หลักแห่งการบำเพ็ญธรรม ๑๐ ประการ

446 Views

๑.ตั้งปณิธาน

ก่อนทำกิจ จิตมุ่งมั่น มีจุดหมาย
จึงลงแรง ทุ่มเทไป อย่างมีหวัง
ดั่งปณิธาน ตั้งไว้ ยิ่งมีพลัง
รวบรวมจิต ศรัทธาขลัง มุ่งมั่นไป

>๒.รักษาศีล รักษาศีล อยู่ในกฎ บทข้อห้าม
ทุกชั่วยาม มิอาจผ่าน ทางสายธรรม
ยับยั้งใจ กายวาจา การกระทำ
เป็นผู้นำ เหล่าเวไนย เลียนแบบเอย

๓.จิตอ่อนน้อม

น้อมจิตต่ำ คู่บำเพ็ญ อยู่เป็นนิจ
มิเคยคิด อยู่สูง ข่มผู้ใด
ยิ่งคล้อยต่ำ ยิ่งชี้ชัด เมตตาไซร้
รับรองด้วย ใจไสว ชนขานนาม

๔.สำรวมสาม (กาย วาจา ใจ)

ผู้บำเพ็ญ ปฏิบัติตน อยู่ในธรรม
วาจาคำ สำรวม ทุกเวลา
คิดก่อนพูด มิกล่าวร้าย ผู้ใดหนา
จึงสมญา ผู้บำเพ็ญ เช่นวันนี้

๕.ขันติ

ใช้ขันติ ยับยั้ง พายุใจ
ให้สงบ มิหวั่นไหว ใจอดทน
ยอมถอยหลัง มิแข็งขัน จิตผ่อนปรน
จึงชนะ ใจคน ที่ตนวอน

๖.ขยันหมั่นเพียร

หนักก็เอา เบาก็สู้ คู่ใจรัก
จิตประจักษ์ ความสุขใจ งานที่ทำ
แรกขยัน อาจลำบาก ต้องตรากตรำ
หลังขมผ่าน หวานชดเชย ได้กลับคืน

๗.เมตตาจิต

จิตโพธิ มีแต่ให้ มิหวังผล
เมตตาดล บันดาลสุข แก่ผู้ให้
กายและใจ มีแต่ให้ แก่เวไนย
ยอมอภัย นี่คือหลัก เมตตาจิต

๘.มั่นคงเด็ดเดี่ยว

จิตเพียงหนึ่ง ทุ่มเทใจ ให้แก่ธรรม
มิฝักใฝ่ นำตัวตน ให้หลงวน
ด้วยมั่นคง กับจุดหมาย มิสับสน
ฝ่าฟันพ้น หลากปัญหา เด็ดเดี่ยวจริง

๙.ใจใฝ่ธรรม

หมั่นศึกษา หลักพระธรรม เป็นพื้นฐาน
หากเกียจคร้าน ดวงปัญญา ฤาสร้างเสริม
อ่านแล้วคิด คิดแล้วทำ จิตดีเริ่ม
เปลี่ยนแปลงเดิม ที่เลวร้าย ด้วยใฝ่ธรรม

๑๐.รู้ผิดรู้ชอบ

ฟังธรรมมา เกิดปัญญา รู้ผิดชอบ
จิตรอบคอบ ตัดสินความ ตามเหตุผล
มิหลงผิด เดินตามทาง กฎกรรมวน
หลีกห่างพ้น วังมายา รู้ชอบเอย ฯ