เป็นความคิดจิตใจของผู้ใด หรือ” ตอบว่า “ของศิษย์เอง”

ท่านถามต่อไปว่า “ใครเป็นผู้กำราบ?” ศิษย์ฉงนตอบไม่ถูก ได้แต่นิ่งอึ้งยิ้มอยู่

อาจารย์ว่า “จะมาจะไป เจ้าวุ่นวายเอง ไม่มีผู้ใหญ่เป็นหลัก ถ้าเอาชนะมันไม่ได้ จงวางมันลงไป ยังจะต้องรู้ว่าที่วางมันลงไปนั้นเป็นใคร ถ้าเข้าใจก็จะมีผู้ใหญ่เป็นหลัก ไม่ต้องถูกมันหลอกล่อเอาอีก”

ไห่เอวี้ยจึงได้เข้าใจ กราบขอบพระคุณแล้วกราบลาไป

ใครที่ทำให้ตนเอง เกิดความคิดว่า ตนเองเบิกบานสมบูรณ์พูนสุขเสมอได้ ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้สูงด้วยปัญญาอย่างแน่นอน ตรงกันข้าม คนที่ทำให้ตนเองเกิดความคิดว่าเคราะห์ร้ายทุกข์ยากเศร้าโศกเสมอ ผู้นั้นจะต้องเป็นคนโง่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้

แตกต่างกันแค่ความคิด ก็ผิดแผกกันดังฟ้ากับดินทีเดียว พุทธะจึงว่า “หนึ่งความคิดคือหนึ่งวัฏจักร” คือเหตุผลนี้

ผู้เขียนเองก่อนลุกขึ้นจากเตียงนอนตอนเช้า มักจะเผยอเปลือกตาขึ้นสอง ส่วนหลับอยู่แปดส่วน ในใจกำหนดว่าตนเองเป็นคนสมบูรณ์พูนสุขที่สุด ฟ้าได้โปรดประทานปัญญาสูงสุดให้ไว้ประทานศิลปะสุนทรีย์ภาพสูงสุด โอกาสดีที่สุด ความรักอันโอฬารพลังวิริยะไม่รู้จบไว้ให้ ญาติเพื่อนฝูงที่หายากอีกมากมาย...

ผู้เขียนเองปักใจว่า ตนเองได้ครอบครองความสมบูรณ์เหล่านี้อยู่ จนกระทั่งฝังใจหยั่งรากลึกลงในจิตสำนึก แล้วเกิดเป็นผลสะท้อนอย่างเด็ดเดี่ยวต่อพฤติกรรมของตัวเอง นี่ก็คือ “ศรัทธาความคิด”

จะทำให้ตนเองสมบูรณ์พูนสุข จะต้องไม่ยึดบริเวณเฉพาะตน เพราะจะเป็นการจำกัดขอบเขตให้ตนเอง จงขยายส่วนกว้างส่วนลึกออกไป

ลองสมมุติเอาว่า ตนเองนั่งอยู่บนเก้าอี้ ถ้าคิดว่าเป็นสัดส่วนเฉพาะตน ก็จะถูกจำกัดอยู่บนสัดส่วนนั้น ถ้าเลื่อนเก้าอี้ออกไปเสีย พื้นกว้างทั่วบริเวณนั้น เป็นที่นั่งของฉันได้ทั้งหมดหรือฟ้าดินกว้างใหญ่ทั้งหมด เป็นที่ท่านจะท่องเที่ยวไปได้ทั้งนั้น จะรู้สึกเป็นอิสระเบิกบานปานใด

พึงรู้ไว้ว่า ระหว่างฟ้ากว้างแผ่นดินใหญ่คนเป็นสิ่งล้ำค่าสูง ส่งกว่าใดๆ ในท่ามกลาง

แม้ที่อยู่จะใหญ่โตรโหฐานตกแต่งวิจิตรตระการตา สำหรับ ฉันนั้นไม่ถือเป็นการเสพสุข ตรงกันข้ามทุกอย่างแย่กว่านี้ ก็ไม่ รู้สึกอัดอั้น เห็นบางคน เมื่อจะตัดผม จะต้องเข้าร้านหรูหรา ชั้นสูงมีระดับ ขึ้นรถไฟก็จะต้องขบวนพิเศษชั้นหนึ่ง นั่นคือ จำกัดขอบเขตให้ตนเอง หาความกังวลให้ตนเอง สมมุติว่าถ้ามี สักครั้งไม่มีรถชั้นหนึ่ง มีเหตุจำเป็นจะต้องไปรถธรรมดาชั้นสาม เชื่อว่าเขาจะต้องอึดอัดกลัดกลุ้ม อยู่บนรถไฟชั้นสามธรรมดาไปตลอดทาง ถ้ามีเหตุตกค้างอยู่ต่างจังหวัด ถึงเวลาจะต้องตัดผม ไม่มีร้านตัดผมหรูหราชั้นสูงอย่างเคย เขาจะลำบากใจเพียงไร อย่างนี้ถ้าไม่ใฝ่หาความยุ่งยากให้กับตัวเองเเล้ว จะเรียกว่าอะไร

จะให้ตนเองมีความสมบูรณ์พูนสุข จะต้องใช้เจตนาดีแจกแจงทุกอย่าง

โลกที่เราอยู่มีทุกสิ่งอย่างตรงกันข้ามคู่กัน มีสวยก็มีขี้ริ้ว มีบน-ล่าง สูง-ต่ำ อ้วน-ผอม เล็ก-ใหญ่ ฯลฯ ฉะนั้นก่อนอื่น สาวสวยจะต้องรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ต่อหล่อนทั้งหลายที่ใบหน้าเหยเกดูไม่ได้ ถ้าไม่มีความไม่สวยของหล่อนเหล่านั้น จะเปรียบเทียบสะท้อนให้เห็นความสวยของเธอได้อย่างไร

ในขณะที่มีคนวิจารณ์ว่าร้ายเรา แสดงให้เห็นว่า มีคนกำลัง ชื่นชมเห็นใจเราอยู่ มีคนเกลียดเราแสดงว่ามีคนกำลังรักเราปก ป้องเราอยู่ด้วย

ลองยื่นมือออกมาสิ มีด้านสว่าง มีด้านมืด ถ้าเราจะพูด ว่าเขาเป็นคนดี หรือก็พูดถึงด้านสว่างของเขา ตรงกันข้ามถ้าจะ พูดว่า เขาเป็นคนเลว เราก็จะพูดถึงความมืดของเขา

แต่ก่อนมีเจ้าเมืองท่านหนึ่ง เกิดมาพิกลพิการแขนขาข้าง ซ้ายด้วนไป เหลือแต่ข้างขวา แต่ท่านอยากให้ภาพของท่านปรากฏ แก่ชนรุ่นหลังให้ชาวประชาชื่นชมรำลึก จึงได้เรียกหาจิตรกรฝีมือดีที่สุดในแผ่นดินมาวาดภาพให้ จิตรกรคนนี้มิใช่ฝีมือธรรมดา วาดได้มีชีวิตชีวาเหมือนเจ้าเมืองจริง ๆ

เจ้าเมืองดูแล้วกระอักกระอ่วนยิ่งนัก แม้จะวาดให้ดีเพียงใด แต่ลักษณะพิการอย่างนี้ จะเปิดเผยถ่ายทอดต่อสายตาประชา ชนสืบไปกระไรได้ จึงประหารจิตรกรเพื่อลบความจำของเขาเสีย จากนั้นก็เสาะหาจิตรกรคนที่สองมา คนที่สองได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับจิตรกรคนแรกมาแล้วเป็นบทเรียน จึงไม่กล้าวาดตาม ลักษณะความเป็นจริง ภาพที่ออกมาจึงมีแขนขาครบถ้วน สมบูรณ์ไม่มีที่ตำหนิ เจ้าเมืองดูแล้วยิ่งกระอักกระอ่วนเข้าไปอีกถึง กับตวาดใส่ว่า “ที่วาดนั้นไม่ใช่ข้า เจ้ากล้าส่อเสียดข้าเชียวหรือ” แล้ว เจ้าเมืองก็สั่งประหารจิตรกรคนที่สองเสียอีกคนหนึ่งไม่ นานจิตรกร คนที่สามก็ถูกเรียกตัวเข้าเมืองมา เขาครุ่นคิดพิจารณา อยู่นาน ไม่กล้าลงมือวาดง่ายๆ สุดท้ายจึงได้ความคิดว่า จะต้องวาดด้านข้าง เขาจัดการวาดด้านขวา ที่แขนขายังครบถ้วนอยู่ด้วย ความตั้งใจไม่ให้ด้านซ้ายที่พิกลพิการปรากฎเลย

(เหมือนการปิดบังความชั่วของผู้อื่น เปิดเผยแต่ความดีของเขา) เจ้าเมืองพอใจมาก จิตรกรผู้นี้จึงรอดตายและได้บำ เหน็จรางวัลมากมายไป

อาจมีวันใดที่เพื่อนรักของคุณ เดินสวนทางเฉียดตัวคุณไป คุณดีใจทักทาย แต่เขาไม่ตอบรับ จงคิดเสียว่าเขาคงสายตาสั้นเสียแล้ว หรือเขาคงจะใจลอย เขาคงมีความทุกข์มาก มีปัญหาต้องครุ่นคิดมาก ฯลฯ มองสบตากัน ก็ยังไม่เห็นช่างเถอะ แล้วคุณก็ยังคงสบายใจต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือคุณจะคิดว่า มันมีเหตุโกรธแค้นไม่พอใจอะไรเรา มันใหญ่มาจากไหน มันเรียนสูงกว่า เกียรติยศตำแหน่งสูงกว่า รวยกว่าหรืออย่างไร ยิ่งคิดยิ่งแค้นเจ็บจำฝังใจ

ดูเถิดว่า ความกลัดกลุ้มวุ่นวายมากหลาย ตัวเองหามาเองทั้งนั้น ที่กล่าวมาเป็นวิธีสร้างสรรค์ให้ตนเองเกิดความสมบูรณ์พูนสุข